เนี่ยหลีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเยี่ยจื่ออวิ๋นก็มาชมการประลองและกำลังเฝ้าดูอยู่ที่มุมหนึ่งของอัฒจันทร์เนี่ยหลีที่เพิ่งได้ชัยชนะเดินกลับไปยังที่นั่งสำหรับตระกูลเทียนเหินรออีกสักครู่หนึ่งจึงจะเริ่มการแข่งรอบที่สอง
เวลานี้ เสิ่นหมิงชำเลืองมองลูกน้องหลายคนของตนและเอ่ยถามว่า “ผลสรุปการพนันเป็นอย่างไรบ้าง?” เสิ่นหมิงครุ่นคิดแม้พวกเขาจะเสียเงินห้าสิบล้านเหรียญจิตอสูรให้แก่เนี่ยหลีทว่าพวกเขาเป็นเจ้ามือรับพนัน คนส่วนใหญ่พนันว่าเสิ่นเฟยจะเป็นฝ่ายชนะน่าจะได้เงินกลับมาบ้างกระมัง?
ฟังลูกน้องรายงาน “เงินพนันทั้งหมดเป็นหนึ่งร้อยหกสิบล้านเหรียญจิตอสูรจ่ายออกไปกว่าหนึ่งร้อยหกสิบหกล้านเหรียญจิตอสูรเสียพนันราวหกล้านกว่าเหรียญจิตอสูร!”
“เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร? มันแพ้ได้อย่างไร?” เสิ่นหมิงพูดขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว เขาคิดว่าการพนันรอบนี้จะได้เงินกลับมาบ้างแต่คิดไม่ถึงว่าผลลัพธ์กลับเสียไปหกล้านกว่าเหรียญ แม้มิใช่จำนวนมากมายแต่ก็ทำให้เขาโกรธจนไฟลุกแล้ว!
“ให้ตายเถอะ!” เสิ่นหมิงสบถเป็นฟืนเป็นไฟตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเป็นผู้ช่วยตระกูลเสินเซิ่งยังไม่เคยทำเรื่องผิดพลาดใหญ่หลวงปานนี้มาก่อนเลยพริบตาเดียวก็เสียเงินไปกว่าห้าสิบหกล้านเหรียญจิตอสูรแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นท่านประมุขก็ใกล้จะออกจากการเก็บตัวเพื่อทะลวงด่านแล้วต่อให้เขาสามารถใช้ความดีความชอบที่ผ่านมาชดเชยความผิดทว่าในใจก็ยังรู้สึกหงุดหงิดอยู่
เวลานี้ ทางฝ่ายตระกูลเทียนเหิน เนี่ยไห่ เนี่ยเอินและพวกกำลังสุขใจยิ่งแม้พวกเขาจะไม่ใช่คนที่ชนะพนัน แต่เป็นเนี่ยหลีทว่าสามารถตกได้เนื้อมันชิ้นใหญ่จากตระกูลเสินเซิ่งเช่นนี้พวกเขาพากันรู้สึกสบายใจไม่หยุดที่ผ่านมาถูกตระกูลเสินเซิ่งกดดันอย่างหนักจนลำเค็ญยิ่ง เวลานี้สุดท้ายก็สามารถเอาคืนได้สำเร็จแล้ว
“น้องเนี่ยหลี ข้าเคยคิดว่าเจ้าเป็นคนที่น่านับถือยิ่ง คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะเล่ห์ปานนี้ดูเหมือนอนาคตข้างหน้า พี่สาวหยางจะต้องระวังเจ้าเอาไว้บ้างแล้ว!” หยางซินจ้องมองเนี่ยหลีและหยอกเย้า สองมือกอดอก บริเวณนั้นของนางถูกกอดจนเบียดเล็กน้อยยิ่งยั่วยวนใจผู้คนนัก
เนี่ยหลีฝืนยิ้มและพูดว่า “พี่สาวหยางท่านเข้าใจผิดแล้ว อันที่จริง ข้าเป็นคนที่น่านับถืออย่างยิ่ง ทว่ายามฉุกเฉินก็ต้องใช้วิธีการฉุกเฉิน!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี หยางซิน เนี่ยไห่ เนี่ยเอินและคณะต่างพากันจ้องมองเนี่ยหลีด้วยสีหน้าที่แสร้งทำเป็นยิ้มสีหน้าเหล่านั้นคล้ายจะบอกว่า ผู้ใดจะเชื่อเจ้า!
เนี่ยหลียักไหล่ เดาว่าต่อให้ตนอธิบายอย่างไรก็คงไม่มีประโยชน์เขาจ้องมองเนี่ยเอินและเอ่ยถาม “พวกเราชนะทั้งหมดเท่าไหร่?”
“การพนันส่วนตัวชนะห้าสิบล้านเหรียญจิตอสูร ลงพนันเพิ่มอีกสามสิบล้านเหรียญจิตอสูรชนะได้เจ็ดสิบล้านเหรียญจิตอสูร!” เนี่ยไห่ยิ้มบางพูดเพียงพริบตาเดียวก็ได้เงินมากว่าร้อยล้านเหรียญจิตอสูรแล้วเนี่ยหลีเจ้าเด็กคนนี้หาเงินได้เร็วเหลือเกิน!
“อืม!” เนี่ยหลีพยักหน้าหงึกๆเงินหนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตอสูร สำหรับเนี่ยหลีไม่นับว่ามากมายอะไร ทว่ากับตระกูลเสินเซิ่งย่อมมิใช่จำนวนน้อยๆ
เวลานี้ เสิ่นหมิงทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เขาเดินตรงไปทางตระกูลเทียนเหิน
“ท่านผู้ช่วยเสิ่นหมิง คุณชายน้อยเสิ่นเฟยเป็นอย่างไรบ้าง? เนี่ยหลีของพวกเราลงมือหนักเกินไปหน่อย โปรดอภัยให้กับพวกเราด้วยเถิด!”เนี่ยไห่ยกสองมือขึ้นคำนับเสิ่นหมิงในฐานะที่เป็นประมุขของตระกูลเทียนเหิน เขายังพอมีวิชาเสแสร้งวางตัวอยู่บ้างทว่าในใจกลับแอบหัวเราะจนเบิกบานยิ่ง
ใบหน้าของเสิ่นหมิงบูดเบี้ยว ใครๆ ก็รู้ว่าเสิ่นเฟยคงไม่อาจลุกลงจากเตียงไปได้อย่างน้อยอีกครึ่งเดือนเนี่ยหลีเจ้าเด็กคนนี้ลงมือชั่วร้ายนักเสิ่นหมิงยังไม่ทราบว่าอาการบาดเจ็บของเสิ่นเฟยเป็นอย่างไรไม่รู้ว่าต่อไปเสิ่นเฟยจะไม่อาจเป็นผู้เป็นคนได้อีกแล้ว หากเขารู้คงยิ่งโกรธกว่านี้นัก อย่างไรก็ตาม เสิ่นหมิงได้สั่งการเสิ่นหนิงไว้แล้วต้องเล่นเนี่ยหลีให้หนัก
ในความคิดของเสิ่นหมิงเป็นไปไม่ได้ที่แพนด้าเขี้ยวเสือของเนี่ยหลีจะสู้ชนะเสิ่นหนิงได้ปกติแล้วแพนด้าเขี้ยวเสือเป็นเพียงจิตอสูรระดับทองแดงเท่านั้นต่อให้แพนด้าเขี้ยวเสือของเนี่ยหลีมีความพิเศษอยู่บ้าง หรือต่อให้เป็นระดับเงิน ก็ถือว่านี่ก็ถึงที่สุดของมันแล้วส่วนเสิ่นหนิงเวลานี้เป็นถึงผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินห้าดาวแล้ว อีกอย่างหนึ่งจิตอสูรของเสิ่นหนิงคือหมีปีศาจเพลิงศักดิ์สิทธิ์ มันเป็นจิตอสูรระดับทองแม้ว่าจิตอสูรพยัคฆ์ดำเพลิงแดงของเสิ่นเฟยจะมีพรสวรรค์สูงพอที่จะเติบโตจนเป็นจิตอสูรระดับทองดำได้ทว่าตอนนี้มันยังเป็นเพียงจิตอสูรระดับเงินเท่านั้นส่วนจิตอสูรของเสิ่นหนิงนั้นอยู่ในระดับทองเรียบร้อยแล้ว
เช่นนี้แล้วหากยังจะแพ้อีก ก็คงเป็นที่แปลกประหลาดไปแล้วแหละ!
“พนันกันสามรอบ นี่เพิ่งรอบแรกเท่านั้น อย่าเพิ่งด่วนดีใจเกินไปนักพวกเราคุยกันเสร็จแล้วก็มาเริ่มการแข่งรอบที่สองกันเถอะ!” เสิ่นหมิงจ้องมองเนี่ยไห่และคณะทำเสียงฮึเย็นยะเยือกและพูดขึ้น
“นี่...” เนี่ยไห่อดที่จะหันไปมองเนี่ยหลีมิได้เขาไม่ทราบว่าพลังของเนี่ยหลีเป็นอย่างไร ตระกูลเสินเซิ่งแพ้ไปแล้วหนึ่งรอบคนที่สองที่จะลงสนาม พลังคงต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่
เสิ่นหมิงก็มองตามสายตาของเนี่ยไห่ จรดลงไปบนร่างกายของเนี่ยหลีความเย็นเยียบฉายวาบอยู่ในดวงตาของเขา
เนี่ยหลีกระแอมไอเบาๆ คำหนึ่งและพูดว่า “ตระกูลเสินเซิ่งทำเช่นนี้ใช่จะไม่เหมาะสมเกินไปหน่อยหรือไม่ข้าเพิ่งจะลงแข่งไปหนึ่งรอบ สิ้นเปลืองพลังวิญญาณไปตั้งมากมายต้องลงแข่งต่อรอบที่สองทันที ตระกูลเสินเซิ่งให้ข้าลงสู้ต่อเนื่องเช่นนี้มิใช่จะเป็นการเอาเปรียบกันเกินไปหน่อยหรือ? อย่างนี้เป็นไงการแข่งรอบที่สองเลื่อนออกไปอีกสักสองเดือน รอจนพลังวิญญาณของข้าฟื้นฟูกลับคืนแล้วค่อยกลับมาประลองกับอัจฉริยะของตระกูลเสินเซิ่ง!”
ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี หยางซิน เนี่ยไห่ และเนี่ยเอินต่างมีสีหน้ากระอักกระอ่วนงุนงงจ้องมองเนี่ยหลีแล้ว
พลังวิญญาณสิ้นเปลืองย่ำแย่ปานนั้นเชียวหรือ? ในการประลองรอบที่แล้วเนี่ยหลีหลอมรวมกับจิตอสูรของตนเพียงครู่เดียว จากนั้นก็ตบเสิ่นเฟยไปสองสามฝ่ามือแล้วก็กระทืบใส่เสิ่นเฟยสองสามรอบ ไม่มีการต่อสู้รุนแรงแม้แต่น้อยนี่จะไม่เสแสร้งเกินไปหน่อยแล้วหรือ?
ใบหน้าของเสิ่นหมิงดำคล้ำ ร้องฮึเย็นยะเยือกคราหนึ่งและพูด “ตระกูลเทียนเหินคงมิใช่ว่าพอชนะได้เงินแล้วก็คิดจะหนีหรอกกระมังหากเป็นเช่นนี้ พวกเราตระกูลเสินเซิ่งก็มิใช่พวกกินแต่ผักเช่นกัน (โง่) เสิ่นหมิงหันไปมองหยางซินส่งเสียงร้องฮึและพูดว่า “ตระกูลเทียนเหินไม่รักษาเกียรติของตนถึงเพียงนี้สมาคมนักปรุงยาวิเศษยังจะสนับสนุนตระกูลเทียนเหินอยู่อีกหรือ? หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะขอให้ท่านประมุขไปคุยกับท่านเจ้าเมืองแล้ว!”
สองแก้มของหยางซินแดงระเรื่อขึ้น แม้นางจะยืนอยู่ข้างเนี่ยหลีทว่าผิวหน้าบางๆ ของนางก็มีส่วนทำให้รู้สึกไม่ค่อยสะดวกใจที่จะเอ่ยปากแล้วหากเนี่ยหลีชนะพนันแล้วก็คิดจะจากไปจริงๆ ก็รู้สึกว่าจะมีส่วนไม่ถูกต้องอยู่บ้าง
“ในเมื่อท่านผู้ช่วยเสิ่นหมิงกล่าวเช่นนี้ ข้าก็คงได้แต่สู้ต่อให้ตระกูลเสินเซิ่งใช้วิธีการเอาเปรียบข้าก็เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้านินทาว่าร้ายตระกูลเสินเซิ่งลับหลังอย่างแน่นอน!”เนี่ยหลีจ้องมองหน้าตาเกรี้ยวกราดของเสิ่นหมิง ในใจแอบยิ้มเล็กน้อยเขาสามารถยั่วโทสะเสิ่นหมิงได้แล้ว
“ผู้ใดจะกล้านินทาว่าร้ายตระกูลเสินเซิ่งของข้า!” เสิ่นหมิงร้องฮึและก็พลันพบว่าตนเองพลาดท่าไปนี่มิใช่หมายความว่าตนยอมรับว่าใช้วิธีการเอารัดเอาเปรียบเพื่อชัยชนะหรอกหรือปอดของเขาแทบระเบิดออกมาแล้ว
เนี่ยไห่ เนี่ยเอินและพวกล้วนมีสีหน้าเข้าอกเข้าใจ
“ตระกูลเสินเซิ่งช่างรู้จักกดดันผู้อื่นเสียจริงๆ!” หยางซินพูดเบาๆในที่สุดนางก็เข้าใจเจตนาของเนี่ยหลีแล้ว เนี่ยหลีตั้งใจยั่วยุให้เสิ่นหมิงโกรธค่อยๆ หลอกล่อให้เสิ่นหมิงติดกับทีละก้าวๆ ทว่าเนี่ยหลีจะสามารถเอาชนะอัจฉริยะของตระกูลเสินเซิ่งได้จริงหรือ?หากเนี่ยหลีไม่สามารถเอาชนะอัจฉริยะของตระกูลเสินเซิ่งได้เช่นนั้นทุกอย่างที่ทำลงไปก็สูญเปล่าแล้ว
“แล้วจะเป็นอย่างไร!” เสิ่นหมิงโกรธสุดขีดจ้องมองเนี่ยไห่ เนี่ยเอินและพวก พูดขึ้น “พนันครั้งนี้ตระกูลเทียนเหินจะว่ามาเท่าไหร่?”
เนี่ยหลีพูดเบาๆ “ในความเห็นของข้า อย่างน้อยที่สุดพวกเราควรเล่นสักสองสามร้อยล้านเหรียญจิตอสูรไม่เช่นนั้นก็คงไร้ความหมาย!”
ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี สมองของเสิ่นหมิงก็ปั่นป่วนจากนั้นก็พลันมีสติขึ้นมาแล้ว แม้เขาจะโกรธเนี่ยหลีเป็นที่สุด ทว่าเงินพนันถึงสองร้อยล้านเหรียญจิตอสูรหากเกิดปัญหาอะไรขึ้น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคงมิใช่สิ่งที่เขาจะรับมือได้อีกต่อไป! ต่อให้มีความดีความชอบอยู่บ้าง หากต้องสูญเงินสองร้อยล้านเหรียญจิตอสูรวันเวลาดีๆ ของเขาก็คงต้องสิ้นสุดลงแล้ว
ในเมื่อเนี่ยหลีกล้ารับพนันครั้งนี้นั่นย่อมหมายความว่าเขาต้องมีความมั่นใจอยู่บ้าง การประลองกับเสิ่นเฟยรอบที่แล้วเนี่ยหลียังมิได้เปิดเผยพลังที่แท้จริงของตนออกมาทั้งหมดดังนั้นเสิ่นหมิงจึงไม่กล้าผลีผลาม
เสิ่นหมิงนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “ในเมื่อยังมีอีกรอบครั้งนี้พวกเราก็เล่นแค่หนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตอสูรก่อนเถอะ!”
“ในเมื่อตระกูลเสิ่นเซิ่งไม่มีความมั่นใจถึงเพียงนี้เช่นนั้นพวกเราก็เล่นแค่หนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตอสูรตามนั้น” เนี่ยหลีพูดหัวเราะเบาๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี ใบหน้าของเสิ่นหมิงเขียวคล้ำแล้ว เนี่ยหลีพูดออกมาว่าตระกูลเสินเซิ่งเป็นเช่นนี้เช่นนั้นทำให้ตระกูลเสินเซิ่งกลายเป็นไร้ค่าไร้ราคา ทำให้เขาโกรธสุดขีดแล้ว