ท่ามกลางเสียงเชียร์และก่นด่าของผู้คน หนึ่งร่างพุ่งเข้าหา อีกหนึ่งร่างถอยหลังหนีสร้างระยะ ศรน้ำแข็งดอกแล้วดอกเล่าถูกง้างยิงออกมารัวๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหมดลงง่ายๆ มิเนอร์วาที่ตัดสินใจเปลี่ยนแผนจากตั้งรับเป็นบุกโจมตี ได้พุ่งฝ่าศรน้ำแข็งจำนวนมากมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของสตรีตัวแทนชุมนุมธารน้ำแข็ง ระยะห่างของทั้งคู่นับได้ว่าอยู่ในระยะเพียงยกมือ ก็สามารถจับตัวอีกฝ่ายได้แล้ว รอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนนี้ ดวงตาสีเขียวคู่งามที่มองมา ความรู้สึกอันตรายที่สัมผัสได้ ทำให้แม้แต่ธารน้ำแข็งที่เย็นชาของสตรีผู้หนึ่ง ที่ได้สบตามองในระยะใกล้ยังต้องเกิดการละลาย ใบหน้าขึ้นสีโลหิตจืดจางยืนนิ่งตะลึงค้าง ปลายศรที่ง้างค้างไว้อยู่เลยแขนของมิเนอร์วาเพียงเล็กน้อย
"เจ้าตัวดี!... ห้ามยิ้มให้สตรีผู้อื่นนะ! ถ้าข้าเห็นอีกข้าจะกัดเจ้า!"
รอยยิ้มมิเนอร์วาพลันแข็งค้าง ทันทีที่ได้ยินเสียงของเกรเซียตะโกนสั่งมาจากที่ไกล ใบหน้าเปื้อนยิ้มรีบเปลี่ยนมาเป็นจริงจังเอ่ยขอร้องอย่างจนปัญญาหนังหัวเริ่มรู้สึกชาหนึบ
"อย่างที่ท่านเห็นข้าไม่ชมชอบการทำร้ายอิสตรี เอาอย่างงี้เป็นอย่างไรถ้าท่านยอมให้ข้า ของรางวัลสาขาวิชาการต่อสู้นี้ข้ายกให้ท่าน ข้าได้ชื่อว่าผู้ชนะ ท่านได้ถั่วแห่งกาลเวลา ยุติธรรมดีหรือไม่?"
อีกฝ่ายยืนนิ่งจ้องมองอยู่ไม่กี่อึดใจจึงพยักหน้าตกลง เอ่ยเสียงแผ่วที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"ตกลง… แต่ตอบคำถามข้ามาหนึ่งข้อนางคือคนรักของเจ้า?"
"ฮะๆ ๆ… จะเรียกว่าคนรักก็ไม่เชิง ถึงข้าจะชื่นชอบนางแต่ก็ยังไม่เคยสารภาพความใจในเลยแม้แต่ครั้งเดียว ยังคงมีปัญหายุ่งยากที่ต้องสะสางเสียก่อน"
มิเนอร์วาหัวเราะตอบกลับเสียงเบาเช่นกันกลัวว่าผู้อื่นจะได้ยิน อีกฝ่ายส่ายหัวอย่างจนใจเอ่ยปากยอมแพ้แล้วหันหลังเดินลงจากเวที มิเนอร์วาหันกายไปทางฝั่งสถาบันหลวงจ้องมองไปที่เกรเซียที่ทำหน้าตาไม่พอใจ แต่มุมปากแดงนุ่มนั้นกลับแฝงรอยยิ้มพึงพอใจส่วนหนึ่งเอาไว้จนยากปกปิด เสียงฮือฮาปนสาปแช่งจากศิษย์ของสถาบันหลวงถูกก่นด่าอย่างไม่พอใจ เทพธิดาของพวกมันกลับหลงงมงายในตัวโจรชั่วจากพื้นที่ป่าเถื่อน แล้วจะให้พวกมันนิ่งเฉยอยู่อย่างสงบได้อย่างไร
"ถ้าข้านับไม่ผิดก็เหลือแค่อาวุธของเจ้าและตัวแทนเท่านั้นนี่ ทำไมยังไม่รีบเดินขึ้นมาทำให้มันจบๆ ไปเสีย ถือว่าข้าต่อให้เจ้าไม่จำเป็นต้องพักแล้ว หรือเกิดกลัวขึ้นมาจะยอมแพ้ข้าก็ไม่ว่าหรอกนะ…"
มิเนอร์วาเลื่อนสายตาจ้องมองจิออตโตที่นั่งหรี่ตากัดฟัน มันสบตามองกลับมาอย่างเย็นชามีท่าทีฟึดฟัด การปะทะกันของสายตานี้ทำเอาผู้คนคาดเดากันไปหลากหลายความคิด อาวุธที่จิออตโตหลอมขึ้นมาเป็นโล่หนึ่งอันที่เป็นดั่งเกราะสีแวววาว มันเคยเห็นอาวุธปืนนั่นมาแล้วและคิดว่าโชคดีที่ในวันนั้นมันไม่ได้ผลีผลามลงมือกับอีกฝ่าย เพราะอาวุธปืนของอีกฝ่ายสามารถยิงติดต่อกันได้ถึงหกนัด อีกทั้งเมื่อหมดทั้งหกนัดก็ทำเพียงแค่การสลับเปลี่ยนลูกโม่ปืน ก็สามารถยิงต่อได้อีกหกนัด หากใช้งานดีๆ และมีหัวกระสุนที่เพียงพออาวุธระยะไกลพลังทำลายสูงนี้ ย่อมไม่เพียงพอให้อาวุธธรรมดาควรค่าแก่การต่อกร มันจึงหลอมโล่ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับแรงกระแทกและการเจาะทะลวงขึ้นมาหนึ่งอัน เรียกได้ว่าสร้างขึ้นมาเพื่อศึกนี้โดยเฉพาะ
"เจ้าอยากหาที่ตาย?... ย่อมได้ข้าเคยเตือนแล้วใช่ไหมว่าอย่าได้มายุ่งกับนางอีก ข้าจะเล่นเป็นเพื่อนเจ้าเอง"
จิออตโตเหยียดยิ้มดูถูกลุกขึ้นเดินไปทางเวทีประลองด้วยความไม่รีบร้อน ภายในห้วงจินตนากำลังจำลองภาพการต่อสู้กับอีกฝ่าย
"ศิษย์สายในระดับ 1 แห่งสถาบันหลวงกรุงฮัลเฟนด์ ผู้สืบโลหิตแห่งราชวงศ์ จิออตโต แทนลายัส เอ่ยนามของเจ้าแล้วคุกเข่าสำนึกบาปซะ!"
ปรากฏโล่ผลึกแวววาว 7 สีอันใหญ่ที่ปกปิดร่างกายของอีกฝ่ายจนมิดเกือบทั้งตัว มีเพียงส่วนศีรษะที่โผล่ออกมาเพียงเล็กน้อย เรียกได้ว่าเห็นเพียงแค่เส้นผม
"ศิษย์สายนอกระดับ 1 แห่งวังมรณะสาบสูญ ผู้ก่อตั้งซัลวาโตเร นายน้อยแห่งวังมรณะสาบสูญ มิเนอร์วา ซัลวาโตเร"
มิเนอร์วายกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่ได้หวาดกลัว ต่อให้เป็นราชวงศ์แล้วจะอย่างไร? คิดจะข่มขู่บังคับผู้ใดก็ได้ตามใจ? ไม่เคยคิดหรือไรว่าวันหนึ่งจะถูกต่อต้าน? จิออตโตเองก็คงไม่เคยคิดเช่นกันว่าการต่อต้านที่ว่านั้น วันนี้ได้มายืนอยู่ต่อหน้ามันแล้ว เด็กหนุ่มค่อนข้างมั่นใจว่าตนเองต้องได้เป็นนายน้อยอย่างแน่นอนจึงกล้าเอ่ยออกไปเช่นนั้น มิเนอร์วาแสยะยิ้มวางแผนจะจัดการอีกฝ่ายในใจด้วยความเงียบ จิออตโตยังคงไม่หยุดสาวเท้าเดินย่องเข้ามาทีละน้อยพร้อมกับสังเกตท่าทางของเด็กหนุ่มผู้เป็นศัตรูหัวใจ
"โล่สวยดีนี่… เจ้าคงคิดจะประชันด้วยการตั้งรับและทำลายสินะ คิดเหมือนข้าอยู่พอดี ข้ามาทวงหนี้ที่เจ้าติดข้าไว้แล้ว จ่ายมาซะ!"
