สกุลเหวินเป็ตระกูลค้าขายมาหลายรุ่น หลังจากเหวินจงได้สูญเสียบิดาไปได้เพียงสองเดือน เขาก็เข้ามารับตำแหน่งและสืบทอดกิจการต่อจากบิดาของเขาทันที
ทว่าเหวินจงเป็คนหัวคิดกว้างไกลและเชื่อมั่นในตัวเอง เขาคิดว่าการค้าขายที่เมืองเจียงหนานและเมืองใกล้เคียงเพียงอย่างเดียวคงจะไม่พอ เขาจึงคิดขยายกิจการและการค้าของตระกูลเหวินออกไปยังเมืองที่ห่างไกลกว่า
เป็อย่างที่เหวินจงได้คิดเอาไว้ไม่มีผิด เขาสามารถทำการค้าและขยายกิจการของตระกูลเหวินได้สำเร็จ ด้วยระยะเวลาเพียงแค่สองปีกว่าๆ เท่านั้น
เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางดีแล้ว เหวินจงจึงตัดสินใจกลับมายังเมืองเจียงหนาน
เมื่อขบวนรถม้าและขบวนสัมภาระเดินทางเข้ามาภายในเมือง เหวินจงมีใบหน้าผ่อนคลายลงอยู่หลายส่วน ใบหน้าของเขาจึงมีอาการเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่เขาเร่งเดินทางมาหลายวัน
เหวินจงมองผ่านหน้าต่างรถม้าออกไปกับเห็นว่า เมืองเจียงหนานที่เขาได้จากไปเกือบจะสามปี มีความเปลี่ยนแปลงและเจริญรุ่งเรืองขึ้นมากกว่าเดิมอยู่ไม่น้อย อีกทั้งโรงเตี๊ยมและโรงน้ำชาของเมืองเจียงหนาน ยังเกิดขึ้นมากมายจนเขาแทบจะจำเส้นทางไม่ได้
ไม่คิดเลยว่าระยะเวลาเพียงแค่สองปีกว่าๆ ที่เขาจากเมืองเจียงหนานนี้ ทุกอย่างภายในเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปมากมายถึงเพียงนี้
ในที่สุดขบวนรถม้าและขบวนสัมภาระก็มาถึงยังที่หมาย เหวินจงก้าวลงจากรถม้าด้วยใบหน้าเต็มรอยยิ้ม
"อาเหวินเ้ากลับมาแล้ว" ฮูหยินผู้เฒ่ารีบเดินเข้าไปโอบกอดบุตรชายด้วยความดีใจ ก่อนจะมองสำรวจร่างกายของบุตรชายจนทั่ว "อาเหวินทำไมร่างกายของเ้าถึงได้ดูซูบผอมเช่นนี้" ฮูหยินเฒ่าเอ่ยพูดอย่างเป็ห่วง ที่เห็นร่างกายของเหวินจงซูบผอมผิดหูผิดตาไปมาก
"..." เหวินจงยิ้มให้มารดาของตนน้อยๆ
เขาเองก็พูดสิ่งใดไม่ออก เป็จริงอย่างที่มารดาของเขาเอ่ยพูด หลายเดือนมานี้เขาโหมงานหนักจนไม่มีเวลาดูแลร่างกายจริง เพราะมั่วเร่งงานที่ทำให้เสร็จตามกำหนดการ
"ท่านแม่ขอรับ ข้าว่าเราเข้าไปด้านในเรือนกันเถอะขอรับ"
"จริงด้วยอาเหวิน แม่มัวแต่ดีใจมากไปหน่อยที่เห็นเ้ากลับมา ถ้าเช่นนั้นเรารีบเข้าจวนกันเถอะ"
"ขอรับท่านแม่"
เมื่อเหวินจงเอ่ยคำพูดของตัวเองจบ เขาก็เดินเข้าไปประคองฮูหยินเฒ่าเข้าเรือนหลังใหญ่
...
เพียงไม่นาน ข่าวการกลับมาของคุณชายเหวินจงก็ดังไปทั่วทั้งจวน มีหรือที่บ่าวสาวของทั้งสามเรือนจะไม่รีบนำข่าวนี้ไปบอกกับผู้เป็นายตนให้ได้รับรู้ ว่าคุณชายเหวินจงกลับมาถึงจวนสกุลเหวินก่อนกำหนดกาล
"ฮูหยินเ้าคะ นายท่านกลับมาถึงจวนแล้วเ้าค่ะ" จูจูยังคงมีอาการเหนื่อยหอบให้ได้เห็น
"เ้าว่าอย่างไรนะจูจู" จินเหลียนมีสีหน้าใและดีใจในเวลาเดียวกัน "เ้าว่าท่านพี่กลับมาถึงจวนแล้วใช่หรือไม่จูจู" นางถามบ่าวสาวเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
"เ้าค่ะฮูหยิน นายท่านกลับมาถึงจวนแล้ว ตอนนี้อยู่ที่เรือนใหญ่เ้าค่ะ" จูจูรีบเอ่ยพูดออกไป
ลี่อินที่ยืนฟังอยู่ นางรีบเดินเข้าไปผู้เป็นาย แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "บ่าวว่าฮูหยินรีบไปที่เรือนใหญ่ดีหรือไม่เ้าคะ บ่าวเกรงว่าอนุเพ่ยและอนุซุนคงได้รู้แล้วเหมือนกันเ้าคะ ว่านายท่านกลับมาถึงจวนแล้ว" ลี่อินรีบบอกกับผู้เป็นาย เพราะไม่อยากให้คุณหนูของตนไปถึงเรือนใหญ่เป็คนสุดท้าย
"จริงสิลี่อิน ข้าควรไปเรือนใหญ่ก่อนอนุสองคนนั้นอย่างที่เ้าพูด" นางเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางงดงาม แล้วเดินออกจากห้องไป
ถึงภายในใจของจินเหลียนจะนึกหงุดหงิดมากแค่ไหนก็ตาม ถ้าไม่ติดว่าฮูหยินเฒ่าอยากได้หลานไว้สืบสกุล นางคงกำจัดอนุทั้งสองออกจากจวนไปนานแล้ว
แต่ถ้าวันใดอนุทั้งสองมีบุตรหรือนางมีบุตรให้กับฮูหยินเฒ่าสมใจเมื่อไหร่ นางก็ไม่คิดจะเก็บอนุทั้งสองเอาไว้เป็เสี้ยนหนามตำใจอย่างตอนนี้แน่นอน
นางเพียงแค่รอเวลาเท่านั้น
"เ้าคะ/เ้าคะ"
เมื่อผู้เป็นายเดินออกจากห้องไปแล้ว ลี่อินกับจูจูก็ไม่รอช้า พวกนางทั้งสองรีบเดินตามออกไปทันที