จักรพรรดิหมื่นเผ่าพันธุ์ ขอเกิดใหม่เพื่อขึ้นเป็นพระเจ้า

    ตอนที่ 37 จอมเวทย์อัจฉริยะในอนาคต!

            ในเวลานี้ไม่มีใครคนเดียวในห้องโถงพิธีกรรมจะคาดฝันได้


            หญิงสาวผู้สวมแว่นตาทรงเชย มีเส้นผมยาวตรงเก็บเรียบไว้ข้างหู ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเรียบเฉย ไม่เป็นจุดสนใจ ไม่โดดเด่น จะสามารถปลุกอาณาจักรต้นกำเนิดที่มีพลังอำนาจอันน่าเกรงขามของกระเรียนฟ้าอัสนีได้


            แถมศักยภาพของมันก็ยังสูงถึงระดับจักรพรรดิ ซึ่งถือได้ว่าเป็นระดับที่เหนือกว่าทุกคนในห้องโถงแห่งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย


            เพราะระดับจักรพรรดินั้นอยู่เหนือระดับศักยภาพทั่วไปหลายขั้น เป็นรองเพียงแค่ระดับศักดิ์สิทธิ์และระดับเทพเจ้าเท่านั้น


            พูดง่ายๆก็คือ หญิงสาวแว่นธรรมดาๆคนนี้มีศักยภาพในการบ่มเพาะพลังวิญญาณมากที่สุดคนนึง เป็นดั่งอัญมณีที่ถูกฝุ่นปกคลุมมานานแสนนาน และเพิ่งถูกค้นพบภายใต้ท้องฟ้าที่เปิดออกอย่างไม่ตั้งใจอะไรประมาณนั้น


            ไม่มีสิ่งใดสามารถปฏิเสธหรือแสร้งมองข้ามปรากฏการณ์ที่กำลังปรากฏขึ้นเบื้องหน้าได้เลยซํกนิด


            เพราะร่างของกระเรียนฟ้าอัสนีขนาดมหึมา ซึ่งเป็นเงาภาพสะท้อนจากอาณาจักรต้นกำเนิดของเธอ


            ได้กางปีกออกอย่างสง่างามกลางม่านฟ้าภายในห้องโถงพิธีกรรม แสงสายฟ้าสีม่วงอมฟ้าซึ่งพวยพุ่งออกจากปีกของมันได้สาดกระจายไปทั่วทิศทาง ดั่งเปลวอัสนีแห่งสวรรค์ที่กรีดฟ้าฉีกเมฆ สายฟ้า พลันแผดเสียงครืนครั่นปานดั่งมังกรเหินทะยานผ่านพรมแดนของพลังวิญญาณ


            สะเทือนลงมายังผืนพิภพด้านล่าง กลบเสียงของผู้คนให้เงียบงันจนกระทั่งเสียงหายใจก็ยังไม่อาจได้ยิน


            แล้วร่างเงาของกระเรียนฟ้าอัสนีก็ค่อยๆลอยหมุนเคลื่อนวนกลับเข้าหาหญิงสาวแว่นผู้นั้นอีกครั้ง


            ราวกับกำลังบอกโลกให้รับรู้ว่านับจากนี้ไป มันได้ผนึกรวมกลายเป็นหนึ่งเดียวกับผู้เป็นเจ้าของแล้ว


            “นะ.. นะ.. นี่มัน..”


            ขณะเดียวกัน ดวงตาของเธอก็เบิกโพลงเล็กน้อยในตอนที่พลังของมันซึมไหลเข้าสู่ร่างกายของตน


            และตอนนั้นเอง บรรดาผู้คนในห้องโถงต่างก็เงียบงันไปทั้งสิ้น แม้แต่ไคจินผู้ซึ่งถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในผู้มีภูมิหลังสูงศักดิ์แห่งโอเกอร์บริสุทธิ์ยังต้องเบิกตาอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก ริมฝีปากเผยอค้าง ขณะที่นัยน์ตาไหวระริกด้วยความตกใจปนชื่นชม


            ส่วนโอดินนั้นกลับยืนอยู่อย่างนิ่งสงบ สายตาของเขากลับลอบเผยรอยยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย มองเงาร่างของหญิงสาวตรงหน้า


            ศักยภาพระดับจักรพรรดิ ความจริงแล้วมันคือสิ่งที่หายากราวกับตำนานของคนรุ่นก่อน


            โอดินที่ได้ย้อนเวลากลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เข้าใจดีว่าเธอคนนี้เป็นอัจฉริยะโดยแท้


            หากเธอเลือกเดินบนเส้นทางแห่งจอมเวทย์ โดยเฉพาะในสาขาจอมเวทย์แห่งการลงทัณฑ์ ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนพลังสายฟ้า ความสามารถของเธอจะยิ่งพุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด เพราะกระเรียนฟ้าอัสนีคือวิญญาณต้นกำเนิดที่มีพลังอำนาจระดับสูงในธาตุสายฟ้า


            และหากเลือกเดินในสายแห่งยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นวิถียุทธ์สังหาร หรือวิถีนักฆ่า พลังอันแฝงของมันก็สามารถแสดงออกได้อย่างเต็มพิกัดในทุกการโจมตีอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรต้นกำเนิดที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับเส้นทางพลังได้ทุกรูปแบบ ไม่มีข้อจำกัด ไม่มีข้อเสีย


            ยังไม่ทันที่ผู้ใดจะกล่าวสิ่งใดออกมา เสียงของชายชราจินเกอก็ดังขึ้นกลางความเงียบที่กดทับทุกคนราวกับระฆังศักดิ์สิทธิ์


            “เด็กน้อย.. ข้ารองผู้นำแห่งวิหารจอมเวทย์แห่งการลงทัณฑ์ ขอเชิญให้เจ้ามาเป็นจอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ในสายของพวกเรา”


            “ข้าจะเขียนคำแนะนำด้วยมือของข้าเอง ส่งตรงถึงผู้นำวิหารสาขาเมืองหยางหมิง! ให้เขารับเจ้าเป็นศิษย์โดยตรง!”


            “นั่นจะทำให้เจ้าก้าวเข้าสู่สถานะที่สูงยิ่งขึ้นอีกหลายสิบขั้น และเจ้าต้องรู้ไว้ด้วยว่า.. ผู้นำวิหารจอมเวทย์แห่งการลงทัณฑ์นั้นคือผู้วิวัฒน์บรรลุสัจจะ ระดับ 7 ขั้นกลาง เขาคือหนึ่งในสี่บุคคลที่แข็งแกร่งมากที่สุดของเมืองหยางหมิงนี้เลยทีเดียว!”


            คำกล่าวนั้นสร้างแรงสั่นสะเทือนแก่ผู้คนรอบข้างอีกครั้ง


            คลื่นกระซิบกระซาบระลอกใหม่เริ่มแผ่กระจายออกไปราวกับสายลมที่กวาดผ่านป่าทึบ


            “พระเจ้าช่วย! นางมีศักยภาพพอที่จะกลายเป็นศิษย์ของท่านผู้นำวิหารสาขาเลยละ!”


            เสียงฮือฮาเริ่มกลับมาอย่างควบคุมไม่ได้ และดวงตาทุกคู่ก็จับจ้องไปยังหญิงสาวแว่นที่ยืนอยู่กลางเวทีด้วยความอิจฉา ความตกตะลึง และความอยากรู้ หญิงสาวซึ่งเมื่อครู่ยังเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่มีใครสนใจ บัดนี้กลับกลายเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาลในสายตาของทุกคน


            หญิงสาวผู้นั้นที่ตอนนี้ยืนอยู่บนแท่นพิธีเบิกเนตรแห่งชะตา ร่างกายของเธอสั่นไหวเล็กน้อย


            ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความตื่นกลัวอย่างปิดไม่มิด ก่อนที่จะกัดริมฝีปากล่าง พยายามควบคุมอารมณ์และเอ่ยเสียงสั่นอย่างกล้าๆกลัวๆ


            “งะ.. งั้นถ้าหนูเข้าร่วมกับวิหารแห่งการลงทัณฑ์ และกลายเป็นจอมเวทย์แห่งการลงทัณฑ์..”


            “ความเป็นอยู่ของหนู รวมถึงครอบครัวของหนู.. มันจะดียิ่งกว่านี้ใช่ไหมคะ?”


            คำถามของเธอเปล่งออกมาอย่างไม่มั่นใจนัก คล้ายคนที่ไม่เคยชินกับการถูกยกย่องหรือถูกเสนอทางเลือกอันทรงคุณค่ามาก่อน


            แน่นอนว่าจินเกอก็ไม่จำเป็นต้องคิดให้วุ่นวาย


            “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”


            “แน่นอนอยู่แล้วล่ะ!”


            “ถ้าเจ้าได้กลายเป็นศิษย์ของท่านผู้นำสาขาแห่งวิหารจอมเวทย์การลงทัณฑ์ละก็.. อย่าว่าแต่ความเป็นอยู่ที่ดีเลย ทรัพยากรมากมายที่ผู้วิวัฒน์ส่วนใหญ่ใฝ่ฝันถึง ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการหายใจ พื้นที่ฝึกฝนเฉพาะ แร่พลังวิญญาณ ยาวิเศษระดับสูง ทั้งหมดเจ้าก็อาจจะได้รับมัน”


            “พลังอำนาจ ความมั่งคั่ง ชื่อเสียง ผู้คนจะกล่าวขานชื่อของเจ้าว่าเป็นหนึ่งในอัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิ”


            “เจ้าจะกลายเป็นผู้วิวัฒน์ที่แข็งแกร่งในอนาคตได้เลยละ”


    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิหมื่นเผ่าพันธุ์ ขอเกิดใหม่เพื่อขึ้นเป็นพระเจ้า ที่คุณอ่าน