บทที่ 9 กลอุบายของเธอช่างงี่เง่าซะจริง
“…”
“เธอจะนอนคว่ำหน้าอยู่อย่างนี้อีกนานแค่ไหน” จู่ ๆ เสียงของเส้าอวิ่นเฉินที่เต็มไปด้วยโทสะก็ดังมาจากเหนือศีรษะของเธอ
“อ๊ะ!”
เยี่ยชิงหวนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องกรีดร้องออกมา เธอรู้สึกว่ามือขวาของเธอร้อนผ่าว ร่างกายของเขากำลังเปลี่ยนแปลง และเธอก็รับรู้ได้อย่างชัดเจน!
ทันใดนั้น เธอก็รีบชักมือกลับอย่างรวดเร็วแล้วยันตัวลุกขึ้น คลานลงจากตัวเขาอย่างยากลำบาก
แต่อ่างอาบน้ำมันเล็กเกินไป เธอมองตามแสงไฟ ก็เห็นภาพตรงหน้าได้ชัดเจน ซึ่งก็คือยอดอกทั้งสองข้างของเขา
“…”
หายใจเข้า หายใจออก หายใจเข้า… เยี่ยชิงหวน เธอต้องสงบสติอารมณ์เดี๋ยวนี้…
ผิวของเธอเปล่งประกายราวกับดอกบัวที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำ เสื้อเชิ้ตที่เปียกชื้นเกาะติดเรือนร่าง เส้าอวิ่นเฉินมองเห็นได้ชัดเจนว่าร่างกายนี้ช่างยั่วยวนใจเขาเหลือเกิน
“กลเม็ดของเธอดูน่าสมเพชลงไปทุกทีจริง ๆ!”
เส้าอวิ่นเฉินเอ่ยเตือนเธอเสียงเย็นเยียบ พร้อมกับระงับความโกรธที่พุ่งทะลักออกมาจากส่วนลึกในใจเขา
“ของผู้ชายก็เป็แบบนี้กันหมดไม่ใช่เหรอ จะต้องหวงแหนอะไรขนาดนั้น” เธอเผลอหลุดปากออกมา อีกฝ่ายทำราวกับใครจะอยากได้ของพรรค์นี้อย่างนั้นแหละ!
“เธอว่าอะไรนะ?”
หมายความว่าเธอเคยเห็นของผู้ชายคนอื่นมาก่อนอย่างนั้นเหรอ
แม้จะอยู่ภายใต้แสงไฟอันมืดสลัว เยี่ยชิงหวนก็ยังรู้สึกได้ถึงสายตาเ็าของเส้าอวิ่นเฉิน ทำให้เธออึดอัดและหายใจไม่ออกอย่างรุนแรง
“ฉัน... เอ่อ… ช่างมันเถอะ!”
เยี่ยชิงหวนผ่อนลมหายใจเข้าออกช้า ๆ ก่อนจะก้าวออกจากอ่างอาบน้ำ เธอคว้าผ้าขนหนูมาคลุมตัวไว้แล้วรีบขัดถูแผ่นหลังของเส้าอวิ่นเฉินอย่างลวก ๆ
ใบหน้าของชายหนุ่มเคร่งขรึม ริมฝีปากได้รูปเม้มแน่น แต่กลับไม่ส่งเสียงใด ๆ
อดทนได้ดีเหมือนกันนี่
เยี่ยชิงหวนส่งผ้าขนหนูให้เขา เธอก็มีอารมณ์เหมือนกัน “ข้างหน้าคุณล้างเองแล้วกันนะ!”
เธอกลัวว่าตัวเองจะถูกตราหน้าว่า ‘เป็คนชอบยั่ว’ อีก!
เส้าอวิ่นเฉินขมวดคิ้ว เขารีบคว้าผ้าขนหนูมาถูตัวเองจนทั่วร่างต่อหน้าเธอ
ใบหน้าของเยี่ยชิงหวนกระตุกอย่างควบคุมไม่อยู่ สุดท้ายเธอก็หันหน้าหนีไปไม่ยอมมอง
เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว เยี่ยชิงหวนก็หยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาให้ชายหนุ่มสวม
ตอนที่เธอย่อตัวลงผูกเชือกที่เอว เธอพยายามไม่มองไปตรงส่วนนั้น แต่สมองกลับยิ่งนึกถึงััตอนที่แตะต้องในห้องน้ำอย่างไม่ได้ตั้งใจ
เส้าอวิ่นเฉินจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงการ์ดเชิญงานแต่งงานที่ได้รับทางอีเมลในวันนี้
“อีกสองวันจะมีงานแต่งงาน เธอต้องไปกับฉัน” ถึงแม้เขาจะไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนี้ แต่เธอก็ยังเป็ภรรยาในนามของเขาอยู่ดี
ไปงานแต่งงานด้วยกันเหรอ
เยี่ยชิงหวนชะงักมือที่กำลังผูกเชือกที่เอวแล้วเงยหน้าขึ้นมา เธอเห็นคุณชายพิการยังคงทำสีหน้าตึงเครียดเหมือนใครเป็หนี้เขาหลายล้าน
“นี่เป็ท่าทีของคนที่กำลัง ‘ขอร้อง’ หรือไง”
“ฉันไม่ไป!”
เธอปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิดแล้วผูกเชือกที่เอวของเขาต่อ “ฉันไม่สนใจงานแต่งงานหรอก ยิ่งไปกว่านั้น ฉันก็เคยติดคุกมาด้วย ในวงการนี้มีใครไม่รู้บ้าง ฉันี้เีไปยุ่งเกี่ยวกับเื่วุ่นวายพวกนั้นแล้ว”
เส้าอวิ่นเฉินขมวดคิ้วแน่น สีหน้าก็จริงจังขึ้นเล็กน้อย
แต่ก่อนเยี่ยชิงหวนไม่เคยปฏิเสธเขาอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้มาก่อน
“เอาละ อาบน้ำเสร็จแล้ว เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว คุณก็นอนได้แล้วนะ”
เธอพยุงเขาขึ้นเตียง เยี่ยชิงหวนห่มผ้าห่มให้เขาเรียบร้อย จากนั้นก็ยืดแขนหาวปากกว้าง มองดูเวลาปรากฏว่าตอนนี้ตีสามแล้ว
“ฉันก็ไปพักผ่อนบ้างดีกว่า ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
เธอกำลังจะกลับไปที่ห้องนอนของเธอแต่ก้าวขาออกไปยังไม่ไร เส้าอวิ่นเฉินที่นอนอยู่ก็เอ่ยขึ้นในทันใด “ลู่เจิ้งหลิงกับฉันโตมาในตระกูลใหญ่กันั้แ่เด็ก เขาเป็หลานชายที่คุณปู่ยอมรับอย่างเป็ทางการ งานแต่งงานของเขา คนในตระกูลเส้าเลยต้องไปร่วมกันทั้งหมด”
เยี่ยชิงหวนหยุดมือที่กำลังจะเปิดประตูห้องพลางขมวดคิ้ว เหมือนได้ยินไม่ชัดจึงหันหลังกลับมา “งานแต่งใครนะ?”