ข้ากำลังค้นหาตำรา "บันทึกการบริหารจัดการน้ำของราชวงศ์ถัง" ข้าจำได้ว่าข้าเคยเห็นมันอยู่ในห้องเก็บของเก่าที่อยู่ติดกับห้องหนังสือของข้า ข้า้าอ้างอิงข้อมูลบางอย่างเพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบจอหงวนที่ใกล้เข้ามา
ข้าเดินเข้าไปในห้องหนังสือและได้ยินเสียงแปลกๆ มาจากห้องเก็บของเก่าที่อยู่ติดกัน เสียงนั้นแ่เบา แต่ข้าก็จับได้ว่าเป็เสียงหอบหายใจที่ดังขึ้นเป็จังหวะ ข้าคิดว่าเหม่ยซินคงกำลังทำความสะอาดห้องเก็บของตามที่นางบอกข้าไว้
ข้าเดินไปที่ประตูห้องเก็บของ ข้าได้ยินเสียงหอบหายใจที่ดังขึ้น ข้าคิดว่าเหม่ยซินคงเหนื่อยมาก ข้าเคาะประตูเบาๆ
"เหม่ยซิน เ้าอยู่ในนั้นหรือ? เ้าเหนื่อยไหม?" ข้าถามด้วยความเป็ห่วง
ข้าได้ยินเสียงตอบกลับมา เสียงของนางแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย "ข้า... ข้าไม่เป็ไรจื่อเหวิน ข้ากำลัง... จัดหนังสืออยู่"
ข้าคิดว่านางคงกำลังพยายามควบคุมเสียงของตัวเองเพราะความเหนื่อยล้า ข้าภูมิใจในตัวนางมาก นางเป็คนขยันขันแข็งและไม่เคยบ่นเลย
ข้าได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากด้านใน เสียงนั้นเหมือนเสียงเนื้อกระทบกัน ข้าคิดว่าเป็เสียงตำราเก่าที่กำลังหล่นลงมา หรืออาจจะเป็เสียงของเหม่ยซินที่กำลังเคลื่อนย้ายตำราหนักๆ ข้าคิดว่าห้องเก็บของคงจะรกมากจริงๆ
ข้าเดินเข้าไปในห้องหนังสือและเริ่มค้นหาตำราที่ข้า้า ข้าได้ยินเสียงครางแ่เบามาจากห้องเก็บของ เสียงนั้นเหมือนเสียงคนที่กำลังออกแรงยกของหนัก ข้าคิดว่าเป็เสียงลมที่พัดผ่านช่องว่างของหน้าต่าง หรือเสียงแมวที่เข้ามาในบ้าน แต่เมื่อข้าฟังดีๆ แล้ว เสียงนั้นก็เหมือนเสียงของเหม่ยซินที่กำลังออกแรงมากจนต้องครางเบาๆ ข้าไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะคิดว่านางคงกำลังพยายามยกตำราหนักๆ
ข้าใช้เวลาสักพักในการค้นหาตำรา ข้าได้ยินเสียงหอบหายใจที่ดังขึ้นอีกครั้ง เสียงนั้นมีจังหวะที่แปลก เหมือนเสียงคนที่กำลังออกแรงอย่างหนัก ข้าคิดว่าเหม่ยซินคงกำลังพยายามยกตำราหนักๆ หรืออาจจะกำลังเคลื่อนย้ายชั้นหนังสือ ข้าคิดว่าข้าควรจะเข้าไปช่วยนาง
ข้าเดินไปที่ประตูห้องเก็บของอีกครั้ง ข้าได้ยินเสียงกระซิบแ่เบามาจากด้านใน เสียงนั้นเหมือนเสียงของเหม่ยซินที่กำลังพูดกับตัวเอง อาจจะกำลังนับจำนวนหนังสือหรือกำลังคิดว่าจะจัดเรียงอย่างไร ข้าไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะข้ารู้ว่านางเป็คนที่ชอบพูดกับตัวเองเวลาทำงาน
ข้าเคาะประตูอีกครั้ง "เหม่ยซิน เ้า้าให้ข้าช่วยไหม?"
