แสงแดดอัสดงสีส้มอมแดงสาดส่องผ่านรอยแยกมิติหลังคาเฟ่ ทอดเงายาวทับถมลงบนฝุ่นผงโลหะและคราบสนิมสีส้มแก่ของดินแดนรกร้างจักรกล
บรรยากาศรอบบานประตูตู้คอนเทนเนอร์หลังครัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงกระแสลมแห้งแล้งพัดหวีดหวิว หอบเอาผงเหล็กฟุ้งกระจายในอากาศเป็นระยะ
ลมพัดผ่านโครงเหล็กผุพังของตึกระฟ้าโบราณที่พังทลายอยู่ห่างออกไป เกิดเป็นเสียงหวีดร้องคล้ายเสียงดนตรีที่โศกเศร้า
ลีน่าขยับข้อต่อเหล็กที่ต้นแขนซ้ายเบาๆ เพื่อคลายความฝืดเคืองจากการสะสมของฝุ่นผงโลหะ
เธอเดินสำรวจกองเศษเหล็กใกล้พิกัดทางเข้าอย่างระมัดระวัง เพื่อหาชิ้นส่วนอะไหล่ไปซ่อมแซมระบบประมวลผลสำรองของเธอ
ดวงตาข้างขวาที่เป็นเลนส์กล้องดวงตาสีฟ้าครามส่องแสงกะพริบถี่ๆ ขณะฉายหน้าจอแจ้งเตือนสถานะขึ้นในลานสายตา
[สถานะระบบ: แกนพลังงาน 74% อุณหภูมิข้อต่อขา 42 องศาเซลเซียส]
[กำลังค้นหา: แผงวงจรนาโนระดับต่ำ, สายไฟทองแดงบริสุทธิ์]
เธอหวังจะนำเศษทองแดงเหล่านี้ไปแลกเป็นอาหารกระป๋องในเขตสลัม หรือนำมาปรับปรุงระบบระบายความร้อนที่มักจะทำงานหนักเวลาพุ่งตัวด้วยความเร็วสูง
*ตึก... ตึก...*
เสียงฝ่าเท้าโลหะของลีน่าดังกระทบพื้นทรายปนเหล็กเบาๆ เธอถอนหายใจยาวพลางคิดถึงความอบอุ่นในร้านหลบมุมคาเฟ่ที่เพิ่งเดินจากมา
ภายในร้านนั้นช่างน่าอยู่ มีทั้งกลิ่นหอมหวานของชานม กลิ่นเนยสดอบใหม่ และความใจดีของเจ้าของร้านมนุษย์
มันช่างแตกต่างจากดินแดนรกร้างจักรกลอันหนาวเหน็บและเต็มไปด้วยเศษเหล็กไร้ชีวิตชีวาแห่งนี้เหลือเกิน
*แกรก...*
เสียงโลหะกระทบแผ่นหินดังขึ้นเบาๆ จากเงามืดด้านหลังซากรถบรรทุกหุ้มเกราะที่จอดทิ้งร้างและขึ้นสนิมเขรอะอยู่ห่างออกไปไม่ไกล
ลีน่าชะงักฝีเท้าทันที ระบบตรวจจับเสียงสะท้อนในหูฟังเหล็กของเธอจับคลื่นสัญญาณเสียงกระซิบที่แผ่วเบาและผิดปกติได้จากพิกัดดังกล่าว
เธอรีบย่อตัวลงต่ำในทันที เพื่อหลบหลังแผ่นเหล็กหนาที่ผุพังตามกาลเวลา
ลีน่าปิดการทำงานของพัดลมระบายความร้อนในร่างกายชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงหมุนของใบพัดโลหะเล็ดลอดออกไป
*วิ้ง...*
เลนส์ดวงตาข้างขวาของเธอขยายภาพซูมผ่านความสลัวของยามเย็น ปรากฏร่างของสิ่งมีชีวิตสองร่างที่กำลังยืนจับกลุ่มสนทนากันอย่างมีเลศนัย
ร่างหนึ่งคือเอลฟ์ในชุดพรางตัวสีดำสนิทที่ทำจากผ้าไหมเงา ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับแสงและซ่อนตัวในเงามืดได้อย่างยอดเยี่ยม
ลีน่าสังเกตเห็นตราสัญลักษณ์รูปตาชั่งขลิบเงินใบเล็กซ่อนอยู่ใต้สาบผ้าคลุม ซึ่งเป็นตราประจำตัวของหน่วยปฏิบัติการลับแห่งสมาคมการค้าเอลฟ์
ส่วนอีกร่างหนึ่งเป็นมนุษย์ครึ่งสัตว์อสูรหมาป่าตัวใหญ่ยักษ์ สวมชุดเกราะหนังสัตว์เก่าเปื้อนโคลนแห้งกรังและมีกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ
เขามีแววตาสีเหลืองอำพันดุร้าย และสะพายดาบโค้งเล่มใหญ่ที่ทำจากกระดูกอสูรผสมเหล็กกล้าสีดำสนิทไว้บนหลัง
ลีน่าปรับคลื่นรับเสียงของประสาทสัมผัสจักรกลให้มีความไวสูงสุด เพื่อบันทึกเสียงและฟังการสนทนาของทั้งคู่
เสียงสนทนาของคนทั้งสองดังขึ้นชัดเจนในระบบรับรู้ of เธอ แม้จะอยู่ห่างออกไปหลายเมตร
"ผู้แทนคอร์วินทำงานล้มเหลว... เจ้าของร้านมนุษย์นั่นปฏิเสธสัญญาควบรวมของสมาคมอย่างไร้เยื่อใย" เอลฟ์ชุดดำเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาและราบเรียบ
"พวกเจ้าจะเอายังไงต่อ? สมาคมการค้าเอลฟ์จะปล่อยให้ร้านนี้เปิดบริการอย่างอิสระและแย่งส่วนแบ่งงั้นรึ?" อสูรหมาป่าเอ่ยถามด้วยเสียงแหบต่ำและกระโชกโฮกฮาก
"เขตแดนปลอดภัยในร้านนั้นแข็งแกร่งเกินไป เวทมนตร์และการโจมตีทุกชนิดจะถูกลบล้างจนไร้ผลทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู" เอลฟ์ชุดดำอธิบายอย่างเคร่งเครียด
"แต่ทว่า... เจ้ามนุษย์ที่เป็นเจ้าของร้านไม่มีพลังฝึกฝนหรือพลังป้องกันตัวเองเลย หากเขาก้าวออกนอกขอบเขตปลอดภัยของร้าน"
"และที่สำคัญ จิ้งจอกเก้าหางลี่เหม่ยตนนั้น ล่าสุดสายลับของฝั่งข้ารายงานว่าเธอกำลังกบดานอยู่บนชั้นสองของคาเฟ่แห่งนี้" อสูรหมาป่าเอ่ยพลางเลียริมฝีปากด้วยความกระหาย
"ค่าหัวของเจ้าหญิงจิ้งจอกเก้าหางนั้นสูงลิบลิ่ว หากเราดักซุ่มอยู่นอกระยะประตูมิติ หรือหาวิธีก่อกวนกระแสพลังงานจากภายนอก..."
"ม่านพลังป้องกันนั่นอาจจะสั่นคลอนและล่มสลายลงได้ จากนั้นเราค่อยเข้าไปจับตัวนางและจัดการเจ้าของร้านซะ" อสูรหมาป่าเสนอแผนการชั่วร้าย
"ตกลงตามนี้... เราจะคอยเฝ้าสังเกตการณ์พฤติกรรมของเจ้าของร้าน และหาโอกาสลงมือตอนที่เขาออกไปหาซื้อวัตถุดิบนอกร้าน" เอลฟ์ชุดดำสรุปแผนการอย่างเป็นระบบ
ลีน่าที่แอบฟังอยู่รู้สึกตระหนกตกใจเป็นอย่างมาก มือเรียวบางที่เป็นเหล็กกล้าของเธอเริ่มสั่นเทาด้วยความกังวล
เธอต้องรีบกลับไปเตือนนนท์และเอลวิน่าให้เร็วที่สุด ก่อนที่ศัตรูจะวางกำลังล้อมรอบประตูมิติสำเร็จ
*แกรก...*
ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะขยับถอยหลัง นิ้วเหล็กของลีน่ากลับขยับไปโดนแผ่นสังกะสีบางๆ ข้างตัวโดยไม่ได้ตั้งใจจนเกิดเสียงดังขึ้น
"ใครน่ะ!" อสูรหมาป่าหันขวับมาทางซอกหลืบเหล็กทันที
ดวงตาสีเหลืองอำพันเบิกกว้างด้วยความระแวดระวัง พลางสูดดมกลิ่นอายน้ำมันเครื่องที่ลอยอยู่อย่างรวดเร็ว
*ฟุ่บ!*
ร่างของอสูรหมาป่าพุ่งทะยานเข้าหาพิกัดที่ลีน่าซ่อนอยู่ราวกับสายฟ้าแลบ ดาบโค้งเล่มใหญ่ในมือถูกชักออกมาฟันขวางในทันที
*เคร้ง!*
ดาบโค้งปะทะกับแผ่นเหล็กหนาที่ลีน่าใช้บังร่างจนขาดเป็นสองท่อน สะเก็ดไฟสาดกระจายไปทั่วบริเวณ
ลีน่าไม่รอช้า เธอรีบเปิดระบบขับเคลื่อนข้อต่อขาให้ทำงานเต็มกำลังร้อยเปอร์เซ็นต์ในทันที
*ฟู่!*
กลไกลูกสูบไฮดรอลิกแรงดันสูงดีดร่าง of เธอให้พุ่งทะยานหลบหนีออกจากซอกเหล็กอย่างรวดเร็ว
