บทที่ 33 บรรดาผู้ยิ่งใหญ่จากทุกฝ่ายมารวมตัวกัน
ริมลำธารเล็ก ๆ สายหนึ่ง
หลินซานมองไปยังฉินเฟิงที่กำลังเล่นและหยอกล้อกับจื่อเยียนอยู่ในลำธารด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเด็กอายุแปดขวบจะเหนือกว่าเขาในด้านวิถีกระบี่ วิชากระบี่สังหารที่ผสมผสานระหว่างเจตจำนงแห่งกระบี่และหัวใจกระบี่ไร้เทียมทานนั้นน่ากลัวเกินไป
อย่างที่รู้ว่าท่าไม้ตายของเขามาจากเทพกระบี่เทียมสวรรค์ ในทางกลับกัน ฉินเฟิงเป็นผู้สร้างวิชากระบี่สังหารขึ้นมาเอง และยังเป็นเด็กน้อยอายุแปดขวบอีกต่างหาก นี่จะไม่ให้เขาสงสัยในตัวเองได้อย่างไร
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของที่ทำลายความมั่นใจของบุตรแห่งสวรรค์ ทำให้เขาเกิดความสงสัยในตัวเอง ได้รับ 100000 แต้มวายร้าย!]
“แค่นี้ก็ได้ 100000 แต้มแล้วเหรอ!?”
ฉินเฟิงตื่นเต้นขึ้นมาทันทีและหันไปถามหลินซานด้วยรอยยิ้ม “พี่หลิน กระบวนกระบี่ของท่านเยี่ยมมาก ท่านสอนกระบวนท่ากระบี่พื้นฐานให้ข้าได้ไหม!?”
“กระบวนท่ากระบี่พื้นฐาน!?”
หลินซานโกรธขึ้นมาทันทีและตะโกนเสียงดัง “ฉินเฟิง เจ้าพอได้แล้ว เจ้าเข้าใจหัวใจกระบี่ไร้เทียมทานแล้วยังจะให้ข้าสอนกระบวนท่ากระบี่พื้นฐานอีกหรือ? เจ้าทำแบบนี้เพื่อดูถูกข้าใช่ไหม!?”
“พี่จื่อเยียน เขาตะคอกใส่ข้า!!”
ฉินเฟิงแสร้งทำปากยู่ น้ำตาคลอเบ้า และกระโจนเข้าไปกอดจื่อเยียนพลางถูไถไปมาอย่างน้อยใจ “ข้าไม่รู้กระบวนท่ากระบี่พื้นฐานจริง ๆ นะ ข้ารู้แค่การชักกระบี่เท่านั้นเอง!!”
“ชักกระบี่? วิชากระบี่สังหาร!?”
หางตาของหลินซานกระตุกโดยไม่รู้ตัว ในใจส่งเสียงร้องราวกับหนูตะเภา
โอ๊ย! บ้าเอ๊ย!!
จะทำร้ายจิตใจผู้อื่นเช่นนี้ได้อย่างไร!!
คนที่รู้แค่การชักกระบี่ แม้แต่กระบวนท่ากระบี่พื้นฐานยังไม่รู้ กลับเข้าใจหัวใจกระบี่ไร้เทียมทาน
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของที่ทำลายความมั่นใจของบุตรแห่งสวรรค์ ทำให้เขาเกิดความสงสัยในตนเอง ได้รับ 100000 แต้มวายร้าย!]
“หลินซาน เจ้าดุอะไรนักหนา เขายังเป็นแค่เด็กนะ!”
จื่อเยียนราวกับแม่เสือที่ปกป้องลูก และมองหลินซานด้วยสายตารังเกียจยิ่งขึ้น
ไม่มีมารยาทสุภาพบุรุษ ได้ของวิเศษแล้วยังไม่กล้ายอมรับ ทั้งยังทำลายซากปรักหักพังจนคนตายมากมาย ตอนนี้ยังกล้ารังแกสามีในอนาคตที่นางตั้งใจจะเลี้ยงดูด้วยมือตนเองอีก คิดว่ามีเทพกระบี่เทียมสวรรค์หนุนหลังแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นหรือ?
คนอื่นอาจเกรงกลัวเทพกระบี่เทียมสวรรค์ของเจ้า แต่นางไม่เคยใส่ใจเลยสักนิด
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น!”
หลินซานรู้สึกว่าพูดเกินไปจึงกล่าวอย่างอึดอัดใจ “ข้าแค่ไม่คิดว่าเขาจะเข้าใจหัวใจกระบี่ไร้เทียมทาน แต่กลับไม่รู้แม้แต่กระบวนท่ากระบี่พื้นฐาน หากพูดออกไปคงไม่มีใครเชื่อ”
ฉินเฟิงเดินมาปลอบเขาอย่างใส่ใจ “หลินซาน เจ้าไม่ต้องทำสีหน้าแบบนั้นหรอก เจ้าคือยอดกระบี่อันดับหนึ่งในร้อยปีข้างหน้า ข้าเชื่อว่าเจ้าต้องเข้าใจหัวใจกระบี่ไร้เทียมทานได้แน่ เจ้าดูสิ ข้าเพิ่งปล่อยลมเมื่อคืนก็เข้าใจแล้ว”
“ข้าว่าแล้วไงว่าเมื่อคืนเจ้าทำหน้าแบบนั้นทำไม ที่แท้ก็ซ่อนเรื่องปล่อยลมนี่เอง!”
จื่อเยียนทำหน้ารังเกียจเต็มที่ แล้วเริ่มหยอกล้อกับฉินเฟิงอีกครั้ง
ไม่ได้คำนึงเลยว่าหลินซานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จะรู้สึกอย่างไร จะแสดงความรักต่อหน้าคนโสดก็ช่างเถิด แต่ทำไมต้องมาปลอบใจเขาด้วย แล้วยังพูดถึงยอดกระบี่อันดับหนึ่งในร้อยปีข้างหน้าด้วย
ตอนนี้เขาคู่ควรงั้นหรือ!?
และยังใช้การผายลมมาอุปมาว่าการเข้าใจหัวใจกระบี่ไร้เทียมทานนั้นง่ายดายขนาดไหนอีก!!
นี่มันบ้าชัด ๆ!!
เจ้าเด็กนี่มันเกินไปจริง ๆ เหมือนโรยเกลือลงบนแผลของเขาชัด ๆ!
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของที่ทำลายความมั่นใจของบุตรแห่งสวรรค์ ทำให้เขาเกิดความสงสัยในตัวเอง ได้รับ 100000 แต้มวายร้าย!]
“จริงสิ พี่หลิน!”
ฉินเฟิงหันหน้ากลับไปพูดอีกครั้ง “เมื่อคืนข้าเข้าใจเจตจำนงแห่งกระบี่ก่อน แล้วจึงเป็นหัวใจกระบี่ไร้เทียมทาน จริง ๆ แล้วมันง่ายมากเลย”
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของที่ทำลายความมั่นใจของบุตรแห่งสวรรค์ ทำให้เขาเกิดความสงสัยในตัวเอง ได้รับ 100000 แต้มวายร้าย!]
หลินซานหยิบกระบี่ยาวขึ้นมา แล้วหมุนตัวจากไปอย่างเงียบ ๆ
ตอนนี้เขาต้องห่างจากเจ้าเด็กตัวแสบนี่ให้ได้ ถ้ายังอยู่กับเขาต่อไป เขากลัวว่าหัวใจของตัวเองจะทนไม่ไหว
“พี่หลิน เจ้าจะไปไหนน่ะ!”
ฉินเฟิงรีบวิ่งขึ้นฝั่ง ใส่รองเท้าแล้ววิ่งตามไป
ล้อเล่นหรือไง!
