หลายวันผ่านไป หลังจากที่คาเรนวิเคราะห์สถานการณ์หลักที่กำลังจะเกิดขึ้น เธอทราบว่าตนเองยังมีเวลากว่าปีกว่าจนกว่าจะถึงจุดเริ่มเื่ของเกม ‘เส้นทางสู่ราชินี’ ที่เธอรู้ และมันก็จะเป็จุดเริ่มต้นหายนะสู่ชีวิตของเธอเอง ครั้งก่อนเธอไม่มีโอกาสได้เตรียมทางหนีทีไล่ก่อนได้เลย ทำให้เธอถูกจับตัวในระหว่างเดินทางกลับดินแดนของเธอโดยมีชาวบ้านในเขตปกครองให้ความร่วมมือกับส่วนกลางของราชอาณาจักร
“หึหึ ไม่ว่าจะรูทไหนในเนื้อเื่ เราก็ไม่สามารถหนีกลับคฤหาสน์ที่ท่านพ่อดูแล และให้การสนับสนุนได้ แต่ครั้งนี้มันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะว่า..หึหึ.. ฉันมีเวลาเตรียมการเป็ปียังไงล่ะ” คาเรนกล่าวพร้อมกับมองบันทึกสมุดที่เธอจดเหตุการณ์อีเวนต์ต่างเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม
“ก่อนอื่นเราต้องรีบสร้างความสัมพันธ์ทั้งกับชาวเมือง ชาวบ้าน และพ่อค้าใหญ่ๆเอาไว้ก่อน..”
สิ่งแรกที่คาเรนคิดจะทำนั้นก็คือการดึงพวกชาวเมือง และชาวบ้านตามชนบทของดินแดนเข้ามาเป็พวกของเธอให้ได้ ถ้าพอมีโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์กับพ่อค้าหรือแม่ค้าใหญ่ๆ ถึงจะเห็นพวกเขาเป็แค่คนขายของธรรมดาๆอย่างนั้น แต่จริงๆแล้วพวกเขาเ่าั้ต่างก็มีเส้นสายที่ดีไปทั่วทั้งราชอาณาจักร การที่เธอจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขา จะสามารถช่วยเหลือเธอได้ไม่มากก็น้อย..
“ขออนุญาตเ้าค่ะคุณหนู.. คุณท่านเรียกตัวคุณหนูเข้าพบเ้าค่ะ..” เมดคนนี้เธอมีชื่อว่า ‘เมร่า’ และเธอเป็เมดประจำตัวของคาเรน ตามเนื้อเื่เธอมักจะอยู่ข้างกายของคาเรนเสมอ นับว่าเป็สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ของคาเรนคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ และเธอได้ขอให้เมร่าแจ้งกับท่านพ่อเอาไว้ว่าเธอ้าพบกับท่านเพื่อพูดคุยอะไรบางอย่าง..
“ข้าเข้าใจแล้วเมร่า.. เ้าอย่าลืมเสิร์ฟน้ำชาชนิดใหม่ให้กับท่านพ่อด้วยล่ะ..”
หลายวันมานี้คาเรนไม่ได้อยู่เฉยๆเท่านั้น หลังจากตื่นขึ้นมาวันแรก เธอก็เห็นสิ่งแรกที่จะทำเงิน และเป็ทุนให้กับเธอทำอีกหลายสิ่งได้ นั่นก็คือ ‘ดอกเก๊กฮวย’ ที่บานอยู่เต็มทุ่ง ซึ่งเมื่อสอบถามกับเมร่าเมดสาวแล้วก็ทราบว่าพวกมันถูกปลูกเพื่อความสวยงามเท่านั้น นอกจากนี้มันยังมีกลิ่นที่ทำให้เพลิดเพลินผ่อนคลาย แน่นอนว่ามันเป็ที่ชื่นชอบของท่านพ่อของเธอ
‘หึหึ.. ถ้าเราอยากจะสร้างความสัมพันธ์กับชาวบ้าน เราจะต้องให้ท่านพ่ออนุญาตให้เราทำอะไรในสิ่งต่างๆก่อน.. ด้วยชาดอกเก๊กฮวยนี้แหละ จะทำให้ท่านพ่อยอมรับในตัวฉัน..’ คาเรนปิดสมุดแผนการทั้งหมดของเธอหลังจากที่กล่าวกับเมร่า เธอกล่าวคิดกับตัวเองเล็กน้อยก่อนจะลุกออกจากเก้าอี้ เพื่อที่จะพบกับท่านพ่อ
“ทราบแล้วเ้าค่ะคุณหนู.. ดิฉันได้เตรียมทุกอย่างตามที่คุณหนูรับสั่งไว้แล้วเ้าค่ะ..” เมร่ากล่าวพร้อมกับก้มหัวให้กับคุณหนูของเธอเล็กน้อย แม้ว่าเธอไม่เข้าใจว่าจู่ๆทำไมคุณหนูถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ก็ตาม ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่คิดจะทำอะไรเลยแท้ๆ แต่หลังจากที่คุณหนูล้มป่วย คุณหนูก็ดูเปลี่ยนไป ถึงจะเป็อย่างนั้น แต่มันเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี เธอจึงไม่ได้คิดอะไรมากซ้ำยังดีใจแทนเสียมากกว่า
“ขออนุญาตเ้าค่ะท่านพ่อ..” เมื่อคาเรนเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของท่านพ่อออกัส เธอก็ไม่รอช้ารีบเอ่ยเพื่อขานว่าตนนั้นได้เดินทางมาถึงแล้วทันที ซึ่งแน่นอนว่าท่านพ่อของเธอก็อนุญาตให้เข้าพบตามระเบียบ
“ลูกรักของพ่อ เ้ามีเื่อันใดจะพูดคุยกับพ่ออย่างนั้นรึ..” ออกัสเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เขาดีใจมากที่หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นลูกสาวที่น่ารักของเขาดูแข็งแรงกว่าที่เคยจะเป็ และวันนี้ลูกสาวของตนได้แจ้งกับพ่อบ้านว่า้าที่จะเข้าพบกับเขา แม้จะแปลกใจ แต่ทว่าเขาเองยินดีมากด้วยเช่นกัน เพราะหลังจากวันนั้นลูกสาวไม่ยอมให้เขาพบหน้าค่าตาเลย..
“ท่านพ่อ.. ก่อนอื่นลูกต้องขอโทษกับท่านที่ไม่ยอมพบกับท่านก่อนหน้านี้.. ลูกเพียงแค่สับสนจากพิษของอาการเจ็บป่วยเท่านั้น.. ลูกหวังว่าท่านพ่อจะไม่ถือโทษโกรธเคืองลูกสาวที่ไม่ได้ความคนนี้นะเ้าคะ..” คาเรนกล่าวพร้อมกับย่อตัวยกกระโปงราวกับสตรีผู้สูงศักดิ์
“โอ้!.. ลูกรัก พ่อไม่ถือโทษโกรธเ้าหรอก เพียงแค่เ้าหายจากอาการเจ็บป่วย และแข็งแรงดี พ่อเองก็ใจชื่นขึ้นมาไม่น้อยเลย.. โอ้! ลูกรักของปะป๋า มาให้ปะป๋ากอดหน่อยยย” ออกัสผู้เป็พ่ออดใจไม่ไหว แสดงด้านน่ารักออกมา พร้อมกับจะโผลเข้ากอดลูกสาวตัวน้อยอีกครั้ง แต่ทว่าคาเรนก็ได้ห้ามเอาไว้ก่อน
“หยุดเลยเ้าค่ะท่านพ่อ ตัวของลูกนั้นมิใช่เด็กๆอีกต่อไปแล้ว.. ลูกถึงวัยที่โตเป็สาวแล้ว ถ้าท่านทำเยี่ยงนี้ ลูกก็ขายไม่ออกกันพอดี..” คาเรนยื่นมือดันหัวของท่านพ่อออกัสเอาไว้ แม้ว่าคาเรนอายุยังน้อย แต่ว่าิญญาภายในเป็หญิงสาววัย 20 ปีของอาโกะแล้ว การที่ท่านพ่อออกัสทำเช่นนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรจากตาลุงแถวบ้านที่้าจะเข้ามาหอม มากอดเธอเลยแม้แต่น้อย
“ลูกสาวใจร้ายยยย.. ถึงลูกจะขายไม่ออก พ่อก็สามารถเลี้ยงดูแลเ้าได้ทั้งชีวิต เ้าไม่ต้องเป็กังวลในเื่นั้น..” ออกัสที่โดนดันออกก็กล่าวออกมาอย่างผิดหวัง
“เฮ้ออ พักเื่นั้นเอาไว้ก่อนนะเ้าคะท่านพ่อ.. วันนี้ลูกมีเื่จะร้องขอกับท่าน ก่อนอื่นเราควรนั่งกันดีๆดีกว่าไหมเ้าคะ” คาเรนกล่าว
“พ่อเข้าใจแล้ว.. แล้วลูกมีเื่อันใดจะร้องขอกับพ่ออย่างนั้นรึ.. ถ้าไม่มากจนเกินไป พ่อก็สามารถหามอบให้กับลูกได้..” ออกัสถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะกลับมานั่งที่เก้าอี้รับแขกภายในห้อง และเริ่มกล่าวเข้าประเด็นทันทีหลังจากที่ลูกสาวนั่งตรงกันข้ามกับเขา
“ก่อนอื่นท่านพ่อเชิญรับชมสิ่งนี้เ้าค่ะ เมร่า!..” คาเรนกล่าว
“เ้าค่ะคุณหนู..” เมร่ากล่าวขานรับก่อนจะเข็นรถน้ำชาเข้ามาตรงโต๊ะรับแขก และเธอก็จัดแจงทำชาดอกเก๊กฮวยตามที่คุณหนูของเธอสอน แน่นอนว่าท่านดยุคออกัสก็มองการกระทำของสาวใช้ประจำตัวของลูกสาวอย่างไม่วางตา หลังจากขั้นตอนง่ายๆอย่างการใส่ใบชาไปยังกาน้ำร้อน และชงในวิธีปกติ จากนั้นกลิ่นหอมของดอกเก๊กฮวยก็กระจายไปทั่วทั้งห้องในเวลาต่อมา
“โอ้!.. นี่มันกลิ่นของดอก ‘คาลี่ซัน’ นี่นา..” ออกัสกล่าวร้องอย่างชื่นชอบ คาเรนที่เห็นดังนั้นก็ยิ้มกว้าง
“ใช่แล้วเ้าค่ะท่านพ่อ.. สิ่งนี้คือชาดอกคาลี่ซัน เป็สินค้าที่ลูกคิดจะใช้ทำการค้า ท่านพ่อเชิญชิม ลูกขอแนะนำให้สูบดมกลิ่นของมันก่อนที่จะค่อยๆจิบมันในขณะที่กำลังร้อนๆเ้าค่ะ..” คาเรนกล่าวเชิญชวนท่านพ่อของตน และเมื่อออกัสได้ยินเช่นนั้นเขาก็ไม่รอช้าทำตามที่ลูกสาวของตนแนะนำทันที
“..อื้มมม หอมมาก!.. อึก! ว้าวว กลิ่นของดอกคาลี่ซันนั้น ข้ายังรู้สึกถึงมันทั่วทั้งปาก มหัศจรรย์มาก..”
ออกัสกล่าวกับตัวเองอย่างชอบใจ เดิมทีเขาก็ชอบดอกไม้ชนิดนี้เป็พิเศษอยู่แล้ว ยิ่งมันกลายเป็กลิ่นของเครื่องดื่มมีหรือที่เขาจะไม่ชื่นชอบมัน คาเรนที่เห็นอย่างนั้นเธอก็ยิ้มออกมา เท่านี้แผนกว่าครึ่งของเธอประสบผลสำเร็จไปแล้ว
“.. ลูกจะขอเข้าเื่เลยนะเ้าคะท่านพ่อ ลูกกำลังวางแผนที่จะทำธุรกิจประเภทชาดอกไม้ และผลไม้ในดินแดนของเรา จัดจำหน่ายไปทั่วราชอาณาจักร.. และลูก้าแรงสนับสนุนจากท่านพ่อเ้าค่ะ..” คาเรนเริ่มกล่าวเข้าประเด็นในสิ่งที่ตนเองคิดในทันที แต่ทว่าเธอกลับประหลาดใจไม่น้อยที่จู่ๆสีหน้าของท่านพ่อออกัสก็เปลี่ยนไปราวกับกำลังพิจารณาคิดอย่างจริงจังกับเื่นี้
“ลูก้าทำธุรกิจประเภทชาอย่างนั้นรึ.. สินค้าของลูกก็นับว่าดีมีคุณภาพ พ่อเชื่อว่ามันจะเป็ที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงแน่นอน แต่ว่าลูกก็ยังเด็กไปสำหรับเื่การทำธุรกิจ พ่อยังไม่อยากให้เ้าทำมันในเวลานี้ เอาไว้โตกว่านี้มันก็ยังไม่สายไปมิใช่รึ..” ออกัสกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง แม้ว่ามันจะเป็เหตุผลทางอ้อมโดยการยกเื่ของอายุของบุตรสาวมาเป็ข้ออ้าง ในโลกของการค้ามันไม่ใช่สิ่งที่เด็กๆจะเข้าไปได้ง่ายๆ
“ลูกเข้าใจว่าท่านพ่อหมายถึงสิ่งใด แต่ทว่าลูกมีแผนการรองรับเอาไว้แล้ว เพียงแค่ท่านเอ่ยสนับสนุนลูกทุกอย่างก็จะเรียบร้อยเ้าค่ะ หรือว่าจริงๆแล้วท่านพ่อกำลังถูกดูลูก.. ท่านพ่อคิดว่าลูกจะทำไม่สำเร็จอย่างนั้นสินะเ้าคะ..” คาเรนรู้ความหมายนั้นดี ท่านพ่อคงจะเป็กังวลเกี่ยวกับเหล่าพ่อค้าที่จัดส่ง และนำเข้าชาจากประเทศเพื่อนบ้าน หากสินค้าตัวนี้ออกสู่ตลาด แน่นอนว่าเธอจะมีปัญหากับพ่อค้ากลุ่มนั้นอย่างแน่นอน และเพื่อการนั้นเธอจึงเอ่ยดักคอท่านพ่อออกัสเอาไว้ก่อนโดยท่าไม้ตายลับ ‘ทำตัวน่าสงสาร’
“..ลูกแน่ใจแล้วอย่างนั้นรึ.. ที่ลูกกล่าวว่ารู้แล้ว เช่นนั้นก็คงรู้ถึงปัญหาที่พ่อเป็กังวล เมื่อสินค้าตัวนี้ออกสู่ตลาด ลูกอาจจะมีความขัดแย้งกับเหล่าพ่อค้าพวกนั้นก็เป็ไปได้.. ถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่กล้าลงมือทำอะไรตระกูลดยุคอย่างเราตรงๆก็ตาม แต่พวกมันก็สามารถปั่นป่วนด้วยวิธีอื่นได้อีกมากมายนัก..”
ออกัสกล่าวตรงๆกับคาเรน และหวังว่าเธอจะเข้าใจแล้วเลิกล้มความตั้งใจนี้ไป ไม่ใช่ว่าเขากลัวที่จะมีปัญหากับเหล่าพ่อค้า แต่เขาไม่อยากให้ลูกสาวที่น่ารักต้องเข้าไปในสังคมธุรกิจที่โหดร้ายนั้นทั้งๆที่อายุยังเพียงเท่านี้ แต่เมื่อเขามองดูลูกสาวที่มีสายตามั่นใจขนาดนั้น การเข้าไปขัดความตั้งใจของลูกสาวมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก..
“เฮ้ออ พ่อล่ะยอมใจของลูกจริงๆ พ่อจะสนับสนุนลูกเอง.. ลูกเอ่ยสิ่งที่้าให้พ่อสนับสนุนมาได้เลย” ออกัสมองที่ดวงตาคู่นั้นของลูกสาวตนเองก่อนจะถอนหายใจออกมา และพูดยอมแพ้กับความน่ารักน่าชังของลูกสาวตัวน้อย..
“ขอบพระคุณเ้าค่ะท่านพ่อ.. ท่านพ่อน่ารักที่สุดในโลกเลยเ้าค่ะ.. สิ่งที่ลูก้านั้นมีอยู่ 3 สิ่งเ้าค่ะ.. หนึ่งคือเงินทุนสำหรับการเริ่มทำธุรกิจจำนวน 100 เหรียญทองเ้าค่ะ สองคือเส้นสายของท่านพ่อที่มีต่อขุนนางในเขตปกครอง และสามที่ดินในเมืองพร้อมกับอาคารโกดังขนาดกลางเ้าค่ะ..” คาเรนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อื้มม.. 100 เหรียญทองอย่างนั้นรึ ก็ไม่ได้มากมายอะไร.. ที่ดินพร้อมกับอาคารพ่อก็เข้าใจอยู่ แต่สิ่งที่พอไม่เข้าใจนั้นก็คือ เส้นสายติดต่อขุนนางในอาณาเขตปกครอง พ่ออยากให้เ้าขยายความมากกว่านี้สักหน่อย” ออกัสกล่าวถามอย่างสงสัย คาเรนที่ได้ยินก็ยิ้มกว้างออกมาเช่นเดิม
“อ่า! เื่นั้นมันหมายความว่าอย่างนี้เ้าค่ะท่านพ่อ....”