นทีกำลังตระเตรียมอย่างให้พร้อมกับสิ่งที่เขากำลังจะต้องเผชิญในไม่ช้า การนำวินเทอร์ออกไปนอกเมืองนั้นไม่ใช่เรื่องยากเพราะเขาสามารถเก็บมันไว้ในแหวนได้และถ้าหากพวกทหารที่เฝ้าเวรยามถามว่าพวกเขาจะไปไหน เขาก็สามารถตอบได้อย่างง่ายดายว่าเขาไปทำธุระให้กับเจ้าเมือง ด้วยวีรกรรมป้องกันเมืองของพวกเขานั้น ไม่มีใครที่จะตั้งคำถามกับการกระทำของพวกเขาอย่างแน่นอน
นทีเปลี่ยนคทาเวทที่เขาสวมใส่เป็นคทาคริสตัลหกเหลี่ยมที่ได้มาจากเซอเซีย พลังโจมตีเวทของเขาในตอนนี้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจมากสำหรับนที เขาหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าพร้อมเปิดดูรูปหน้าจอด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้เขาจะทำภารกิจนี้สำเร็จแต่เขาก็อาจจะยังไม่ได้เจอเธอ แต่อย่างน้อยการได้กลับไปยังโลกที่มีลอเรน่าอยู่นั้นก็ทำให้นทีมีแรงจูงใจในการสำเร็จภารกิจระดับ SS ที่เพิ่งได้รับมากขึ้น
ไลล่า : พวกเรารออยู่ข้างหน้าร้านแล้วนะ เหลือแค่นายแล้วล่ะ
ทันทีที่เสียงแจ้งเตือนของแชทปาร์ตี้ดังขึ้นนทีก็ลุกขึ้นจากเตียงแล้วลงไปรวมกับปาร์ตี้ที่เหลือของเขาในทันที เขาพร้อมแล้วที่จะมุ่งหน้าสู่ป่าในทิศใต้ ที่เป็นที่ที่น่าจะมีหมาป่าขนเงินอยู่
" ท่านเซอเซีย แย่แล้วล่ะครับ " พ่อบ้านประจำคฤหาสน์เดอร์ล็อคกล่าวออกมาด้วยความแตกตื่น
" เกิดอะไรขึ้น เชสเตอร์ ? " เซอเซียถาม
" ผมไม่เห็นลูกหมาป่าขนเงินที่อยู่กับคุณหนูอาเรียมาตั้งแต่ตอนเย็นแล้วครับ " เชสเตอร์รายงาน
" มันจะเป็นไปได้ยังไง ? ข้าสั่งให้คนเฝ้าดูมันตลอดเวลา มันจะหายไปเฉย ๆ ได้ยังไงกัน! " เซอเซียตะโกนอย่างกราดเกรี้ยว
" เว้นเสียแต่ว่าจะมีใครพามันออกไป.... " เสียงลึกลับดังขึ้นจากมุมห้อง
เมื่อเขาเอ่ยปากก็สามารถเรียกความสนใจจากทั้งเซอเซียและเชสเตอร์ได้ในทันที
" ท่าน...หมายความว่าไอพวกผู้ได้รับพรจอมปลอมเหล่านั้นมันขโมยไปงั้นเหรอครับ ? " เซอเซียเอ่ยถามด้วยความยำเกรงต่อบุคคลตรงหน้า
" แต่..ผมไปส่งพวกมันถึงหน้าประตู ไม่มีแม้แต่เส้นขนของลูกหมาป่าขนเงินเลยนะครับ " เชสเตอร์แย้งขึ้นมา
" เว้นเสียแต่ว่า...พวกมันจะมีไอเท็มที่สามารถเก็บมอนสเตอร์ได้ แบบนี้ยังไงล่ะ"
เมื่อชายลึกลับกล่าวจบเขาก็ชูมือขึ้นมาแหวนที่นิ้วก้อยของเขาก็เรืองแสงสว่างจ้า ทันใดนั้นเองกลางห้องทำงานของเซอเซียก็ปรากฏมอนสเตอร์ตัวหนึ่งขึ้นมา อุณหภูมิในห้องเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากสะเก็ดเพลิงที่มอนสเตอร์ตัวนั้นแผ่ออก มันกระทืบเท้าหนึ่งครั้งแล้วสะเก็ดเพลิงก็กระเด็นกระดอนก่อนที่มันจะจางหายกลับไปยังแหวนของชายลึกลับคนนั้น
" ท่านจะบอกว่าไอพวกผู้ได้รับพรจอมปลอมพวกนั้นมันมีไอเท็มแบบนี้ ? แต่ไม่ใช่ท่านบอกว่าพวกมันแค่พวกกระจอกไม่ใช่เหรอครับ มันจะครอบครองไอเท็มแบบนี้ได้ยังไงกัน " เซอเซียเอ่ยถาม
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า อย่าโง่ไปหน่อยเลยเซอเซีย ก็ถ้าไม่ใช่พวกมันก็คงเป็นคนในสักคนของเจ้านั่นแหละ " ชายลึกลับเอ่ยพลางหัวเราะลั่น
เมื่อเซอเซียได้ยินดังนั้น สิ่งแรกที่เขานึกออกมีเพียงเจ้าของหมาป่าขนเงินเท่านั้นที่จะสามารถทำอะไรแบบนี้ได้
" อาเรีย!! " เซอเซียตะโกนลั่น
ทันใดนั้นเองเมดสาวคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาในห้อง
" รายงานท่านเซอเซีย...คุณหนูหายตัวไปค่ะ! พวกเราหาเท่าไรก็หาไม่เจอ " เมดสาวเอ่ยเสียงสั่น
" ว่ายังไงนะ!! คนทั้งคนหายไป แต่พวกแกเป็นสิบกลับหาคนคนเดียวไม่เจอ พวกแกมันโง่เง่า! " เซอเซียตะคอกออกมาอย่างเดือดดาล
" น่า ๆ ก็แค่กระต่ายตัวน้อยหลุดออกจากกรง ไม่ใช่เรื่องใหญ่เสียหน่อย ข้าจะไปตามจับพวกมันกลับมาเองทั้งวัตถุดิบในการสังเวยและกระต่ายน้อยนั่น แค่นี้ก็จบเรื่องแล้วใช่มั้ยล่ะ ? " ชายลึกลับเอ่ยขึ้นอย่างสบาย ๆ
" ถ้าท่านเป็นคนลงมือแล้วล่ะก็ ผมก็สบายใจแล้วล่ะครับ "
เซอเซียที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟก็หายเป็นปลิดทิ้ง หากคนตรงหน้าของเขาเอ่ยปากว่าจะลงมือเองนั้น ไม่ว่าอย่างไรผลลัพธ์ก็คือเขาจะเป็นฝ่ายได้สิ่งที่เขาต้องการในที่สุด เพราะคนตรงหน้านี้คือผู้ได้รับพรที่แท้จริงไม่เหมือนกับพวกนทีที่ในสายตาของเซอเซียนั้นเป็นแค่เพียงพวกหลอกลวงเท่านั้น
" แล้วอย่าลืมดีลของเราซะล่ะ กระต่ายน้อยตัวนั้นต้องเป็นของข้า ตกลงมั้ย ? " ชายลึกลับเอ่ยพร้อมแสยะยิ้ม
" ฮ่า ฮ่า แน่นอนอยู่แล้วครับ นับเป็นโชคดีของลูกสาวผมเสียอีกที่ได้เป็นหนึ่งในคนรักของท่าน " เซอเซียเอ่ยออกมาอย่างยินดี
ชายลึกลับพยักหน้าอย่างพอใจ เขากระโดดออกผ่านทางหน้าต่างแล้วเรียกมอนสเตอร์ตัวเดิมออกมาอีกครั้ง ก่อนที่จะขึ้นขี่มันแล้วควบทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
" เชสเตอร์! ป่าวประกาศออกไปให้ผู้คนรับรู้ว่า พวกมันเป็นแค่พวกผู้ได้รับพรตัวปลอมและมันได้ขโมยของล้ำค่าไปจากข้า และสั่งการให้พวกทหารทั้งหมดออกตามล่าพวกมันในทันที! "
" รับทราบครับท่านเซอเซีย " เชสเตอร์โค้งคำนับแล้วรีบออกไปจัดการตามคำสั่ง
" อาเรีย...ทำไมถึงได้ทำเรื่องโง่งมเช่นนี้ ที่พ่อทำไปก็เพราะอยากให้ลูกได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกใบนี้นะ ทำไมถึงไม่เข้าใจพ่อบ้าง.. " เซอเซียกระซิบเบา ๆ กับตัวเองก่อนที่เขาจะมุ่งหน้าออกไปเช่นกัน
ทันทีที่มีการป่าวประกาศจากทหารว่าพวกนทีนั้นเป็นเพียงผู้ได้รับพรจอมปลอมก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในทันที แต่เสียงนั้นได้แตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายแรกคือเหล่านักผจญภัยและทหารที่ได้ร่วมรบกับพวกนที พวกเขาได้เห็นความสามารถด้วยตาตัวเองจึงไม่เชื่อถือข่าวนี้เท่าไรนัก
แต่ข่าวต่อมาก็ทำให้พวกเขานั้นช็อกกันไปตาม ๆ กัน นั่นคือ นทีและพวกที่เป็นผู้ได้รับพรจอมปลอมนั้นได้ลักพาตัว อาเรีย ซึ่งเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของเซอเซียไปและเซอเซียยังกล่าวอีกว่าพวกเขาต้องนำตัวเธอไปเพื่อมอบให้กับหมาป่าขนเงินในตำนานอย่างแน่นอนเพราะพวกเขาเหล่านั้นกลัวตาย
เมื่อข่าวคราวนี้แพร่สะพัดเรื่องราวก็ยิ่งบิดเบือนใหญ่โตมากขึ้น บ้างก็ว่าพวกนทีนั้นเป็นพวกฆาตกรต่อเนื่องที่ปลอมตัวมา บ้างก็ว่าพวกเขาคือองค์กรชั่วร้ายที่จับมนุษย์ไปทดลอง
" หัวหน้าค่ะ...เราจะทำยังไงกันดี " เอลฟ์สาวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเป็นกังวล
" ต่อให้พวกเราพยายามบอกว่าพวกเขาเป็นคนดีหรือไม่ใช่อย่างที่ทหารกล่าวก็คงไม่ทันแล้ว ยิ่งเป็นประกาศทางการแล้วด้วย เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางของลมที่โหมกระหน่ำได้หรอก " เมิร์ฟเอ่ยขึ้นอย่างจนปัญญา
" แต่ว่า...พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะคะ! นี่มันเป็นการใส่ร้ายกันชัด ๆ " โอลิเวียกล่าวขึ้นด้วยความคับข้องในใจ เธออยากจะช่วยเหลือพวกเขาแต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
" หัวหน้าครับ! ดูเหมือนว่าพวกทหารจะมุ่งหน้าออกไปนอกเมือง พวกเขาน่าจะไปจับกุมท่านนทีและพวกพ้อง เราจะทำยังไงกันดีครับ ? " ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาแล้วรายงานสถานการณ์
" เราก็ต้องไปน่ะสิ! ต่อให้เราไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางของลมได้ แต่อย่างน้อยในวินาทีที่พวกเขาต้องการเรา เราก็ควรที่จะอยู่ตรงนั้น ในเมื่อเขาเคยช่วยเราไว้เราก็ไม่ควรเป็นพวกไม่รู้คุณ เรียกรวมนักผจญภัยทุกคน เราจะไปช่วยเพื่อนของเรากัน! "
เหล่ากิลด์นักผจญภัยที่ร่วมต่อสู้และได้รับการช่วยเหลือจากนทีและสาว ๆ นั้น พวกเขาเลือกที่จะออกเดินทางตามเหล่าทหารไปเช่นกัน หากพวกเขานั่งอยู่เฉย ๆ ในวันที่ผู้มีพระคุณตกที่นั่งลำบาก พวกเขาก็เป็นแค่เพียงเศษขยะเท่านั้น
" ป่าตอนกลางคืนมันน่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย! ดีนะที่พวกเรามีไฟฉาย ไม่งั้นล่ะก็ฉันไม่เข้ามาที่นี่เด็ดขาด! " ไลล่าเอ่ยเสียงสั่น
" ป่ามันก็ประมาณนี้แหละ ถ้าไม่เตรียมตัวให้ดีล่ะก็สามารถหลงจนอดตายได้ง่าย ๆ เลยล่ะ " กันยาเอ่ยขู่
" นี่ยังไม่นับมอนสเตอร์ที่จะออกมาขย้ำเธอเมื่อไรก็ไม่รู้ด้วยนะ ไลล่า ระวังไว้ล่ะ " พิมกล่าวตาม
" ฮึ! หนูไม่กลัวหรอก ถ้าพวกมอนสเตอร์ออกมาหนูจะเป่าให้กระจุยเลย! " ไลล่าตอบ
แต่ท่าทางที่เธอแสดงออกนั้นทุกคนสามารถรู้ได้ว่าเธอนั้นค่อนข้างที่จะไม่ถูกกับบรรยากาศในป่านี้ ยิ่งเป็นคืนที่มืดมิดแบบนี้แล้วล่ะก็ยิ่งเพิ่มความน่ากลัวขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
บรู๊ววววววววววววววว
" อ๊าาาา!! "
ไลล่ากระโดดกอดนทีเป็นหมีโคอาล่าอย่างที่เขาเคยทำกับลอเรน่า นทีหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่เขาจะลูบหัวเธอให้ใจเย็นลง เมื่อไลล่ารู้สึกตัวว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่เธอก็รีบปล่อยนทีแล้ววิ่งไปทางพิมชนกด้วยความเขินอาย
" ดูจากเสียงที่ต้อนรับนี่ เราคงจะใกล้ถึงแล้วล่ะ " นทีเอ่ยขึ้นพลางยกน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม
" อืม...รีบทำภารกิจให้เสร็จเถอะ ฉันสังหรณ์ใจไม่ดีสักเท่าไรเลย "
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของกันยา ยิ่งพวกเขาเข้าไปในป่าลึกมากเท่าไร ความกังวลก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น พวกเขาเดินหน้าต่อไปอีกสักพักหนึ่งแล้วจู่ ๆ นทีก็หยุดเดินทำให้สาว ๆ นั้นหยุดตาม
" ดูเหมือนว่าพวกเราจะมาถึงแล้วล่ะนะ.. " นทีเอ่ยขึ้น
สาว ๆ ที่ได้ยินดังนั้นจึงมองไปรอบกาย แต่สิ่งที่พวกเธอเห็นนั้นมีเพียงความมืดมิดเพียงเท่านั้น พวกเธอไม่สามารถเห็นสิ่งอื่นใดได้เลย แต่พวกเธอก็เชื่อนทีเมื่อเขากล่าวขึ้นเช่นนั้น
ทันใดนั้นเอง พุ่มไม้ตรงหน้าของพวกเธอก็เริ่มสั่นไหว ผ่านไปเพียงอึดใจมอนสเตอร์ร่างใหญ่ก็ก้าวเดินออกมา แค่ปราดมองเพียบพริบตาพวกเขาก็สามารถจดจำมันได้ในทันที เพราะมอนสเตอร์ตรงหน้านี้นั่นก็คือ หมาป่าขนเงินที่พวกเขาเผชิญเมื่อคืนก่อนนั่นเอง
" สวัสดี...เรามาอย่างเป็นมิตร " นทีเอ่ยประโยคสุดคลาสสิคเวลาพบเจอกับสิ่งเหนือธรรมชาติ
หมาป่าขนเงินจ้องมองเขาอย่างไม่วางตา จากนั้นมันค่อย ๆ ย่างก้าวเข้ามาหานทีทีละน้อยแล้วทำจมูกฟุดฟิด แต่ก่อนที่มันจะก้าวมาถึงนทีนั้น ก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นทิศทางที่พวกเขาได้เดินทางมา
" นั่นมันอะไรกันน่ะ! " ไลล่าเอ่ยขึ้นอยากตกตะลึง
เปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นไปสู่ฟากฟ้าและดูเหมือนมันกำลังเคลื่อนที่ เท่านั้นยังไม่พอทิศทางที่มันกำลังมุ่งไปนั้นคือที่ที่พวกนทีกำลังอยู่ ทันใดนั้นเอง หมาป่าขนเงินก็หอนขึ้นแล้วก็เกิดเสียงหอนตอบรับเธอสะท้อนไปมาจนในที่สุดเปลวเพลิงที่โชติช่วงนั้นก็ดับลง มันหันมามองนทีพร้อมกับสะบัดคอเหมือนส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง
" เหมือนมันจะอยากให้เราตามไปนะคะ " พิมชนกเอ่ยขึ้น ดูเหมือนเธอจะสามารถอ่านภาษากายของสัตว์ได้
แม้พวกเขาจะยังไม่เข้าใจดีนักว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นแต่พวกเขาก็ไม่มีเวลาให้คิดเท่าไรนัก ทันทีที่หมาป่าขนเงินพุ่งตัวออกไป พวกนทีก็ออกวิ่งตามไปเช่นกัน ในเวลาแบบนี้นทีนั้นคิดในหัวว่าหากเขาได้ขี่หลังของหมาป่าขนเงินก็คงจะดี พวกเขาวิ่งสุดฝีเท้าจนมาโผล่ลานกว้างในป่าทึบ ใกล้ ๆ กันนั้นเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่
" ข้าได้กลิ่นลูกสาวข้าจากพวกเจ้า นางอยู่ไหน.."
