[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    157 ตั้งแคมป์

    เป่าเป้ยกระพริบตาปริบๆมองคุณพ่อหลังจากพบว่ารถหยุดวิ่งแล้ว เธอจึงอยากรู้ว่าเดินทางมาถึงปลายทางแล้วหรือยัง ทันใดนั้นประตูรถหุ้มเกราะก็ได้เปิดออกเผยให้เห็นพื้นหญ้าสีเขียวกว้างไกลเธอจึงรู้สึกดีใจเพราะคุณพ่อกำลังปลดเข็มขัด


    “ เรามาถึงกันแล้วครับ ”


    “ ไปกานเยย ”


    คาร์ซีทเก็บเอาไว้ในช่องเก็บของเรียบร้อยแล้วพาเป่าเป้ยเดินลงมาจากรถ สิ่งแรกที่เฉินห่าวมองเห็นคือทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ด้านหลังของทุ่งหญ้ามีภูเขาหลายลูกตั้งเรียงรายพวกมันคือสถานที่ทดสอบที่ทางมหาวิทยาลัยจัดเตรียมเอาไว้


    ทันใดนั้นรถบัสหุ้มเกราะหลายสิบคันก็วิ่งตามเข้ามาในทุ่งหญ้าปล่อยให้นักศึกษาลงมายืดเส้นยืดสายมองดูเวลาแล้วพบว่าอีก  1 ชั่วโมงก็จะถึงเที่ยงวัน


    “ เชิญอาจารย์ทางนี้ครับ ”


    เฉินห่าวเดินตามเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่เข้ามานำทาง ในระหว่างเดินเขาพบว่ารถบัสคันหนึ่งที่มีเพียงคนขับกำลังแปลงร่างกายเป็นบ้านหลังใหญ่มันคือห้องควบคุมที่ใช้มองดูเหล่านักศึกษาภายในพื้นที่ล่า


    ตึง!


    เป่าเป้ยน้อยมองดูรถแปลงร่างด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นบ้านได้ รอจนกระทั่งมันหยุดเคลื่อนไหวคุณพ่อก็พาเดินเข้าไปด้านในพบเข้ากับโต๊ะกลมตัวใหญ่ ใจกลางมีหน้าจอทรงกลมฉายภาพมุมกล้องหลายพัน


    “ ในเมื่อมากันครบแล้วผมขอพูดถึงสิ่งที่เราจะต้องทำอีกครั้งนะครับ ”


    อาจารย์จื่อหานพูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขาได้รับหน้าที่ให้เป็นหัวหน้าของเหล่าอาจารย์เพื่อควบคุมการสอบในครั้งนี้


    “ พื้นที่ที่เราอยู่ถูกเรียกว่าทุ่งหญ้าแห่งการเริ่มต้น ด้านหลังคือภูเขาแห่งปัญญา ภายในภูเขานับสิบลูกนี้มีมอนสเตอร์เลเวล 30 ไปจนถึง 50 อาศัยอยู่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ไล่ต้อนมอนสเตอร์ส่วนหนึ่งเข้ามาอาศัยในภูเขาเพิ่มเติมเพื่อให้จำนวนของพวกมันมีเพียงพอต่อนักศึกษาแต่ละคนจนสามารถแสดงฝีมือได้เต็มที่ ”


    เฉินห่าวนั่งฟังอย่างเงียบๆโดยมีเป่าเป้ยทำตาวิ๊งวับสนใจลูกบอลทรงกลมตรงหน้าที่กำลังแสดงภาพมากมาย มันคือมุมกล้องจากพื้นที่ล่าที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้


    “ ข้างในพื้นที่มีเจ้าหน้าที่กระจายตัวกันอยู่ 100 คน หากเกิดอันตรายขึ้นทางเราจะทำการผสานกับเจ้าหน้าที่ในการเข้าช่วยเหลือ มีใครอยากจะเสนออะไรไหมครับ ”


    เฉินห่าวไม่คิดจะเสนอใครเขาทำเพียงพาลูกสาวมาเดินป่าเท่านั้น สำหรับนักศึกษาของเขาไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวล หากไม่มีเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องมอนสเตอร์ภายในพื้นที่ล่าไม่สามารถเอาชีวิตพวกเขาได้


    การเดินทางมากับมหาวิทยาลัยจึงเป็นการพาเป่าเป้ยมาปิ๊กนิกเพียงเท่านั้น


    “ เช่นนั้นผมคงไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเฝ้าจับตามองดูนักศึกษาในครั้งนี้ ”


    เหล่าอาจารย์ไม่ได้เดินออกจากรถเนื่องจากเจ้าหน้าที่จะเป็นคนจัดการทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่บอกกฎกติกาให้นักศึกษารับทราบรวมไปถึงนัดแนะวันเวลาที่การทดสอบจะจบลง