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงกระสุนสามนัดที่เหลือถูกลั่นขึ้นอย่างรวดเร็ว กระสุนหัวแหลมบิดตัวควงหมุนไปที่จุดกึ่งกลางของตัวโล่ทันทีอย่างแม่นยำ แรงปะทะทำให้จิออตโตหยุดชะงักแต่ก็ไม่ถึงกับถอยหลัง มิเนอร์วารีบสลับลูกโม่พร้อมทั้งควักปืนอีกกระบอกขึ้นมา เกิดการรัวกระหน่ำยิงเข้าที่จุดเดิมซ้ำๆ ย้ำอยู่จุดเดิม แต่ก็ทำได้เพียงแค่หยุดอีกฝ่ายไว้ชั่วขณะ จิออตโตที่หลบอยู่หลังโล่ยิ่งเหยียดยิ้มแค่นเสียงดูถูกมากกว่าเดิม มิเนอร์วาไม่ได้สนอีกฝ่ายแม้แต่น้อยเป้าหมายมีเพียงการทำลายโล่แวววาวนี้ทิ้งก็เท่านั้น มิเนอร์วาไม่ได้ละความพยายามยังคงยิงไปที่เดิมซ้ำๆ นัดแล้วนัดเล่าจนกระทั่งกระสุนนัดที่ 90 ถูกยิงออกไป แต่ทว่าโล่ 7 สีนี้ไม่เกิดรอยแตกแม้เพียงเสี้ยวให้ได้เห็นเจาะไม่เข้ายิงไม่ทะลุ
"โง่เง่า! สวะเช่นเจ้าคิดว่าทรัพย์สินวัตถุดิบในคลังของราชวงศ์จะถูกไอ้อาวุธกระจอกนั่นทำลายได้งั้นรึ? ฮ่าๆๆ"
"ใครบอกเจ้ากันว่าข้าจะทำลายด้วยกระสุนธรรมดาของปืนสองกระบอกนี้? ก่อนหน้านี้มันเป็นแค่การซ้อมเป้า จะหาเต่าโง่ที่ยืนให้ยิงแบบนี้ได้จากที่ไหนอีกกัน ก็แค่เต่าหดหัวตัวหนึ่งนับเป็นอะไรได้ การฆ่าเต่าขี้ขลาดมันต้องทำแบบนี้ต่างหาก"
กริ๊ก!...
ลูกโม่สองอันสุดท้ายในเสื้อสูทถูกสับเปลี่ยนเข้าไปใหม่พร้อมกับการยกแขนซ้ายขึ้นเล็งยิง เกิดเสียงปังขึ้นดังสนั่นจนผู้คนเริ่มชาชิน เป็นกระสุนสีดำเม็ดกลมที่ไม่ได้มีกระแสพลังวิญญาณใดแผ่ออกมาแม้แต่น้อย เป็นเพียงกระสุนสีดำธรรมดานัดหนึ่ง หากแต่เมื่อยิงโดนซ้ำเข้าที่แผลเก่า เสียงปริแตกบางเบาที่ยากจะได้ยินก็ได้ลั่นออกมาจากภายในสู่ภายนอก ปรากฏรูขนาดเล็กรูหนึ่งตื้นๆ ขึ้นที่ผิวโล่ เม็ดกระสุนสีดำบี้แบนฝังอยู่กลางโล่ มิเนอร์วาแสยะยิ้มเมื่อเห็นผลลัพธ์ไม่ได้เล็งยิงต่อค่อยๆ ลดแขนลงยืนจ้องมองเต่าโง่ที่ยังไม่รู้ตัว มันยังคงค่อยๆ เดินเข้ามาอย่างช้าๆ ระแวดระวังอย่างโง่งม จนผ่านไปหลายอึดใจมิเนอร์วาก็ไม่ได้กระทำสิ่งใดต่อ
"กระสุนหมดแล้วสินะ สวะเอ๊ย!... ทำข้าเสียเวลาอยู่ตั้งนาน หากไม่คุกเข่าตอนนี้ก็จงนอนจมกองตีนของข้าซะ!"
จิออตโตที่พึ่งคลายความระวังรีบหดหัวกลับเข้าไปหลบหลังโล่ เมื่อสายตาที่โผล่ออกไปมองเห็นมิเนอร์วายกมือขึ้นเล็ง เกิดเสียงปังขึ้นอีกครั้งลูกกระสุนสีดำเม็ดนี้ถูกส่งซ้ำเข้าไปที่เดิม จิออตโตหลบได้ทันอย่างฉิวเฉียดคิดว่ามิเนอร์วาเล็งยิงศีรษะมัน ไม่มีรอยแตกหรือขีดข่วนแม้แต่น้อย แต่กลับมีน้ำสีดำหยดเล็ก 1 หยดไหลซึมออกมาผสมกันจากกระสุนกลมเม็ดแรกและเม็ดที่สอง หากสังเกตให้ดีจะพบว่าหยดน้ำสีดำนี้กำลังขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จิออตโตขมวดคิ้วมุ่นไม่คิดว่าจะยังคงมีกระสุนหลงเหลืออยู่อีก
"เป็นเต่าก็สมควรหดหัวให้เหมือนเต่า อย่าได้มาคิดเอ่ยพูดดังเช่นมนุษย์ ตัวบัดซบเช่นเจ้ามันโง่เขลาเกินเยียวยาแล้ว ข้าจะรักษาให้เอง"
มิเนอร์วาเอ่ยสั่งสอนจนจิออตโตหน้าเปลี่ยนสี มันรู้สึกโกรธจัด โมโหที่ถูกอีกฝ่ายด่าทอครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไหนแต่ไรมามีแต่มันที่รังแกผู้อื่น หากแต่ครานี้กับมีผู้ต่อต้านปรากฏขึ้น มันรู้สึกขัดใจเป็นที่สุดอยากระบายแค้นให้หนักสักคราเมื่อได้โอกาส แต่แล้วมันก็ต้องแปลกใจน้ำหนักของโล่ค่อยๆ เบาขึ้นจนสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ถ้าจิออตโตรู้จักสังเกตสายตาของผู้คนรอบด้าน มันจะพบว่าทุกสายตาที่จ้องมองมาล้วนเปี่ยมไปด้วยความตะลึงตกใจ โล่ 7 สีที่เคยแวววาวกำลังหม่นแสงลง รูขนาดเล็กที่ถูกสร้างมีน้ำสีดำที่ไหลย้อยลงมาราวกับโลหิต โล่วิเศษนี้กำลังถูกหลอมละลาย จู่ๆ มิเนอร์วาก็เอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างสมเพช
"เจ้ารู้หรือไม่… บนโลกใบนี้มีเถาวัลย์ชนิดหนึ่ง เมื่อนำไปผสมกับเลือดของคางคกโลหิตและกลั่นรวมเข้ากับรากของหญ้าตัวตะกละในปริมาณที่เหมาะสม แม้แต่โลหะที่ว่าแข็งก็ยังสามารถละลายได้… ช่างมันเถอะ… พูดไปเต่าโง่น่าสงสารเช่นเจ้าก็คงไม่รู้จัก"
กว่าจิออตโตจะรู้ตัวว่าถูกหลอกด่า อีกทั้งยังถูกล่อลวงเพราะมองไม่เห็นด้านหน้าของตัวโล่ เวลานี้ผิวหน้าของโล่ถูกละลายไปเป็นจำนวนมากจนเกิดเป็นหยดโลหิตไหลหยดลงมาเป็นทาง เพื่อไม่ให้ผู้อื่นเดือดร้อนหมอกสวรรค์อนธการจึงถูกแผ่ออกมาอยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับสลายพิษที่หยดลงบนพื้นตลอดเวลา จิออตโตที่เห็นโล่กำลังละลายกับตาก็รีบปาไปทางเด็กหนุ่มทันทีไม่ให้ตั้งตัวได้ มิเนอร์วาเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยกำลังจะหันกลับมายิงอีกฝ่าย แต่จิออตโตย่อมฉวยจังหวะนั้นวิ่งเข้ามา มันกระชากแขนที่กำลังจะเหยียดเล็งยิงของเด็กหนุ่มให้เสียจังหวะ เอ่ยขึ้นอย่างผู้มีชัยอันจอมปลอมมักพูดกัน
"รายการแข่งต่อสู้ก็รวมอยู่ในครั้งนี้ด้วย อย่าคิดว่าแค่ทำลายอาวุธข้าได้แล้วจะชนะ ไอ้เด็กเวร!"
จิออตโตตะโกนขึ้นพยายามจะเอามีด 7 สีที่เป็นอาวุธลับซึ่งซ่อนอยู่หลังโล่เข้าจ้วงแทง จุดหมายอยู่ที่ร่างซึ่งกำลังเสียสมดุลเซมาตามแรงกระชาก เด็กหนุ่มพลาดนิดหน่อยที่ไม่คิดไม่ฝันว่าอีกฝ่ายจะเอาเศษโล่ผุพังเขวี้ยงเข้าใส่ ทำให้พลาดไปหนึ่งจังหวะเผยช่องโหว่ให้อีกฝ่ายได้ใช้ประโยชน์ ต่อยวืดไปหนึ่งหมัด
เหล่าสตรีมากมายหลายคนต่างพากันหลับตา ส่งเสียงหวีดร้องอย่างตกใจให้กับใบมีด 7 สีที่กำลังจะพุ่งแทงเข้าไปยังร่างกายของเด็กหนุ่ม มิเนอร์วาไม่ได้สูญเสียความเยือกเย็น เสียเพียงแค่สมดุล’ ย่างสามขุมคลุมแดนยักษ์’ ที่เลื่องลือถูกฝึกซ้อมจนซึมซับเข้าสู่นิสัย ได้ยันเท้ายืนหยัดอย่างมั่นคงหมุนตัวกลับหลังส่งแรงถ่ายไปที่แขนแล้วงอศอก ปล่อยให้แรงทั้งหมดที่รวมได้พุ่งไปตามแรงกระชาก
อั๊ก!
จิออตโตคำรามต่ำภายในลำคอ ส่งเสียงให้กับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากปลายศอกบริเวณลำคอ 'หิรัญตยักษ์ม้วนแผ่นดิน' ฟันสับเข้าไปที่คออีกฝ่ายอย่างแม่นยำจนร่างกายเซล้มออกไปไกล มีด 7 สีเล่มนั้นหลุดมือลอยตกไปไกล
"ต่อสู้?... ฮ่าๆ ๆ เจ้าล้อข้าเล่นแล้ว… ข้าไม่เคยบอกหรืออย่างไรว่าต่อสู้นี่แหละที่ข้าถนัดที่สุด! เต่าโง่เอ๊ยพอไม่มีกระดองคุ้มหัวก็ทำตัวน่าสมเพชเชียวนะ มานี่วันนี้ข้าจะทำแกงลูกเต่าให้สตรีของข้าทาน"
มิเนอร์วาเยาะยิ้มสมเพชปลดกระดุมข้อมือทั้งสองข้าง ถอดเสื้อสูทสีดำโยนไปทางสมาชิกกลุ่มซัลวาโตเร เป็นมาร์ตี้ที่วิ่งมารับไว้ได้ทันก่อนเสื้อสูทจะตกพื้น ภายใต้เสื้อสูทสีดำมีเสื้อกั๊กแขนกุดสีเทาสวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวอยู่ ที่ข้างลำตัวมีซองใส่ปืนสองข้าง ห้อยอยู่ใต้รักแร้ มิเนอร์วาคลายเนกไทที่รัดคอออกเล็กน้อย หงายมือกวักเรียกอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นมา
"ลุกขึ้นมาเจ้าเต่าโง่!... ให้ข้าดูหน่อยว่าศิษย์สายในระดับหนึ่งของสถาบันหลวงมีน้ำยามากแค่ไหน ศิษย์สายนอกอย่างข้าล่ะหวาดกลัวเสียจริง"
"เด็กเวร!... อย่าให้มันมากเกินไปนัก เห็นข้าใจดีด้วยแล้วได้ใจสินะ ย๊าก…ก!"
จิออตโตยังคงไม่ละความพยายามมันพุ่งเข้าใส่มิเนอร์วาอีกครั้ง เกราะศิลาสีเหลืองหม่นปรากฏขึ้นปกคลุมกายกลางอากาศ มันไม่หวาดกลัวเรื่องป้องกันอยู่แล้ว เมื่อสักครู่มันแค่ประมาทจนโดนอีกฝ่ายสวนกลับมาก็เท่านั้น หลงคิดไปว่าเพียงแค่โล่วิเศษพร้อมอาวุธลับก็น่าจะพอแล้ว แต่มีหรือที่ยอดมวยอย่างมิเนอร์วาจะหวาดกลัวต่อเกราะศิลา หมอกสวรรค์อนธการควบแน่นปกคลุมขาทั้งสองข้าง
ตึบ… บ!
เด็กหนุ่มก้าวเท้าออกด้านข้างได้ ก็ตวัดขาเตะเข้าเต็มแรงจนเกิดเสียงทึบดังสนั่น ร่างกายอีกฝ่ายเซไปตามแรงปะทะแต่มิเนอร์วาไม่ได้หยุดลงเพียงแค่นั้น ท่ามกลางสายตามากมายหลายคู่มีทั้งที่คาดหวังรอคอย ตกตะลึงประหลาดใจ ชื่นชมในความสามารถ เย็นชาไร้อารมณ์และผิดหวังด้วยความกรุ่นโกรธ เด็กหนุ่มสลับเท้าดีดตัววนอ้อมร่างอีกฝ่ายเพื่อดักทางแล้วเตะซ้ำเข้าไปอีก จิออตโตที่ยังตั้งตัวไม่ทันถึงแม้จะไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดแต่ก็ไม่อาจสลายแรงปะทะที่หลงเหลือจากลูกเตะได้ ดังนั้นร่างกายจึงปลิวไปซ้ายทีขวาทีเดินเซไปมาอยู่บนเวทีหลัง จากโดนซ้ำเข้าไปหลายสิบแข้งเกราะศิลาก็ส่งสัญญาณปริแตกไม่อาจต้านพลังรุนแรงจากลูกเตะที่ห่อหุ้มด้วยหมอกดำได้อีก ทุกสรรพสิ่งย่อมมีขีดจำกัดสุดท้ายแล้วก็ไม่พ้นจิตดับกายสลาย และแน่นอนถึงมิเนอร์วาจะเป็นเด็กอ่อนโยน แต่ก็ไม่ได้ใจดีจนถึงขั้นยอมปล่อยให้ศัตรูได้พักหายใจ ยิ่งโดยเฉพาะกับศัตรูหัวใจด้วยแล้วยิ่งต้องจัดการให้เด็ดขาด
"เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นราชวงศ์แล้วจะยุ่งกับผู้หญิงคนใครก็ได้?"
เด็กหนุ่มตามเข้าไปซ้ำด้วยลูกเตะอีกหนอย่างไร้ซึ่งปรานี ส่งร่างกายอีกฝ่ายลอยไปอีกทางเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
"อ๊าก…ก บัดซบไอเด็กเวร!"
จิออตโตกระโดดกลิ้งตัวไปหยิบมีดที่ตกอยู่ขึ้นมา กวาดมือวาดมีด 7 สีไปทั่วอากาศที่ว่างเปล่า ตะโกนขึ้นอย่างโมโหที่เป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่ผู้เดียว ตัวมันที่เคยเป็นแต่ผู้กระทำไหนเลยจะยอมรับความอัปยศในครั้งนี้ได้ ความไม่ยินยอมก็อีกเรื่องหนึ่ง แข้งขวาที่เตะออกมาก็อีกเรื่องหนึ่ง
"แขนขาไม่มีตา หากไม่อยากเจ็บตัวก็คุกเข่าให้ข้าซะ! จงสำนึกในบาปของเจ้าที่กล้าท้าทายกระทำต่อข้าเสีย!"
มิเนอร์วาชกหมัดซ้ายตรงเข้าเต็มหน้าอีกฝ่ายจนเลือดกำเดาไหลไม่ยอมหยุด เด็กหนุ่มคิดใช้โอกาสนี้ในการปิดฉากและระบายอารมณ์ ดีดขาอ้อมวนรอบตัวอีกฝ่ายเป็นวงกลมปล่อยหมัดแย็บใส่ทั่วศีรษะอีกฝ่าย ปล่อยให้ยืนเมาหมัดอย่างสิ้นหวังสุดกู่
"บัดซบ! หยุดให้ข้าแทงเจ้าซ... อั๊ก!"
"ไม่ต้องพูด… ข้าจะทรมานให้เจ้าจำวันนี้ไปจนวันตาย จำไว้ว่าอย่าได้มายุ่งกับคนของข้า แม้แต่มองนางเจ้าก็ไม่สมควร ควักลูกตาเจ้าออกมาซะดีไหมหนอ…"
หมัดซ้ายขวาถูกปล่อยออกมาเป็นระยะ พร้อมกับอารมณ์รุนแรงที่เอ่ยออกมาเป็นคำพูดขู่อาฆาต ถึงหมัดแย็บจะไม่ได้รุนแรงเหมือนหมัดฮุคหรือหมัดตรง หากแต่โดนบ่อยๆ ซ้ำๆ ก็สามารถบาดเจ็บร้ายแรงได้ ดังเช่นจิออตโตในตอนนี้ที่หัวโนคิ้วแตกตาบวมพอง เลือดกำเดาไหลท่วมปาก ตัวมันในเวลานี้มองอะไรก็พร่ามัวไปหมด ทุกครั้งที่ความมืดบดบังดวงตา นั่นแปลว่ามีหนึ่งหมัดชกเข้าหน้ามัน
"ไม่ต้องห่วง… หนี้ของเจ้ายังไม่ได้รับการชำระ หากไม่จ่ายมาข้าย่อมต้องทวงกลับให้ครบเต็มจำนวนที่ขาดไป"
พยุหะหมัดเท้าถูกปล่อยออกมาปะทะร่างกายอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง จิออตโตได้แต่กัดฟันฝืนทนร่างกายบอบช้ำไม่น่าดู
"จงจำไว้ว่า… ข้ามิเนอร์วา ผู้นำแห่งกลุ่มซัลวาโตเร ทำตามคำพูดตัวเองเสมอ!"
ปั๊ก!
เมื่อระบายจนสาแก่ใจก็ปิดฉากด้วยหมัดอัปเปอร์คัตขวา ที่ถูกเสือกส่งเสยต่อยขึ้นเข้าเต็มกรามของอีกฝ่าย ร่างกายจิออตโตลอยหงายหลังนอนแผ่อยู่บนพื้นอย่างอ่อนแรง มันอ้าปากหายใจหอบไม่มีแม้แต่แรงจะลุกขึ้นยืน สติพร่ามัวเป็นระยะราวกับร่างกายกำลังรีบปรับตัว มิเนอร์วาไม่ได้เดินตามเข้าไปซ้ำอีกฝ่ายหมายจะเดินลงจากเวทีก็เท่านั้น เพราะศึกครั้งนี้มันชนะแล้วและก็เป็นการชนะรวดถึง 5 ศึกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ แต่บังเอิญดันมีคนเข้าใจผิดคิดว่าเด็กหนุ่มจะเดินไปซ้ำเติม
"โจรชั่วนายน้อยข้าหมดสภาพจะสู้ต่อแล้ว เจ้ายังไม่พอใจคิดจะซ้ำเติมคนล้มรึอย่างไร หน้าไม่อาย!"
มิเนอร์วาชะงักเท้าหยุดยืนอยู่ข้างศีรษะของจิออตโตที่ยังคงนอนหอบหายใจอย่างอ่อนแรง ราวลูกเต่าใกล้ตาย
"ข้าซ้ำเติมคนล้ม?... ฮ่าๆ ๆ ตอนแรกก็คิดว่าจะเดินลงเวทีไปเฉยๆ แล้ว จุ๊ๆๆ… จิออตโตเอ๋ย… ลูกน้องของเจ้าปากดีไม่เข้าเรื่องอีกแล้ว ถ้าจะต้องโทษใครสักคนก็โทษลูกน้องคนนี้ของเจ้าซะเถอะ โง่เง่า!"
มิเนอร์วาเอ่ยเตือนอีกฝ่ายด้วยความสงสาร จิออตโตดันมีลูกน้องโง่เง่าที่พูดโดยไม่คิด และผลลัพธ์ของการกระทำนั้นคือการที่มิเนอร์วาถอนบัวออกมาหนึ่งกลีบ แล้วควบแน่นให้กลายเป็นพิษหนึ่งหยด มิเนอร์วาแบมือที่กำไว้ออก หยดพิษสีดำซึมออกมาจากกลางฝ่ามือกระโดดลอยตกลงไปในปากที่กำลังหายใจหอบ จิออตโตตาโตพูดไม่ออกด้วยเหนื่อยล้าบาดเจ็บมากเกินไป พิษสีดำใหลหลงไปตามหลอดคอมุ่งหน้าสู่กระเพาะอาหาร แล้วจึงถูกดูดซึมเข้าไปทั่วร่างกระจายไปทั่วกายหยาบ จิออตโตส่งสายตาแค้นเคืองอย่างรุนแรง ในตอนนี้ถึงแม้มันจะยังคงแค้นมิเนอร์วา แต่ก็น้อยกว่าลูกน้องที่ปากดีของมัน
อีกฝ่ายอยากจะเอ่ยแก้ตัวบางอย่าง แต่ก็ไม่อาจสรรหาคำพูดใดมาอธิบายได้ มิเนอร์วาแค่นเสียงต่ำหนึ่งทีแล้วหันหน้าไปหาเฟรเกียบนที่นั่งสูง คำนับต่ำให้หนึ่งคราก็หันหลังเดินลงจากเวทีไปโดยมีกลุ่มซัลวาโตเรคอยต้อนรับ เป็นมาร์ตี้ที่รีบเดินไปแต่งตัวให้หัวหน้าของมันอย่างกระตือรือร้น หากเจสันมาเห็นฉากนี้เข้าต้องตกตะลึงเป็นแน่ ถึงจะอยู่ด้วยกันมานานแต่มาร์ตี้ก็ไม่เคยทำท่าทางประจบประแจงแบบนี้กับอดีตหัวหน้ากลุ่มใบไม้หอมเช่นเจสันมาก่อน