"ไซบอร์กงั้นเรอะ! อย่าคิดว่าจะหนีพ้น!" อสูรหมาป่าคำรามพลางฟาดฟันคมดาบวายุไล่หลังเธอมา
*ครืน...*
คลื่นพลังลมตัดผ่านซากเหล็กแถบนั้นจนขาดสะบั้นเฉียดหลังของลีน่าไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
ลีน่าใช้แรงส่งสุดท้ายพุ่งตัวข้ามประตูลูกผสมกลับเข้าสู่ร้านหลบมุมคาเฟ่ได้อย่างหวุดหวิด
เธอรีบปิดประตูลูกผสมและลงกลอนเหล็กกล้าอย่างแน่นหนาเสียงดังสนั่น
*ปัง!*
ร่างของลีน่าทรุดลงพิงประตูตู้คอนเทนเนอร์ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยจากความตื่นตระหนกและเครื่องยนต์ระบายความร้อนที่ทำงานหนักเกินพิกัด
ไอความร้อนสีขาวโพนพวยพุ่งออกมาจากช่องระบายข้างลำตัว ส่งเสียงหวีดหวิวระบายแรงดันสะสม
นนท์และเอลวิน่าที่กำลังช่วยกันเช็ดทำความสะอาดแก้วน้ำและเตรียมร้านอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ สะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงประตูปิดดังลั่น
"คุณลีน่า! เกิดอะไรขึ้นครับ? บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" นนท์รีบวางผ้าเช็ดแก้วแล้ววิ่งเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง
"พี่นนท์คะ... ลมหายใจของคุณลีน่าดูติดขัดและตัวของเธอร้อนจี๋เหมือนเหล็กเผาไฟเลยค่ะ!" เอลวิน่าเอ่ยด้วยความตกใจ พลางรีบเข้ามาช่วยพยุงร่างไซบอร์กสาวไปนั่งที่เก้าอี้
"ระบบ... แกนพลังงานหลักของฉันร้อนเกินพิกัดชั่วคราวค่ะ... และระบบขับเคลื่อนขาซ้ายเกิดความเสียหาย 12%" ลีน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านพลางชี้ไปที่หน้าอกของเธอ
นนท์เห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องครัวทันทีเพื่อเตรียมเครื่องดื่มที่จะช่วยลดอุณหภูมิร่างกายของเธอ
เขานำน้ำแร่บริสุทธิ์จากป่าเอลฟ์ที่แช่เย็นจนเป็นเกล็ดน้ำแข็งบางๆ มาเตรียมไว้
จากนั้นบีบน้ำมะนาวแป้นสดๆ ลงไป ตามด้วยน้ำผึ้งป่าแท้ที่ได้จากรังผึ้งยักษ์ในเขตป่าลึก และใบสะระแหน่ป่าที่บดละเอียดจนส่งกลิ่นหอมเย็น
กลิ่นหอมชื่นใจของมะนาวและสะระแหน่แผ่กระจายไปทั่วห้องครัว นนท์รีบคนส่วนผสมให้เข้ากันจนเกิดเสียงน้ำแข็งกระทบขอบแก้ว
*แกร๊ง... แกร๊ง...*
นนท์นำแก้วเครื่องดื่มเย็นฉ่ำนี้มาส่งให้ลีน่าทันที
"ดื่มน้ำมะนาวน้ำผึ้งมิ้นต์เย็นนี้ก่อนครับคุณลีน่า มันจะช่วยลดความร้อนในตัวและฟื้นฟูระบบพลังงานได้ครับ" นนท์บอกด้วยความอ่อนโยน
*งับ... อึก... อึก...*
ลีน่ารับแก้วไปแล้วดื่มเครื่องดื่มเย็นชื่นใจนั้นเข้าไปอย่างรวดเร็ว
รสเปรี้ยวอมหวานเข้มข้นของมะนาวและน้ำผึ้งป่าผสานกับความเย็นซ่าของใบสะระแหน่แผ่ซ่านไปทั่วช่องปากและลำคอของเธอ
พลังงานมานาธาตุน้ำและลมอันบริสุทธิ์จากน้ำแร่ต่างโลกวิ่งตรงเข้าสู่ระบบระบายความร้อนและแกนพลังงานไซบอร์กอย่างรวดเร็ว
*วิ้ง...*
หน้าจอโฮโลแกรมแจ้งเตือนความร้อนของลีน่าค่อยๆ เปลี่ยนจากสีแดงเตือนภัยกลายเป็นสีเขียวปกติ
เสียงพัดลมระบายความร้อนที่หน้าอกของเธอค่อยๆ ผ่อนกำลังลง ระบบภายในกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
"ฮ่า... รู้สึกเย็นและสบายตัวขึ้นมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะเจ้าของร้าน" ลีน่าเอ่ยพลางถอนหายใจยาว แววตาสีฟ้าครามกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง
เอลวิน่าขยับมือเบาๆ ปล่อยพลังเวทมนตร์สายลมสายเล็กๆ ช่วยพัดเป่าคราบฝุ่นเหล็กออกจากเสื้อผ้าและผมของลีน่าอย่างใส่ใจ
"ไม่เป็นไรครับ ดีแล้วที่คุณปลอดภัย แล้วเมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้นที่ดินแดนรกร้างจักรกลงั้นหรือครับ?" นนท์ถามด้วยแววตาห่วงใย
ลีน่ารีบเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เธอได้ยินเกี่ยวกับการสมคบคิดระหว่างสายลับสมาคมการค้าเอลฟ์และสายลับอสูรหมาป่าให้ทั้งสองคนฟังอย่างละเอียด
บรรยากาศในร้านหลบมุมคาเฟ่พลันตึงเครียดและเงียบงันลงทันตาเห็น
"พวกนั้นถึงกับร่วมมือกันดักเล่นงานพี่นนท์นอกเขตปลอดภัยเลยเหรอเนี่ย..." เอลวิน่ากำหมัดแน่นด้วยความโกรธ แววตาสีเขียวมรกตวาวโรจน์
"แถมยังจ้องจะเล่นงานคุณลี่เหม่ยด้วย... นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้วนะคะพี่นนท์" เอลวิน่าหันมามองนนท์ด้วยความวิตกกังกัง
นนท์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาดูจริงจังและเคร่งขรึมขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาไม่คิดเลยว่าการปฏิเสธสัญญาของสมาคมการค้าเอลฟ์จะดึงดูดศัตรูจากมิติสัตว์อสูรเข้ามาสมทบด้วยรวดเร็วขนาดนี้
และที่สำคัญ ความปลอดภัยรอบนอกร้านกำลังกลายเป็นจุดอ่อนที่อันตรายที่สุดที่ศัตรูเล็งเห็น
"ขอบคุณมากนะครับคุณลีน่า คำเตือนของคุณช่วยชีวิตพวกเราไว้จริงๆ" นนท์เอ่ยขอบคุณจากใจจริง พลางตบไหล่เธอเบาๆ
ขณะนั้นเอง หน้าจอระบบสีฟ้าครามก็กะพริบแจ้งเตือนขึ้นกลางอากาศตรงหน้าของนนท์อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
*ติ้ง!*
[ตรวจพบสัญญาณคุกคามและความประสงค์ร้ายรอบอาณาเขตภายนอกร้านค้า]
[ลีน่ามอบคำเตือนสำคัญเพื่อเตรียมรับมือวิกฤตความปลอดภัย]
[ได้รับรางวัลการข่าวสาร: +280 EXP]
[ได้รับยอดรายได้บริการสะสมระหว่างวัน: +3,500 บาท]
[ได้รับแต้มมิติสะสม: +40 แต้ม]
[สรุปแต้มปัจจุบัน:]
[ค่าประสบการณ์สะสมปัจจุบัน: 1,350 / 1,800 EXP เลเวล 15]
[แต้มมิติสะสมคงเหลือปัจจุบัน: 320 แต้ม]
[ยอดเงินสดสกุลบาทสะสมปัจจุบัน: 44,500 บาท]
นนท์มองดูตัวเลขแต้มมิติสะสม 320 แต้มบนหน้าจอพลางขยับแว่นสายตาด้วยความเด็ดเดี่ยว
"ดูเหมือนว่า... ถึงเวลาที่เราจะต้องยกระดับการป้องกันรอบตัวร้านให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิมแล้ว" นนท์พึมพำเบาๆ พลางกวาดสายตามองหารายการอัปเกรดระบบความปลอดภัยของร้านในทันที...