ทันทีที่ประโยคดังกล่าวเอ่ยออกมา พวกนทีและสาว ๆ ก็หันหน้ามองกันอย่างสับสนว่าใครเป็นคนพูดขึ้น เพราะเสียงนั้นฟังดูไม่คุ้นหูพวกเขาเลยสักนิด แต่เมื่อพวกเขาคิดถึงประโยคที่เพิ่งกล่าวขึ้นมาก็พอจะนึกขึ้นได้ พวกเขาหันกลับมามองหมาป่าขนเงินที่จ้องมองพวกเขาอย่างไม่ละสายตา
" คุณ...คุณพูดได้?! " นทีเอ่ยออกมาอย่างตะกุกตะกัก
" มนุษย์โง่เง่าอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร ตอบคำถามข้ามา ลูกสาวข้าอยู่ที่ไหน!! " หมาป่าขนเงินเริ่มคำรามใส่พวกเขา
นทีและสาว ๆ หันมองหน้ากัน พวกเธอเผยรอยยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เพราะพวกเธอคิดว่านี่แหละคือจุดสุดท้ายในการที่พวกเธอจะต้องทำภารกิจนี้ แค่เพียงส่งมอบวินเทอร์ให้กับหมาป่าขนเงิน พวกเขาก็จะผ่านบททดสอบและได้กลับไปยังโลกของที่พวกเขาจากมา
นทีพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาไม่รอช้าเรียกวินเทอร์ออกมาจากแหวนในทันที
ทันทีที่วินเทอร์ปรากฏตัวขึ้นมันก็หันซ้ายหันขวาอย่างสับสน และในวินาทีนั้นเองที่มันหันไปสบกับนัยน์ตาดวงกลมโตที่มันคุ้นเคยเป็นอย่างดี
บ๊อก!
วินเทอร์ออกวิ่งด้วยขากระจ้อยร่อยอย่างสุดฝีเท้า หมาป่าขนเงินเองก็เช่นเดียวกัน มันพุ่งเข้าหาวินเทอร์ด้วยความเร็วสูง ลูกสาวที่ถูกลักพาตัวไปของมันกำลังจะได้กลับสู่อ้อมกอดของมันแล้วในที่สุด
ตู้ม!
ลูกไฟขนาดมหึมาพุ่งมาตกระหว่างหมาป่าขนเงินและวินเทอร์ จนพวกมันทั้งสองกระเด็นกระดอนจากแรงปะทะที่เกิดจากการระเบิดของลูกไฟนั้น
" วินเทอร์! " พิมชนกตะโกนออกมาอย่างแตกตื่น
พวกนทีรีบวิ่งเข้าไปดูอาการเจ้าวินเทอร์ในทันที
" เฮอะ! ชะตากรรมของมอนสเตอร์อย่างพวกแกน่ะไม่มีทางจบอย่างมีความสุขหรอกนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า " เสียงหัวเราะลั่นของผู้มาใหม่เรียกความสนใจจากพวกนทีและหมาป่าขนเงินได้ในทันที
เจ้าของเสียงหัวเราะนี้คือชายวัยกลางคนที่ไว้หนวดเครา บนร่างกายของเขานั้นมีรอยสักอยู่เต็มตัว เขามีผมสีแดงเพลิงที่ตัดกับรอยสักได้เป็นอย่างดี เขากำลังนั่งอยู่บนมอนสเตอร์บางชนิดที่รูปร่างคล้ายกับม้าเพียงแต่ม้าตัวนี้นั้นทั่วทั้งตัวของมันมีเปลวเพลิงอันโชติช่วงล้อมรอบอยู่
" แกเป็นใคร! ทำไมถึงทำแบบนี้!! " ไลล่าตะโกนกลับอย่างโกรธเกรี้ยว
" พวกจอมปลอมอย่างพวกแกไม่มีสิทธิ์รู้จักชื่อฉันหรอกนะ แกแค่ส่งของที่แกขโมยไปคืนมา ฉันรับรองว่าจะปล่อยพวกแกไปอย่างแน่นอน สำหรับฉันแล้วพวกแกมันก็แค่หนอนตัวจ้อยเท่านั้นแหละนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า! " เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
พวกนทีที่เห็นท่าทางของเขาก็รับรู้ได้ในทันทีว่าคนตรงหน้านี้ถูกส่งมาเพื่อจับวินเทอร์กลับไปอย่างแน่นอนและพลังที่เขาแสดงออกมานั้นก็ยิ่งทำให้พวกนทีนั้นหวั่นเกรงเข้าไปอีก พวกเขาได้รับรู้สาเหตุที่ทำให้ภารกิจนี้เป็นถึงระดับ SS แล้ว ซึ่งมันก็เป็นเพราะว่าพวกเขาต้องต่อกรกับผู้ได้รับพรที่แท้จริงของโลกใบนี้