จางซวนนำพิษออกมาหลายชนิดจนแม้แต่จื่อเย่ยังต้องเบิกตากว้างนางไม่คิดว่าจางซวนจะพกของพวกนี้ไปไหนมาไหนตลอดแถมยังไม่ใช่น้อยๆอีกด้วย
“เอาละเริ่มจากอันไหนดีก่อนจะเริ่มจากเบาๆให้พวกเจ้าคันทั้งตัวหรือพิษที่ทำให้ประสาทสัมผัสทั้งห้าทำงานผิดเพี้ยนดียังมีเจ้าสิ่งนี้ยาปลุกอารมณ์จะเกิดอะไรขึ้นหากข้าขังพวกเจ้าเอาไว้ในห้องเดียวกันและใช้ยานี้”จางซวนกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ปีศาจเจ้ามันปีศาจชัดๆ” ชายชรากรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว
“นายท่านอันสุดท้ายข้าว่าน่าสนใจนะหากพวกนั้นเกิดทำเรื่องอย่างว่ากันจริงๆตระกูลป่ายจะต้องโด่งดังไปทั่วโลกแน่”ตู้เม่าตะโกนจากที่ไกลๆ
“งั้นเหรอเช่นนั้นก็เอาตามนี้” จางซวนกล่าว
“เดี๋ยวก่อนข้าบอกแล้ว ข้ายอมบอกแล้ว” หญิงสาวสีหน้ามืดมนในใจสาปแช่งพวกจางซวนไม่หยุดแต่ก็ไม่กล้าที่จะต่อต้านอีกหากเขาไม่อาจต่อต้านพลังของยาได้แล้วทำเรื่องน่ารังเกียจแถมในกลุ่มยังเป็นผู้ชายส่วนมากอีกด้วยมีนางเป็นผู้หญิงคนเดียวแค่คิดนางก็หวาดกลัวแล้ว
“ป่ายซีหุบปากซะ”ชายชราคำราม
“ผู้อาวุโสท่านหมายความว่ายังไงนี่ท่านคงไม่คิดจะเอาเปรียบข้าจริงๆหรอกใช่ไหม” หญิงสาวนามว่าป่ายซีกล่าวด้วยใบหน้าเย็นชาทันที
“ดูก็รู้ไม่ใช่เหรอพวกนั้นกำลังยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ถูกพิษปลุกอารมณ์” จื่อเย่เค้นเสียง
“แบบนี้นี่เองเช่นนั้นเว้นผู้หญิงคนนี้เอาไว้ที่เหลือจับไปขังอยู่ในห้องเดียวกันแล้วใช้ยาปลูกอารมณ์ก็แล้วกัน” จางซวนกล่าว
“อย่านะเจ้าจะทำแบบนั้นไม่ได้”
“พอแล้วพวกเราจะบอกเจ้าก็ได้” คนที่เหลือจากที่กำลังตื่นเต้นก็กลายมาเป็นหวาดกลัวเห็นได้ชัดว่าพวกเขายินดีหากถูกขังอยู่กับป่ายซีแต่หากขังอยู่ในห้องกับผู้ชายเช่นนั้นก็ไม่ตลกแล้ว
“เช่นนั้นก็พูดมาว่าทำไมตระกูลป่ายถึงจ้องเล่นงานข้า”จางซวนกล่าว
“เป็นคำสั่งของนายน้อยป่ายหลี่”ป่ายซีกล่าว
“แล้วป่ายหลี่เป็นใครข้าเคยมีเรื่องบาดหมางกับเขางั้นเหรอ ไม่สิข้าไม่เคยออกจากสำนักมาก่อนและไม่เคยเจอคนภายนอกแม้ตอนที่ข้าออกเดินทางก็ยังไม่เคยเจอกับคนของสำนักจินจิ้งเลยแม้แต่คนเดียวยิ่งตระกูลป่ายก็พึ่งเจอพวกเจ้าเป็นครั้งแรก”จางซวนกล่าว
“ข้าได้ยินว่าเป็นคำของจากสหายคนหนึ่งในสำนักไผ่น้อย”ป่ายซีกล่าว
“คำขอสำนักไผ่น้อย ศัตรูของข้าก็มีไม่กี่คนเช่นนั้นหากไม่ใช่ซวนหยวนป้าก็ซ่งหยางสินะ”จางซวนขบคิด
“พวกเราบอกไปหมดแล้วรีบๆปล่อยพวกเราได้แล้ว” ชายชรากล่าว
“ตลกแล้วคนที่บอกข้ามีแค่นางคนเดียวพวกเจ้ายังไม่บอกข้อมูลข้าเลยแม้แต่นิดเดียว” จางซวนกล่าว
“แล้วเจ้าต้องการอะไรจากพวกเราอีก”ชายชรากัดฟันกล่าว
“ในเมื่อตระกูลป่ายจ้องเล่นงานข้าหากข้าไม่ตอบโต้บ้างเช่นนั้นก็จะผิดนิสัยของข้าตระกูลป่ายมีกิจการอะไรบ้างและอยู่ที่ไหน ใครตอบก่อนก็รอด หากใครไม่ยอมตอบก็อย่าหวังว่าจะรอดกลับไป”จางซวนกล่าว
“ตระกูลป่ายมีกิจการเล็กๆอยู่ทางตะวันออกห่างจากที่นี่ไม่ไกลมากผ่านเมืองขนาดเล็กสองเมืองก็เจอแล้วที่นั่นมีสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์อสูรอยู่ พวกเราเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรเพื่อนำดวงวิญญาณของพวกมันมาหลอมเป็นยันต์และร่างกายของพวกสัตว์อสูรก็สามารถนำไปขายได้”ชายชราที่เป็นขอบเขตปราณแท้กล่าวขึ้น
“นี่พวกเจ้ากล้าทรยศตระกูลงั้นเหรอ”ชายชราที่เป็นผู้นำขอบเขตโอสถทองคำรามด้วยความโกรธ
“เป็นเพราะเจ้านั่นแหละที่พาพวกเรามาซวยด้วยแต่เดิมพวกเราก็อยู่ดีๆแต่เจ้ากลับไปรับงานจากป่ายหลี่มาโดยไม่บอกพวกเราและชวนพวกเราออกมาสุดท้ายเป็นอย่างไร”ป่ายซีกัดฟันกล่าว
“ใช่แล้วหากไม่ใช่เพราะเจ้าหาเรื่องพวกเราคงไม่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้ตอนแรกเจ้าก็ไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าเป้าหมายคือศิษย์ของสำนักไผ่น้อยและข้างกายมีเซียนกระบี่อยู่”คนทั้งสี่คนเริ่มหันไปโทษชายชราที่เป็นขอบเขตโอสถทองกันหมด
“เจ้า...พวกเจ้าพวกมันเชื่อถือไม่ได้เจ้าเห็นหรือไม่หากปล่อยเจ้าพวกนี้ไปมันจะต้องหักหลังเจ้าแน่ถึงตอนนั้นตระกูลป่ายเพื่อปกปิดความผิดจะต้องส่งยอดฝีมือมาปิดปากเจ้าแน่”ชายชรากล่าว
“นั่นก็จริงข้าควรจะทำยังไงดีนะ” จางซวนกล่าว
“ฟันให้หมดก็สิ้นเรื่อง”จื่อเย่เค้นเสียง
“ไม่นะพวกเราบอกข้อมูลไปหมดแล้วและพวกเราสัญญาว่าจะไม่มาหาเรื่องพวกเจ้าอีกอย่างเด็ดขาด”ป่ายซีกล่าว
“แค่คำพูดมันไม่พอเอาเช่นนี้พวกเจ้านำข้าไปที่สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์อสูรที่พวกเจ้าว่าและลงมือกับสถานที่แห่งนั้นหากพวกเจ้าทำสำเร็จข้าจะถือว่าพวกเจ้ามีความจริงใจแต่หากไม่เช่นนั้นข้าก็คงได้แต่ต้องปิดปากพวกเจ้าแล้ว” จางซวนกล่าว
“เอ่อนี่”ทั้งห้าคนมองหน้ากันหากพวกเขาลงมือเท่ากับทรยศตระกูลป่ายจริงๆถึงตอนนั้นก็คงไม่อาจกลับไปที่ตระกูลได้แล้ว
“ดีกว่าตายอยู่ที่นี่ข้าตกลง” ป่ายซีกล่าว
“ได้พวกเราตกลง”คนอื่นๆกล่าว
“ดีเช่นนั้นก็กินยาพิษของข้าไปซะ”จางซวนจับเม็ดยายัดเข้าไปในปากของทุกคนทำให้สีหน้าของคนทั้งห้าเปลี่ยนไปกำลังจะอ้าปากด่าจางซวน
“อย่าพึ่งโกรธไปยาพิษนี้จะไม่ทำอันตรายต่อเจ้าตอนนี้แต่มันจะกำเริบทุกๆ 7 วันขอแค่กินยาแก้พิษทุกๆ7 วันก็จะไม่เป็นไรรอให้พวกเจ้าทำสิ่งที่ข้ามอบหมายให้สำเร็จก่อนข้าจะถอนพิษให้พวกเจ้าเพราะถึงตอนนั้นพวกเจ้าก็คงจะไม่แทงข้างหลังข้าแล้วใช่หรือไม่”จางซวนกล่าว
“เข้าใจแล้ว”พวกป่ายซีเผยสีหน้าสิ้นหวังพวกนางตกอยู่ในกำมือของจางซวนอย่างสมบูรณ์
“อืมถือว่าแก้ไขปัญหาไปได้อีกหนึ่งแต่ว่า เจ้าป่ายหลี่ผู้นี้อย่าให้ข้าเจอตัวนะข้าจะจับยาพิษกรอกปากให้ตายเลยเคยดู”จางซวนกัดฟันกล่าว
“แล้วเรื่องที่พวกเราตกลงกันละ”จื่อเย่กล่าว
“เป็นทางผ่านพอดีไม่ใช่เหรออีกอย่างสถานที่เกาะเลี้ยงสัตว์อสูรของตระกูลป่ายก็น่าสนใจหากเจอกับสัตว์อสูรหายากข้าก็อยากจะเก็บพวกมันไว้”จางซวนกล่าว
“สมแล้วที่ข้าสอนมากับมือ”อี้พยักหน้า
“ตกลงที่เจ้าสอนอะไรดีๆให้นายท่านบ้าง”ตู้เม่ากล่าว
“ออกเดินทางกันได้แล้วจะได้ไม่เสียเวลา”จื่อเย่กล่าว
ชายชราที่มีขอบเขตโอสถทองตอนแรกยังพยายามต่อต้านขัดขืนแต่เมื่อถูกจางซวนกระตุ้นพิษในร่างความเจ็บปวดก็กระจายออกมาทำให้สุดท้ายอีกฝ่ายก็ยอมติดตามพวกจางซวนไป
ตลอดการเดินทางจางซวนจะฝึกฝนอยู่ตลอดแม้แต่ตอนเดินก็จะฝึกฝนท่าเท้าและการควบคุมปราณในร่างเมื่อเห็นเช่นนี้ตู้เม่าจึงไม่แปลกใจว่าทำไมจางซวนถึงได้แข็งแกร่งนักการควบคุมพลังปราณของจางซวนเรียกได้ว่าชำนาญอย่างมากแน่นอนว่าเป็นผลมาจากการถูกเตาหลอมในห้องหลอมกลั่นมาหลายครั้ง
หลายวันต่อมาพวกจางซวนได้เดินทางผ่านเมืองขนาดเล็กหลังจากเติมเสบียงแล้วพวกจางซวนก็ออกเดินทางต่อตลอดการเดินทางไม่เจอกับปัญหาอะไรอีกแม้แต่คนตระกูลป่ายก็ไม่ปรากฏออกมาเลยแม้แต่คนเดียว
พวกจางซวนผ่านเมืองที่สองไปและไปถึงพื้นที่ซึ่งเป็นของตระกูลป่ายตระกูลป่ายซื้อภูเขาทั้งลูกเพื่อสร้างสถานที่สำหรับเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรเอาไว้ใช้ในการหลอมยันต์และนำชิ้นส่วนสัตว์อสูรไปขาย
“ที่นี่แหละ”ป่ายซีชี้ไปทางภูเขาลูกใหญ่ตรงหน้าซึ่งบนภูเขามีกำแพงสูงและมีอาคารจำนวนหนึ่งถูกสร้างเอาไว้บนหอสูงมีคนของตระกูลป่ายคอยตรวจตราอยู่ตลอด
“นายท่านดูท่าคงเข้าไปยากแล้วละ”ตู้เม่ากล่าว
“จะกลัวอะไรพวกเรามีพวกเขาอยู่ไม่ใช่เหรอ” จางซวนฉีกยิ้ม
ชายชราที่มีขอบเขตโอสถทองกัดฟันเขาที่มีสถานะสูงพอสมควรในตระกูลย่อมสามารถเข้าไปได้ชายชราเดินนำหน้าพวกจางซวนไปถึงหน้าประตู
“หยุดพวกเจ้าเป็นใครถึงได้เข้ามาในเขตของตระกูลป่าย”ชายคนหนึ่งกล่าว
“เจ้าแหกตาดูดีๆว่าข้าเป็นใคร”ชายชราคำรามออกมา
“ผู้อาวุโสต้องขออภัยตอนนี้ฟ้ามืดแล้วข้าเลยมองไม่ชัดผู้อาวุโสมาที่นี่โดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่” คนเฝ้าประตูรีบวิ่งเข้ามาต้อนรับด้วยความเคารพ
“พอดีข้าออกมาทำภารกิจผ่านทางมาเลยว่าจะหยุดพักสักเล็กน้อยและนึกได้ว่าข้ากำลังต้องการสัตว์เลี้ยงหายากสักตัวช่วงนี้มีสัตว์อสูรที่ทรงพลังบ้างหรือไม่เป็นพวกหายากอะไรพวกนี้” ชายชรากล่าว
“ช่วงนี้สัตว์อสูรที่พวกเราจับมานั้นไม่มีสัตว์อสูรหายากเลยแต่มีสัตว์อสูรประเภทมดอยู่เป็นมดอัคคีที่ไม่ค่อยได้เห็นแต่ว่ามันไม่แข็งแกร่งมากนัก”คนเฝ้าประตูกล่าว
“น่าสนใจพาข้าไปดู” จางซวนกล่าว
“เอ่อผู้อาวุโสคนพวกนี้คือ”
“พวกเขาคือแขกของตระกูลไม่ต้องกังวลข้าได้แจ้งไปทางตระกูลแล้วทางนั้นอนุญาตมาแล้ว”ชายชรากล่าว
“เช่นนั้นทุกท่านเชิญ”คนเฝ้าประตูเปิดประตูออก
พวกจางซวนเข้าไปด้านในอย่างง่ายดายเมื่อเข้าไปก็เห็นว่าในกรงขังมีสัตว์อสูรมากมายถูกขังเอาไว้ ที่นี่มีทั้งสัตว์อสูรที่ถูกเลี้ยงเอาไว้และสัตว์อสูรที่ถูกจับมาจากด้านนอก
“สัตว์อสูรพวกนี้ล้วนอยู่ขอบเขต2-3 ส่วนสัตว์อสูรขอบเขต 4 จะอยู่ในพื้นที่พิเศษ” ชายชรากล่าว
“มดอัคคีอยู่ทางนี้”หลังจากเดินผ่านกรงสัตว์อสูรมากมายก็มาถึงกรงเหล็กที่ขังมดขนาดเล็กตัวหนึ่งเอาไว้มดตัวนี้มีขนาดเท่านิ้วมือลำตัวเป็นสีดำแดงและมีปีกที่ดูแข็งแรงอยู่ด้านหลังดวงตาสีแดงฉานของมดอัคคีทำให้พวกมันเหมือนกับนักล่าที่น่ากลัว
“มีแค่ตัวเดียวงั้นเหรอ”จางซวนกล่าว
“ไม่แน่นอนมดตัวนี้คือนางพญาเลยต้องแยกเอาไว้ ส่วนทหารมดอัคคีถูกแยกออกไปถึงอย่างงั้นก็มีแค่ไม่กี่สิบตัวเท่านั้น”ชายหนุ่มกล่าว
“ความแข็งแกร่งของมดอัคคีคือจำนวนดังนั้นหากมีมดจำนวนแค่นี้พวกมันย่อมไม่มีความแข็งแกร่งอะไร” อี้กล่าว
“แต่หากสามารถเพาะเลี้ยงเอาไว้ได้ละ”จางซวนเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา
“เช่นนั้นก็น่ากลัวแล้ว”อี้เข้าใจทันที
“ที่นี่มีผู้แข็งแกร่งอยู่หรือไม่”จางซวนหันไปมองชายชราทำให้ชายหนุ่มที่นำทางกลายเป็นงุนงง
“มีขอบเขตโอสถทองขั้นต้นอยู่คนหนึ่ง”จื่อเย่กล่าว
“แบบนี้นี่เองไม่แปลกเลยที่ตระกูลป่ายมั่นใจว่าสัตว์อสูรจะไม่อาละวาด” จางซวนกล่าว
“เอาละพวกเราอยากพักแล้ว”ชายชรากล่าว
ชายหนุ่มจึงนำทางไปยังที่พักและรายงานให้ผู้ดูแลทราบเรื่องที่พวกจางซวนเข้ามาด้วยไม่นานชายชราขอบเขตโอสถทองก็ไปพบกับผู้ดูแลทั้งสองมีสถานะเท่าเทียมกันและไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่
“เจ้ามาที่นี่โดยไม่ติดต่อมาล่วงหน้านี่ออกจะไม่เหมาะสม” ผู้ดูแลกล่าว
“ข้าบอกแล้วว่าข้าออกมาทำภารกิจให้นายน้อยป่ายหลี่และบังเอิญแขกของนายน้อยเกิดสนใจสัตว์อสูรที่พวกเราเลี้ยงเอาไว้เลยพาเข้ามาดู”ชายชรากล่าว ผู้ดูแลเลิกคิ้วแม้เขาจะไม่ถูกกับอีกฝ่ายแต่หากเป็นงานที่ป่ายหลี่มอบให้เช่นนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญและผู้ดูแลอย่างเขาก็ไม่อาจทำให้แผนของป่ายหลี่พังได้