ข้าได้ยินเสียงตอบกลับมา เสียงของนางแหบพร่าและสั่นเครือมากขึ้น "ไม่... ไม่เป็ไรจื่อเหวิน ข้าใกล้จะเสร็จแล้ว"
ข้าคิดว่านางคงอยากจะทำให้ข้าประหลาดใจด้วยการจัดห้องเก็บของให้เรียบร้อย ข้าช่างโชคดีที่มีคู่หมั้นที่น่ารักและขยันขันแข็งเช่นนี้ เสียงของนางที่สั่นเครือนั้น ข้าคิดว่าเป็เพราะความเหนื่อยล้าและความตั้งใจที่จะทำงานให้สำเร็จ
ข้าเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของข้า ข้าได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากห้องเก็บของอีกครั้ง เสียงนั้นเหมือนเสียงคนกำลังร้องไห้ แต่เมื่อข้าฟังดีๆ แล้ว มันก็เหมือนเสียงครางของคนที่กำลังเ็ป ข้าคิดว่าเหม่ยซินคงกำลังเ็ปจากการยกตำราหนักๆ หรืออาจจะเป็เพราะฝุ่นในห้องทำให้นางแพ้และต้องจาม
ข้าตัดสินใจที่จะเข้าไปช่วยนาง ข้าเดินไปที่ประตูห้องเก็บของ ข้าได้ยินเสียงครางที่ดังขึ้น เสียงนั้นมีจังหวะที่แปลก เหมือนเสียงคนที่กำลังออกแรงอย่างหนักและต่อเนื่อง ข้าคิดว่าเหม่ยซินคงกำลังเ็ปมากจริงๆ หรืออาจจะติดอยู่ใต้ตำราที่หล่นลงมา
ข้าได้ยินเสียงที่เหมือนเสียงิักระทบกัน และเสียงหอบหายใจที่รวดเร็วขึ้น ข้าคิดว่าเหม่ยซินคงกำลังพยายามดันตำราหนักๆ ออกจากตัว หรืออาจจะกำลังปีนขึ้นไปเอาหนังสือจากชั้นสูง ข้าเริ่มกังวลมากขึ้น
ข้าเปิดประตูห้องเก็บของเข้าไป ข้าเห็นเหม่ยซินกำลังนั่งอยู่บนกองผ้าเก่า ใบหน้าของนางแดงก่ำและมีเหงื่อออกเต็มหน้า เสื้อผ้าของนางยับยู่ยี่และมีรอยเปื้อนฝุ่น ข้าเห็นศิษย์พี่เฟยหลงกำลังยืนอยู่ข้างๆ นาง มือของเขาจับหนังสือเล่มหนึ่งไว้
ข้าใมาก "ศิษย์พี่เฟยหลง! ท่านมาทำอะไรที่นี่?"
เฟยหลงยิ้มอย่างมีเลศนัย หน้าของเขาก็แดงก่ำเช่นกัน และมีเหงื่อออกเล็กน้อย "ข้ามาช่วยคุณหนูหลินจัดหนังสือเก่า จื่อเหวิน ข้าเห็นนางกำลังดิ้นรนกับตำราหนักๆ เหล่านี้ จึงเข้ามาช่วย"
ข้าสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าของเหม่ยซินยับยู่ยี่ และมีรอยเปื้อนเล็กน้อย ข้าคิดว่านางคงหกล้มขณะจัดหนังสือ หรืออาจจะเป็เพราะการยกตำราหนักๆ ที่ทำให้เสื้อผ้าของนางเลอะเทอะ ข้าเห็นว่าผมของนางก็ฟูฟ่าและไม่เป็ระเบียบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่านางทำงานหนักมาก ข้าสังเกตเห็นว่าริมฝีปากของนางแดงก่ำและเปียกชื้น ข้าคิดว่าเป็เพราะนางกัดริมฝีปากเพราะความตั้งใจในการทำงาน
"เหม่ยซิน เ้าไม่เป็ไรใช่ไหม?" ข้าถามด้วยความเป็ห่วง ข้าเดินเข้าไปใกล้นาง
เหม่ยซินส่ายหน้า เสียงของนางยังคงแหบพร่า "ข้าไม่เป็ไรจื่อเหวิน ข้าแค่... เหนื่อยมาก ตำราเหล่านี้หนักกว่าที่ข้าคิด"
ข้าสังเกตเห็นว่าลมหายใจของนางยังคงไม่สม่ำเสมอ ข้าคิดว่านางคงออกแรงมากจนหอบหายใจ ข้าเห็นหยดเหงื่อที่ไหลลงมาที่คอของนาง และผิวของนางก็แดงก่ำไปทั่ว ข้าคิดว่าเป็เพราะความร้อนและความเหนื่อยล้า ข้าสังเกตเห็นว่าเสื้อของนางเปิดออกเล็กน้อยที่คอ ข้าคิดว่าเป็เพราะความร้อนที่ทำให้นางต้องคลายเสื้อผ้า
ข้าหันไปมองเฟยหลง "ศิษย์พี่ ท่านไม่ควรปล่อยให้เหม่ยซินทำงานหนักเช่นนี้ เ้าควรจะห้ามนางไว้"
เฟยหลงหัวเราะเบาๆ เสียงของเขาก็ยังแหบพร่าเล็กน้อย "ข้าขอโทษจื่อเหวิน ข้าพยายามจะช่วยนางแล้ว แต่นางเป็คนขยันขันแข็งมาก นางไม่ยอมให้ข้าช่วยเลย บอกว่าจะทำเองให้ได้"
ข้าคิดว่าเฟยหลงคงกำลังพยายามช่วยเหม่ยซินจัดหนังสือ แต่เหม่ยซินคงปฏิเสธความช่วยเหลือของเขาเพราะความเป็คนเอาใจใส่และไม่อยากให้คนอื่นเหนื่อย ข้าภูมิใจในตัวนางมาก นางเป็สตรีที่มีความรับผิดชอบสูง ข้าสังเกตเห็นว่าเฟยหลงก็มีเหงื่อออกและเสื้อผ้าของเขาก็ยับยู่ยี่เล็กน้อย ข้าคิดว่าเขาคงพยายามช่วยนางมาสักพักแล้ว
ข้าสังเกตเห็นว่าในห้องเก็บของมีตำราเก่าๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่ว บางเล่มเปิดอยู่ บางเล่มซ้อนทับกัน ข้าเห็นว่าเหม่ยซินและเฟยหลงคงทำงานกันมาหลายชั่วโมงแล้ว เพราะมีการจัดเรียงไปแล้วพอสมควร ข้าเห็นผ้าเก่าที่เหม่ยซินนั่งอยู่นั้นมีรอยยับยู่ยี่ ข้าคิดว่าเป็เพราะนางนั่งทำงานอยู่บนนั้นนานจนผ้าเป็รอย
"ข้าเห็นว่าท่านทั้งคู่ทำงานหนักมาก" ข้ากล่าวด้วยความชื่นชม "ห้องนี้ดูเป็ระเบียบขึ้นมากแล้ว"
เฟยหลงพยักหน้า "คุณหนูหลินมีความคิดที่ดีมากในการจัดหมวดหมู่หนังสือ ข้าเรียนรู้อะไรมากมายจากนาง"
ข้าเดินเข้าไปกอดเหม่ยซิน "เ้าไม่ควรทำงานหนักเช่นนี้ เหม่ยซิน เ้าควรจะพักผ่อน ข้าไม่อยากให้เ้าเจ็บป่วย"
เหม่ยซินซบหน้าลงบนไหล่ของข้า ข้าได้ยินเสียงหอบหายใจของนาง ข้าคิดว่านางคงเหนื่อยมากจริงๆ ข้ารู้สึกอบอุ่นใจที่นางพึ่งพาข้า ข้าลูบหลังของนางเบาๆ เพื่อปลอบโยน ข้าสังเกตเห็นว่าผิวของนางยังคงร้อนและเปียกเหงื่อ ข้าคิดว่านางคงออกแรงมากจนเหงื่อออกมาก
ข้าสังเกตเห็นว่าใบหน้าของนางยังคงแดงก่ำ และมีรอยแดงเล็กๆ ที่คอ ข้าคิดว่าเป็เพราะความเหนื่อยล้าและความร้อนในห้องที่อับอากาศ หรืออาจจะเป็รอยขีดข่วนจากการเคลื่อนย้ายตำราที่มีขอบแหลม ข้าเห็นว่าเสื้อของนางเปิดออกมากขึ้น ข้าคิดว่าเป็เพราะการเคลื่อนไหวขณะทำงานที่ทำให้เสื้อผ้าหลวม
ข้าหันไปมองเฟยหลง "ศิษย์พี่ ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านต้องมาช่วยเหม่ยซินจัดหนังสือ ข้าไม่รู้ว่านางจะทำงานหนักเช่นนี้"
เฟยหลงยิ้มอย่างมีเลศนัย "ไม่เป็ไรจื่อเหวิน ข้าเต็มใจที่จะช่วยคุณหนูหลินเสมอ นางเป็สตรีที่น่าชื่นชมมาก"
