จวนตากอากาศซีเหออยู่ไม่ไกลจากชานเมืองฝั่งตะวันตกของฉางอัน ทอดยาวไปตามแม่น้ำซีเหอที่งดงามเป็ระยะทางหลายลี้
ท่ามกลางวสันตฤดูที่เพิ่งจะมาเยือน ธรรมชาติยังคงเขียวขจี นกน้อยส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วและดอกไม้ชูช่อบานสะพรั่ง
รถม้าของกู้ิจูมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูจวนตากอากาศซีเหอ นางจับมือเสี่ยวขุยลงจากรถม้า เงยหน้ามองจวนตากอากาศของสกุลกัวที่เพิ่งบูรณะใหม่แห่งนี้
สิงโตหินสองตัวตั้งตระหง่านอย่างน่าเกรงขามอยู่หน้าประตูสีดำสนิท แผ่นหินชนวนสีเทาที่เรียบเนียนกว้างขวางปูทอดยาวเข้าไปในจวนตากอากาศ
สาวใช้ในชุดหรูฉวินสั้นสีเทาอมฟ้ากำลังยืนกุมมือ รอต้อนรับคุณหนูจากจวนขุนนางชั้นสูงแต่ละท่านอยู่หน้าประตูอย่างนอบน้อม
เมื่อมองดูทิวทัศน์ที่คุ้นเคยเหล่านี้ สีหน้าของกู้ิจูยังคงเรียบเฉย แววตาสงบนิ่งลึกล้ำ
ที่นี่คือจวนตากอากาศที่สกุลกัวเพิ่งซื้อมาใหม่ แต่ก็เป็สถานที่ที่นางเคยมาเยือนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
และตอนนี้ก็เหมือนกับทุกครั้งที่เคยผ่านมา นางถูกพวกนั้นใช้วิธีการสารพัดเพื่อเชิญมาที่นี่อีกครั้ง
เมื่อสาวใช้เห็นรถม้าของกู้ิจู ก็รีบเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น "คารวะคุณหนูใหญ่กู้ บ่าวได้รับคำสั่งจากคุณหนูให้มารอรับใช้ที่นี่เ้าค่ะ"
ทว่าเมื่อนางเห็นการแต่งกายของกู้ิจูกลับต้องใ วันนี้เป็วันที่เชิญคุณหนูจากจวนขุนนางชั้นสูงมาแข่งขันขี่ม้าตีคลีที่จวนตากอากาศซีเหอ
คุณหนูแต่ละคนต่างก็สวมชุดหูฝูดูสง่างาม ให้บ่าวไพร่จูงม้าชั้นยอดเข้ามาด้วยความภาคภูมิใจ ทว่าคุณหนูใหญ่กู้ที่อยู่ตรงหน้ากลับสวมชุดหรูฉวินแขนกว้างกระโปรงหลิวเซียนแบบธรรมดา นี่มันใช่ชุดสำหรับลงสนามแข่งขันที่ไหนกัน
กู้ิจูไม่ได้สนใจความใของนาง เพียงแต่พาสาวใช้เสี่ยวขุยเดินตามสาวใช้ผู้นั้นเข้าไปในจวนตากอากาศด้วยสีหน้าเรียบเฉย
การตกแต่งภายในจวนตากอากาศแห่งนี้ล้วนทำด้วยความตั้งใจ สะพานเล็กน้ำไหล สวนหิน สระบัว ราวกับยกทิวทัศน์อันงดงามของเจียงหนานมาไว้ที่นี่
คุณหนูจากจวนขุนนางชั้นสูงที่มาถึงก่อนหลายคนกำลังจับกลุ่มพูดคุยหัวเราะกันอยู่ท่ามกลางหมู่มวลบุปผาและต้นหลิว เพลิดเพลินกับความงดงามของทัศนียภาพ
ทว่ากู้ิจูกลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง นางเดินตรงเข้าไปด้านในด้วยใบหน้าเ็าและไม่พูดไม่จา
ท่าทางของนางยิ่งทำให้สาวใช้ที่นำทางรู้สึกไม่สบายใจ นางรู้ดีว่าผู้ที่อยู่ด้านหลังคือคุณหนูใหญ่จวนแม่ทัพใหญ่เพียวฉีผู้เย่อหยิ่งและไร้มารยาท
ได้ยินมาว่านางกล้าแม้กระทั่งโต้เถียงกับแม่เลี้ยงและท่านย่าของตัวเอง น้องสาวแท้ ๆ ก็ยังหวาดกลัวนาง
แม้ว่านางจะเป็สาวใช้ของจวนราชครู แต่ก็ไม่กล้าไปยั่วยุคุณหนูท่านนี้หรอก
ทว่ากู้ิจูกลับไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรเลยตลอดทาง ทำให้สาวใช้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ก็ยิ่งสงสัยว่าคุณหนูใหญ่กู้ผู้นี้ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ ดูท่าทางผิดปกติไปจากเดิมมาก
ลึกเข้าไปด้านในสุดของจวนตากอากาศคือลานกว้างขวางเรียบเนียน พื้นดินถูกทุบจนแ่าทีละนิ้ว ราดด้วยน้ำมันตังอิ๊วซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขัดถูจนกลายเป็สนามตีคลีที่เรียบเนียนและเป็เงางาม
ข้างสนามมีอัฒจันทร์สูงตระหง่าน ้ามีเบาะรองนั่งขนสัตว์และโต๊ะเตี้ยที่นั่งสบายจัดเตรียมไว้สำหรับแขกที่มาชมการแข่งขัน
ส่วนสองข้างของสนามใช้ผ้าต่วนยาวหลายสิบจั้งกั้นเป็ห้องพักสองห้อง เพื่อให้ผู้ที่ลงสนามใช้เป็ที่พักผ่อน
กู้ิจูมองดูห้องพักทั้งสองข้าง มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มบาง ๆ ทว่าในดวงตาของนางกลับไม่มีแววแห่งความขบขันเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเ็าและลึกล้ำเท่านั้น
นางไม่ได้ทำเหมือนคุณหนูคนอื่น ๆ ที่จะต้องไปพบกับซิ่วเหนียงและคนอื่น ๆ ในห้องพักก่อน แต่กลับเดินตรงไปยังมุมอับสายตาของอัฒจันทร์
นางเลือกที่นั่งแล้วคุกเข่าลงนั่งบนเสื่อ ทั้งยังเรียกสาวใช้ที่คอยปรนนิบัติอยู่ด้านข้างให้มารินเครื่องดื่มให้ตน
กู้ิจูจิบไปหนึ่งคำอย่างสบายอารมณ์ สายตาทอดมองไปในลานกว้างอย่างเกียจคร้าน
สาวใช้ที่นำทางมาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ นึกไม่ถึงว่าคุณหนูใหญ่กู้ท่านนี้จะไม่มีมารยาทและกฎระเบียบเอาเสียเลย
เป็แขกรับเชิญมาแท้ ๆ แต่กลับไม่ไปทักทายทำความเคารพเ้าของบ้านก่อน กลับทำตัวเป็เ้าของบ้านเสียเอง นั่งลงตามอำเภอใจ ไม่มีทีท่าว่าจะไปที่ห้องพักเลย
นางอดไม่ได้ที่จะกัดริมฝีปาก ย่อกายคารวะกู้ิจูแล้วถอยฉากออกไป มุ่งหน้าไปยังห้องพักอย่างเงียบเชียบ
กู้ิจูนั่งอย่างสง่าผ่าเผยบนเสื่อ เอนกายพิงพนักพิงครึ่งหนึ่ง สายตาทอดมองพุ่มดอกอิงชุนที่กำลังเบ่งบานอยู่ริมสนามตีคลี ดอกสีเหลืองอ่อนตัดกับกิ่งก้านใบสีเขียวมรกตช่างน่าทะนุถนอมยิ่งนัก
ทว่ากู้ิจูที่มองมันอยู่กลับขมวดคิ้วแล้วเบือนหน้าหนี ทิวทัศน์เหล่านี้ตัวนางมองจนเบื่อแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ล้วนเป็สิ่งที่นางคุ้นเคยเป็อย่างดี รวมถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปด้วย
ทว่ากู้ิจูที่นั่งอยู่เงียบ ๆ กลับไม่สามารถหาความสงบได้นานนัก คุณหนูที่ชมทิวทัศน์จนพอใจแล้ว ทยอยกันเดินเข้ามาในสนามตีคลี พูดคุยหัวเราะกันขณะเดินขึ้นไปบนอัฒจันทร์
"คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นไม่ใช่... คุณหนูใหญ่กู้ กู้ิจูหรอกหรือ" มีคนเอามือป้องปากถามคุณหนูที่เดินมาด้วยกันด้วยความประหลาดใจ
คุณหนูอีกคนหันไปมอง "นางเอง ทำไมนางถึงนั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวล่ะ" พลางมองไปรอบ ๆ "แล้วคุณหนูรองกับคุณหนูสามสกุลกู้หายไปไหนเสียล่ะ"
"เกรงว่าสองคนนั้นก็คงไม่กล้าไปยั่วยุพี่ใหญ่ของตัวเองหรอก" คนข้าง ๆ พูดด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ก่อนจะลดเสียงลงต่ำ "ใคร ๆ ก็รู้ว่าพอนางอาละวาดขึ้นมา ก็รังแกได้แม้กระทั่งน้องสาวตัวเอง"
มีคนเหลือบมองกู้ิจูที่นั่งอยู่ไกล ๆ ด้วยความไม่พอใจ แล้วพูดขึ้นว่า "ทำไมซิ่วเหนียงถึงเชิญนางมาด้วยนะ ไม่กลัวจะทำให้ชื่อเสียงของตัวเองมัวหมองไปด้วยหรือ เดี๋ยวคนอื่นก็พาลคิดว่าพวกเราเป็คนแบบนางไปหรอก"
พูดยังไม่ทันขาดคำ คุณหนูที่อยู่ข้าง ๆ ก็รีบดึงแขนคนที่พูด ส่ายหน้าพลางลดเสียงลง "อย่าพูดไปเลย เดี๋ยวถ้านางได้ยินเข้าจะนำความเดือดร้อนมาให้เปล่า ๆ"
บรรดาคุณหนูต่างพากันหาที่นั่ง ทว่าไม่มีใครยอมเข้าไปใกล้บริเวณของกู้ิจูเลย ทุกคนเอาแต่ลอบมองนางอยู่ห่าง ๆ อย่างเงียบเชียบ
กู้ิจูหลุบตาลง ทำเป็มองไม่เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลนและเยาะเย้ยของคนเ่าั้
นางเพียงแค่หยิบจับถุงหอมที่เอวเล่นไปมาอย่างไม่ใส่ใจนัก สายตาเหลือบมองไปทางห้องพักทิศใต้เป็ครั้งคราว
บรรดาคุณหนูนั่งลงได้ไม่นาน คุณหนูหลายคนที่สวมชุดหูฝูหลากสีสัน ในมือถือไม้ตีคลี ก็เดินออกมาจากห้องพักด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
คนที่เป็ผู้นำนั้นสวมชุดหูฝูลายดอกกลมสีแดงสด บนหมวกหูทรงแหลมประดับด้วยทับทิมส่องประกายวาววับ
ใบหน้างดงามราวกับดอกโบตั๋นแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง ดวงตากระจ่างใสมองตรงมาที่กู้ิจู นางก็คือคุณหนูห้าแห่งจวนราชครู กัวอวี้ซิ่วนั่นเอง
นางพาคุณหนูเ่าั้เดินตรงดิ่งมาที่กู้ิจู ค้อมศีรษะทำความเคารพคุณหนูหลายท่านที่ลุกขึ้นยืนยิ้มแย้มต้อนรับอยู่ด้านข้าง
ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นมองกู้ิจูแล้วเอ่ยว่า "ดูจากการแต่งกายของคุณหนูใหญ่กู้ในวันนี้ คงไม่ได้ตั้งใจจะลงสนามแล้วกระมัง"
สายตาของนางกวาดมองไปรอบ ๆ รอยยิ้มดูอ่อนโยน ทว่าน้ำเสียงกลับมีความหมายบางอย่างแฝงอยู่ "ก็สมควรแล้วล่ะ คุณหนูใหญ่กู้ขี่ม้าไม่เก่ง เรียนมาตั้งหลายเดือนก็แค่พอนั่งบนหลังม้าได้มั่นคงขึ้นเท่านั้น"
"หากลงสนามไปเกรงว่าจะเกิดเื่ผิดพลาดขึ้นได้ ไม่ลงมาเสียจะดีกว่า"
คุณหนูหลายคนที่อยู่ข้าง ๆ พากันยกมือปิดปากหัวเราะ ก่อนจะเสริมว่า "นั่นสิ เดี๋ยวเกิดเื่น่าหัวเราะเยาะขึ้นมาจะไม่ดีเอานะ"
กัวอวี้ซิ่วเดินเข้าไปใกล้สองสามก้าว ขยับเข้าไปใกล้กู้ิจูแล้วกระซิบเสียงเบา "เ้าก็รู้นี่ว่าเดี๋ยวเสียนอ๋องและเสี่ยนอ๋องจะเสด็จมา พวกเขาตั้งใจมาดูการแข่งขันตีคลีครั้งนี้โดยเฉพาะเลยนะ"
พูดจบ นางก็ยืดตัวขึ้น ยิ้มแย้มมองกู้ิจู รอคอยที่จะดูสีหน้าของอีกฝ่าย
ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายคือกู้ิจูกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีทั้งความประหลาดใจหรือความดีใจ นางยังคงเล่นถุงหอมในมือต่อไป ราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่นางพูดเลย
กัวอวี้ซิ่วจ้องมองกู้ิจูด้วยความตกตะลึง คนตรงหน้านี้ยังใช่กู้ิจูอยู่หรือ
ใครในฉางอันบ้างที่ไม่รู้ว่าคุณหนูใหญ่กู้ิจูแอบมีใจให้เสียนอ๋อง ทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา
่นี้ก็พยายามคิดหาวิธีต่าง ๆ นานาเพื่อจะได้พบหน้าเสียนอ๋องสักครั้ง นางรู้ว่าเสียนอ๋องจะมาดูการแข่งขันตีคลีแล้วยังนิ่งเฉยอยู่ได้อย่างไร ถึงกับไม่รีบร้อนลงสนามไปแสดงฝีมือเสียด้วยซ้ำ นี่มันเป็เื่เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
.
.
.