ตอนที่ 40เดินทางกลับตระกูล
สี่หมื่นเหรียญผลึกอสูร!!
“บ้าไปแล้วสี่หมื่นเหรียญผลึกอสูรพวกนี้มันเป็นเศรษฐีที่ไหนกัน?”
การเสนอราคายังคงเร้าร้อนและไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลงเลยเสี่ยวเจียงเองก็มองด้วยความตกใจเช่นกันนางรู้ดีว่าราคาของเม็ดยาระดับสามดีที่แรกนางเองก็ตกใจเมื่อทางสมาคมปรุงยาบอกให้นางเริ่มต้นด้วยราคาหนึ่งหมื่นเท่านั้นเพราะว่าราคาขายจริงยาเม็ดนี้จะราคาอยู่ที่เม็ดละห้าหมื่นเลยทีเดียวยิ่งคุณภาพสูงราคายิ่งสูงขึ้นไปอีก......
สี่หมื่นห้าพันเหรียญผลึกอสูร!!
สี่หมื่นเจ็ดพันเหรียญผลึกอสูร!!
ห้าหมื่นเหรียญผลึกอสูร!!
“โอ้ยยยยข่อยสิเป็นลม!!!”
ราคาที่สูงขึ้นทำเอาผู้ที่อยู่รอบหายใจแทบจะไม่ออกเพราะตั้งแต่ที่พวกมันมาประมูลที่นี้ของที่ราคามากที่สุดก็ไม่น่าจะเกินสองเหมื่นเหรียญผลึกอสูรแต่ตอนนี้ราคาที่กำลังสู้กันอยู่นั้นมันสูงกว่าถึงสองเท่าด้วยกัน......
*ไม่น่าเชื่อเลยว่าเม็ดยาที่เราปรุงนั้นราคามากขนาดนี้ถ้าเรานำมันมาขายเองละ?ดีเราจะไม่มอบสูตรนั้นให้กับสมาคมปรุงยาแล้วในเมื่อพวกนั้นทำกับเราแบบนี้เราจะขายมันเอง*
ห้าหมื่นห้าพันเหรียญผลึกอสูร!!
ห้าหมื่นเจ็ดพันเหรียญผลึกอสูร!!
ห้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าเหรียญผลึกอสูร!!
โหๆๆๆๆๆ!!!
และในที่สุดราคาก็หยุดลงไม่มีใครสู้ต่อแล้วราคาของมันอยู่ที่ห้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าเหรียญผลึกอสูรเป็นราคาที่สูงจนน่าตกใจเลยทีเดียวถึงแม้ว่าเสี่ยวเจียงจะพอคาดเดาราคาได้แต่มันก็มากกว่าที่นางคิดไว้......
“การประมูลของเราจบลงแล้วยินดีกับท่านที่ได้เม็ดยาระดับสามนี้ด้วยในราคาห้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าเหรียญผลึกอสูรและงานประมูลในวันนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ขอบคุณมากค่ะ”เมื่อการประมูลจบลงทุกคนต่างก็ลุกขึ้นและเดินออกไปส่วนคนที่ประมูลได้นั้นก็ไปรับของและชำละเงิน......
“เราไปกันเถอะน้องเจิ้งฟู่”ทันทีที่การประมูลจบลงขงฉางก็เอ๋ยปากชวนเจิ้งฟู่กลับออกไปทันทีเพราะดูท่าแล้วเขาคงจะไม่อยากอยู่ที่นี้ต่อ....
อือ!!
เอี๊ยดดดดด!!
อั๊ก!!
“รอนานไหมจ๊ะพี่สาวคนนี้ละคิดถึงเจ้าที่สุดเลย” ทันทีที่เจิ้งฟู่ออกมาจากห้องประมูลเขาก็กลับมารอเสี่ยวเจียงที่ห้องเดิมพอรับเงินประมูลของเขาแต่เมื่อมานั่งรอได้ไม่นานเสี่ยวเสี่ยงเจียงก็โผล่มาพร้อมกับเอาหน้าอกของนางเข้ามากระแทกหน้าเจิ้งฟู่อีกครั้ง.....
อ้าอายไอไอ่ออก!!!
หมับ!!
ว๊ายยยยย!!!
ฟู้ววววว!!
"พี่สาวเสี่ยวเจียงข้าไม่ได้ตั้งใจนะเพียงแต่ว่าข้าหายใจไม่เลยต้องทำแบบนี้ออกข้าขอโทษด้วย"
เสี่ยวเจียงถึงกับหน้าแดงขึ้นทันทีนางไม่คิดว่าเจิ้งฟู่จะจับหนองโพของนางแบบนั้นแต่นางก็ได้สติกลับมาเพราะคิดว่าเขาคงไม่ได้ตั้งใจจริงๆขงฉางเองได้แต่ยืนสะตั้นงงเด้งงเด้กับการกระทำของเจิ้งฟู่ที่ได้ทั้งเอาหน้าไปสัมผัสนมน้มแถมยังได้บีบอีกมันมองที่เจิ้งฟู่ด้วยความอิจฉาว่าทำไมตัวมันถึงไม่ได้แบบนั้นบ้างนะ......
“จริงนี้พี่ลืมเลย อ๊ะ!! นี้เงินของน้องที่ได้จากการประมูลทางเราได้หักภาษีไปแล้ว”เสี่ยวเจียงพูดขึ้นพร้อมกับยื่นถุงให้กับเจิ้งฟู่พร้อมกับยิ้มให้เขา....
หมับ!!
เมื่อเขารับมาเจิ้งฟู่ก็เปิดดูทันทีและก็พบว่าภายในถุงนี้มีเหรียญผลึกอสูรอยู่ทั้งหมดสองพันสี่ร้อยเหรียญผลึกอสูรที่อยู่ในนั้นซึ่งเป็นจำนวนที่เขาคิดเอาไว้แล้วทำให้ดวงตาของเจิ้งฟู่นั้นเต็มไปด้วยความดีใจเมื่อเขาเห็นเงินภายในถุงเพราะนี่เป็นเงินจำนวนมากเลยทีเดียวสำหรับเขาถ้ารวมกับเงินที่อยู่ในแหวนมิติแล้วมันจะมีราวๆสามพันกว่าเหรียญเลยทีเดียว.....
"ข้าขอขอบคุณพี่สาวเสี่ยวเจียงสุดสวยมากเลยนะฮะ ถ้าไม่ได้ท่านช่วยข้าก็ไม่รู้ว่าจะขายพวกมันที่ไหนและถึงแม้จะขายได้ก็คงจะขายไม่ได้ราคาดีเช่นนี้"เจิ้งฟู่พูดขึ้นพร้อมกับทำหน้าบ๊องแบ๊วเช่นเดิมของเขา....
“เกรงใจไปแล้วน้องชายตัวน้อยที่น่ารักพี่สาวคนนี้ยินดีที่จะช่วยเจ้าเสมอเลยขอเพียงแค่เจ้าบอกมาพี่สาวคนนี้ยินดีช่วยเหลือ”เสี่ยวเจียงกล่าวพร้อมกับเอียงตัวลงมาเล็กน้อยทำให้เห็นเนินนมของนางที่อวบอิ่ม.....
แต่มันไม่ได้ทำให้เจิ้งฟู่แสดงอาการใดๆออกมาเพราะเขาต้องแสดงตัวเป็นเด็กน้อยใสซื่อเข้าไว้และทันใดนั้นเองเจิ้งฟู่ก็คิดขึ้นได้เกี่ยวกับเรื่องยาของเขาที่ถูกนำมาประมูลในวันนี้เขาจึงตัดสินใจจะถามนางสักหน่อย....
"พี่สาว ข้าขอถามอะไรสักอย่างได้หรือไม่?"
“ได้สิถามมาเลย!!”
"ข้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนนำยาอำพันเพิ่มพูนมาลงประมูลอย่างนั้นหรอ?"
อั๊ก!!
เมื่อได้ยินคำถามจากเจิ้งฟู่สีหน้าของเสี่ยวเจียงก็เปลี่ยนไปจากยิ้มกลายเป็นลำบากใจและเจิ้งฟู่ก็สังเกตได้เขารู้ว่ามันคงจะเป็นไปไม่ได้ที่นางจะบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะมันเป็นกฏของทางโรงประมูลอยู่แล้วที่จะไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้ขายและผู้ซื้อ...........
เรื่องนั้น.....
"ไม่เป็นไรพี่สาวเสี่ยวเจียง ข้าเข้าใจดีถ้างั้นข้าขอรับเงินนี้ไปก่อนละกันข้าต้องกลับแล้วไว้คราวหน้าข้าจะมาทำการค้าด้วยใหม่"เจิ้งฟู่ไม่ได้ต้องที่จะบังคับนางเขาจึงพูดเปลี่ยนไปเรื่องอื่นแทน.....
อ่า!!
เสี่ยวเจียงทำได้เพียงแค่ยิ้มแห้งๆเท่านั้นบางทีนางก็รู้สึกว่าเจิ้งฟู่นั้นไม่เหมือนเด็กธรรมดาทั่วไปแต่ดูเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่งแต่ไม่ว่าจะมองยังไงร่างกายของเขาก็ยังเป็นเด็กตะมุตะมิอยู่ดีส่วนขงฉางนั้นมันทำได้เพียงแค่เงียบเท่านั้นเพราะการกระทำทุกอย่างนั้นเหมือนกับมันเป็นเพียงแค่อากาศธาตุเท่านั้นคำถามที่เจิ้งฟู่ถามไปนั้นเขาไม่ได้สนใจเลยว่าขงฉางจะอยู่หรือไม่แต่มันก็เขาใจดีว่าเขารู้สึกยังไงและอยากรู้ว่าใครเป็นผู้นำยาออกมาประมูล......
ตัวมันเองก็คิดแล้วว่าถ้ากลับไปที่สมาคมจะถามให้รู้เรื่องเช่นกันถึงมันจะเป็นเพียงนักปรุงยาชั้นต้นแต่มันก็มีตำแหน่งที่สูงทีเดียวในสมาคมปรุงยาสาขาเมืองอินทรี.......
“น้องเจิ้งฟู่พวกเราอาจจะต้องแยกกันตรงนี้แล้วเจ้ายังอยากที่จะไปที่ใดอีกหรือไม่?”ขงฉางกล่าวขึ้นพร้อมกับทำหน้ายิ้มๆ.....
"ขอบคุณท่านพี่ขงฉางมากแต่ไม่เป็นไรเดียวข้าไปเองข้ายังมีคนคุ้มกันอยู่ไม่ต้องห่วงไปหรอก"
อือ!!
แล้วเจอกัน!!
แล้วเจอกัน!!
หลังจากที่พวกเขาทั้งคู่ออกมาจากโรงประมูลนั้นเจิ้งฟู่กับขงฉางก็แยกทางกันทันทีแต่เขายังมีเวลาเหลืออยู่ก่อนที่มันจะถึงเวลากลับที่ได้นัดหมายไว้เขาจึงตัดสินใจไปที่ร้านขายสมุนไพรเพื่อหาซื้อวัตถุดิบในการปรุงยาเพิ่ม.....
"ท่านผู้คุ้มกันท่านรอข้าอยู่นี้ต้องนานอะนี้สำหรับค่าเสียเวลา"เจิ้งฟู่กล่าวจบก็ยื่นถุงใบเล็กให้กับคนคุ้มกันที่นั่งรอเขาอยู่ด้านนอกเขาเป็นชายวัยกลางคนที่รูปร่างสูงใหญ่มันรอเจิ้งฟู่อยู่นานแต่ก็ไม่ได้แสดงความไม่พอใจเลยสักนิดแถมยังทำท่าเคารพอีกด้วยเจิ้งฟู่เลยตัดสินใจให้บางอย่างแก่มัน.....
คนคุ้มกัน: มันคืออะไรหรือคุณชาย?
"เปิดดูเถอะและท่านจะรู้เอง"เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมกับยิ้ม.....
พรึบ!!
อึ๊ก!!
“ข้ารับมันไว้ไม่ได้หรอกขอรับคุณชาย”คนคุ้มกันรีบตอบปฏิเสธทันทีเมื่อมันเปิดดูถุงผ้าแล้วพบว่าข้างในนั้นมีเหรียญผลึกอสูรอยู่จำนวนหนึ่งร้อยเหรียญด้วยกัน.....
"รับมันไว้เถอะ"เจิ้งฟู่ดันถุงกลับไปพร้อมกับยิ้มก่อนจะพูดขึ้น"พวกเราต้องไปต่อข้าอยากจะไปซื้อสมุนไพรอีกหน่อยท่านจะไปกับข้าไหมถ้าท่านเบื่อจะกลับไปรอข้าก่อนก็ได้นะ"
คนคุ้มกัน: ขอบคุณคุณชายมากขอรับแต่ข้าไม่เบื่อหรอกข้าจะไปกับท่านด้วยข้าจะคอยปกป้องท่านเอง......
ขอบคุณมาก!!
คนคุ้มกันมองมาที่เจิ้งฟู่ด้วยสายตาเคารพเขาไม่คิดเลยว่าเจิ้งฟู่จะมอบเงินให้เขาแบบนี้เงินจำนวนนี้เท่ากับเงินเดือนของเขาทั่งเดือนเลยก่อนที่เขาจะเดินตามเขาไปและในใจของมันไม่ใช้คนของตระกูลเทียนถ่างมันเป็นเพียงแค่ทหารรับจ้างเท่านั้นดังนั้นจึงไม่ค่อยมีใครปฏิบัติดีกับมันสักเท่าไหร่แต่สิ่งที่เจิ้งฟู่กับมันนั้นเขาทั้งให้เกียรติและพูดด้วยความอบอุ่นไม่หยิ่งยโสเหมือนคนอื่นๆที่เห็นพวกเขาเป็นเพียงคนรับใช้......
ไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงร้านขายสมุนไพรที่นี้อยู่ห่างออกมาเกือบสุดเมืองมีกำแพงล้อมรอบเป็นแนวยาวและเต็มไปด้วยคนที่สวมใส่ชุดผู้ช่วยนักปรุงยาเต็มไปหมดและมีนักปรุงยาระดับต้นบ้างเล็กน้อยที่อยู่ในบริเวณร้านนี้.....
"ท่านรอข้าอยู่ตรงนี้ละเดียวข้ากลับมา"
ขอรับ!!
เมื่อพูดจบเจิ้งฟู่ก็เข้าไปยังร้ายขายสมุนไพรทันทีเมื่อเขาเดินเข้ามาข้างในเขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นสมุนไพรต่างๆลอยเข้าจมูกของเขา.....
"ที่นี้เต็มไปด้วยสมุนไพรมากมายแต่ส่วนใหญ่จะเป็นสมุนไพรระดับหนึ่งกับสองเท่านั้น"
จากประตูทางเข้าเขาต้องเดินไปอีกประมาณสองผิงได้ถึงจะถึงที่ขายสมุนไพรและเมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปก็พบกับคนมากมายยืนอยู่เมื่อพวกเขาเห็นเจิ้งฟู่เดินเข้ามาทุกคนต่างหันมามองที่เขาด้วยความสงสัยก่อนจะหันหลับไปเช่นเดิมทุกคนต่างดูวุ่นวายอย่างมาก.....
“ข้าขอหญ้าฟ้าระดับหนึ่งสิบต้น!!”
“เห้!! ข้ามาก่อนนะของข้าต้นเหี่ยวแห้งสามต้น!!”
“ของข้าต้นยืนยงสิบต้น!!”
แต่เพียงไม่นานทุกคนก็หันกลับมาตะโกนสั่งต้นสมุนไพรที่ตัวเองต้องการอย่างเอาเป็นเอาตายโดยไม่สนใจเจิ้งฟู่อีกเพราะสิ่งที่พวกเขาต้องการคือสมุนไพรหาใช่เด็กน้อยคนหนึ่งไม้และเมื่อเวลาผ่านไปคนก็น้อยลงน้อยลงและในที่สุดก็ถึงรอบของเจิ้งฟู่เขาเดินมาถึงเค้าเตอร์และก็มีชายชรานั่งอยู่และเมื่อชายชราเห็นเขามันจึงได้ถามขึ้นว่า.....
“เจ้าหนู เจ้าต้องการอะไร?”
"นี่ครับ"
เจิ้งฟู่ยื่นกระดาษรายชื่อของต้นสมุนไพรที่เขาต้องการให้กับชายแก่ที่เขาไม่พูดมันออกไปเพราะว่ามันจะดูแปลกๆแต่ถ้าเขาเขียนมันลงกระดาษก็จะไม่มีใครรู้ว่าเขานั้นมาซื้อเอง....
“อือ รอสักครู่เดียวข้าไปเอามาให้”ตามที่เจิ้งฟู่คิดชายชราไม่ได้สนใจกับเจิ้งฟู่เลยถึงมันจะดูแปลกที่ให้เด็กมาซื้อต้นสมุนไพรเองและราคาของต้นสมุนไพรที่เขาต้องการนั้นก็ไม่ใช้ถูกๆด้วยแต่มันก็ยังขายโดยไม่ถามอะไรจากนั้นไม่นานชายแก่ก็เดินออกมาพร้อมกับห่อในมือของมัน.....
“ได้แล้วนี่สมุนไพรที่เจ้าต้องการทั้งหมดหนึ่งพันเหรียญผลึกอสูร!!”
"นี้ครับหนึ่งพันเหรียญผลึกอสูร"เจิ้งฟู่รับเอาห่อต้นสมุนไพรมาและจ่ายเงินให้กับชายชราก่อนจะเดินออกจากร้านทันทีเพราะเขาไม่อยากที่จะอยู่นาน.....
ตุบ ตุบ ตุบ!!
"เราไปกันเถอะข้าได้ของที่ต้องการแล้ว"
ขอรับ!!
จากนั้นทั้งคู่ก็กลับไปยังจุดนัดพบทันทีในขณะที่เดินอยู่นั้นชายวัยกลางคนพยายามมองหาของที่เจิ้งฟู่ซื้อมาแต่ก็ไม่พบห่อหรือถุงใดๆเลยตั้งแต่เขาเดินออกมาที่จริงแล้วเขาเก็บพวกมันไว้ในแหวนมิติแล้วและเขาจะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้แม้แต่ซื่อวู้เขาก็ต้องเก็บเรื่องนี้ไว้.....
“เจ้ามาแล้วอย่างนั้นเรอะ เช่นนั้นเราก็ออกเดินทางกันเถอะ!!”เมื่อกลับมาถึงก็พบซื่อวู้กำลังนั่งรอเขาอยู่ก่อนจะทักทายและบอกให้เขาเตรียมตัวกลับ....
ขอรับท่านอาจารย์!!
กลุ่มของพวกเขาออกเดินทางทันทีเมื่อเจิ้งฟู่มาถึงระยะทางจากเมืองอินทรีไปถึงตระกูลของเขานั้นใช้เวลาสองวันในการเดินทางและตลอดทางเจิ้งฟู่ใช้เวลาไปกับการคิดสูตรยาเพื่อทำการปรับแต่งใหม่โดยใช้สมุนไพรระดับหนึ่งทั่วไปแต่เปลี่ยนขั้นตอนและส่วนผสมนิดหน่อยทำให้มันมีประสิทธิภาพดีขึ้นจนในที่สุดพวกเขาก็กลับมาถึงตระกูลเมื่อขบวนหยุดลงเจิ้งฟู่จึงกล่าวลาซื่อวู้เพื่อขอตัวกลับบ้านก่อนแล้วเขาจะไปหาในวันพรุ่งนี้......
ตุบ ตุบ ตุบ!!
"ท่านชื่ออะไรอย่างนั้นเรอะ?" จู่ๆเขาก็เดินไปที่คนคุ้มกันที่คอยเดินตามคุ้มกันเขาทั้งวันตอนที่อยู่เมืองอินทรี.....
คนคุ้มกัน: เรียนคุณชายข้ามีนามว่าตงควงขอรับ!!และก็ไม่ต้องสุภาพกับข้าขนาดนั้นก็ได้ครับ....
"ข้าทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ ข้ามีคติอยู่ว่าใครดีกับข้าข้าก็ดีตอบเช่นท่านที่คอยคุ้มกันข้าทั้งวันไง"
ตงควง: นั่นก็เพราะว่าข้าได้รับคำสั่งมาขอรับ!!
"เอาเถอะไม่ว่ายังไงก็ตามเรื่องในวันนี้ข้าหวังว่าท่านจะไม่ไปบอกใคร"
ขอรับ!!
เมื่อกล่าวจบเจิ้งฟู่ก็กลับไปที่บ้านของเขาทันทีส่วนตงควงและพวกก็กลับไปพักผ่อนเพราะพวกเขาเองก็เดินทางมาไกลร่างกายอ่อนล้าอย่างมาก.....
เอี๊ยดดดดด!!
ท่านแม่ข้ากลับมาแล้ววววว!!
ลูกเจิ้งของแม่!!!
เมื่อถ่างหลิงได้ยินเสียงของเจิ้งฟู่นางรีบวิ่งไปกอดเขาทันทีพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของนางด้วยความเป็นห่วง......
"ท่านแม่ร้องไห้ทำไมครับ?"
ถ่างหลิง: ไม่มีอะไรหรอกลูกแม่แค่.....
“แม่เจ้าก็แค่คิดถึงเจ้าเท่านั้นแหละ!!”และทันใดนั้นคงซือก็เดินออกมาพร้อมกับพูดถึงเหตุผลที่นางร้องไห้.....
ท่านพ่อ!!
เจิ้งฟู่สะดุ้งตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคงซือปรากฏตัวเพราะเขายังจำถึงเรื่องเมื่อตอนโรงประมูลได้ดีเกี่ยวกับการประมูลกระบี่และก็ฉายาที่เขาได้ยินมา.....
คงซือ: เจ้าเป็นอะไรหรือป่าวทำไมดูหน้าซีดๆๆ?
"ปะ ปะ ป่าวขอรับ ข้าแค่เหนื่อยนิดหน่อยข้าขอตัวไปพักก่อนนะ"เมื่อพูดจบเจิ้งฟู่ก็วิ่งออกไปทันทีโดยไม่ฟังคำตอบใดๆ.....
ถ่างหลิง: เอ๊ะ!! ไม่กินข้าวก่อนหรอกหรอลูก?
ข้ากินแล้วครับ!!