แค่ไม่กี่คำพูดก็ได้ 400000 แต้มวายร้ายแล้ว จะปล่อยให้เขาหนีไปได้อย่างไร ต้องยึดมั่นในจิตวิญญาณของแผ่นปิดแผลและติดตามเขาไปให้ได้
ตู้ม ตู้ม!!
เสียงคำรามสะเทือนฟ้าดินดังก้องไปทั่วท้องฟ้า เมฆบนท้องนภาหลั่งไหลมาราวกับคลื่นยักษ์ ชั่วพริบตาเดียวท้องฟ้าในรัศมีหลายพันลี้ก็เต็มไปด้วยพลังกดดันที่น่ากลัวถาโถมเข้ามา ส่งผลให้สุญญากาศสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
“ฉางคุน ผู้ใต้บัญชาของจักรพรรดิแห่งต้าเซี่ย มาตามรับสั่งของฝ่าบาท เพื่อเอาหัวของฉินเฟิงโดยเฉพาะ!”
ร่างหนึ่งขี่อยู่บนสัตว์อสูรที่ไม่รู้จักชื่อ ลอยอยู่กลางอากาศ ตามหลังคือทหารหุ้มเกราะที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีนับพัน ท่าทางองอาจผึ่งผาย เหล่าเทพและปีศาจต่างหลบหนี
“ฉางคุนแห่งหน่วยพิทักษ์ราชวัง!!”
เหล่าผู้ฝึกตนที่กำลังไล่ล่าฉินเฟิงอยู่ใกล้ ๆ ต่างร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจกับภาพที่ปรากฏต่อหน้า
พวกเขาคุ้นเคยกับฉางคุนเป็นอย่างดี ในฐานะหัวหน้าของหน่วยพิทักษ์ราชวัง ผู้พิทักษ์ส่วนพระองค์ของจักรพรรดิแห่งต้าเซี่ย วรยุทธ์สูงส่งเกินกว่าจะบรรยายด้วยคำพูด
ตอนนี้หน่วยพิทักษ์ราชวังทั้งหมดออกโรงแล้วและยังคงนำทีมโดยฉางคุนด้วยตนเองเพื่อจัดการกับฉินเฟิง เด็กน้อยวัยเพียงแปดขวบที่มีวรยุทธ์ขั้นเหนือสามัญระดับสามโดยเฉพาะ
ไม่ต่างจากลูกวัวตัวน้อยบนลังนึ่งเลยจริง ๆ!!
“บ้าจริง! เตรียมการใหญ่โตขนาดนี้เชียว!”
ฉินเฟิงรู้ว่าวันนี้เรื่องนี้ไม่อาจจบลงด้วยดีได้ จึงเตรียมพร้อมที่จะปลดปล่อยปีศาจชราผมแดงระดับสูงสุดได้ทุกเมื่อ
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!!
อีกครั้งที่เสียงคำรามสะเทือนฟ้าดินดังกึกก้องอย่างบ้าคลั่งในท้องฟ้า กองกำลังอีกหนึ่งกองปรากฏตัวขึ้นราวกับขี่เมฆ พลังกดดันที่น่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วสวรรค์และโลกอย่างไม่ปิดบัง
แรงกดดันอันทรงพลังแผ่ปกคุลมกองกำลังจากหน่วยพิทักษ์ราชวัง
“ฉินเฟิงเป็นคนของตระกูลฉิน ไม่จำเป็นต้องรบกวนให้อาณาจักรลงมือ!”
ในฐานะเจ้าถิ่นทางตะวันออก ตระกูลฉินย่อมรู้เป็นกลุ่มแรกว่าหน่วยพิทักษ์ราชวังมาถึงแล้ว และรู้ด้วยว่าพวกเขาต้องการจะทำอะไร ดังนั้นบรรพชนรุ่นที่สิบจึงนำสิบสามผู้พิทักษ์แห่งตระกูลฉินมาด้วยตนเอง
หากแผนการที่คาดไว้ไม่อาจดำเนินต่อไปได้ พวกเขาก็จะพาฉินเฟิงกลับไปที่ตระกูลฉินอย่างปลอดภัย
ฉางคุนไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อยและกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ฝ่าบาทก็ไม่อยากลงมือด้วยพระองค์เอง แต่ฉินเฟิงนั้นก่อกบฏต่อสวรรค์ ทารุณพี่น้องร่วมสายเลือด อีกทั้งยังกลัวว่าพวกท่านตระกูลฉินจะลงมือไม่ลง จึงได้ให้ข้าผู้นี้มาจัดการ”
“ใครกล่าวว่าพวกข้าตระกูลฉินลงมือไม่ได้!”
บรรพชนรุ่นที่สิบมองด้วยแววตาเปล่งประกาย “วันนี้ข้าจะพาเจ้ากลับไป เพื่อลงโทษตามกฎของตระกูลฉิน!”
“ลงโทษตามกฎตระกูล!?”
ฉางคุนไม่ปิดบังน้ำเสียงเยาะเย้ยเลยแม้แต่น้อย “หากพวกเจ้าตระกูลฉินมีใจเช่นนั้นจริง ฉินเฟิงคงไม่มีชีวิตรอดมาถึงวันนี้ ข้าคิดว่าพวกเจ้าตระกูลฉินกำลังเลี้ยงอสูรร้าย หรือไม่ก็มีความลับบางอย่างที่ไม่อาจบอกใครได้”
“เจ้าจะพูดอย่างไรก็ตามใจ!”
บรรพชนรุ่นที่สิบไม่พูดมากความและยื่นมือออกไปคว้าตัวฉินเฟิง
“เจ้าอย่าได้หวังเลย!!”
ฉางคุนจ้องมองอย่างดุดัน ในมือปรากฏหอกศึก ควบคุมอสูรใต้ร่างให้โฉบเข้ามา
ตู้ม!!
ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างหนักหน่วง พายุพลังงานมหาศาลกวาดไปทั่วสวรรค์และโลก แผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกน่าสะพรึงกลัวเริ่มแผ่ขยายออกไปเรื่อย ๆ
“รีบหนีเร็วเข้า!!”
ผู้คนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงวิ่งหนีอย่างตื่นตระหนก ราวกับเทพเจ้าห้ำหั่นกัน ส่งผลให้มนุษย์ธรรมดาได้รับผลกระทบ
“ข้ารู้มานานแล้วว่าพวกเจ้าตระกูลฉินจะไม่ยอมจำนนง่าย ๆ โชคดีที่ข้าเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว!”
ฉางคุนยิ้มอย่างเย็นชา ขณะหยิบลูกธนูศรทะลวงเมฆมายิงขึ้นฟ้า
ตู้ม!!
ศรทะลวงเมฆระเบิดกลางอากาศ ปรากฏตัวอักษร ‘คุน’ ขนาดใหญ่
ตู้ม!!
แรงกดดันอันน่ากลัวไม่ได้หยุดลง ธงที่เป็นตัวแทนของกลุ่มอำนาจใหญ่ต่าง ๆ ปรากฏขึ้นทีละผืน ตงฉ่าง ซีฉ่าง จิ่นอีเว่ย... แม้แต่ตระกูลใหญ่ต่าง ๆ ก็ปรากฏตัว อย่างน้อยในที่นี้ก็มีคนมากกว่าแสนคน
“อะไรน่ะ!!”
สีหน้าของบรรพชนรุ่นที่สิบเปลี่ยนไปอย่างมาก ไม่คาดคิดว่าจะมีคนมากันมากขนาดนี้
นี่หมายถึงถ้าหากฉินเฟิงไม่ตายในวันนี้ ก็จะหมายถึงการเปิดศึกสงครามในทันที!
“ฉินเฟิง วันนี้ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้ ไม่ว่าใครจะมาก็ไม่มีประโยชน์!”
ฉางคุนถือหอกศึก ประกาศโทษประหารชีวิตฉินเฟิงด้วยท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ...