เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 167: อายาคาชิทั้ง 6 ตน (The 6 Ayakashi Demon)

            ยูกินะรีบทำการชาร์จพลังเทพลงบนคมดาบพลังแสงคุซานางิ เพื่อที่จะแทงเข้าไปในจุดเชื่อมประตูที่อยู่ตรงบริเวณส่วนหัวของไดดาระโบชชิ-อายาคาชิให้แตกกระจายออกมาในครั้งเดียว แต่ทว่า มันได้สะบัดหัวไปมาอย่างแรง ถึงแม้ว่ายูกินะจะสามารถยึดเกาะไว้ได้อย่างแน่นหนา แต่ว่าในครั้งนี้ ยูกินะก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเข้า เมื่อดาบพลังแสงคุซานางินั้นได้หลุดออกจากมือเรียวงาม แล้วตกลงสู่พื้นเบื้องล่าง

            แต่ถึงกระนั้น มันก็ไม่ใช่อุปสรรคที่ใหญ่โตอะไรมากมายนัก ยูกินะรีบทำการร่ายเวทย์กระบี่แสงอัสนีลงบนแขนขวาของเธอ ก่อนที่เธอนั้นจะแทงเข้าไปในจุดเชื่อมประตูอย่างไม่ยั้ง จนทำให้จุดเชื่อมประตูจุดนั้นได้แตกกระจายออกมา พร้อมกับมีบางสิ่งที่คล้ายกับควันสีฟ้าลอยพุ่งออกมา

            ในที่สุด ยูกินะก็สามารถทำลายจุดเชื่อมประตูทั้ง 9 จุดที่อยู่ตามจุดต่างๆ บนร่างโกเล็มหินขนาดยักษ์ของไดดาระโบชชิ-อายาคาชิได้เป็นผลสำเร็จ และนั่นก็ส่งผลทำให้ประตูสู่พื้นที่ภายในตัวของมันที่อยู่ตรงบริเวณกลางหลังนั้นได้เปิดออกมา และในขณะเดียวกัน ร่างยักษ์ขนาดมหึมาของมันนั้นก็ได้ทรุดเข่าลงกับพื้นเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณเป็นวงกว้าง และทันใดนั้น เทพทามาโนยะ เทพผู้ให้กำเนิดภูติพิทักษ์ก็ได้ปรากฏขึ้นที่ตรงหน้ายูกินะทันที

            “เจ้าหญิงฮิเมรากิ เจ้าจงเพ็งเล็งไปยังดาบพลังแสงคุซานางิ แล้วใช้พลังเวทย์ในการเรียกให้เข้ามาหาเจ้าเสีย มันจะทำให้ดาบพลังแสงนั่นเคลื่อนตัวลอยพุ่งเข้ามาหาเจ้าโดยอัตโนมัติ” หลังจากที่กล่าวคำชี้แนะจนจบ เทพทามาโนยะก็ได้เลือนหาย ไปจากตรงหน้ายูกินะทันที

            ยูกินะได้ใช้พลังเวทย์ในการเรียกดาบพลังแสงคุซานางิให้ลอยพุ่งเข้ามาหาเธอผู้เป็นเจ้าของด้วยความเร็วสูง ทันทีที่ด้ามจับของมันนั้นได้มาอยู่ในกำมือของยูกินะ คมดาบพลังแสงนั้นก็ได้ถูกชักออกมา ยูกินะรีบไถลตัวลงมาจากตรงบริเวณส่วนหัวด้วยคมดาบพลังแสงคุซานางิจนมาถึงตรงบริเวณปากทางเข้าไปยังพื้นที่ภายในตัวของมันอยู่ตรงบริเวณกลางหลัง

            จากนั้น เธอก็รีบเหวี่ยงตัวเองเข้าไปในพื้นที่ภายในตัวของเจ้าไดดาระโบชชิ-อายาคาชิ เพื่อที่จะชิงไข่มุกแห่งภูผาที่อยู่ภายในตัวของมันออกมา หลังจากที่ยูกินะได้เข้าไปในตัวของมันแล้ว มันก็รีบลุกขึ้นยืน แล้วเข้าปะทะกับเหล่าภูติพิทักษ์ตนอื่นๆ ที่อยู่ตรงหน้าต่อทันที

            คายากุริสุ ภูติพิทักษ์กระรอกดินระเบิดได้ทำการเสกลูกวอลนัทดินระเบิดออกมา ก่อนที่จะปาใส่เจ้าไดดาระโบชชิ-อายาคาชิอย่างต่อเนื่อง จนเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นเป็นวงกว้าง ทางด้านไรคุราเกะ ภูติพิทักษ์แมงกะพรุนสายฟ้าก็ได้ทำการปล่อยกระแสไฟฟ้า 1 ล้านโวลต์ออกมาโจมตีใส่เจ้าไดดาระโบชชิเข้าอย่างจัง จนทำให้ร่างโกเล็มหินยักษ์ของมันนั้นแทบจะชาไปทั่วร่าง

            ส่วนทางด้านอิวะเอบิ ภูติพิทักษ์งูหินผาก็ได้ทำการเสกแท่งหินขึ้น ก่อนที่จะใช้หางของมันรัดพันเข้ากับแท่นหินแล้วเหวี่ยงใส่ร่างยักษ์ของเจ้าไดดาระโบชชิ ทางด้านโคริเซอุจิ ภูติพิทักษ์วอลรัสน้ำแข็งก็ได้ทำการพ่นควันน้ำแข็งออกมาเพื่อทำการเสกก้อนน้ำแข็งทรงกรวยที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ก่อนที่จะใช้หางของมันฟาดใส่ก้อนน้ำแข็งให้ลอยพุ่งเข้าใส่มันอย่างจัง ทาง ด้านอาคามาสึรุกิ ภูติพิทักษ์ปลาสากกระบี่ก็ได้แหวกว่ายบนกลางอากาศพุ่งชนใส่เจ้าไดดาระโบชชิอย่างต่อเนื่อง

    ทางด้านโคริรุกะ ภูติพิทักษ์โลมาน้ำแข็งก็ได้แหวกว่ายบนกลางอากาศพุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว พลางใช้หางของมันฟาดใส่มันอย่างต่อเนื่อง

            ทางด้านฮิคาริคุจากุ ภูติพิทักษ์นกยูงแห่งแสงก็ได้ทำการยิงลำแสงออกมาจากหางของมัน โจมตีใส่ไดดาระโบชชิอย่างต่อเนื่อง ส่วนทางด้านอาทามะไกโอมุ ภูติพิทักษ์นกแก้วแห่งภูมิปัญญาก็ได้ทำการปล่อยคลื่นเสียงออกมาจากปากโจมตีใส่มันเข้าอย่างจัง และทางด้านยามะ-ชิมาอุมะ ภูติพิทักษ์ม้าลายแห่งภูผาก็ได้ทำการแยกร่างออกมา และพุ่งเข้าโจมตีใส่ไดดาระโบชชิอย่างต่อเนื่อง

            ในระหว่างนั้น เจ้าไดดาระโบชชิ-อายาคาชิก็ได้ทำการตอบโต้ด้วยการยิงลำแสงพิฆาตสีแดงออกมาจากปาก จากนั้นก็ทำการปล่อยเปลวไฟอันร้อนระอุดั่งไฟนรกออกมาจากมือทั้งสองข้างของมัน นอกจากนั้นแล้ว ไดดาระโบชชิยังไดทำการตอบโต้ด้วยกำปั้นของมันด้วย

            แต่อย่างไรก็ตาม เหล่าภูติพิทักษ์พวกนั้นก็ยังสามารถหลบหลีกการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด การต่อสู้กันระ หว่างเหล่าภูติพิทักษ์กับอสูรโกเล็มหินร่างยักษ์อย่างไดดาระโบชชิ-อายาคาชินั้นเป็นไปอย่างดุเดือด ส่วนทางด้านยูกินะ หลัง จากที่ได้เข้ามายังพื้นที่ด้านในตัวของไดดาระโบชชิ-อายาคาชิแล้ว เธอก็รีบตามหาไข่มุกแห่งภูผาที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในร่างของมันทันที ในระหว่างนั้น เธอก็คอยเผชิญหน้ากับเหล่านุปเปปโปะ-โยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วย

            ยูกินะรีบชักดาบพลังแสงคุซานางิออกมา ก่อนที่จะรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่ร่างของพวกมันด้วยความรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างดาบ ง้าว และดาบยาว ในระหว่างนั้น เธอก็มีการร่ายเวทย์ชนิดต่างๆ เพื่อใช้ในการจัดการกับเหล่านุปเปปโปะ-โยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วย นอกจากนั้นแล้ว ยูกินะยังได้มีการร่ายเวทย์ธาตุต่างๆ ลงบนคมดาบพลังแสง เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมันอีกด้วย

            ในระหว่างทางที่ยูกินะกำลังตามหาไข่มุกแห่งภูผาที่ถูกเก็บซ่อนอยู่ภายในร่างของไดดาระโบชชิ-อายาคาชิอยู่นั้น เธอก็คอยจัดการกับเหล่าบรรดานุปเปปโปะ-โยไคที่เข้ามาขวางหน้าเธอในลักษณะเช่นนั้นไปด้วย

            หลังจากที่เดินตามหาไข่มุกแห่งภูผามาได้สักระยะ ยูกินะก็ได้มาถึงตรงบริเวณใจกลางของร่างไดดาระโบชชิ-อายาคาชิ และได้พบกับดวงใจของไดดาระโบชชิที่กำลังเรือนแสงวาบออร่าสีขาวออกมา เมื่อได้เห็นเช่นนั้นแล้ว ยูกินะพลางสันนิษ ฐานว่าไข่มุกแห่งภูผาที่เธอกำลังตามหาอยู่นั้นจะต้องถูกเก็บซ่อนอยู่ในหัวใจของมันดวงนี้อย่างแน่นอน และในทันใดนั้น เทพอามาสึฮิโกเนะก็ได้ปรากฎตัวขึ้นที่ตรงหน้ายูกินะ

            “เจ้าหญิงฮิเมรากิ ไข่มุกแห่งภูผาถูกเก็บซ่อนอยู่ในหัวใจดวงนั้น การที่จะสามารถชิงมันออกมาจากหัวใจของมันได้นั้น เจ้าจะต้องจัดการกับเหล่าอสูรอายาคาชิทั้ง 6 ตนที่ซ่อนตัวอยู่ภายในนี้ แล้วนำชิ้นส่วนของพวกมันมาด้วย”

            หลังจากที่กล่าวชี้แนะจนจบ เทพอามาสึฮิโกเนะก็ได้เลือนหายไปจากตรงหน้ายูกินะทันที จากนั้น เธอก็รีบเดินเข้าไปหาหัวใจเรือนแสงวาบของมันที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่ลังเล เพื่อหวังที่จะชิงไข่มุกแห่งภูผาออกมาจากในนั้น

            ในระหว่างที่กำลังเดินเข้าไปหาหัวใจของมันอยู่นั้น ก็ได้มีอสูรเท้าปีศาจขนาดใหญ่ที่มีนามว่าอาชิอาไรยาชิกิ-อายาคาชิ โผล่ออกมาจากเพดาน พร้อมกับเหยี่ยบเข้าไปที่ผู้บุกรุกอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็ได้มีอสูรอุ้งมือปีศาจที่มีขนาดใหญ่ และมีกรงเล็บอันแหลมคมดั่งใบมีด ซึ่งมีนามว่าอาคาเทโกะ-อายาคาชิ โผล่ออกมาจากเพดาน แล้วพุ่งเข้าโจมตีใส่ผู้บุกรุกอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน แต่ยูกินะก็สามารถหลบหลีกได้ทันอย่างหวุดหวิด

            หลังจากนั้นไม่นั้น หัวใจเรือนแสงวาบที่อยู่ตรงหน้านั้นก็ได้กลายเป็นอสูรร้อยตาที่มีนามว่าเฮียคุเมะ-อายาคาชิทันที และในขณะเดียวกัน ผนังที่อยู่ล้อมรอบภายในร่างโกเล็มหินยักษ์ที่มีขนาดใหญ่มหึมาของไดดาระโบชชิ-อายาคาชินั้นก็ได้กลาย เป็นอสูรผนังดวงตาที่มีนามว่าโมคุโมคุเร็น-อายาคาชิที่มีดวงตาอสูรหลายล้านกว่าคู่ประดับไปทั่วทั้งผนังที่อยู่ล้อมรอบ และทันใดนั้น ก็ได้มีบางสิ่งที่คล้ายกับของเหลวที่มีขนาดใหญ่หยดลงมาจากบนเพดานที่อยู่ภายในนั้น

            แต่ยูกินะก็สามารถกลิ้งตัวหลบหลีกมันได้ทันอย่างหวุดหวิด สิ่งที่คล้ายกับของเหลวสิ่งนั้นก็คือนุปเปปโปะ-อายาคาชินั่นเอง หลังจากนั้น อสูรหัวม้ามีเขาที่มีนามว่าซาการิ-อายาคาชิก็ได้ปรากฏตัวขึ้น แล้วทำการพ่นไฟใส่เธออย่างไม่ยั้ง อีกทั้งยังมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าใส่เธออีกด้วย แต่เธอก็สามารถป้องกันการโจมตีเหล่านั้นไว้ได้ทั้งหมดด้วยแผงบาเรียป้องกันจากกำ ไลกระจกยาตะที่อยู่บนข้อมือข้างขวาของเธอ

            ยูกินะที่กำลังถือดาบพลังแสงคุซานางิอยู่ในกำมือเรียวงามนั้น จึงต้องเข้าเผชิญหน้ากับเหล่าอสูรอายาคาชิทั้ง 6 ตนที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่มีทางเลือก

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน