การประสานสองดวงใจระหว่างเจียงหนานและหนานหลงดำเนินไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมด้วยความหวัง การเฉลิมฉลองชัยชนะยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายวัน ผู้คนจากทั้งสองแคว้นได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและภาษา ทำให้เกิดความเข้าใจและความสามัคคีที่แข็งแกร่งขึ้น ชื่อเสียงของ อ๋องหลงเฟย ในฐานะผู้ปกครองที่เมตตาและชาญฉลาดแพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดิน ทำให้แคว้นเล็กๆ อื่นๆ ที่เคยลังเลที่จะเข้าร่วมกับเจียงหนานเริ่มให้ความสนใจในตัวเขาและต้องการที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรของเขา
แต่ในขณะที่เจียงหนานกำลังเบิกบานไปด้วยชัยชนะ เสียงของกลองศึกจากดินแดนอื่นก็ได้เริ่มดังก้องขึ้นแล้ว ข่าวคราวการผงาดขึ้นของหลงเฟยและกองทัพที่แข็งแกร่งของเขาได้เดินทางไปถึง แคว้นหมิงหลง (Minglong) ซึ่งเป็นแคว้นที่มีกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดิน และมีชื่อเสียงในการรบที่ไม่เป็นสองรองใคร อ๋องหมิงหลง ผู้ปกครองแคว้นเป็นผู้นำที่เหี้ยมโหดและต้องการที่จะครอบครองแผ่นดินทั้งหมด และมี แม่ทัพต้วนเหยียน (General Duan Yan) เป็นยอดขุนพลผู้เกรียงไกรที่ขึ้นชื่อในเรื่องความโหดร้ายและไร้ปรานี เขาใช้กลยุทธ์ที่เฉียบขาดและไม่เคยลังเลที่จะสังหารผู้บริสุทธิ์เพื่อชัยชนะ
ในห้องบัญชาการของแคว้นหมิงหลง ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียด แม่ทัพต้วนเหยียนยืนอยู่ข้างแผนที่ขนาดใหญ่ที่แสดงตำแหน่งของเจียงหนาน "อ๋องหลงเฟยผู้นี้... ช่างกล้าหาญยิ่งนัก" ต้วนเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "เขาคิดว่าการใช้ความเมตตาในการปกครองแคว้นจะทำให้เขาชนะสงครามได้หรือ?"
"ท่านแม่ทัพขอรับ" นายทหารผู้หนึ่งรายงานด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "กองทัพของเจียงหนานมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และพวกเขามีชื่อเสียงในการรบที่ไม่เป็นสองรองใคร" ต้วนเหยียนหัวเราะเบาๆ "ชื่อเสียงที่มาจากการปราบกลุ่มโจรป่า? มันไม่สามารถเทียบกับความแข็งแกร่งที่แท้จริงได้" เขาเอ่ยขึ้น "เราจะใช้กำลังทหารของเราในการบุกโจมตีเจียงหนาน และจะแสดงให้พวกเขาเห็นว่าใครคือผู้ปกครองที่แท้จริงของแผ่นดินนี้"
ในขณะเดียวกัน ในราชสำนักเป่ยหลิง แม่ทัพเว่ยอู๋จี๋ ได้รับรายงานจากหน่วยสอดแนมของเขาเช่นกัน เขาได้รู้ถึงความสำเร็จของหลงเฟยในการรวบรวมแคว้นหนานหลงด้วยสันติวิธี และความแข็งแกร่งของกองทัพเจียงหนาน เว่ยอู๋จี๋ไม่ได้แสดงท่าทีตกใจใดๆ เพียงแต่มองไปยังแผนที่บนโต๊ะทำงานด้วยสายตาที่ลุ่มลึก "หลงเฟย... เจ้าเติบโตขึ้นมาก" เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา "เจ้าได้เรียนรู้ที่จะใช้ปัญญาในการปกครองแคว้น และใช้ความเมตตาในการชนะใจผู้คน"
เว่ยอู๋จี๋รู้ดีว่าหลงเฟยไม่ได้เป็นศิษย์ที่เขาเฝ้าฟูมฟักมากับมืออีกต่อไปแล้ว แต่หลงเฟยได้เติบโตขึ้นเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ที่มีปัญญาและความเมตตาที่เหนือกว่าเขาในอดีต เว่ยอู๋จี๋รู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับหลงเฟยในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป