เสิ่นซินลั่วทำท่าทางน้อยอกน้อยใจ น้ำตาคลอเบ้า "เสี่ยวลู่ ทำไมเธอพูดแบบนี้ล่ะ... ฉัน... ฉันก็ขอโทษเธอแล้วนี่นา"
มามุกนี้อีกละ!
ยัยดอกบัวขาวคนนี้ทำเป็อยู่แค่อย่างเดียวหรือไง คือแกล้งทำเป็ไร้เดียงสากับบีบน้ำตาเรียกคะแนนความสงสาร
บอกตรงๆ ว่าฉันเห็นจนเอียนอยากจะอ้วก!
ไป๋ลู่สวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงเ็า
"เธอขอโทษ แล้วฉันจำเป็ต้องรับคำขอโทษของเธอเหรอ? เธอผลักฉันตกลงมาจากที่สูงขนาดนั้น ฉันสลบเหมือดไปตั้งครึ่งเดือน เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดนะ แค่เธอพูดว่า 'ไม่ได้ตั้งใจ' ประโยคเดียว ฉันก็ต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นงั้นสิ? ฉันไม่มีสิทธิ์โกรธเลยรึไงยะ?"
เสิ่นซินลั่วรีบส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน
"ไม่ใช่นะ ไม่ใช่นะ เสี่ยวลู่ เธอมีสิทธิ์โกรธ แต่พี่หวังจริงๆ นะว่าเราจะกลับมาเป็เหมือนเมื่อก่อนได้ เสี่ยวลู่... เธอบอกพี่สิว่าพี่ต้องทำยังไง เราถึงจะกลับมาดีกันเหมือนเดิมได้?"
ไป๋ลู่ฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี รอยยิ้มนั้นดูน่าขนลุกพิลึก
"ง่ายจะตาย พอกลับไปที่กองถ่าย เธอก็ให้ฉันผลักเธอตกจากเนินสกีที่เธอผลักฉันตกลงมาบ้างสิ ฉันรับรองว่าจะหายโกรธเป็ปลิดทิ้ง จะกลับมารักใคร่กลมเกลียวกับเธอเหมือนเดิมแน่นอน ว่าไง... กล้าแลกไหมล่ะ?"
เสิ่นซินลั่วหน้าซีดเผือด ถูกเธอทำให้กลัวเข้าจริงๆ แล้ว
"คุณพ่อ... พี่ฟู่ชิง ดูเสี่ยวลู่สิคะ..."
"พอได้แล้ว!" เสิ่นหยางหงที่ขับรถอยู่ตวาดเสียงดังด้วยความหงุดหงิดรำคาญใจ
"แกเป็คนผลักน้องตกลงไป เื่นี้แกผิดเต็มประตู น้องแกจะโกรธ มันก็สมเหตุสมผลแล้ว ่นี้แกก็อย่าเพิ่งไปกวนใจน้อง ให้น้องแกสงบสติอารมณ์หน่อยเถอะ"
อวี่ฟู่ชิงหันหน้ากลับมามอง พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมแฝงนัยว่า
"ซินลั่ว ถ้าเธออยากให้เสี่ยวลู่ยกโทษให้ อยากจะคืนดีกับเสี่ยวลู่จริงๆ มันไม่ใช่แค่ใช้ปากพูดนะ เธอต้องใช้การกระทำมาพิสูจน์ให้เห็น ว่าเธอรู้สึกผิดต่อเสี่ยวลู่จริงๆ"
ฟังไอ้ผู้ชายสารเลวแกล้งทำตัวเป็พ่อพระเทศนาสั่งสอนแล้วอยากจะอ้วก!
คนสามคนในรถคันนี้ เธอมองหน้าใครก็อยากจะแหวะทั้งนั้น
ไป๋ลู่หลับตาลงทันที ตัดบทเสียงแข็ง "ฉันเวียนหัว จะนอน เงียบๆ หน่อย"
กินยาแก้เมารถไปแล้ว สมองเริ่มมึนตึ้บเหมือนโลกกำลังหมุนติ้ว
ขอนอนต่ออีกตื่นเถอะ รำคาญพวกปลอมเปลือก!
อวี่ฟู่ชิงไม่ได้เจอไป๋ลู่มาห้าปีแล้ว เดิมทีตั้งใจว่าจะคุยรำลึกความหลังหวานชื่นกับเธอบนรถให้หายคิดถึง ผลปรากฏว่าเพราะเสิ่นซินลั่วไปสะกิดต่อมโมโหเด็กสาวเข้า ตอนนี้เด็กสาวเลยพาลไม่คุยกับเขาไปด้วยเลย
อวี่ฟู่ชิงโมโหจนหน้าตึง ตลอดทางไม่ยอมหันมามองหน้าเสิ่นซินลั่วเลยสักนิด
เสิ่นซินลั่วพยายามจะชวนเขาคุยตั้งหลายครั้งเพื่อเอาใจ แต่ก็ถูกเขาตอกกลับอย่างเ็า "เสี่ยวลู่พักผ่อนอยู่ เธอเงียบปากหน่อยสิ"
เสิ่นซินลั่วกำหมัดแน่น มองไป๋ลู่ที่นอนหลับปุ๋ยไปแล้วอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาอาฆาต
ใบหน้านี้... เป็ใบหน้าที่ต่อให้เสิ่นซินลั่วจะแอบไปขึ้นเขียงศัลยกรรมมากี่ครั้ง ก็เทียบรัศมี 'ความงามระดับพระเ้าสร้าง' ของไป๋ลู่ไม่ได้เลย พลันความริษยาก็พุ่งปรี๊ดจนหน้ามืดตามัว
ทันใดนั้น เสิ่นซินลั่วก็นึกถึงคำพูดที่อู๋ลี่ผิง ผู้เป็แม่พูดกรอกหูตัวเองทางโทรศัพท์เมื่อวานขึ้นมาได้ เธอก็เลยกระตุกยิ้มมุมปากออกมา
'ลูกรักวางใจเถอะ แม่จะต้องทำลายไป๋ลู่ให้ย่อยยับคามือให้ได้ จะไม่ยอมให้ยัยเด็กกำพร้าเน่าเหม็นนั่นมีโอกาสมาแย่งตำแหน่งคุณนายอวี่กับลูกเด็ดขาด!
ไม่ใช่แค่ตาแก่ตัณหากลับที่ระบุชื่อจะซื้อไป๋ลู่คนนั้นนะ แม่ยังให้คนในบ่อนปล่อยข่าววงในออกไปแล้ว ขอแค่จ่ายเงินหนาๆ ใครๆ ก็ลากไป๋ลู่ไปขึ้นเตียงได้ทั้งนั้น
ถึงยังไงไป๋ลู่ก็ถูกตกลงขายไปแล้ว สู้ขายหลายๆ ครั้งให้คุ้มไม่ดีกว่าเหรอ ถึงตอนนั้นไป๋ลู่ก็ไม่ต่างอะไรกับโสเภณีข้างถนนหรอก คงไม่มีหน้าอ้างสิทธิ์อะไรมาแย่งผู้ชายกับลูกอีก'
ขอแค่ถ่ายคลิปตอนที่ไป๋ลู่ถูกไอ้พวกตาแก่ตัณหากลับเล่นสนุกเอาไว้ได้ ก็เป็เ้าชีวิตยัยนั่นไปได้ตลอดชาติแล้ว!
ไป๋ลู่จะกลายเป็ 'รถเมล์' สาธารณะของวงการบันเทิง ใครอยากจะขึ้นขี่ก็เชิญขึ้นได้ตามสบาย!
เสิ่นซินลั่วมองใบหน้าที่สวยจนถึงขีดสุดของไป๋ลู่ซ้ำอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่ไม่อิจฉา แต่กลับรู้สึกสะใจลึกๆ เสียด้วยซ้ำ
ใช่... ต้องเป็ใบหน้าสวยหยาดเยิ้มแบบนี้แหละถึงจะดี
มีทั้งความบริสุทธิ์ของสาวน้อย และความยั่วยวนของผู้หญิง
แบบนี้แหละถึงจะกระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าของผู้ชายพวกนั้นให้ออกอาละวาดได้!
...
จากโรงพยาบาลเอกชนที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในูเาหิมะ มาถึงโรงพยาบาลในตัวเมือง ใช้เวลาเดินทางมาราธอนกว่าแปดชั่วโมง
เสิ่นหยางหงกับอวี่ฟู่ชิง สองหนุ่มต่างวัยสลับกันขับรถจนขาแข็ง
เสิ่นซินลั่วนั่งรถจนปวดเมื่อยไปทั้งตัว กระดูกแทบจะหลุดออกเป็ชิ้นๆ
แต่ไป๋ลู่ผู้มีบุญเพราะยาแก้เมา นอนหลับตื่นเดียวก็ถึงที่หมาย กว่าจะมาถึงโรงพยาบาลในตัวเมือง ก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าแล้ว
เลยเวลาเยี่ยมไข้ไปนานโข อวี่ฟู่ชิงทำได้แค่ส่งไป๋ลู่ที่หน้าตึกผู้ป่วยใน รปภ.หน้าดุก็ไม่อนุญาตให้พวกเขาเข้าไปแล้ว
งานนี้ไป๋ลู่ดีใจจนเนื้อเต้น หิ้วกระเป๋าเดินทางใบย่อม เดินดุ๊กดิ๊กเข้าห้องพักผู้ป่วยไปเองอย่างร่าเริงเบิกบานใจสุดๆ
เธอในตอนนี้ ยังไม่มีข่าวฉาวคาวโลกีย์ติดตัว ยังคงเป็ 'ยัยหนู' สุดน่ารักที่ประชาชนทั่วประเทศเฝ้ามองดูการเติบโตมาตลอด
การมาถึงของไป๋ลู่ สร้างความฮือฮาจนตึกผู้ป่วยในแทบแตก!
ผู้ป่วยชั้นอื่นๆ พอได้ยินข่าวลือหนาหูว่า 'ลูกสาวแห่งชาติ' ไป๋เสี่ยวลู่ตัวเป็ๆ มาพักที่นี่ ก็หลับไม่ลงกันแล้ว พากันประคับประคองหอบหิ้วสังขารอันร่วงโรย ถือกระดาษปากกาเดินขากะเผลกมาขอลายเซ็นขอถ่ายรูปกับเธอถึงหน้าห้อง
ในชาติก่อน ความเงียบและการไม่ยอมออกมาแก้ต่างของเธอ ก็เหมือนกับมีดที่แหลมคมที่สุด กรีดลงไปบนหัวใจของแฟนคลับที่รักและเชื่อมั่นในตัวเธอทีละแผลๆ จนเหวอะหวะ
ไป๋ลู่สาบานกับฟ้าดิน ชาตินี้เธอจะไม่ทำให้แฟนคลับที่รักเธอต้องผิดหวังเสียใจอีกเด็ดขาด
แฟนคลับกับศิลปิน คือ 'ความรักแบบสองทาง'ต่างหากล่ะ!
ไม่เคย... และไม่ควรจะเป็ความรักข้างเดียวของแฟนคลับฝ่ายเดียวเลยสักครั้ง
ดังนั้นไป๋ลู่จึงเปิด 'แฟนมีตติ้ง' ฉบับมินิขึ้นกลางห้องพักผู้ป่วยซะเลย
ถ่ายรูปคู่ แจกลายเซ็น กอดกันกลม บริการครบวงจรระดับวีไอพี
ผู้ป่วยชาย: ร้องไห้จนตาบอดแล้ว (เพราะอดกอด ได้แต่มองตาละห้อย)
เสียงกรี๊ดกร๊าดดังระงมจนถึงเที่ยงคืนกว่า หัวหน้าพยาบาลจอมเฮี้ยบสุดจะทน เดินเข้ามาเท้าสะเอววีนแตก
"ที่นี่โรงพยาบาลนะ ไม่ใช่แฟนมีตติ้งคอนเสิร์ตของไป๋ลู่! หยุดส่งเสียงดังกันได้แล้ว กลับห้องพักของตัวเองไปให้หมดเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
"โธ่... หัวหน้าพยาบาล ไม่ต้องมาฟอร์มเลย ตัวเองได้ลายเซ็นกับรูปถ่ายคู่กับเสี่ยวลู่ไปคนแรกแล้วแท้ๆ ก็จะไล่พวกเรากลับห้องเหรอ? ไม่ยุติธรรมเลยนะ!"
หัวหน้าพยาบาลหน้าแดงก่ำจนถึงใบหู รีบเอามือตะปบรูปถ่ายพร้อมลายเซ็นที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อตัวเอง
ไป๋ลู่เอียงคอเล็กน้อย ส่งสายตาออดอ้อนวิ้งๆ
"ไม่เป็ไรหรอกนะคะพี่สาว เสี่ยวลู่ต้องอยู่โรงพยาบาลอีกหลายวันเลย ทุกคนเชื่อฟังหัวหน้าพยาบาลคนสวยเถอะนะคะ กลับห้องไปนอนพักผ่อนให้สบาย พรุ่งนี้เสี่ยวลู่ไม่หนีไปไหนหรอก จะรอทุกคนอยู่ที่นี่แหละค่ะ สัญญา!"
เธอยิ้มหวานจนตาเป็สระอิ หัวใจของทุกคนในห้องละลายกลายเป็น้ำเหลวๆ กองอยู่บนพื้น
ไป๋เสี่ยวลู่... น่ารักะเิระเบ้อ!!!
หลายวันต่อมา ไป๋ลู่เปิดแฟนมีตติ้งในห้องพักผู้ป่วยทุกวันไม่มีวันหยุดราชการ
ถ้าไม่ใช่เพราะตึกผู้ป่วยในมีกฎระเบียบเข้มงวดอนุญาตให้เฉพาะญาติผู้ป่วยเข้ามาเยี่ยมได้ ป่านนี้กองทัพแฟนคลับของเสี่ยวลู่ที่รู้ข่าว คงแห่กันมาถล่มตึกผู้ป่วยในจนราบเป็หน้ากลองไปแล้ว
ไป๋ลู่ที่ทั้งเป็เด็กดีและน่ารัก ขี้อ้อนสุดๆ ได้ใจคนทั้งตึกผู้ป่วยในไปครองอย่างรวดเร็ว กลายเป็ 'ขวัญใจประจำตึก' หรือมาสคอตประจำโรงพยาบาลไปโดยปริยาย
ทุกคนรักและเอ็นดูเธอมาก จนทำให้เสิ่นซินลั่วที่อยากจะมาแสดงความห่วงใยจอมปลอม เตรียมจะแกล้งเล่นละครฉาก 'พี่น้องรักกันปานจะกลืนกิน' ต่อหน้าธารกำนัล ไม่มีโอกาสได้ทำเลยสักนิด
เพราะเสิ่นซินลั่วเบียดฝูงชนเข้าไปไม่ถึงตัวไป๋ลู่เลยน่ะสิ!
ไป๋ลู่เลยยิ่งได้ใจ แอ๊บแบ๊วขายความน่ารักตกแฟนคลับรุ่นป้าๆ ยายๆ อย่างขยันขันแข็งและจริงจังกว่าเดิม
เวลาเยี่ยมไข้มีกำหนดเวลาตายตัว แถมห้องพักของไป๋ลู่ยังเป็ห้องรวมสามเตียง อวี่ฟู่ชิงที่เป็ผู้ชาย ไม่สะดวกจะอยู่นานๆ ดังนั้นหลายวันต่อมา อวี่ฟู่ชิงก็เลยไม่ได้โผล่หน้ามาอีก
จู่ๆ ไป๋ลู่ก็รู้สึกว่า... เธอก็ไม่ได้คิดถึงบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวสุดหรูของท่านมหาเศรษฐีขนาดนั้นแล้วนี่นา
...
พริบตาเดียว ก็ผ่านไปครึ่งเดือน
วันที่ไป๋ลู่ออกจากโรงพยาบาล แฟนคลับ (ซึ่งก็คือผู้ป่วยและญาติทั้งตึก) ตามมาส่งถึงลานจอดรถ ยัดของกินสารพัดอย่างใส่รถตู้พี่เลี้ยงจนเกือบจะคล้ายรถพุ่มพวง[1]
การแสดงความรักของคนจีน... ก็คือการขุนด้วยของอร่อยจนกว่าจะจุกตายนี่แหละ!
ครึ่งเดือนที่นอนเปื่อยอยู่โรงพยาบาล บรรดาพี่สาว คุณป้า คุณย่าทั้งหลาย สรรหาของอร่อยระดับภัตตาคารมาป้อนเธอถึงปากไม่ซ้ำกันสักวัน
ไป๋ลู่ก้มลงลูบพุงกะทิน้อยๆ ที่มีเนื้อนุ่มนิ่มเด้งดึ๋งขึ้นมา แล้วก็น้ำตาตกใน
จบกัน... จบกันชีวิตราชินีจอเงิน! ยัยอ้วนตุ๊ต๊ะ! นี่ไม่ใช่หุ่นที่สมาชิกทีมชาติควรจะมีนะโว้ย!
แล้วแบบนี้เธอจะเอาหน้าท้องแบนราบที่ไหนไปถ่ายละครล่ะเนี่ย!
และแล้วก็เป็ไปตามคาด...
พอกลับถึงกองถ่าย ผู้กำกับจางมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่าอยู่ไม่กี่วินาที ก็หันขวับไปสั่งผู้ช่วยผู้กำกับเสียงเข้มทันที
"บอกฝ่ายสวัสดิการ ไป๋ลู่ต้องเข้าคอร์สลดความอ้วนด่วน! ข้าวกล่องของเธอ ให้ลดปริมาณลงครึ่งหนึ่ง... ไม่สิ ตัดข้าวออกไปเลย! ไป๋ลู่เป็เด็กตะกละกิน คนในกองถ่ายทุกคนต้องช่วยกันรับผิดชอบจับตาดูเธอด้วย ห้ามใครแอบส่งขนมให้เธอเด็ดขาด!"
ไป๋ลู่ "…………"
ตอนกินมันก็ฟินอยู่หรอก แต่ตอนลดนี่เหมือนตกนรกทั้งเป็ชัดๆ!
ฮือ! เอาข้าวหนูคืนมานะ!