ข้าคิดว่าเฟยหลงเป็คนดีมาก เขาเป็เพื่อนที่ดีและเป็ศิษย์พี่ที่น่าเคารพ เขายินดีที่จะช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ข้าไม่เคยสงสัยในตัวเขาเลย เขาเป็คนที่มีจิตใจดีและเป็มิตรกับทุกคน ข้าสังเกตเห็นว่าเฟยหลงมองเหม่ยซินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม ข้าคิดว่าเขาคงประทับใจในความขยันขันแข็งของนาง
ข้าสังเกตเห็นว่าเฟยหลงก็เหงื่อออกเช่นกัน และเสื้อผ้าของเขาก็ยับยู่ยี่เล็กน้อย ข้าคิดว่าเขาคงช่วยเหม่ยซินยกตำราหนักๆ และทำงานหนักเช่นกัน ข้ารู้สึกขอบคุณเขามาก ข้าเห็นว่าผมของเขาก็ไม่เป็ระเบียบเล็กน้อย ข้าคิดว่าเป็เพราะการทำงานในห้องที่มีลมไม่ถ่ายเท
"ศิษย์พี่เฟยหลง ข้าขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหม่ยซิน ข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านอย่างไร" ข้ากล่าวด้วยความจริงใจ
เฟยหลงส่ายหน้า "ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอกจื่อเหวิน เราเป็เพื่อนกัน และคุณหนูหลินก็เป็คู่หมั้นของเ้า ข้าช่วยเหลือนางก็เท่ากับช่วยเหลือเ้า"
ข้าพาเหม่ยซินออกจากห้องเก็บของเก่า ข้าบอกให้นางไปล้างหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปพักผ่อน ข้าเห็นว่านางเดินไปอย่างเหนื่อยล้า ขาของนางดูสั่นเครือเล็กน้อย ข้าคิดว่านางคงยืนทำงานมานานจนขาล้า ข้าเห็นว่านางเดินแปลกๆ เหมือนเดินไม่ค่อยมั่นคง ข้าคิดว่าเป็เพราะความเหนื่อยล้าที่ทำให้นางเดินไม่แข็งแรง
ข้าหันไปมองเฟยหลงอีกครั้ง "ศิษย์พี่ ท่านก็ควรไปพักผ่อนเช่นกัน ท่านดูเหนื่อยมาก"
เฟยหลงยิ้มอย่างมีเลศนัย "ข้าไม่เป็ไรจื่อเหวิน ข้าแค่อยากให้ห้องนี้เป็ระเบียบเพื่อเ้า เ้าจะได้หาหนังสือที่้าได้ง่ายขึ้น"
ข้าคิดว่าเฟยหลงเป็คนดีมาก เขาคิดถึงความสะดวกของข้าเสมอ เขาเป็เพื่อนที่ดีและเป็ศิษย์พี่ที่น่าเคารพ ข้าไม่เคยสงสัยในตัวเขาเลย เขาเป็คนที่มีจิตใจดีและมีความเมตตา
ข้าเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของข้า ข้าคิดว่าข้าช่างโชคดีที่มีคู่หมั้นที่สมบูรณ์แบบและขยันขันแข็งเช่นนี้ และยังมีเพื่อนที่ดีอย่างเฟยหลงที่คอยช่วยเหลือ ข้าไม่รู้เลยว่าความจริงที่เกิดขึ้นเื้ัประตูนั้นคืออะไร
ข้าเปิดหนังสือและเริ่มอ่าน แต่ใจของข้ายังคงคิดถึงเหม่ยซิน ข้าคิดว่านางคงกำลังล้างหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้า ข้าหวังว่านางจะรู้สึกสดชื่นขึ้นหลังจากการพักผ่อน ข้าคิดถึงใบหน้าแดงก่ำของนาง และเสียงหอบหายใจที่เหนื่อยล้า ข้าคิดว่านางช่างเป็สตรีที่น่าชื่นชมจริงๆ
หลังจากผ่านไปสักครู่ เหม่ยซินเดินเข้ามาในห้องหนังสือ นางแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว และใบหน้าของนางก็สดใสขึ้น แต่ยังคงมีรอยแดงเล็กน้อยที่แก้ม ข้าคิดว่าเป็เพราะการทำงานหนักที่ผ่านมา ข้าเห็นว่าผมของนางเรียบเนียนแล้ว แต่ยังคงมีความเปียกชื้นเล็กน้อย ข้าคิดว่าเป็เพราะนางเพิ่งล้างหน้า
"เหม่ยซิน เ้ารู้สึกดีขึ้นแล้วหรือ?" ข้าถาม
เหม่ยซินพยักหน้า "ข้ารู้สึกดีขึ้นแล้วจื่อเหวิน ขอบคุณที่เป็ห่วง"
ข้าเดินเข้าไปกอดนางอย่างแ่า "ข้าภูมิใจในตัวเ้ามาก เหม่ยซิน เ้าทำงานหนักเพื่อข้า แต่ข้าไม่อยากให้เ้าเหนื่อยล้าเกินไป"
เหม่ยซินยิ้มอย่างอ่อนโยน "ข้าทำเพราะรักเ้าจื่อเหวิน ข้าอยากให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับเ้า"
ข้าจูบหน้าผากของนางเบาๆ "เ้าสมบูรณ์แบบแล้วเหม่ยซิน ข้าไม่้าอะไรมากกว่านี้"
ข้าเชื่อในตัวเหม่ยซินอย่างหมดหัวใจ ข้าเชื่อว่านางจะไม่มีวันทรยศข้า ข้าเชื่อว่าความรักของเรานั้นบริสุทธิ์และแข็งแกร่งกว่าสิ่งล่อลวงใดๆ ในโลกนี้ นางเป็สตรีที่สมบูรณ์แบบ ทั้งงดงาม ฉลาด และซื่อสัตย์ ข้าไม่เคยเห็นสิ่งใดที่จะทำให้ข้าสงสัยในตัวนาง
ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเื้ัรอยยิ้มอันบริสุทธิ์ของนาง อาจจะซ่อนความลับที่จะทำลายหัวใจของข้า ข้าไม่เคยสงสัยในเสียงครางที่ข้าได้ยิน ข้าไม่เคยสงสัยในรอยแดงบนใบหน้าของนาง ข้าไม่เคยสงสัยในความจริงใจของเฟยหลง ข้าไม่เคยสงสัยในเสียงหอบหายใจที่มีจังหวะแปลก ข้าไม่เคยสงสัยในเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ ข้าไม่เคยสงสัยในรอยแดงที่คอของนาง
ข้าช่างเป็บัณฑิตที่มองโลกในแง่ดีและหัวช้าจริงๆ ข้าเชื่อในความดีของคน ข้าเชื่อในความรัก และข้าเชื่อว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี ข้าเชื่อว่าเสียงที่ข้าได้ยินนั้นเป็เสียงของการทำงานหนัก ข้าเชื่อว่ารอยแดงบนใบหน้าของนางเป็เพราะความเหนื่อยล้า ข้าเชื่อว่าเฟยหลงเป็เพื่อนที่ดีที่เข้ามาช่วยเหลือ
ข้าไม่รู้เลยว่าความไว้เนื้อเชื่อใจของข้านั้น จะกลายเป็ทั้งความสุขและความทุกข์ของข้าในเวลาเดียวกัน ข้าจะใช้ชีวิตต่อไปด้วยความเชื่อที่บริสุทธิ์นี้ โดยไม่เคยรู้ความจริงที่เ็ป ข้าจะแต่งงานกับเหม่ยซินด้วยความรักที่บริสุทธิ์ และจะมีความสุขกับนางตลอดไป
และนั่นอาจจะเป็สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับข้า เพราะบางครั้งความไม่รู้ก็เป็ความสุข และความเชื่อที่บริสุทธิ์ก็เป็ของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในโลกนี้ ข้าจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข โดยไม่เคยรู้ว่าความสุขนั้นสร้างขึ้นจากความไม่รู้
ข้าจะเป็สามีที่รักและเชื่อใจภรรยาอย่างไม่มีเงื่อนไข และนั่นก็อาจจะเป็ความสุขที่แท้จริงที่สุดในโลกนี้ ความสุขที่ไม่ต้องอาศัยความจริง แต่อาศัยความรักและความเชื่อใจที่บริสุทธิ์