เช้าวันรุ่งขึ้น
วันนี้หนิงหนิงที่รู้สึกว่าตัวเองอาการดีขึ้นมากแล้วนางก็ลุกขึ้นจากที่นอนเพื่อที่จะเดินออกไปข้างนอกห้อง แต่ก่อนจะได้ออกไปนางก็บังเอิญเจอเข้ากับน้องชายของเ้าของร่างเดิมซะก่อน
"ท่าน..ตื่นแล้วรึ"
เด็กน้อยหน้าตาน่ารักอายุประมาณสี่ขวบเขามีใบเรียวแหลม กับแก้มสูบตอบ ร่างกายผอมบางเพราะขาดสารอาหารมีเพียงส่วนดวงตาเหมือนเมล็ดซิ่งเท่านั้นที่ดูเด่นชัด
"อื้ม"
"ถ้าเช่นนั้นก็ไปกินข้าวเถอะหรือท่านจะรอให้ข้ายกมาให้"
“ไม่ต้อง”
"ถ้าอย่างงั้นท่าน...ก็ไปกินข้าวกันเถอะ"
"เดี๋ยว"
"มีอะไรอีกหรือขอรับ"
"เรียกข้าว่าพี่สาว"
"...."
"ข้าบอกให้เ้าเรียกข้าว่าพี่สาวอย่างไรเล่า"หนิงหนิงบอกกับน้องชายของเ้าของร่างเดิม ที่จากนี้ไปจะต้องมาเป็น้องชายของนาง
"แต่ท่าน.."
"เฮ้อถ้ามันยากนักก็ช่างมันเถอะ" เมื่อเอ่ยจบนางก็เดินไปที่ห้องครัวทิ้งไว้แต่หนิงหลงมองตามหลังตาปริบๆ
"ดูท่านางจะสติฟั่นเฟือนไปแล้วจริงๆ"เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะวิ่งตามพี่สาวไปในครัว
.
.
.
.
อีกด้านนึงที่ห้องครัว
หนิงหนิงที่กำลังมองหัวมันเผาสองหัวกับน้ำข้าวในหม้อด้วยความรู้สึกหลากหลายปนเปกันไปในตอนแรกนางบอกกับตัวเองว่าจะไม่สร้างตัวให้ร่ำรวยเหมือนพวกรุ่นพี่ในนิยายแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่านางคงต้องคิดเสียใหม่แล้ว
"บ้านนี้มันจนถึงขนาดที่ต้องเกือบกัดก้อนเกลือกินแล้วหรือ?"
หนิงหนิงเอ่ยกับตนเองเบาๆก่อนจะตักน้ำข้าวมาใส่ถ้วยเก่าๆ แต่ดูสะอาดสะอ้านใบนึงแล้วหยิบมันเทศมากินด้วยหนึ่งหัว แต่ในระหว่างหลี่หนิงหลงผู้เป็น้องชายที่ตามมาทีหลังก็เดินเข้ามาในครัว
"มากินข้าวสิ"นางเอ่ยกับน้องชาย
"ขอรับ"
"...."เอาเถอะ ถ้าอยู่ด้วยกันไปอีกสักพักใหญ่ๆ ก็คงเปิดใจให้เราเองแหละ
หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จแล้วนั้น หนิงหลงที่กำลังจะลุกขึ้นมาเก็บถ้วยชามเพื่อเอาไปล้างเขาก็โดนพี่สาวที่พึ่งหายป่วยชิงตัดหน้าไปเสียก่อน
"เดี๋ยวข้าจะเก็บถ้วยชามเอง เ้าไปเล่นเถอะ" พูดจบเด็กสาวก็เดินหายเข้าไปในครัวทิ้งไว้แต่น้องชายที่เอาแต่มองตาปริบๆด้วยความแปลกใจ
"ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่สติฟั่นเฟือนแล้วแต่น่าจะหนักกว่าสติฟั่นเฟือนอีกกระมั้ง" หนิงหลงได้แต่มองตามด้วยความสงสัยก่อนเขาจะเดินออกไปดูแลแปลงผักที่หลังบ้านเหมือนอย่างทุกครั้ง
ทางด้านดร.สาวที่พึ่งล้างจานชามเสร็จ นางก็เดินสำรวจบ้านที่ตัวเองนั่นกำลังอาศัยอยู่ในตอนนี้ซึ่งตัวบ้านไม่ได้ใหญ่มาก ถูกแบ่งออกเป็สองห้องนอนหนึ่งห้องโถงและห้องครัวส่วนห้องน้ำนั้นไม่มี ส่วนนอกบ้านก็พื้นที่กว้างขวาง มีลานหน้าบ้านด้านข้างก็มีพื้นที่ว่างเล็กน้อย พอให้เดินผ่านได้
พอสำรวจส่วนหน้าบ้านเสร็จ นางก็เดินไปสำรวจหลังบ้านต่อซึ่งพอไปถึงนางก็ได้เจอกับแปลงผักขนาดหนึ่งหมู่ (1หมู่เท่ากับ0.41ไร่และ0.41ไร่เท่ากับ166.6ตารางวา) ซึ่งถูกจัดว่าขนาดเกือบๆใหญ่เพียงแต่สภาพผักในแปลงเหมือนใกล้จะตายแล้ว เพราะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ดวงตากลมสีนิลคู่สวยมองร่างเล็กที่กำลังถือจอบพรวนดินอยู่ด้วยหดหู่ใจ
นั่นก็เป็เพราะว่าเ้าของร่างเดิมเป็คนไม่เอาไหนนี่สิเลยทำให้เ้าน้องชายตัวน้อยที่พึ่งอายุแค่สี่หนาวต้องมาทำงานหนักอย่างนี้
"เฮ้อ...ดูเหมือนว่าข้าคงต้องเพิ่มการมีเงินทองกองใหญ่ๆเข้ามาเป็เป้าหมายเพิ่มอีกอย่างสินะ แถมดันดูเป็เป้าหมายที่ทำได้ยากเสียด้วยนี่สิ"
ดร.สาวกำลังคร่ำครวญเื่เป้าหมายชีวิตไป แล้วก็บ่นถึงพวกลูกรักของเธอไปพลางๆ จนมีความคิดผุดเข้ามาในหัวเธอว่าถ้าหากมีต้นไม้สักต้นที่ราคาแพงๆ แล้วขายได้ราคางามก็สามารถทำให้รวยไปได้ทั้งชาติแล้วแหละนะ ด้วยยุคสมัยที่นางเคยอาศัยอยู่นั่นต้นไม้กับสมุนไพรพวกนี้ก็จัดว่ายังมีราคาสูงไม่ต่างจากยุคของเธอสักเท่าไหร่
"ดูเหมือนว่าคงต้องขึ้นเขาไปสำรวจกันสักรอบเสียแล้ว"เด็กสาวพูดกับตัวเอง ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อหาจอบอีกอันมาช่วยน้องชายทำงาน
คล้อยหลังร่างบางของเด็กสาวไปร่างเล็กของเด็กน้อยก็หันไปมองทางที่พี่สาวจากไปด้วยสายตาผิดหวัง เพราะเขาคิดว่านางอาจจะมาช่วยกันบ้างแต่เขาก็ต้องส่ายหัวให้กับความคิดโง่ๆ ของตัวเองแล้วหันมาจดจ่ออยู่กับแปลงผักต่อ
"หนิงหลงเ้าคนโง่เง่าเอ้ย เ้ากำลังคาดหวังอะไรที่มันลมๆแล้งๆอยู่กันแน่นะเพียงแค่เพราะนางเปลี่ยนไปหน่อยเดียว เ้าก็เริ่มคาดหวังกับนางแล้วหรือ"ร่างเล็กบ่นกับตัวเอง ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไป.....