บทที่ 3: ใต้โต๊ะอาหาร NC20+
แพรนั่งนิ่งงันราวกับถูกมนต์สะกด มือเรียวที่กำม้วนกระดาษแผ่นเล็กสั่นระริกจนเห็นได้ชัด ใบหน้าสวยหวานที่เคยมั่นใจบัดนี้แดงก่ำลามไปจนถึงใบหูและลำคอระหง ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำช้อนขึ้นมอง 'เต้ย' หนุ่มนักกีฬารูปร่างกำยำ แฟนหนุ่มของริสาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพอดี แพรจ้องหน้าเต้ยด้วยสายตาเว้าวอนและสั่นระริก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง
"แพร... ต้องทำอะไรเหรอ" เต้ยเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นสายตาแปลกๆ ของแพรที่จ้องมองมา
แพรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอพยายามจะอ้าปากพูด แต่น้ำเสียงกลับจุกอยู่ที่ลำคอ ความละอายใจและความตื่นเต้นตีรวนกันจนเธอทำอะไรไม่ถูก
"มัวแต่อ้ำอึ้งอยู่ได้ มานี่! กูอ่านเอง" วินทนความสงสัยไม่ไหว เอื้อมมือไปฉกกระดาษในมือแฟนสาวมาคลี่อ่านเสียเอง
แพรเบิกตากว้าง พยายามจะแย่งคืน "วิน! อย่านะ... มัน... มันแรงมาก"
แต่วินเบี่ยงตัวหลบและกวาดสายตาอ่านข้อความในกระดาษอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น รอยยิ้มกริ่มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาปนกวนของวิน แววตาของเขาเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความสนุกสนานและกระสันอยาก
"ฮ่าๆๆๆๆ โคตรเด็ด!" วินหัวเราะร่วนลั่นวงเหล้า ก่อนจะหันไปทางเต้ยแล้วชูกระดาษแผ่นนั้นขึ้น "ไอ้เต้ย! มึงเตรียมตัวเลย งานนี้มึงเป็นพระเอกว่ะ"
"กูเหรอ? ทำไมวะ" เต้ยขมวดคิ้วงุนงง ในขณะที่ริสา แฟนสาวของเขาเริ่มหูผึ่งด้วยความสนใจ
"ก็คำสั่งมันเขียนไว้ว่า... 'ให้แฟนคนตรงข้ามใช้เท้าปรนเปรอจุดซ่อนเร้นใต้โต๊ะ 3 นาที'" วินประกาศเสียงดังฟังชัด ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในวง
"เชี่ย! ใช้นิ้วเท้าเล่นเสียวใต้โต๊ะเนี่ยนะ ใครเป็นคนคิดคำสั่งนี้วะ โรคจิตบรรลัยเลย!" คินสบถลั่นพลางหัวเราะชอบใจ
"โห... แรงกว่าของกูอีกว่ะ" นนท์พึมพำ ใบหน้ายังคงแดงเรื่อจากคำสั่งก่อนหน้า แก้มที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับเอามือปิดปากด้วยความตกใจ
เต้ยมองหน้าแพรสลับกับริสา แฟนสาวของตัวเอง ริสายักไหล่เบาๆ พร้อมกับส่งยิ้มมุมปากราวกับจะบอกว่า 'เชิญสนุกให้เต็มที่' เธอไม่ได้รู้สึกหึงหวงเลยแม้แต่น้อย กลับมองว่านี่คือเกมที่น่าตื่นเต้น
เต้ยยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาวเรียงตัวสวย เขาไม่ได้อิดออดเลยสักนิด ชายหนุ่มก้มลงถอดรองเท้าแตะของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเท้าเปล่าเปลือยขนาดใหญ่และแข็งแรงตามแบบฉบับนักกีฬา
"สามนาทีนะเว้ยไอ้เต้ย ห้ามหยุด ห้ามชักเท้ากลับ ถ้าใครทนไม่ไหวจนส่งเสียงร้องดังเกินไป ถือว่าแพ้ ต้องโดนเพรียวๆ สองแก้ว!" วินตั้งกติกาเสริมอย่างนึกสนุก เขาหันมาโอบเอวแพรที่นั่งหน้าแดงก่ำอยู่ข้างๆ "พร้อมไหมจ๊ะที่รัก แบะขาออกกว้างๆ หน่อยสิ ไอ้เต้ยมันจะได้ทำงานถนัดๆ"
"ไอ้วิน... บ้าที่สุดเลย" แพรค้อนขวับ แต่เธอก็ยอมขยับสะโพกและแยกเรียวขาขาวเนียนที่โผล่พ้นกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดออกเล็กน้อย เพื่อเปิดทางให้ผู้ชายฝั่งตรงข้ามอย่างจำยอม
"พร้อมนะ กูจะจับเวลาล่ะ... เริ่ม!" วินกดปุ่มบนโทรศัพท์มือถือ
ทันทีที่สิ้นเสียงสัญญาณ แพรก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่สอดแทรกเข้ามาใต้โต๊ะอาหาร นิ้วเท้าสากๆ และอุ่นร้อนของเต้ยค่อยๆ ลากผ่านหน้าแข้งของเธอ ไล้ขึ้นมาตามหัวเข่า และลากผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดบริเวณต้นขาด้านในอย่างเชื่องช้า
"อ๊ะ..." แพรสะดุ้งเล็กน้อย ริมฝีปากบางเผยอออก เผลอหลุดเสียงครางแผ่วเบา
"เฮ้ยๆ คุยกันปกติสิวะ อย่าเงียบกันดิ เดี๋ยวคนอื่นจับได้ว่าโต๊ะเราเล่นอะไรพิเรนทร์ๆ" วินรีบแก้สถานการณ์ด้วยการรินเหล้าแจกทุกคน "มาๆ ชนแก้วกันหน่อยพวกเรา ดื่มให้กับความเสียดิวะ!"
ทุกคนในวงพยายามทำตัวปกติ ยกแก้วขึ้นชนและพูดคุยหัวเราะกันตามปกติ ทว่าภายใต้โต๊ะอาหารกระจกใสที่ถูกคลุมด้วยผ้าปูโต๊ะผืนยาว กลับกลายเป็นสมรภูมิสวาทที่เร่าร้อนจนแทบหลอมละลาย
เท้าของเต้ยลากสูงขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งสัมผัสกับขอบกางเกงในลูกไม้ตัวจิ๋วสีดำที่แพรสวมอยู่ด้านใน เต้ยใช้ปลายหัวแม่เท้าเกี่ยวรั้งขอบกางเกงในลงมาเล็กน้อย ก่อนจะสอดปลายนิ้วเท้าเข้าไปสัมผัสกับ 'ร่องรัก' ที่เริ่มเปียกชื้นและอุ่นร้อนของแพรโดยตรง
"อื้มมม..." แพรเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด มือทั้งสองข้างจิกกำผ้าปูโต๊ะจนยับยู่ยี่ เธอพยายามปั้นหน้ายิ้มแย้มและหันไปคุยกับริสา "ร...ริสา เสื้อตัวนี้สวยจังเลยนะ ซื้อที่ไหนเหรอ"
น้ำเสียงของแพรสั่นพร่าและขาดห้วงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ริสาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ตอบคำถามกลับไปอย่างเป็นธรรมชาติ "อ๋อ สั่งพรีออเดอร์มาน่ะ แพรชอบเหรอ ไว้เดี๋ยวส่งลิงก์ร้านให้นะ"
เต้ยไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้น ชายหนุ่มใช้หัวแม่เท้าและอุ้งเท้าบดคลึงเน้นๆ ลงบน 'ปุ่มกระสัน' ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้กลีบเนื้อสีสด การบดขยี้อย่างหนักหน่วงและจังหวะการลากไล้ที่เชี่ยวชาญ ทำให้แพรต้องแอ่นสะโพกรับสัมผัสสวาทนั้นอย่างลืมตัว
"ฮ้าาา..." แพรหอบหายใจแรงขึ้น หน้าอกอวบอิ่มภายใต้เสื้อครอปกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วง เธอต้องพยายามยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบเพื่อกลบเกลื่อนเสียงคราง แต่มือของเธอกลับสั่นระริกจนน้ำแข็งในแก้วกระทบกันดังกริ๊กๆ
"แพร เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าแดงเชียว เหล้าแรงไปเหรอ" นนท์ที่นั่งอยู่ถัดไปแกล้งถามด้วยความเป็นห่วง ทั้งที่เขาก็รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นใต้โต๊ะ
"ป...เปล่าหรอกนนท์ สงสัยอากาศมันร้อนน่ะ" แพรตอบปัดๆ พลางหยิบกระดาษทิชชูมาซับเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้า
ใต้โต๊ะอาหาร เต้ยยังคงทำหน้าที่อย่างแข็งขัน เขาใช้นิ้วเท้าสอดแทรกเข้าไปใน 'รูสวาท' ที่บัดนี้แฉะเยิ้มไปด้วยน้ำหวานสีใสที่หลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย เสียงเฉอะแฉะเบาๆ ดังขึ้นทุกครั้งที่เต้ยขยับนิ้วเท้าเข้าออก ร่องรักของแพรตอดรัดนิ้วเท้าของเขาแน่นหนึบราวกับมีชีวิต
เต้ยรู้สึกถึงความเปียกชุ่มที่ชโลมไปทั่วฝ่าเท้าของเขา กลิ่นหอมหวานของน้ำสวาทลอยโชยขึ้นมาเตะจมูกจางๆ ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเขาจนแก่นกายภายใต้กางเกงเริ่มตึงแน่น เต้ยจ้องมองใบหน้าของแพรที่กำลังบิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน สลับกับมองหน้าวินที่กำลังจ้องมองแฟนสาวตัวเองด้วยแววตากระสันอยาก
วินลูบต้นขาของแพรเบาๆ เป็นการให้กำลังใจปนปลุกเร้า "ทนหน่อยนะที่รัก อีกนิดเดียว" วินกระซิบข้างหูแพรด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"อึก... อ๊า... เต้ย... ม...มันลึกไป..." แพรหลุดปากครางชื่อผู้ชายคนอื่นออกมากลางวงสนทนา โชคดีที่เสียงเพลงและเสียงคลื่นช่วยกลบเกลื่อนไว้ได้บ้าง
"อะไรนะแพร เมื่อกี้เรียกเต้ยเหรอ มีอะไรหรือเปล่า" ริสาแกล้งถามยิ้มๆ
"ป...เปล่า ไม่มีอะไร พอดีเท้าแพรไปเตะโดนขาเต้ยน่ะ ข...ขอโทษนะเต้ย" แพรโกหกคำโต ใบหน้าแดงก่ำจนแทบจะระเบิด
เต้ยยิ้มกริ่ม เขาไม่ตอบอะไร แต่กลับเพิ่มจังหวะการขยี้ฝ่าเท้าลงบนกลีบเนื้อของแพรให้รัวและแรงขึ้นไปอีก น้ำเสียวที่แฉะเยิ้มไหลซึมผ่านกางเกงในลูกไม้จนเปียกชุ่มเท้าของเต้ยไปหมด แพรต้องหนีบต้นขาเข้าหากันแน่น พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ความต้องการที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด
"อ๊างงงง!" ในที่สุดแพรก็ทนความเสียวซ่านไม่ไหว เธอหลุดเสียงครางหวานหูออกมาพร้อมกับร่างบางที่กระตุกเกร็ง สะโพกกลมกลึงแอ่นลอยขึ้นจากเก้าอี้ รูสวาทขมิบตอดรัดนิ้วเท้าของเต้ยอย่างรุนแรง ปลดปล่อยน้ำหวานสีใสออกมารดฝ่าเท้าของชายหนุ่มจนเปียกชุ่มไปหมด
"หมดเวลาพอดีเลยว่ะ!" วินตะโกนลั่นพร้อมกับชูโทรศัพท์มือถือขึ้น "สุดยอดมากแพร ทนได้จนจบสามนาที ไม่โดนทำโทษเว้ย!"
เต้ยค่อยๆ ชักเท้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำสวาทกลับมาใต้เก้าอี้ของตัวเอง เขาแอบใช้กระดาษทิชชูเช็ดทำความสะอาดเงียบๆ พลางส่งยิ้มมุมปากให้แพร
แพรนั่งหอบหายใจฮักๆ ร่างกายอ่อนระทวยแทบจะไหลลงไปกองกับพื้น เธอพิงหลังกับพนักเก้าอี้ ใบหน้าสวยหวานแดงจัดไปถึงใบหู เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายเต็มหน้าผาก กางเกงในของเธอเปียกชุ่มจนรู้สึกเหนอะหนะไปหมด แพรได้แต่ส่งค้อนวงโตให้แฟนหนุ่มตัวแสบที่นั่งยิ้มกริ่มอยู่ข้างๆ
วินลูบสะโพกของแพรเบาๆ ด้วยความเสียวซ่าน เขาแอบสอดมือเข้าไปใต้โต๊ะและสัมผัสความเปียกชื้นที่กางเกงยีนส์ขาสั้นของแฟนสาว ก่อนจะยกนิ้วขึ้นมาสูดดมกลิ่นน้ำหวานของแพรอย่างเปิดเผย "หอมจังเลยนะที่รัก คืนนี้พี่จัดหนักแน่"
เพื่อนๆ ในวงต่างพากันหัวเราะชอบใจและผิวปากแซวความบ้าบิ่นของคู่รักคู่นี้
"เอาล่ะๆ จบไปอีกหนึ่งภารกิจสุดเสียว ใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไป ส่งลูกเต๋ามาเลย!" คินประกาศเสียงดัง
วินโยนลูกเต๋าให้เมล สาวน้อยร่างเล็กแฟนของคิน เมลรับลูกเต๋ามาด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เธอเขย่ามันเบาๆ ก่อนจะโยนลงบนโต๊ะ
"เลข 1!"
"อ้าวเฮ้ย! เมลโดนซะแล้ว!" ริสาตบมือชอบใจ
คินดึงร่างบางของแฟนสาวเข้ามานั่งบนตักแกร่งของเขาทันที เมลหน้าแดงซ่าน พยายามขัดขืนเบาๆ แต่คินก็โอบเอวเธอไว้แน่น เขาเอื้อมมือไปหยิบม้วนกระดาษขึ้นมาจากถ้วยแก้วใบใหญ่
คินค่อยๆ คลี่กระดาษแผ่นนั้นออกและกวาดสายตาอ่านข้อความเงียบๆ ทันใดนั้น รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าหวานของเมลที่กำลังตื่นตระหนก
คินโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูเมลด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและดุดัน "ห้ามร้องเด็ดขาดนะคนดี... ถ้าหลุดเสียงครางออกมาแม้แต่นิดเดียว... พี่จะลงโทษเมลให้หนักกว่านี้อีก"
เมลเบิกตากว้าง ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความกลัวผสมผสานกับความอยากรู้อยากเห็น เธอไม่รู้ว่าคำสั่งนั้นคืออะไร แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่ามันต้องเร่าร้อนและอันตรายมากแน่ๆ
คินเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ วง แววตาของเขาท้าทายและเต็มไปด้วยความมั่นใจ ก่อนที่มือใหญ่ของเขาจะค่อยๆ เลื่อนต่ำลง... และสอดแทรกเข้าไปใต้กางเกงขาสั้นของเมลต่อหน้าเพื่อนๆ ทุกคนในวงทันที!
(โปรดติดตามตอนต่อไป)