Chapter 14
เพื่อนใหม่
“เหลืออีกแค่เควสเดียวแล้วสินะ”
โจ๊กเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนใจขณะที่มองไปรอบๆ ตัวของเขาในตอนนี้แล้วมองไม่เห็นมอนสเตอร์ตัวไหนๆโผล่เข้ามารบกวนเขาอีกเลย กระทั่งตอนนี้ร่างสูงได้มานั่งอยู่บนโขดหินก้อนเล็กๆภายในป่าครัสต์ ซึ่งเดินเข้ามาลึกพ่อประมาณจนกระทั่งมีจุดพอที่จะใช้เป็ที่พักได้โจ๊กจึงถือโอกาสนั่งซักครู่หลังจากที่เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการหาไอเท็มเพื่อทำเควสของตนเองให้เสร็จสิ้น
มันก็ถือว่าโอเคอยู่หรอกเพราะว่าตอนนี้เขาทำเควสที่ไปรับมาจากเจ๊ฝนจนเสร็จสิ้นไปหมดแล้วทั้งสามเควสซึ่งส่วนใหญ่มันก็เป็เควสให้ตามหาไอเท็มหมดทั้งสามใบและเขาก็ใช้เวลาไม่มากในการค้นหาของพวกนั้นที่ตกอยู่ตามพื้นบ้างซ่อนอยู่ในพุ่มไม้บ้างอย่างพวก เห็ด ผลไม้ หรือ ชิ้นส่วนมอนสเตอร์
ส่วนเควสที่รับมาจากบาร์ก็เรียกได้เลยว่าเหลืออีกเควสเดียวเท่านั้นซึ่งก็เป็เควสหาชิ้นส่วนมอนสเตอร์เหมือนกัน ซึ่งเป็เ้าตัวที่ชื่อว่า โอลิเที่ยนและเขายังไม่เห็นเ้ามอนสเตอร์ตัวนั้นเลยั้แ่เข้ามาในป่าแห่งนี้จากสันนิษฐานเบื้องต้นแล้ว เ้านี่น่าจะเป็มอนสเตอร์ที่ออกมาตอนกลางคืนแน่ๆ
“ถ้ารออยู่ที่นี่จนฟ้ามืดนี่มันจะเสี่ยงไปมั้ยนะ?”
เขารำพึงขึ้นขณะที่จ้องมองท้องฟ้าที่ดูจะค่อยๆเปลี่ยนสีไป ใกล้จะเข้า่เย็นไปทุกที
จากประสบการณ์ (อันน้อยนิด) แล้วเขารู้สึกได้ว่ามอนสเตอร์ตอนกลางคืนมันน่ากลัวกว่าพวกออกหากินตอนกลางวันเยอะดูได้จากในป่าซิลกี้ที่กลางวันนั้นมีแต่มอนสเตอร์น่ารักๆ เต็มไปหมดแต่กลางคืนกลับมีฝูงหมาป่าที่เลเวลเยอะกว่าตั้งไม่รู้กี่เท่าออกมาเป็ฝูง...ขนาดป่าที่นั่นเลเวลน้อยกว่ายังขนาดนั้น
แล้วป่านี้มันจะมีตัวบ้าบออะไรโผล่มาก็ยังไม่รู้!
แม้ตอนนี้ทุกอย่างมันจะราบรื่นไปได้ด้วยดีก็เถอะเพราะั้แ่ยัยตัวแสบบางคนใช้ “พลังหนึ่งนิ้วชี้” ของเธอไปตอนนี้มันก็ไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนกล้าบุกเข้ามาเล่นงานเขาอีกเลยเปิดโอกาสให้เขาได้ส่งฮาล์ฟของเขาไปพักในการ์ด และได้เดินทำเควสอย่างสงบได้
“ถึงจะน่ารำคาญแต่พลังของยัยนี่ก็ของจริงล่ะนะ”
โจ๊กพูดอย่างอ่อนใจขณะที่ชำเลืองสายตามองไปอีกด้านหนึ่ง
แลเห็นร่างบางของหญิงสาวบางคนที่กำลังวิ่งร่าอยู่ในทุ่งดอกไม้ตรงใจกลางป่าท่าทางที่เหมือนกับจะสนใจทุกสิ่งทุกอย่างในโลกอาเคเดียนั้นมันชวนให้โจ๊กรู้สึกถึงตัวเองที่เป็มือใหม่และยังไม่รู้เื่อะไรเกี่ยวกับที่นี่เลยสโนว์เบลเองก็เหมือนกับฮาล์ฟที่ถูกปลดผนึกให้ตื่นขึ้นมาบนโลกใบนี้เป็ครั้งแรกเธอสนใจทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาหา ประสบการณ์แปลกใหม่ทั้งเื่อาหารที่เคยกินทั้งโลกที่ััด้วยมือของตัวเอง มันทำให้เธอเหมือนกับเด็กที่อยากรู้อยากเห็น
ทั้งๆ ที่คำแนะนำหลายๆอย่างจากสโนว์เบลนั้นทำให้เขารู้สึกว่าเธอเป็ AI ที่มีความรู้ในเื่ของ AOS อยู่พอสมควร แต่มันก็เหมือนกับมีอะไรอีกหลายๆอย่างที่เธออยากจะเรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างเช่นตอนนี้ที่เห็นอะไรก็จะวิ่งเข้าหาไปเสียทั้งหมดจนเข้าไปอยู่ในทุ่งดอกไม้สวยๆ ไล่จับแมลงหน้าตาแปลกๆ จนเปลี่ยนมันกลายเป็การ์ดได้
เห็นแล้วโจ๊กก็หัวเราะขำออกมาเบาๆ
“เอาเถอะ อย่างน้อยๆ ก็เพราะยัยนี่ล่ะนะถึงทำให้ฉันได้ไอเท็มมาตั้งมากขนาดนี้”
พูดแล้วโจ๊กก็ก้มลงดูการ์ดไอเท็มหลายสิบที่เขาได้รับมาจากการที่ยัยตัวแสบนั่นใช้“ดัชนีสั่งตาย” จัดการกวาดฝูงก็อบลินจนกระเจิดกระเจิงไปได้ในนั้นมีหนึ่งในไอเท็มที่กำลังเป็ที่้าในตลาดอย่าง “แผ่นโลหะ”ที่จะดร็อบจากมอนสเตอร์ไม่กี่ตัวในเกาะเริ่มต้นแห่งนี้ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือก็อบลิน และตอนนี้เขาก็มีการ์ดที่ว่านั่นอยู่ในมือตั้ง 25 ใบยังไม่รวมพวกไอเท็มจิปาทะที่เอาไปขายทิ้งในตลาดได้อีกเยอะแยะ
“ก็ถือว่าคุ้มค่าอาหารที่จ่ายไปล่ะนะ”
พูดแล้วโจ๊กก็โยนตัวลงมาจากหินก้อนนั้นลงไปยืนบนพื้นเขาบิดี้เีไปมา ขณะที่ชำเลืองตาไปมองหน้าต่างข้อมูลของการ์ดทุกใบของเขาดูเหมือนว่าฮาล์ฟทุกตัวนั้นจะกลับมาฟื้นคืนพลังกันจนหมดแล้วเช่นเดียวกับคูลดาวน์ทั้งหมดและรวมไปถึงค่ามานาของเขาด้วย
“นี่สโนว์เบล เราจะกลับเมืองกันแล้วนะ!”
เขาะโไปเสียงดังลั่นทำเอาหญิงสาวที่เดินสำรวจทุ่งดอกไม้อยู่นั้นต้องชะงักและหันกลับมามองด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจเหมือนอยากจะเที่ยวเล่นอยู่อีกเธอจึงเดินอาดๆ กลับมาด้วยสีหน้าง้องุ้ม
“ทำไมจะรีบกลับนักเควสของเ้ายังไม่เสร็จเลยไม่ใช่หรือไง?”
“เหลืออีกแค่เควสเดียว ให้เก็บชิ้นส่วนของมอนสเตอร์ที่ชื่อโอลิเที่ยน น่าจะเป็มอนสเตอร์กลางคืนน่ะไอเท็มของฉันยังไม่พร้อมสำหรับการออกมาทำเควสในที่อันตรายๆคนเดียวในตอนกลางคืนหรอก”
โจ๊กพูดอย่างอ่อนใจเขาเองก็ได้รับคำเตือนมาจากลุงโทมัสแล้วว่าหากจะออกไปล่ามอนสเตอร์ตอนกลางคืนนั้นอันดับแรกสิ่งที่จะต้องมีเลยก็คือเต้นท์สำหรับพักแรมเพราะว่าในป่าแบบนี้มันจะไม่มีจุดที่ปลอดภัยเลยสำหรับผู้เล่นเราจึงต้องสร้างเต้นท์ที่จะมีกองไฟเพื่อเอาไว้ไล่มอนสเตอร์ไม่ให้เข้ามาใกล้ๆ ได้เผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉินที่จะต้องเอาตัวรอดจริงๆ
ซึ่งพอได้ยินแบบนั้นแล้วสโนว์เบลก็ถอนใจออกมาอีกคน
“ไม่รู้จักเตรียมพร้อมเลยเ้าเนี่ย”
“ทานโทษนะฉันมีเงินพอที่จะซื้อเต้นท์พวกนั้นที่ไหนกัน หลังนึงราคาเป็แสนซะขนาดนั้น”
ชายหนุ่มพูดพลางโยนการ์ดไอเท็มทั้งหมดที่เขาได้รับมานั้นกลับเข้าไปในหน้าต่างไอเท็มของเขาก่อนที่จะเรียกเอาการ์ดฮาล์ฟของเขาขึ้นมาหมายจะเรียกเ้าัดินเบรโก้ขึ้นมาขี่อีกครั้งโดยที่รอบนี้เขาอยากจะลองเป็คนควบคุมมันเองเพราะอยากจะให้ยูเรียซ่าพักอยู่ในการ์ดไปก่อน
“เดี๋ยว แล้วนั่นเ้าจะทำอะไร?”สโนว์เบลถาม
“แหงสิก็เรียกัออกมาขี่กลับบ้านสิถามได้”
“เอ้าแล้วทำไมไม่ใช่การ์ดเทเลพอร์ตกลับเมืองไปเลยเล่า?”
เทเลพอร์ตคือการ์ดไอเท็มแบบใช้แล้วหมดไปเป็หนึ่งในไอเท็มที่จะใช้เพื่อเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้ โดยต้องมีเซฟพ๊อยต์ในจุดนั้นๆเพื่อเป็เป้าหมายในการเดินทางด้วย แน่นอนว่าการ์ดพวกนี้ใบนึงราคาหลายพัน G และโจ๊กเองก็ยังไม่เห็นว่ามันจะสำคัญขนาดนั้นในเมื่อตอนนี้เขามีัเอาไว้ขี่แล้ว
“อะไรประหยัดได้ฉันก็ประหยัดไว้ก่อน”โจ๊กไหวไหล่ “แล้วใครก็ไม่รู้ผลาญเงินค่าอาหารของฉันไปเมื่อเช้านี้ตั้งเยอะมันหมดงบสำหรับค่าใช้จ่ายของฉันในวันนี้ไปแล้ว”
โจ๊กไหวไหล่อันที่จริงหนึ่งในเควสที่เขากำลังจะไปส่งนั้นมันก็จะได้รับการ์ดเทเลพอร์ตเป็ของรางวัลตั้ง10 ใบอยู่แล้ว ซ้ำเขาเองก็กะจะมาทำเควสอีกแค่รอบเดียวก็จะเลิกพอดี เพราะฉะนั้นจะเสียเวลาเดินทางอีกนิดหน่อยเพื่อเซฟเงินเอาไว้มันก็ไม่ใช่เื่เลวร้ายอะไรอีกอย่างการได้นั่งัไปยังพื้นที่ที่ไม่รู้จักมันก็จะเป็การเปิดแผนที่เพื่อให้มันสมบูรณ์ขึ้นอีกด้วย
“ขี้เหนียวเป็บ้าเอาแต่งกแบบนี้แล้วเมื่อไรเ้าจะหายงอกง่อยเสียที”
“เลิกพูดมากได้แล้วฉันจะกลับละจะนั่งซ้อนท้ายไปกับฉันหรือจะกลับเข้าไปในการ์ด?” โจ๊กถามหน้านิ่ง
“เหอะ! ถ้าเรากลับเข้าไปในการ์ดล่ะก็บอกได้เลยว่าพวกก็อบลินนั่นได้กลับมารุมทึ้งเ้าเละเป็ซากแน่” ว่าแล้วก็ถอนใจ“ช่วยไม่ได้ เราจะยอมนั่งไปด้วยก็แล้วกัน”
ไอ้ท่าที “เยอะ” ของแม่เ้าประคุณนั้นทำให้โจ๊กต้องส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มอ่อนใจ
ก่อนที่เขาจะตั้งท่าเรียกเอาเบรโก้ออกมาเพื่อที่จะได้กลับเมืองไปส่งเควสและค่อยดูอีกทีว่ายังพอมีเวลาเหลือที่จะได้ทำเควสใกล้ๆกับเมืองอีกบ้างหรือเปล่า เพราะเอาจริงๆ สำหรับวันนี้มันก็น่าจะเพียงพอมากแล้วแค่นี้แรงค์ของเขาก็น่าจะเลื่อนขึ้นมาเป็ระดับ D ได้แบบสบายๆ แล้วล่ะ
“ถ้าอย่างนั้นก็.....”
โครม!!!
ทว่าก่อนที่โจ๊กจะได้ทันเรียกเอาฮาล์ฟของเขาออกมาจู่ๆ มันก็มีเสียงบางอย่างดังลั่นขึ้นมาพร้อมกับแรงะเืที่มาถึงปลายเท้าของเขาชายหนุ่มชะงักงันรีบตวัดสายตาไปมองตามทันทีกระทั่งเห็นร่างของมอนสเตอร์อะไรซักอย่างวิ่งโผล่พรวดออกมาจากต้นไม้ของป่าฝั่งตรงข้ามพร้อมกับร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่วิ่งหน้าเริ่ดนำมาด้วยท่าทางตื่นตระหนกสุดขีด
“เฮ้ย....ตัวอะไรฟะ?”
โจ๊กชะงักไปเลยทีเดียวเพราะว่ามอนสเตอร์ที่วิ่งเข้ามาและกำลังตรงผ่านไปยังสวนดอกไม้นั้นเป็สัตว์ที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็“เสือ” ที่มีขนาดใหญ่โตเกือบ 4 เมตรเห็นจะได้ ขนสีเหลืองทองยาวฟูกับเขี้ยวยาวเฟื้อยที่น่ากลัวกว่าปกติมานักโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทางของมันที่กำลังเหมือนหิวกระหายสุดๆนั้นยิ่งทำให้ดูน่าหวาดผวายังไงก็ไม่รู้
“น...นายคนนั้นน่ะหนีไปเดี๋ยวนายจะตายไปด้วย!”
เช่นเดียวกับเสียงะโดังลั่นมาของชายหนุ่มที่วิ่งหนีเ้าสัตว์ร้ายตัวนั้นอยู่ทันทีที่หมอนั่นหันมาเห็นว่าตรงนี้มีผู้เล่นยืนอยู่เขาก็รีบะโร้องเตือนให้ถอยไปห่างๆ ทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังจะเอาตัวไม่รอดอยู่
“เป็อะไรมั้ยครับ ให้ผมช่วยอะไรมั้ย?!”
โจ๊กรีบะโถามไปพร้อมกับร่างของชายหนุ่มคนนั้นที่วิ่งผ่านหน้าไปทันทีเขามองเห็นหน้าตาของผู้ชายคนนั้นได้ไม่ชัด เพราะฝั่งตรงข้ามสวมเสื้อฮูดปกปิดใบหน้าเอาไว้
“ไม่เป็ไร ทางนี้สบายมากฉ...ฉันเอาตัวรอดได้!”
เสียงะโเย้วๆกลับมานั้นขัดแย้งกับคำพูดของตัวเองสุดๆ โจ๊กลองเพ่งสายตาดูดีๆจึงได้เห็นว่าหลอดพลังชีวิตของซัมมอนเนอร์คนนั้นลดลงไปเกินกว่าครึ่งหนึ่งแล้วคาดว่าฮาล์ฟของเขาเองก็คงจะโดนล่นงานไปไม่น้อยจนตัวเองทำได้แค่วิ่งหนีอย่างเดียวแบบนี้
“คริกซ่าไลเกอร์ งั้นเหรอ?”สโนว์เบลพูดขึ้นพลางหรี่ตามองเ้าเสือตัวนั้นเขม็ง “เลเวลราวๆ 35 เห็นจะได้ล่ะนะหมอนั่นไม่มีทางรอดตายได้แน่ๆ เอาไงล่ะ จะช่วยหมอนั่นมั้ยหรือว่าจะเผ่นหนีดี?”
คำถามจากัสาวนั้นส่งให้โจ๊กจ้องมองอย่างชั่งใจอยู่พักหนึ่งสภาพของเขาตอนนี้นั้นแทบไม่มีอะไรไปต่อกรกับมอนสเตอร์ที่ดูปราดเดียวก็รู้ว่าอันตรายขนาดไหนแต่อย่างน้อยๆการเพิกเฉยและเห็นคนที่้าความช่วยเหลือแบบนั้นแล้วหนีเอาตัวรอดไปเอง....ไม่ใช่นิสัยของเขา
“รอตรงนี้นะ แล้วอย่าได้ทำอะไรแผลงๆอีกล่ะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง!”
โจ๊กหันมากำชับกับสโนว์เบลอย่างเด็ดขาดก่อนที่ร่างสูงนั้นจะวิ่งออกไปทันควัน
ปล่อยให้ัสาวได้แต่ส่งเสียงหัวเราะหึออกมาทันที
“กะแล้วว่าต้องทำแบบนี้”สโนว์เบลพูดอย่างอ่อนใจ
ขณะที่โจ๊กวิ่งกวดตามหลังเ้าคู่รักหนังแขก(?)นั้นไปอย่างยากลำบาก เพราะฝีเท้าของเ้าคู่นั้นมันไวกันสุดๆกระทั่งพอจะตามทันได้ระดับหนึ่งเขาก็ทำได้เพียงแค่ะโไล่หลังออกไป
“คุณครับวิ่งมาทางนี้ก่อนเดี๋ยวผมจะช่วยคุณเอง!”
เสียงนั้นเรียกสายตาของชายหนุ่มปริศนาคนนั้นให้หันกลับไปมองได้กระทั่งได้เห็นโจ๊กวิ่งตามมาติดๆ เ้าตัวก็ทำได้แค่กัดฟันกรอดสุดท้ายก็ไม่มีทางเลือกหมุนตัวหักเลี้ยวแบบสุดตัวจนเกือบล้มคว่ำสบโอกาสให้เ้าเสือตัวใหญ่นั้นยกกรงเล็บขึ้นตะปบใส่ในระยะที่โจมตีถึง
ชายหนุ่มคนนั้นโดนเล่นงานเข้าให้ตรงบริเวณหัวไหล่จนเกิดรอยแผลเหวอะขึ้นแต่โชคยังดีที่มันยังไม่สาหัสจนทำให้เขาตายได้ว่าแล้วเขาจึงรีบวิ่งหน้าตั้งตรงกลับเข้ามาหาโจ๊กอย่างมีความหวังว่าคนแปลกหน้านี้จะช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ได้เช่นเดียวกับเ้าเสือตัวใหญ่นั้นที่ตะกุยตีนของมันลงไปบนพื้นเพื่อเบรกและกลับตัววิ่งตามเหยื่อของมันต่อไป!
“ดีล่ะ ขอให้ได้ผลทีเถอะ....”
โจ๊กที่เห็นว่าผู้ชายคนนั้นกำลังวิ่งตรงมาทางนี้พร้อมกับล่อเ้าเสือตัวนั้นมาด้วยก็เป่าปากขึ้นบางเบา
มือชูไปด้านหน้าเรียกเอาการ์ดฮาล์ฟใบหนึ่งขึ้นมาเตรียมพร้อมเอาไว้
“ออกมา ดิ๊กโบนดราก้อน!”
สิ้นคำกล่าวนั้นแล้วจึงมีอาคมวงแหวนเวทพุ่งออกมาจากปลายมือของโจ๊กทันควันพร้อมกับร่างของัสีน้ำตาลและมีร่างกายบางส่วนเป็กิ่งไม้ตัวสูงราวหนึ่งเมตรรูปร่างผอมบางใบหน้าเรียวแหลมโผล่ออกมายืนตรงหน้าของเขา
“จัดการเ้าเสือตัวนั้นเลยดิ๊กโบนสกัดมันเอาไว้ให้ได้”
เขาออกคำสั่งทันควันส่งให้ัตัวใหม่นี้วิ่งตะกุยขาทั้งสีวิ่งตรงเข้าใส่เสือคลั่งตัวนั้นทันทีมันวิ่งอ้อมร่างของเ้าหนุ่มที่หนีตายคนนั้นไปก่อนจะไปะโขึ้นมาเพียงเล็กน้อยและปักหัวมุดดินลงไปอย่างรวดเร็ว
โครม!!!!
เสี้ยวพริบตานั้นเองเ้าเสือตัวใหญ่นั้นที่กำลังวิ่งมาสุดกำลังก็ทรุดหายไปจากสายตาของทุกคนอย่างรวดเร็วพร้อมกับหลุมขนาดพอดีกับร่างกายของมันที่จู่ๆ ก็ทรุดตัวลงไปทันทีที่มีย้ำเท้าลงไปเ้าสัตว์ร้ายนั้นได้แต่ดิ้นพราดๆ ส่งเสียงร้องออกมาอย่างกราดเกรี้ยว เห็นดังนั้นแล้วโจ๊กจึงกำหมัดขึ้นอย่างพอใจ
“เยี่ยม ได้ผลจริงๆ”
ซึ่งหลุมกับดักที่ถูกสร้างขึ้นมาในชั่วพริบตานั้นมาจากฝีมือของัดินที่เขาเพิ่งจะเรียกขึ้นมาเมื่อครู่นี้นั่นเอง
ดิ๊กโบนดราก้อน LV3 (ดิน)
♦♦♦♦
เผ่า : ั
เมื่อลงมาในสนามรบ จะสามารถสร้างหลุมกับดัก ขึ้นมาผนึกศัตรูได้ 2 นาที
โจมตี-2 ป้องกัน-2
พลังชีวิต 4,000
ความสามารถพิเศษที่แม้จะไม่ได้เก่งกาจมากมายอะไรแต่ช่วยซื้อเวลาให้ได้เป็อย่างดีนั้นทำให้โจ๊กต้องยิ้มกว้างเขารีบกวักมือเรียกผู้ชายตรงหน้าพร้อมกับะโเสียงดัง
“รีบหนีตอนนี้ล่ะครับหลุมนั่นจะหยุดมันไว้ได้ราวๆ 2 นาทีเท่านั้นนะครับ”
แต่แทนที่ผู้ชายคนนั้นจะเชื่อฟังคำเตือนของโจ๊กร่างสูงนั้นกลับชะงักไปเขาหันหลังกลับไปมองเมื่อเห็นว่าเ้าสัตว์ร้ายที่วิ่งไล่กวดมานานนั้นพลาดท่าตกลงไปในหลุมกับดักแม้จะกำลังหอบจนตัวโยน แต่ก็มีรอยยิ้มแบบพึงพอใจขึ้นมา
“ดีล่ะถ้าอยู่ในหลุมแบบหวังผลได้แบบนี้แกเสร็จฉันแน่ไอ้แมวโง่”
เขาพูดขึ้นก่อนจะเรียกการ์ดใบหนึ่งขึ้นมาถือเอาไว้ก่อนจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็วัตถุทรงกลมสีดำหน้าตาแปลกๆ ลูกหนึ่งกระทั่งขว้างเ้าของชิ้นนี้ออกไปสุดแรงจนกลิ้งตกลงไปในหลุมนั้นอย่างแม่นยำทำเอาโจ๊กที่มองอยู่ต้องหรี่ตาลง ไม่ช้าผู้ชายคนนั้นจึงรีบหันกลับมาอีกครั้งพร้อมกับสับเท้าวิ่งเร็วขึ้น
“น...หนีเร็วเข้ารอบนี้อันตรายกว่าเดิมหลายเท่าเลยนะจะบอกให้!”
ผู้ชายคนนั้นรีบะโร้องเตือนให้อีกครั้งทำเอาโจ๊กพอจะคาดเดาได้แล้วล่ะว่าเ้าหมอนี่โยนอะไรลงไปในหลุมที่เขาสร้างขึ้นโจ๊กจึงรีบออกคำสั่งเรียกัของเขาให้โผล่พรวดขึ้นมาจากใต้ดินก่อนจะสับเท้าวิ่งกันสุดชีวิต
และเมื่อสองหนุ่มนั้นวิ่งหนีหน้าตั้งกันมาสุดชีวิตได้อีกไม่กี่ก้าวเท้านั้นเองหายนะย่อมๆ จึงก่อตัวขึ้น!
ตูม!!!!
พื้นดินรอบๆหลุมกับดักนั้นะเิกระจุยออกมาอย่างรุนแรงที่สุด แรงะเินั้นถึงขนาดทำให้หน้าดินรอบๆลอยตัวขึ้นสูงอย่างน่ากลัวเช่นเดียวกับร่างของสองหนุ่มนั้นที่ถึงกับโดนแรงะเือัดจนหน้าคะมำไปตามๆ กัน
ทั้งคู่ต่างรีบหันไปมองสภาพของหายนะย่อมๆที่ช่วยกันสร้างขึ้น กระทั่งได้เห็นเพียงฝุ่นควันลอยกระจายอยู่เต็มไปหมด พร้อมกับเศษชิ้นส่วนของเ้าเสือตัวนั้นกระเด็นตกลงไปบนพื้นเท่านั้นเองทั้งคู่ก็เป่าปากโล่งใจ
“สมน้ำหน้า!” เ้าหนุ่มที่สวมฮูดะโขึ้นอย่างสะใจ“อยากตามตื้อไม่เลิกดีนัก ตายๆ ไปซะเ้าแมวโง่!”
พูดแล้วก็กำหมัดชูขึ้นเร้าๆถากถางศัตรูที่ตายไปอย่างโล่งอกที่สุด พร้อมกันนั้นเ้าตัวก็ยกมือขึ้นปลดฮูดที่คลุมศีรษะออกก่อนจะสลัดเหงื่อออกไปจากใบหน้าเผยให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มยินดีกับผมสีทองที่ดูเตะตากับดวงตาเฉี่ยวคม
“ขอบใจมากเลยนะถ้าไม่ได้นายช่วยไว้สงสัยฉันจะไม่รอดซะแล้ว” พูดแล้วเขาก็ยกนิ้วโป้งขึ้นมาให้“แล้วก็สร้างหลุมกับดักนั่นขึ้นมาได้เหมาะเหม็งมากเลย ...กู๊ดจ็อบ!”
น้ำเสียงรื่นเริงนั้นส่งให้โจ๊กต้องถอนใจออกมาบางเบากระทั่งเขาเหลือบไปมองยังเศษซากแห่งความพินาศที่อยู่เบื้องหน้าแล้วก็นึกอ่อนใจ เช่นเดียวกับสโนว์เบลที่ยืนมองอยู่ห่างๆต้องหัวเราะหึขึ้นมาอีกคน
“ฆ่าได้ไม่มีศิลปะเอาซะเลย”
“นั่งเลยๆ พักผ่อนให้สบายนะเพื่อนถือซะว่าเป็การขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้”
ท้องฟ้านั้นเข้าสู่ห่วงรัตติกาลในจนได้แม้ว่ายามนี้โจ๊กจะยังคงอยู่ในป่าครัสต์เหมือนเคยก็ตามทีแต่ว่าตอนนี้เขาก็ได้เข้ามาอยู่ในจุดปลอดภัยซึ่งเป็เต้นท์ที่พักที่ก่อกองไฟขนาดย่อมๆให้ทั้งความอบอุ่นแสงสว่างและความปลอดภัยเอาไว้ในเวลาเดียวกันพร้อมกับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเ้าของที่พักอีกด้วย
โจ๊กทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้พับแบบที่ใช้กันในการตั้งแคมป์พร้อมกับแผ่สองมือลงไปกับกองไฟเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นเช่นเดียวกับจานอาหารหอมฉุยที่ถูกยื่นมาให้พร้อมกับรอยยิ้มที่เจิดจ้าสุดๆ
“ขอบคุณครับ”โจ๊กยิ้มรับพร้อมกับจานอาหารนั้นด้วย
“ของเธอด้วยนะสาวน้อยถึงจะเป็ของพื้นๆ แต่ว่าฉันมั่นใจในฝีมือทำอาหารของตัวเองมากเลยนะ”
ไมตรีนั้นถูกส่งไปถึงสโนว์เบลที่ตามเข้ามาในแคมป์แห่งนี้ด้วยเธอรับอาหารจานนั้นมาด้วยท่าทีสนใจอันที่จริงมันยั่วเธอั้แ่หมอนี่เริ่มต้นทำอาหารส่งกลิ่นหอมฉุยไปทั่วทั้งป่าแล้วด้วยซ้ำ
“อร่อย!”
พลันได้ลอยตักขาวที่ถูกราดไปด้วยสตูว์เนื้อหมูป่าที่เคียงด้วยผักหลากหลายชนิดเข้าไปแล้วสโนว์เบลก็ร้องขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนที่จะตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ไม่หยุด
ไอ้ครั้นจะไม่กินตอนนี้ก็ดูจะเสียมารยาทไปแล้วทั้งๆ ที่โจ๊กก็ไม่ได้มีอารมณ์ที่จะอยากทานอะไรเท่าไร แต่โจ๊กกลับเจอสายตาของเ้าหนุ่มตรงหน้าจ้องเขม็งไม่เลิกอย่างคาดหวังแล้วสุดท้ายเ้าตัวก็จำใจต้องตักอาหารนั้นเข้าปากเคี้ยวตามๆ กันไปก็ต้องยอมรับหรอกนะว่าอาหารมันอร่อยมากจนน่าทึ่ง....
แต่สายตาที่จ้องมองมาอย่างมีความหวังประหนึ่งสุนัขที่จ้องตาแป๋วกลับมาก็ทำให้เขารู้สึกอึดอัด
“อร่อยดีครับ”
“ใช่มั้ยล่ะฉันล่ะมั่นใจในฝีมือทำอาหารของตัวเองมากๆ เลยนะ!”
ว่าแล้วเ้าหนุ่มผมทองคนนี้ก็พูดขึ้นมาเสียงใสอย่างยินดีก่อนที่จะตักอาหารเทใส่จานของตัวเองเพื่อเข้ามาร่วมวงในการทานอาหารมื้อนี้ด้วยเห็นไอ้ท่าทางที่ปรับสภาพเข้ากับชาวบ้านเขาได้ง่ายแบบนี้แล้วโจ๊กที่ไม่ค่อยชินกับการถูกตีซี้บ่อยๆก็ทำได้แค่ถอนใจ
เ้าหนุ่มผมทองคนนี้ดูเหมือนจะชื่อว่า“ดาเนียเล่” หรือที่เ้าตัวคะยั้นคะยอให้เขาเรียกตัวเองว่า “ดานี่” นั่นเองมองปราดเดียวก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็ลูกครึ่งเพราะหน้าตาของเขานั้นออกไปทานโซนยุโรปแบบชัดเจนมากๆแต่ก็พูดภาษาไทยได้คล่องปรื๋อเลยทีเดียว
“ว่าแต่ว่าคุณดานี่มาออกล่าที่ป่านี้คนเดียวเลยเหรอครับ?”
โจ๊กถามขึ้นขณะที่มองไปรอบๆ แลเห็นว่าเต้นท์ที่พักของนายดานี่คนนี้ก็มีขนาดใหญ่พอจะตั้งแคมป์กันได้แบบสี่คนสบายๆเลย แต่ดูเหมือนมันจะมีหมอนี่แค่คนเดียวที่อยู่ตรงนี้
“อื้อ ใช่แล้วล่ะ”เ้าหนุ่มผมทองยิ้มแฉ่ง “อันที่จริงพวกเพื่อนๆของฉันที่อยู่ในอาเคเดียก็เยอะแยะเลยล่ะนะ แต่พวกนั้นย้ายออกไปจากเกาะเริ่มต้นกันหมดแล้วตอนนี้ก็เลยเหลือแค่ฉันอยู่ที่นี่คนเดียวน่ะเพราะว่าฉันมีเควสที่อยากจะทำอยู่นั่นแหละ ก็เลยยังไม่ออกไปจากเกาะนี้”
“งั้นก็หมายความว่าแรงค์ของคุณเป็ระดับไอร่อนแล้วงั้นเหรอครับ?”
“ถูกต้อง”
เ้าหนุ่มผมทองยิ้มร่าอันที่จริงแค่เห็นไอ้ะเิที่หมอนี่ใช้ในการฆ่าเ้าเสือั์เมื่อตอนเย็นโจ๊กก็พอจะรู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้เป็ซัมมอนเนอร์ที่มีฝีมือทีเดียวแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาสงสัย
“ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงยังอยู่ที่เกาะเริ่มต้นล่ะครับผมได้ยินมาว่าเควสที่เกาะอื่นๆ น่ะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเกาะเริ่มต้นมากเลยไม่ใช่เหรอครับ?”โจ๊กถามพลางตักอาหารอีกคำเข้าปาก
“ก็อย่างที่นายพูดนั่นแหละโจ๊กเกอร์”ดานี่ถอนใจ“แต่ก็อย่างที่บอกไปนั่นแหละฉันมีเควสบางอย่างที่อยากจะทำที่เกาะเริ่มต้นก่อนน่ะถ้าไม่สำเร็จก็ไม่อยากจะไปทำที่อื่นเท่าไร”
“พอจะบอกได้มั้ยครับว่าเป็เควสอะไร?”
โจ๊กถามอย่างสุภาพเหมือนจะชวนคุยและไม่ทำให้ฝั่งตรงข้ามรู้สึกว่าเขาไปยุ่งเื่ส่วนตัวมากเกินไป
“อ๋อเป็เควสล่าบอสตัวนึงในเกาะแห่งนี้น่ะ”
“บอสเหรอครับ?”
พอได้ยินคำว่า “บอส”แล้วโจ๊กรู้สึกแอบปวดหัวนิดๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาเพิ่งจะโดนไอ้สิ่งที่เรียกว่า “บอส”มันคร่าชีวิตไปเช่นกันซึ่งดานี่ก็ฉีกยิ้มกว้างรีบเปิดหน้าต่างข้อมูลขึ้นมาราวกับอยากจะแชร์เื่นี้ด้วยจะแย่
“นี่ไงๆบอสตัวนี้ล่ะที่ฉันล่าอยู่ล่ะ”
ว่าแล้วเขาก็ผลักบานหน้าต่างข้อมูลนั้นมาให้โจ๊กเห็นเขาใช้มือเลื่อนเข้ามาดูใกล้ๆ กระทั่งขยับแว่นเพื่อมองให้ชัดจนได้เห็นภาพของเ้ามอนสเตอร์ตัวหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกับหมาป่าตัวใหญ่รูปร่างกำยำและมีลักษณะลำตัวเพรียวขนยาวสีขาวอมเขียวกับเขาสองข้างที่อยู่บนหัวของมันพร้อมกับประกายสายฟ้าที่แล่นได้อย่างน่าเกรงขาม
“เอ๊ะ? เลเวลของมันสูงตั้ง 70เลยนะครับเนี่ย”
โจ๊กเริ่มต้นอ่านรายละเอียดนั้นแล้วก็ดูจะมีสีหน้าประหลาดใจเพราะเท่าที่สืบข้อมูลมานั้นมอนสเตอร์ที่อยู่บนเกาะเริ่มต้นนี้จะมีเลเวลที่ไม่เกิน40 เลยซักตัวเดียว แต่เ้าหมาป่าตัวนี้กลับดูแตกต่างไปมาก
“ก็...มันเป็บอสลับของที่นี่น่ะ”
“บอสลับเหรอครับ?”โจ๊กไม่ค่อยชอบคำนี้เท่าไร “อ่า...คล้ายๆ กับเ้าคิงสไลม์อะไรนั่นรึเปล่าครับ?”
“ก็คล้ายๆ กันนะ”ดานี่พูดแล้วก็ยิ้มกว้าง“นายเอาไปเปรียบเทียบกับเ้าคิงสไลม์นั่นแสดงว่านายเองก็เกมโอเวอร์เพราะน้ำมือเ้านั่นเหมือนกันล่ะสิ?”
คำถามย้อนมานั้นทำให้โจ๊กได้แต่ทำหน้าปุเลี่ยนๆซึ่งมันก็ทำให้เ้าหนุ่มผมทองคนนี้หัวเราะลั่น
“เดี๋ยวนะครับ ถ้าใช้คำว่าเหมือนกันงั้นแสดงว่าคุณดานี่เองก็?”
“ก็ไอ้ก้อนเยลลี่พวกนั้นมันน่าเตะจนหยุดมือไม่ได้จริงๆใช่มั้ยล่ะ ฉันเข้าใจดีเลยล่ะ”
พูดแล้วก็ยกนิ้วโป้งขึ้นมาเหมือนเป็สัญญาณที่รู้กันมันก็เลยพอจะทำให้นายโจ๊กอมยิ้มออกมาได้เช่นเดียวกัน
“แล้วตกลงว่าเ้าบอสหมาป่าสายฟ้าตัวนี้มันยังไงเหรอครับ?”โจ๊กถาม
“ก็มันเป็บอสที่หาตัวได้ยากมากในเกาะนี้เรียกว่าตลอดระยะเวลาปีหนึ่งเนี่ยจะมีคนล่ามันได้สำเร็จแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้นเองเพราะว่ามันไม่มีจุดเกิดที่แน่นอน มันจะเดินทางไปทั่วๆ เกาะตลอดเวลาน่ะสิแถมระดับฝีมือของมันก็จัดว่าสูงมากจนมือใหม่สู้ไม่ไหวแต่พอฝีมือของผู้เล่นหน้าใหม่นั้นพอจะแข็งแกร่งขึ้นจนสู้ได้พวกเขาก็แยกย้ายไปที่เกาะอื่นๆเพื่อทำเควสที่ดีกว่า แล้วก็ไม่ได้มาสนใจเ้าบอสตัวนี้แล้วล่ะ”
ได้ยินดังนั้นโจ๊กก็หันกลับมามองข้อมูลของบอสตัวนี้อีกครั้งโดยละเอียด
ฟอร์ซไลการ์ LV70 (ลม)
เผ่า : สัตว์ป่า , เทพ
โจมตี-9 ป้องกัน-4
พลังชีวิต 250,000
“ฟอร์ซ...ไลการ์ เหรอครับ?”
โจ๊กลองอ่านชื่อของเ้ามอนสเตอร์ตัวนี้ดูพลางเห็นระดับพลังของมันแล้วก็ต้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดาเหนือกว่ามอนสเตอร์ตัวไหนๆที่เขาเคยเจอมาทั้งหมดโดยสิ้นเชิงเท่านั้นเองเขาจึงเงยหน้าขึ้นไปสบตากับฝั่งตรงข้าม
“มันเก่งสุดๆ เลยใช่มั้ยล่ะ”ว่าแล้วก็ยิ้มแฉ่ง “ฉันน่ะนะ พยายามที่จะล่าเ้าบอสตัวนี้มาปีกว่าๆ แล้วแต่ให้ตายยังไงก็ทำไม่สำเร็จซักที ได้แต่เจอตัวมันโฉบไปเฉี่ยวมา เคยปะทะด้วยตรงๆก็ไม่กี่ครั้ง แต่ก็เละเทะปางตายเกมโอเวอร์มาตลอดเลยล่ะ แถมระยะหลังๆมานี้ก็ไม่มีใครมาช่วยกันตามหาเ้าบอสตัวนี้ด้วยกันแล้วฉันก็เลยต้องรับเควสออกเดินทางคนเดียวมาพักใหญ่ๆ แล้วล่ะ”
พอพูดมาถึงตรงนี้มันชัดเจนเลยว่าสีหน้าของดานี่นั้นดูจะออกอาการท้อเป็อย่างมากซึ่งโจ๊กก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรจนเกิดเป็ความเงียบที่ก่อตัวขึ้นเห็นดังนั้นแล้วสโนว์เบลที่นั่งเงียบอยู่กลางวงมาโดยตลอดก็มองเ้าสองหนุ่มตรงหน้าสลับกันไปมาก่อนจะขยับมือไปดึงแขนเสื้อของดานี่เบาๆ
“นี่ๆ เราอยากได้แบบนี้อีกจานนึงน่ะมีอีกรึเปล่า?”
“หะ? อ๋อ ได้อยู่แล้วจ้าคนสวยรอแป๊ปนึงนะ”
ดานี่ยิ้มกว้างรีบรับจานมาจากสาวน้อยคนนี้ทันทีก่อนที่เขาจะชะโงกหน้าไปตักอาหารที่ทำเผื่อขึ้นมามื้อใหญ่จนน่าจะเกินพอสำหรับสามคนด้วยซ้ำ(แต่หมอนี่อาจจะไม่รู้ว่าในวงอาหารมันมีัผสมอยู่ด้วย)
“แล้วทำไมคุณถึงทนล่ามันอยู่ล่ะครับ...คือมันตั้งปีกว่าๆ แล้ว ดูๆไปแล้วเลเวลของคุณเองก็น่าจะเยอะพอประมาณน่าจะออกไปทำเควสที่เกาะอื่นจะไม่ดีกว่าเหรอครับ?”
“ก็จริงอย่างที่นายพูดนะแต่แบบนั้นมันเหมือนฉันเป็ฝ่ายแพ้ยังไงก็ไม่รู้สิ”
ดานี่หันมายิ้มเจื่อนๆก่อนจะยื่นจานข้าวที่ถูกเติมจนเต็มกลับไปให้สโนว์เบลอีกครั้ง
“นายคงไม่เข้าใจหรอกมั้งว่าถ้าฉันถอดใจตอนนี้มันก็เหมือนกับความพยายามที่ผ่านมามันดูไร้ค่าไปเลยฉันเสียเวลาไปกับเ้าบอสตัวนี้มากเกินกว่าจะถอดใจแล้วล่ะ เพราะถ้าจะเอาเวลาที่ยอมแพ้ไปหาเป้าหมายอื่นน่ะนะฉันว่าสู้เอาเวลานั้นไปฮึดแล้วสู้ต่อยังจะดีเสียกว่า”
“แม้ว่าจะต้องมาออกล่าบอสเลเวล 70ด้วยตัวคนเดียวนี่น่ะเหรอครับ?”
“ใช่ แม้ว่าจะเป็แบบนั้นก็ตาม”ว่าแล้วก็ยิ้มแฉ่ง “ฉันน่ะนะหมายตาเ้าบอสตัวนี้ไว้มากเลยล่ะการ์ดของมันน่ะเจ๋งสุดๆ เลยนะรู้เลยเปล่ามันเป็การ์ดระดับซีเคล็ตแรร์ที่หาได้ยากมากใน AOS แถมมีซัมมอนเนอร์เพียงไม่กี่คนบนโลกที่เป็เ้าของมันด้วยถ้าหากฉันทำสำเร็จนะฉันจะปั้นเ้าหมาสายฟ้านี้ให้ดังก้องโลกไปเลย”
ดวงตาของดานี่ดูจะส่องประกายขึ้นมาเมื่อพูดถึงเื่นี้โจ๊กหวนไปนึกถึงคำเล่าของเจ๊ฝนที่เคยบอกว่ามีซัมมอนเนอร์ไม่น้อยที่เคยพยายามล่าบอสโหดๆพวกนี้เพื่อหาชิ้นส่วนการ์ดไปทำให้เป็ฮาล์ฟของตัวเองกันเขาเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าเ้าหมาป่าสายฟ้าตัวนี้จะเก่งแค่ไหนแต่คนที่พยายามทำอะไรสุดความสามารถเพื่อให้ตัวเองมุ่งไปตามฝันที่ตั้งไว้น่ะ มันก็ไม่ใช่คนที่น่ารังเกียจหรอกโดยเฉพาะอย่างยิ่งการมุ่งหน้าไปโดยที่ไม่ได้เหยียบหัวใครขึ้นไปน่ะยิ่งน่าชื่นชม
“ว่าแต่นายล่ะมาทำอะไรที่ป่าแถบนี้งั้นเหรอ?” ดานี่ถามพลางตักอาหารเข้าปาก
“อ๋อ ผมมาทำเควสน่ะครับ”โจ๊กไหวไหล่เล็กๆ “ตอนที่เจอกับคุณที่กลางป่าน่ะก็กำลังจะกลับไปที่เมืองพอดีแต่ดันเกิดเื่ขึ้นเสียก่อน”
“อ่าวเหรองี้ฉันคงไม่ได้ไปรบกวนเวลาของนายใช่มั้ย?” ดานี่รีบถามขึ้น
“ไม่หรอกครับอันที่จริงคุณเองก็ช่วยผมได้มากเลย เพราะยัยนี่กำลังหิวพอดีแล้วแม่เ้าประคุณก็ค่อนข้างที่จะเื่มากเื่อาหารด้วย ได้อาหารรสชาติดีๆของคุณช่วยเอาไว้ได้เนี่ย ผมก็สบายตัวขึ้นเยอะเลย”
ได้ยินดังนั้นดานี่จึงหันไปมองหญิงสาวคนดังกล่าวซึ่งเธอเพิ่งจะตักอาหารคำสุดท้ายเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยสีหน้าเบิกบานพลางมองทั้งสองคนสลับกันไปมา
“เดี๋ยวนะ หน้าตาของพวกนายไม่เหมือนกันเลยเธอไม่ใช่น้องสาวของนายแน่ๆ อย่าบอกนะว่าเป็แฟนกัน?”
ว่าแล้วก็ยิ้มแบบกวนๆ มาให้โจ๊กจึงถอนใจและส่ายหน้าค้านทันควัน
“ไม่ใช่หรอกครับ จะว่ายังไงดีล่ะ....”พูดแล้วก็เกาหน้าแกรกๆ “คือเธอเป็ ฮาล์ฟ ของผมน่ะครับ”
โจ๊กเลือกที่จะพูดความจริงไปดีกว่าเพราะคิดไปคิดมาให้โกหกยังไง สุดท้ายยัยนี่ก็คงทำเสียเื่อยู่ดีอีกทั้งผู้ชายคนนี้ก็ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรด้วยซึ่งมันดูจะผิดคาดนิดหน่อยก็ตรงที่ดานี่นั้นไม่มีท่าทีแปลกใจเลยซ้ำจะหันไปมองสโนว์เบลด้วยท่าทางเฉยชาจนโจ๊กยังต้องแปลกใจ
“คุณไม่แปลกใจเลยเหรอครับ?” โจ๊กถาม
“หะ? อ๋อเื่ที่ฮาล์ฟของนายพูดได้นั่นน่ะเหรอ ถ้าเป็เมื่อก่อนก็คงจะมีอยู่บ้างล่ะนะ”ว่าแล้วก็ยิ้มขำ “ก่อนหน้านี้ฉันเคยเจอฮาล์ฟที่สามารถพูดได้มาบ้างแล้วล่ะทีแรกฉันก็ใเหมือนกันนะ แต่เห็นเขาบอกว่ามันจะมีการ์ดบางใบที่จะมีระบบ AI แบบพิเศษติดตั้งเข้าไปในการ์ดด้วยทำให้ฮาล์ฟตัวนั้นๆ สามารถพูดได้ แสดงอารมณ์ได้เหมือนกับเป็ NPC ในเมืองเลยล่ะ ....สาวน้อยน่ารักคนนี้เองก็คงจะเป็หนึ่งในนั้นแน่ๆ”
ว่าแล้วก็หันไปยิ้มให้กับสาวน้อยคนที่ว่าจนเธอต้องทำหน้ามุ่ยขึ้นนิดๆ
“เลิกเรียกเราแบบนั้นซักทีจะได้มั้ยเราชื่อว่าสโนว์เบลต่างหาก”
“สโนว์เบล?”ดานี่เลิกคิ้วขึ้นก่อนจะยิ้มรับ “งั้นก็ต้องขอโทษด้วยนะสโนว์เบลฉันชื่อว่าดานี่ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
ว่าแล้วก็ยื่นมือออกไปให้หมายจะทักทายด้วยซึ่งัสาวก็เอียงคอสงสัยนิดๆ ก่อนจะยื่นมือไปจับด้วย
“เราจะจำชื่อของเ้าไว้ ดานี่โดยเฉพาะอาหารที่เ้าทำขึ้นมานั้นมันสุดยอดมาก”
ได้ยินแล้วก็หัวเราะชอบใจออกมายกใหญ่ก่อนที่ดานี่จะหันมาสบตากับโจ๊กด้วยอีกครั้ง
“ชื่อสโนว์เบลเหรอ ชื่อเหมือนหนึ่งในเซเว่นดราก้อนที่ควีนใช้อยู่เลยแฮะ”
โจ๊กชะงักไปเล็กๆ ดูเหมือนชื่อ “สโนว์เบล”นั้นจะเป็ที่โจษจันในวงการซัมมอนเนอร์จริงๆ เสียด้วยจริงอยู่ว่าเขาสามารถบอกผู้ชายคนนี้ได้ว่ายัยนี่เป็ ฮาล์ฟแต่ถ้าเขารู้เื่ว่ายัยนี่เป็ัตัวเดียวกับที่เขาคิดล่ะก็ท่าทางมันจะวุ่นวายเปล่าๆ เขาจึงเบี่ยงประเด็นไป
“ไม่มีทางเป็ตัวเดียวกันหรอกครับไม่งั้นป่านนี้ผมคงเอายัยแสบนี่ไปขายในตลาดแล้วล่ะถ้าหากเอาไปเปิดประมูลผมน่าจะได้เงินมาใช้เล่นๆ เป็สิบๆ ล้านเลยมั้งครับ”
“ก็นั่นสินะ”
ดานี่หัวเราะขำเป็เชิงเห็นด้วยเพราะเท่าที่รู้จักนั้นสโนว์เบลมีรูปลักษณ์เป็ัขาวที่องค์อาจไม่ใช่สาวน้อยร่างบอบบางน่ารักแบบนี้หรอก แน่นอนว่าการโกหก (ที่แสนแเี)นั้นจะช่วยทำให้โจ๊กรอดไปได้ แต่ไอ้คำว่า “จะเอาไปขาย” นั้นก็เรียกสายตาดุๆจากยัยับางคนให้หันมาจ้องเขม็งจนเขาต้องยิ้มเจื่อนสนิท
“มีเธอเดินทางไปด้วยนายน่าจะดีใจนะโจ๊กเกอร์การเดินทางของนายน่าจะไม่เหงาเลยล่ะ”
“มันข้ามขีดจำกัดคำว่า ไม่เหงาไปมากเลยล่ะครับ”
ว่าแล้วก็ถอนใจ แม้จะรู้สึกแปลกใจนิดๆที่ยัยัตัวนี้ดูจะสงบเสงี่ยมดีกับดานี่ก็เถอะ
“แต่ดูทรงแล้วท่าทางนายจะเป็มือใหม่ถอดด้ามสุดๆเลยใช่มั้ยเนี่ย เล่นเด็คอะไรล่ะ?” ดานี่ถาม
“ผมเล่นเด็คคนขี่ัน่ะครับ แล้วก็เป็มือใหม่อย่างที่คุณเข้าใจนั่นล่ะวันนี้ก็เพิ่งจะเป็การออนไลน์เข้ามาเล่นจริงจังในวันที่สองเท่านั้นเองตอนนี้ก็ยังลองผิดลองถูกทำอะไรไม่ค่อยจะถูกเลยล่ะครับก่อนหน้านี้ก็เกือบจะโดนพวกก็อบลินป่าฆ่าเอาแล้วด้วย”
ดานี่หัวเราะออกมาอย่างชอบอกชอบใจก่อนที่เขาจะรับจานเปล่าที่โดนกวาดอาหารไปจนหมดเกลี้ยงมาจากเพื่อนใหม่ทั้งสองพ่อหนุ่มผมทองยังคงมีเครื่องดื่มอุ่นๆอย่างช็อคโกแล็ตร้อนที่ทำเก็บเอาไว้ในรูปแบบการ์ดมาตบท้ายเป็ของหวานให้อีกด้วยโจ๊กรับมันมาอย่างเกรงอกเกรงใจไม่คาดคิดว่าจะโดนเลี้ยงดูได้ดีขนาดนี้ ส่วนสโนว์เบลน่ะเหรอแค่ได้กลิ่นหอมหวานนั้นก็ะโเข้าไปตะคลุบด้วยสีหน้าเบิกบานแล้ว
“อันนี้ก็อร่อยมากเลย เราชอบ!”
คุณเธอะโลั่นขณะที่สองหนุ่มนั้นหันมาคุยกันต่อ
“มือใหม่ก็ต้องผ่านประสบการณ์ที่ย่ำแย่มาด้วยกันทั้งนั้นแหละ”ดานี่พูด “ดูอย่างฉันสิเคยตายมาด้วยมอนสเตอร์ที่เกาะนี้ตั้งไม่รู้กี่ครั้งมันก็เป็ประสบการณ์บ้าๆ ที่ทำให้โลกอาเคเดียน่าสนใจดีใช่มั้ยล่ะ?”
“ก็คงจะอย่างนั้นครับ” โจ๊กยิ้มรับ“แล้วคุณดานี่เล่นเด็คอะไรงั้นเหรอครับ?”
“ฉันน่ะเหรอ?....อือเด็คแนวอาร์ติแฟ็คล่ะมั้ง”
“อาร์ติแฟ็คเหรอครับ?”
โจ๊กไม่เคยได้ยินแนวเด็คแบบนี้มาก่อนพ่อหนุ่มผมทองจึงฉีกยิ้มกว้างมาให้
“เป็เด็คที่จะใช้ฮาล์ฟสาย นักเวท กับคราฟเตอร์ เป็หลักน่ะ แล้วก็จะเล่นคอมโบกับพวกการ์ดไอเท็มที่สามารถเอามาผสมๆกันหลายๆ แบบเพื่อสร้างวัตถุที่ส่งผลในการต่อสู้ก็...อย่างเช่นะเิที่ฉันใช้จัดการเ้าเสือที่เราเจอเมื่อเย็นนี้ไงนั่นน่ะเป็การผสมกันระหว่างไอเท็มการ์ดะเิ กับ สกิลการ์ดเวทมนตร์เมทาริกบอมไง”
แม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ฟังดูแล้วก็เป็รูปแบบเด็คที่น่าสนใจทีเดียวโจ๊กเองก็เคยไปศึกษามาบ้างเกี่ยวกับฮาล์ฟเผ่า “คราฟเตอร์”ซึ่งเป็ฮาล์ฟที่จะเล่นคอมโบประสานงานกันกับพวกไอเท็มการ์ดซึ่งมีรูปแบบในการเล่นหลากหลายพลิกแพลงได้ตามความ้าของซัมมอนเนอร์
“ฟังดูน่าสนุกดีนะครับมันน่าจะมีรูปแบบการเล่นที่หลากหลายดี”
“ใช่แต่ก็ต้องมานั่งจำสูตรผสมการ์ดวุ่นวายอยู่แหละ” ว่าแล้วก็ไหวไหล่“อีกอย่างเด็คของฉันมันก็ยังไม่สมบูรณ์ด้วย มันยังขาดคีย์การ์ดที่สำคัญที่สุดไป”
“คีย์การ์ด?”
ฟังแล้วก็เลิกคิ้วขึ้นนิดๆกระทั่งได้สบตากับดานี่แล้วพ่อหนุ่มผมทองจึงชี้ไปที่หน้าต่างข้อมูลของบอสตัวที่เขาตามล่าอยู่อย่าง“ฟอร์ซไลก้า” ตัวนั้น โจ๊กก็พอจะเข้าใจได้ในทันที
“ยังไงฉันก็ไม่ยอมถอดใจหรอกจนกว่าฉันจะปราบเ้าหมาสายฟ้านั่นได้ ฉันจะไม่มีทางออกไปจากเกาะเริ่มต้นนี้แน่ๆ”
ได้เห็นแววตาที่ส่องประกายนั้นแล้วโจ๊กก็ต้องหัวเราะขึ้นมาบางเบาเป็ที่ชัดเจนเลยว่าผู้ชายคนนี้มีความอดทนและเป้าหมายที่มั่นคงมากๆบางทีมันก็ชวนให้เขารู้สึกว่า ผู้ชายคนนี้ก็มีนิสัยอะไรบางอย่างที่ออกจะคล้ายๆกับเขาอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอ้เื่ไม่ยอมแพ้เนี่ย
“ว่าแต่ถ้านายเถอะนายเองก็ไม่มีเพื่อนเล่นอยู่อาเคเดียเลยงั้นเหรอ?”
“อ๋อ ตอนนี้ไม่มีหรอกครับผมเพิ่งเข้ามาเล่นได้สองสามวันเอง”
โจ๊กยิ้มเจื่อนๆซึ่งนั่นก็ทำให้ฝั่งตรงข้ามต้องหันไปมองสโนว์เบลอีกคน
“อย่าบอกนะว่าเดินทางกันแค่สองคนเท่านั้นน่ะ?”
“ก็...ทำนองนั้นล่ะครับ”
“โอ้ย แบบนี้จะแย่เอานะ” ดานี่แย้ง“่แรกๆ น่ะมันอาจจะยังพอไหวอยู่หรอก แต่ว่าหลังๆ ตอนที่ไปทำเควสระดับ C ขึ้นไปน่ะมันจะมีแต่เควสที่ต้องรับพร้อมกันกับซัมมอนเนอร์คนอื่นๆ ด้วยทั้งนั้นฉันแนะนำว่ารีบๆ ไปหาเพื่อนในเควสบาร์ไว้บ้างก็ดีนะยังไงก็เป็มือใหม่เหมือนกันน่าจะช่วยกันได้สบายๆ อยู่แล้ว”
“จะพยายามก็แล้วกันนะครับ”
ว่าแล้วก็ยิ้มรับเจื่อนๆไอ้เื่ไปพูดคุยกับคนอื่นนั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับโจ๊กเลยแต่ปัญหาก็คือเขากลัวว่ายัยสโนว์เบลนั้นจะไปป่วนกับชาวบ้านจนทำให้วุ่นวายกันไปเสียเปล่าๆเนี่ยสิ จริงอยู่ว่าเธอนั้นดูจะไม่ต่อต้านอะไรกับคนแปลกหน้าที่เคยเจอกันครั้งแรกอย่างดานี่เพราะว่าผู้ชายคนนี้สุภาพและพูดเก่ง(หรืออาจจะทำอาหารอร่อย)แต่กับคนอื่นที่อาจจะมีนิสัยกวนบาทานี่เขาไม่มั่นใจเอาเสียเลย
ไอ้ครั้นจะไปถอดเอาการ์ดของยัยนี่ออกจากสล็อตเพื่อป้องกันไม่ให้เธอโผล่ออกมาอีก....
ใจหนึ่งก็อยากจะทำแบบนั้นหรอกแต่อีกใจหนึ่งตอนที่เขาได้เห็นยัยนี่ตื่นตาตื่นใจกับโลกอาเคเดียเหมือนกับเป็เด็กนั้น....มันก็ทำให้เขารู้สึกว่าการทำแบบนั้นมันก็ดูจะใจดำเกินไปหน่อย เพราะเอาตรงๆเขาเองก็ได้สโนว์เบลช่วยชีวิตเอาไว้แล้วถึงสองครั้งด้วยกัน แถมแม่เ้าประคุณยังช่วยหาเงินให้กับเขาจนพอตั้งตัวได้อีกด้วย
ซึ่งไอ้รอยยิ้มเจื่อนๆ ของโจ๊กนี่ล่ะที่ทำให้ดานี่มองออกว่ามันมีปัญหาอะไรบางอย่างทำให้เขาต้องออกมาผจญภัยในโลกอาเคเดียเพียงลำพังซึ่งจะว่าไปแล้วพอมองย้อนมามองที่ตนเองจุดยืนของพวกเขามันก็ใกล้กันมากจริงๆ
“งั้นเอางี้มั้ยล่ะ่นี้ฉันเองก็กำลังเบื่อๆ กับการออกตามล่าเ้าฟอร์ซไลก้าด้วยเอาเป็ว่าฉันจะขอพักเควสหลักของฉันไปชั่วคราว แล้วไปช่วยนายตะลุยเควส่ต้นๆเลยดีมั้ย?”
ข้อเสนอที่ไม่คาดคิดว่าจะมาจากคนที่เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่กี่ชั่วโมงทำเอาโจ๊กต้องอึ้งเขารีบยกมือขึ้นโบกค้านแทบไม่ทัน ส่วนหนึ่งก็เพราะรู้ดีว่าภารกิจของดานี่นั้นสำคัญกว่าการมาเสียเวลากับมือใหม่อย่างเขาเป็ไหนๆ
“ไม่ดีหรอกครับแบบนั้นมันจะเสียเวลาของคุณมากกว่านะครับ”
“ไม่เสียเวลาหรอกน่าอีกอย่างฉันเองก็บอกแล้วไงว่า่นี้ก็เบื่อๆกับการต้องมานั่งเดินทางอยู่คนเดียวแบบนี้แล้ว ได้ไปเปลี่ยนบรรยากาศกับนายบ้างก็คงไม่เลวนักหรอกอีกอย่างฉันก็ไม่ได้กะทำมันฟรีๆ หรอกนะ ในระหว่างที่เราเดินทางไปด้วยกันเนี่ยนายก็มาช่วยฉันตามล่าเ้าฟอร์ซไลก้านี้ด้วยอีกแรงด้วยก็น่าจะช่วยฉันได้มากเลยล่ะวินวินทั้งสองฝ่ายเลยจริงมั้ย?”
นั่นก็ไม่เลวเสียทีเดียวโจ๊กเองก็รู้สึกว่าตัวเขานั้นยังมีอะไรที่อยากจะศึกษาอีกมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้คนที่เชี่ยวชาญกับเกาะเริ่มต้นนี้มากๆอย่างดานี่มาช่วยมันก็ถือว่าเป็อะไรที่ยอดเยี่ยมมาก แถมดูๆไปแล้วเขาเองก็เป็คนนิสัยใช้ได้คนหนึ่งอีกด้วย
“เราสนับสนุนให้เ้าสองคนเดินทางไปด้วยกันนะ!”
จนกระทั่งสโนว์เบลเสริมขึ้นอีกคนดวงตาของแม่สาวน้อยคนนี้ส่องประกายออกมาชัดเจนอ่านง่ายเสียยิ่งกว่าหนังสือแบบเรียนของเด็กอนุบาลเสียอีกว่า...ยัยนี่หวังเื่กินล้วนๆ เลย
ซึ่งดานี่ก็หันมายิ้มกว้างให้เห็นเมื่อมีคนสนับสนุนออกมาแบบนั้นมันก็เลยทำให้โจ๊กลังเล
“มันจะไม่เป็การรบกวนคุณแน่นะครับคุณดานี่?”
“ฮึ้ย! รบกงรบกวนอะไรล่ะ เราสองคนออกจะเข้าขากันดีจริงมั้ยนึกถึงตอนเราช่วยกันฆ่าไอ้เสือบ้านั่นสิ”พูดแล้วก็ยิ้มร่าก่อนจะยื่นมือออกมาด้านหน้า “ในโลกภายนอกจะเป็ไงฉันไม่รู้หรอกนะแต่ว่าการได้พบเจอเพื่อนใหม่ๆ และเดินทางผจญภัยไปด้วยกันน่ะมันจะเป็ประสบการณ์ล้ำค่าในอาเคเดียมากนะฉันจะบอกให้”
ได้ยินแล้วโจ๊กก็นิ่งงันไปเขาหันไปสบตากับสโนว์เบลที่ตอนนี้ก็ยังคงพยักหน้ารัวๆเพื่อสนับสนุนความคิดนี้เต็มที่ ขณะที่พอได้หันมาสบตากับเพื่อนใหม่อีกครั้งมันก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเขาเองก็รู้สึกถูกชะตากับนายดานี่คนนี้อยู่นิดๆ เหมือนกัน
พลันก้มลงไปมองมือที่ยื่นมานั้นสุดท้ายเ้าตัวก็หัวเราะหึ
“ถ้าอย่างนั้นก็ฝากตัวด้วยนะครับคุณดานี่” ว่าแล้วก็ยื่นมือไปจับด้วย
“ทางฉันก็ด้วยนะ โจ๊กเกอร์”