    เฉินห่าวมองไปยังมุมกล้องตัวหนึ่งที่กำลังแสดงให้เห็นนักศึกษาจำนวนมากกำลังจัดแถวยืนฟังกฎกติกาจากเจ้าหน้าที่ ไม่นานหลังจากที่การพูดจบลงนักศึกษาที่ลงมาจากรถบัสก็เริ่มจับกลุ่มกัน โดยการล่าในครั้งนี้อนุญาตให้จับกลุ่มสูงสุดได้ 5 คน


    “ ป๊ะป๋าไปแล้ว ”


    เฉินห่าวมองดูลูกสาวชี้มือไปยังหน้าจอหนึ่ง ภาพที่เธอชี้คือกลุ่มพี่พี่กำลังวิ่งหายเข้าไปในป่าตีนเขา การวิ่งรวดเร็วมากเขาจึงรู้ว่านักศึกษากลุ่มนี้ต้องการแต้มจากมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ใกล้พวกเขาที่สุด นอกจากจะล่าได้ง่ายแล้วยังใกล้เหล่าอาจารย์หากเกิดข้อผิดพลาดพวกเขามั่นใจได้ว่าจะมีคนช่วยเหลือ


    นักศึกษาเริ่มปรากฎในจอภาพหลายมุมมากยิ่งขึ้น กลุ่มที่เดินเข้าไปในป่าเริ่มมีภาพแสดงที่มุมกล้อง แต่ก็มีหลายกลุ่มนั่งกินข้าวเที่ยงก่อนเพราะรู้ว่าตอนนี้คงมีคนแย่งมอนสเตอร์กันมากมายพวกเขาจึงต้องพักเติมพลังให้อิ่มแล้วค่อยลุย


    เฉินห่าวเห็นว่าใกล้ถึงฉากสยองที่ห้ามไม่ให้ลูกสาวดูแล้วเขาจึงพาเธอออกมาด้านนอก


    “ จาไปไหนเหยอคะ ”


    “ เราจะไปแคมป์ปิ้ง ”


    “ เย่เย่ ”


    ไม่มีกฎข้อไหนห้ามไม่ให้อาจารย์ออกมาจากห้องควบคุม ทุกคนที่เฝ้าจับตามมองดูนักศึกษาก็เพราะว่าต้องการเก็บข้อบกพร่องที่เห็นมาสอนต่อหลังจากการทดสอบจบลง เฉินห่าวไม่มีอะไรจะต้องสอนเพราะทักษะที่นักศึกษาทั้ง 65 คนของเขาครอบครองถึงขั้นเชี่ยวชาญทั้งหมดแล้ว ยกเว้นว่าพวกเขาจะเรียนทักษะใหม่เขาจึงจะชี้แนะให้ได้


    ประสบการณ์เอาตัวรอดในครั้งนี้เขายื่นมือเข้าไปยุ่งไม่ได้ดังนั้นจึงพาเป่าเป้ยออกมาตั้งเต้นท์จะดีกว่า


    “ ดูเหมือนว่าอาจารย์เหวินจะเชื่อใจนักศึกษาของเขามากเลยนะครับจึงไม่คิดจะดูพัฒนาการของพวกเขาเลยหลังจากชี้แนะกันมา ”


    หนึ่งในอาจารย์ชายพูดเพื่อเอาใจอาจารย์จื่อหาน


    “ คงไม่หรอกครับ เขาอาจจะออกไปเพราะพาลูกน้อยมาด้วย ถ้าให้เธอเห็นภาพการฆ่าฟันคงแย่กับเด็กสองขวบ ”


    อาจารย์จื่อหานรีบพูดแก้ต่างให้เฉินห่าว เพียงแต่ว่าคำพูดนี้กลับเป็นการพูดเพื่อทำให้เขาดูดีขึ้นมาในสายตาอาจารย์เพียงเท่านั้น ภายในใจของเขายังคงเต็มไปด้วยท่าทางยิ้มเยาะดูถูกอาจารย์เหวินเช่นเดิม


    “ แล้วแบบนี้เขาจะรู้ได้ยังไงว่าจะต้องปรับแก้อะไรให้นักศึกษา เขาไม่กลัวว่าจะถูกเตะออกจากการเป็นอาจารย์สอนพิเศษระหว่างเทอมเหรอครับ ”


     อาจารย์พิเศษไม่ได้เป็นกันทุกเทอม ทางมหาวิทยาลัยจะมีการประเมินและคัดอาจารย์พิเศษออกทุกเทอมแล้วหาอาจารย์ใหม่เข้ามา อาจารย์แต่ละคนจึงต้องพยายามพัฒนาตัวเองไปพร้อมกับพัฒนานักศึกษาเพื่อให้ตนเองได้เป็นอาจารย์สอนพิเศษให้นานที่สุด


    สาเหตุที่พวกเขาเลือกที่จะผลักดันตัวเองให้เป็นอาจารย์พิเศษก็เนื่องมาจากว่าการเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยดังให้ผลประโยชน์ที่มากไม่น้อย


    นักศึกษาแต่ละคนมีพื้นเพไม่ธรรมดาพวกเขาสามารถใช้เส้นสายผ่านทางข้อนี้ได้ หากว่าพื้นหลังไม่ได้สวยหรูถ้านักศึกษาจบออกไปเขาก็มีโอกาสจะได้ผูกมิตรกับฮันเตอร์ฝีมือดีเพราะเป็นลูกศิษย์ของตนเอง  ยิ่งที่นี่คือมหาวิทยาลัยอันดับ 1 เส้นสายจึงเต็มไปหมด


    หลายคนที่เห็นเฉินห่าวออกไปจากรถจึงเลิกสนใจเพราะเทอมนี้คงเป็นเทอมสุดท้ายของเขา ในระหว่างที่ทุกคนพยายามเฝ้าจับตามมองดูนักศึกษาของตนเองเพื่อนำกลับไปต่อยอดการสอนเขากลับเลี้ยงลูกน้อยอยู่ด้านนอก หากจบเทอมนี้ไปเขาคงไม่สามารถพัฒนานักศึกษาจนตามอาจารย์ท่านอื่นทัน


    “ ป๊ะป๋าจะทำอายัยเหยอ ”


    เป่าเป้ยน้อยมองป๊ะป๋าด้วยความสงสัย อีกฝ่ายให้เธอลงมายืนด้วยตนเองแล้วนำกล่องสี่เหลี่ยมเท่ากำปั้นวางเอาไว้บนพื้นดิน


    หลังจากยืนสักพักเธอก็แสดงสีหน้าตกใจเมื่อพบว่ากล่องเล็กๆกำลังแปลงร่างกลายเป็นบ้านหลังหนึ่งแม้จะมีขนาดไม่ใหญ่เท่ารถบ้านมันกลับพอให้เธอและคุณพ่อเข้าพักได้สบายๆ


    “ ตุดยอดเลยค่า ”


    “ สุดยอดไปเลยใช่ไหม เอาล่ะเข้าไปสำรวจข้างในกันเถอะ ”


    เฉินห่าวจูงมือเป่าเป้ยเข้าไปสำรวจด้านใน ทันใดนั้นเขาก็พบว่าเฟยหลงบินตามมาแล้วหลังจากเขานัดแนะกับมันว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวกันกับอังอังมาช่วยเขาดูแลเป่าเป้ย


    มังกรน้อยเห็นว่าเถ้าแก่เข้าไปในบ้านพักมันจึงยืนรออยู่ด้านนอกจนกระทั่งเด็กสาวเดินออกมาจากข้างในบ้านมันจึงร้องทักทาย


    “ เอ๊ะมังกรย้อยมาด้วยเหรอ ”


    เด็กสาวรีบสาวเท้าเดินเข้ามาหามังกรน้อยก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งบนหัวของมันปล่อยให้ป๊ะป๋าเทของอีกมากมายออกมาจากช่องเก็บของ


    “ ทำยัยต่อเหยอ ”


    “ เรามีห้องนอนแล้วแต่เรายังไม่มีที่หลบแดดและที่ทำอาหารป๊ะป๋าก็เลยจะพาเป่าเป้ยตั้งเต้นท์ไง ”


    เป่าเป้ยมองป๊ะป๋าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย อีกฝ่ายนำผ้าใบออกมากางบนพื้นดินแล้วเริ่มนำเสาแท่งเล็กๆเข้าไปห้อยก่อนจะยกผ้าขึ้นไปด้านบนทำให้เกิดหลังคา เมื่อเห็นว่ามีร่มให้หลบแล้วเธอจึงตบมือแปะๆให้ป๊ะป๋าที่กำลังตั้งเต้นท์


    “ ทำยัยเหยอ ”


    “ ตอกหมุดครับถ้าลมพัดจะได้ไม่ปลิว ”


    เฉินห่าวตอกหมุด 6 ตัวยึดผ้าเอาไว้จากนั้นเขาก็เริ่มนำเก้าอี้และเบาะรองนั่งออกมาปูให้ลูกสาว


    “ นั่นยัยเหยอ ”


    เป่าเป้ยชี้ไปยังหินทรงกลมขนาดเท่ากำปั้นกำลังถูกวางเป็นวงกลมโดยมีพื้นที่วางตรงกลางเอาไว้


    “ เราจะใช้ที่นี่ก่อไฟกันครับ ”


    “ นั่นยัยเหยอ ”


    เด็กน้อยถามทุกอย่างที่ไม่เคยเห็น ผู้เป็นพ่อจึงตอบทุกอย่างด้วยใบหน้ายิ้มแย้มจนในที่สุด 30 นาทีผ่านไปเต้นท์สำหรับนั่งชมวิวของพวกเขาสองพ่อลูกก็เสร็จแล้ว


    เฉินห่าวกลับยังไม่พอใจเพียงแค่เต้นท์ไม่สามารถป้องกันอันตรายได้ เขาจะต้องเตรียมตัวรับมือกับอันตรายทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นจึงเทผลึกมานาเลเวล 180 ออกมาจำนวน 2 ก้อนที่ให้หัวหน้านทีมืดซื้อมาให้ด้วยเงินก้อนใหญ่ แม้จะเสียดายเงินเขากลับรู้สึกพอใจเพราะสิ่งนี้ใช้สำหรับสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกสาวตัวน้อยๆ


    หลังจากวางผลึกมานาเอาไว้ที่ข้างเตาไฟ เฉินห่าวจึงนำผลึกมานาเลเวล 140 ออกไปวางรอบๆเต้นท์จนทำให้มีแสงสีฟ้าส่องสว่างหากเป็นในช่วงกลางคืนคงไม่จำเป็นต้องก่อกองไฟเพื่อให้แสงนำทาง


    เพียงแต่ว่าผลึกมานาเลเวล 140 ที่นำออกมาวางไม่ได้มีจุดประสงค์ในการส่องแสง เขาวางมันเพื่อใช้เป็นหมุดวางค่ายกล


    ทันทีที่วางผลึกมานาครบทุกจุดเขาก็เริ่มส่งด้ายมานาออกจากร่างเชื่อมพวกมันเข้ากับผลึกมานาทุกก้อน จากนั้นก็เริ่มตวัดนิ้ววาดอักขระแปลกประหลาดบนอากาศ เขาคิดว่าคงไม่มีใครบนโลกใบนี้อ่านอักขระที่เขียนขึ้นมาได้เพราะมันเป็นสิ่งที่เหล่าเซียนใช้สำหรับวางค่ายกล


    “ ประทับ ”


    เพียงคำพูดสั้นๆหลังจากประกบมือเข้าด้วยกัน อักขระที่วาดขึ้นก็วิ่งเข้าไปข้างในผลึกแต่ละก้อนก่อนจะเกิดม่านพลังสีฟ้าคลุมทับแคมป์ของพวกเขาเอาไว้ก่อนที่ม่านพลังจะล่องหนหายไปราวกับว่าไม่มีอะไรอยู่


    เป่าเป้ยสัมผัสได้ว่ามีลมอ่อนๆปะทะหน้าพร้อมกับมีกลิ่นหอมสดชื่นของหญ้าลอยมาตามลมเธอจึงชวนคุณพ่อนั่งดมกลิ่นแปลกประหลาดนี้


    “ป๊ะป๋าดมดู”


    “ ดมอะไรเหรอ ”


    “ กลิ่น ”


    เฉินห่าวดมกลิ่นหญ้าไปพร้อมๆกับลูกสาว อากาศภายในแคมป์บริสุทธิ์พอสมควรเพราะค่ายกลกรองอากาศให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงเหลือเพียงแค่กลิ่นธรรมชาติที่ไม่ได้มีผลกับร่างกายเท่านั้น


    ขณะที่กำลังดมกลิ่นเธอก็พบว่ามีตั๊กแตนกำลังกระโดดผ่านหน้าไป เพียงแต่ว่ามันกระโดดเข้ามาติดม่านพลังเธอจึงคลานไปยังตำแหน่งที่มันเกาะอยู่แล้วคว้าเข้ามาด้านใน


    “ ป๊ะป๋าดูสิตั๊กแยนตัวใหญ่มาก ”


    เฉินห่าวทำเพียงเบิกตาโตแสดงท่าทางดีใจที่ลูกสาวจับตั๊กแตนได้ แม้ขาของมันจะมีหนามคมเขากลับไม่กลัวว่ามันจะบาดนิ้วมือลูกเลยเนื่องจากมันไม่ใช่มอนสเตอร์เป็นเพียงสัตว์ธรรมดาทั่วไปที่อาศัยในทุ่งหญ้าเท่านั้น


    หลังจากจับตั๊กแตนได้ตัวหนึ่งแล้วเธอก็พบว่ามีอีกหลายตัวอยู่ด้านนอกจึงชวนป๊ะป๋าออกไปไล่จับพวกมันจนกว่าจะไม่มีตัวไหนกระโดดผ่านหน้าเธอ



    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852