ฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ)

    ตอนที่ 99 หาค่าเดินทาง

    แสงอาทิตย์สีทองอ่อนๆ สาดส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้บานเล็กๆเข้ามากระทบเปลือกตาของฮวาเสี่ยวซีอย่างแผ่วเบา นางค่อยๆ ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ


    ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าเล็กๆที่หลับพริ้มอย่างน่าเอ็นดูของเจ้าตัวอ้วนน้อยที่นอนอยู่ข้างๆ แก้มยุ้ยๆแดงปลั่งเล็กน้อยจากการนอนหลับอย่างสบาย ฮวาเสี่ยวซีคลี่ยิ้มบางๆ อย่างอ่อนโยนมองเด็กน้อยด้วยความรู้สึกรักใคร่ที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน


    เสียงไก่ขันเจื้อยแจ้วมาจากภายนอก ผสมกับเสียงพูดคุยเบาๆ ของผู้คนในบ้านบ่งบอกถึงเช้าวันใหม่ที่เริ่มต้นขึ้นแล้ว


    ฮวาเสี่ยวซีค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวังไม่ต้องการรบกวนการนอนหลับของเด็กน้อย นางมองไปรอบๆ ห้องแสงสว่างยามเช้าเผยให้เห็นความเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านของบ้านหลังเล็กๆ หลังนี้


    กลิ่นหอมของข้าวต้มโชยมาแตะจมูก ทำให้ฮวาเสี่ยวซีรู้สึกหิวขึ้นมาทันทีนางลูบท้องเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตา



    เมื่อฮวาเสี่ยวซีเดินออกมาจากมุมที่จัดเป็นที่นอนชั่วคราวหญิงชราและหญิงสาวออกเรือนก็กำลังจัดเตรียมอาหารเช้าอยู่บนโต๊ะเล็กๆ กลางห้องทั้งสองหันมายิ้มให้ฮวาเสี่ยวซีอย่างเป็นมิตร


    "ตื่นแล้วหรือแม่หนู มาทานข้าวเช้าด้วยกันเถิด"หญิงชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น


    "อรุณสวัสดิ์ น้องสาว" หญิงสาวออกเรือนทักทายด้วยรอยยิ้มสดใส"เมื่อคืนหลับสบายดีไหม?”


    ฮวาเสี่ยวซีพยักหน้าและยิ้มตอบด้วยความรู้สึกขอบคุณ


    "อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะท่านยาย อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะพี่สาวเมื่อคืนข้าหลับสบายมากเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านมากนะเจ้าค่ะ"


    ฮวาเสี่ยวซีเดินเข้าไปหาเจ้าตัวอ้วนน้อยที่ส่งเสียงอ้อแอ้เรียกนางด้วยดวงตาแป๋วแหววนางยิ้มให้กับเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน ก่อนจะช้อนอุ้มร่างเล็กๆนั้นขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอม


    "ตื่นแล้วหรือเจ้าอ้วนน้อย"นางพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักใคร่แม้ความทรงจำเกี่ยวกับความเป็นแม่จะยังคงเลือนรางแต่ความรู้สึกผูกพันที่มีต่อเด็กน้อยนั้นกลับชัดเจนและหนักแน่นขึ้นทุกขณะ


    ฮวาเสี่ยวซีพาเจ้าตัวอ้วนน้อยเดินไปยังมุมหนึ่งของบ้านที่หญิงสาวออกเรือนจัดเตรียมอ่างน้ำอุ่นและผ้าสะอาดไว้ให้แล้วนางค่อยๆ วางเด็กน้อยลงอย่างเบามือก่อนจะเริ่มจัดการอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาอย่างคล่องแคล่ว


    มือของฮวาเสี่ยวซีอ่อนโยนและชำนาญราวกับเคยดูแลเด็กน้อยเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วนนางเช็ดตัวเจ้าตัวอ้วนน้อยด้วยผ้าเนื้อนุ่มอย่างเบามือเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สะอาดและแห้งสบายให้เขาพร้อมกับพูดคุยและเล่นกับเด็กน้อยไปด้วยเสียงที่อ่อนโยน


    เจ้าตัวอ้วนน้อยส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขดวงตากลมโตจับจ้องมองใบหน้าของฮวาเสี่ยวซีอย่างไว้ใจ มือเล็กๆก็พยายามคว้าจับนิ้วมือของนางด้วยความซุกซน


    ภาพตรงหน้าทำให้หญิงชราและหญิงสาวออกเรือนที่กำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่มองมาด้วยรอยยิ้มเอ็นดูพวกนางสัมผัสได้ถึงความรักและความผูกพันที่ฮวาเสี่ยวซีมีต่อเด็กน้อยได้อย่างชัดเจน


    หลังจากจัดการธุระส่วนตัวให้เจ้าตัวอ้วนน้อยเสร็จเรียบร้อยฮวาเสี่ยวซีก็อุ้มเด็กน้อยกลับมาที่โต๊ะอาหารด้วยใบหน้าที่สดใสเด็กน้อยอยู่ในอ้อมกอดของนางอย่างสบายอารมณ์ส่งเสียงอ้อแอ้ทักทายทุกคนด้วยความร่าเริง


    "เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ท่านยาย พี่สาว" ฮวาเสี่ยวซีกล่าวด้วยรอยยิ้มพลางจัดให้เจ้าตัวอ้วนน้อยนั่งบนตักของนางพร้อมที่จะทานอาหารเช้าด้วยกันบรรยากาศในบ้านเล็กๆ หลังนี้อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความสุขสันต์ในเช้าวันใหม่


    พาไปนั่งที่โต๊ะอาหารด้วยกัน บรรยากาศยามเช้าในบ้านหลังเล็กๆหลังนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความเป็นมิตรราวกับเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างแท้จริง


    ขณะที่ฮวาเสี่ยวซีกำลังป้อนข้าวต้มอุ่นๆ ให้เจ้าตัวอ้วนน้อยความคิดถึงการเดินทางต่อไปก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจนางมองไปยังแสงแดดยามเช้าที่ส่องลอดหน้าต่างเข้ามาความรู้สึกเร่งรีบเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ


    ‘เราชักช้าไม่ได้แล้ว’ฮวาเสี่ยวซีคิดในใจ พลางลูบหลังเจ้าตัวอ้วนน้อยเบาๆ ‘อีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าสู่ฤดูหนาวการเดินทางพร้อมเด็กเล็กจะยิ่งยากลำบากมากขึ้นไปอีก’


    ภาพของลมหนาวที่พัดแรง หิมะที่ปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่งและความยากลำบากในการหาที่พักพิงในสภาพอากาศเลวร้ายเหล่านั้นผุดขึ้นมาในความคิดนางสั่นศีรษะเล็กน้อยด้วยความกังวล


    ‘เราต้องออกเดินทางต่อโดยเร็วที่สุด’ ฮวาเสี่ยวซีตัดสินใจในใจต่แล้วความคิดหนึ่งก็เข้ามาขัดขวางความตั้งใจนั้น


    "เงิน... เราไม่มีเงินติดตัวเลย แล้วค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พักเล่า?จะทำอย่างไร?’ ความกังวลเรื่องปากท้องเริ่ม

    ถาโถมเข้ามานางตระหนักดีว่าการเดินทางโดยไม่มีเงินนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องดูแลเด็กเล็กไปด้วย


    ฮวาเสี่ยวซีมองหน้าเจ้าตัวอ้วนน้อยที่กำลังส่งยิ้มหวานมาให้นางถอนหายใจออกมาเบาๆ "เราต้องหาเงิน...ต้องหาวิธีหาเงินค่าเดินทางให้ได้เสียก่อน" ความคิดนี้หนักแน่นและชัดเจนอยู่ในใจของนางนางรู้ดีว่าหากไม่มีเงิน พวกนางสองแม่ลูกก็จะไปไหนไม่ได้ไกล


    ฮวาเสี่ยวซีวางชามข้าวในมือลงอย่างช้าๆมองหน้าหญิงชราด้วยความเคารพและเกรงใจนางตัดสินใจที่จะเอ่ยถึงแผนการเดินทางของตนเอง


    "ท่านยายเจ้าคะ... ข้าต้องขอรบกวนความเมตตาของท่านเพียงเท่านี้"ฮวาเสี่ยวซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม แต่ก็แฝงไปด้วยความหนักแน่น"ข้าจำเป็นต้องเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง หากชักช้าไปกว่านี้ข้าเกรงว่าจะเดินทางลำบากเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวที่ใกล้เข้ามาทุกที"


    นางมองไปยังเจ้าตัวอ้วนน้อยที่กำลังเล่นของเล่นไม้เล็กๆ อยู่ข้างๆด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่และความกังวล


    "ข้าอยากจะไปถึงที่ที่ปลอดภัยและอบอุ่นสำหรับลูกของข้าก่อนที่อากาศจะหนาวเย็นจนเกินไป"


    ฮวาเสี่ยวซีประสานมือเล็กน้อย แสดงความขอบคุณจากใจจริง"ข้าซาบซึ้งในความเมตตาและความช่วยเหลือที่ท่าน

    และท่านพี่มอบให้พวกเราสองแม่ลูกเป็นอย่างยิ่งข้าไม่รู้จะตอบแทนพระคุณนี้ได้อย่างไร"


    หญิงชราขมวดคิ้วเล็กน้อย มองฮวาเสี่ยวซีด้วยความสงสัยและเป็นห่วง


    "เจ้าจะรีบไปไหนกันแม่หนู?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล"เมื่อคืนข้าก็นึกว่าเจ้าจะพักอยู่ที่นี่ก่อนสักพักเสียอีก"


    หญิงชราทอดสายตาไปยังเจ้าตัวอ้วนน้อยที่กำลังคลานเล่นอยู่ใกล้ๆ"แล้วเจ้ามีเงินติดตัวสำหรับเป็นค่าเดินทางหรือไร? เดินทางไกลขนาดนั้น ทั้งค่ากินค่าอยู่ ประเดี๋ยวก็หมดเนื้อหมดตัว จะไปได้สักกี่น้ำกัน?"


    นางส่ายหน้าเบาๆ อย่างไม่เห็นด้วย"เดินทางรอนแรมเช่นนี้มันลำบากยากเย็นนัก ยิ่งมีเด็กเล็กไปด้วยแล้วยิ่งต้องคิดให้รอบคอบ"


    ฮวาเสี่ยวซีคลี่ยิ้มอย่างมั่นใจให้กับหญิงชราดวงตาคู่สวยเปล่งประกายความเชื่อมั่นในตนเอง


    "ท่านยายไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอกเจ้าค่ะ"นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "พอเข้าตัวเมืองข้าเชื่อว่าคงจะมีหนทางให้ข้าได้หางานหาเงินเพื่อใช้ในการเดินทางต่อไปได้แน่นอน"


    หญิงชรามองฮวาเสี่ยวซีด้วยสายตาที่อ่อนโยนและเข้าใจ นางพยักหน้าช้าๆนางสัมผัสได้ถึงความเด็ดเดี่ยวและความ

    สามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวแม่นางน้อยผู้นี้วรยุทธ์ที่ล่ำเลิศนั้นย่อมเป็นเกราะกำบังและเครื่องมือในการเอาชีวิตรอดที่ดีที่สุด


    "ข้าก็หวังเช่นนั้น" หญิงชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่คลายความกังวลลง"เจ้าจงเดินทางด้วยความระมัดระวัง และดูแลเด็กน้อยให้ดี"


    นางหันไปสั่งลูกสะใภ้ด้วยความห่วงใย "ลูกสะใภ้ เจ้าไปเตรียมอาหารแห้งพวกแป้งย่าง เนื้อย่าง ผลไม้ตากแห้ง และน้ำดื่มสะอาดๆใส่ห่อให้แม่ลูกคู่นี้ไปกินระหว่างทางเสียหน่อยเถิดเผื่อจะช่วยประทังชีวิตไปได้หลายวัน"


    หญิงสาวออกเรือนรับคำด้วยความเต็มใจรีบลุกไปจัดเตรียมอาหารแห้งและน้ำดื่มตามคำสั่งของแม่สามีนางเข้าใจดีถึงความยากลำบากของการเดินทางไกลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องมีเด็กเล็กไปด้วยอาหารและน้ำที่เตรียมให้นี้อาจจะช่วยให้พวกเขามีชีวิตรอดได้นานขึ้นอีกสักหน่อย


    ฮวาเสี่ยวซีมองการกระทำของหญิงชราและหญิงสาวด้วยความซาบซึ้งใจอย่างท่วมท้น"ขอบคุณท่านยาย ขอบคุณพี่สาวมากเจ้าค่ะข้าไม่รู้จะตอบแทนน้ำใจของพวกท่านได้อย่างไร"นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจและความเคารพ


    ฮวาเสี่ยวซีเดินออกจากหมู่บ้านมาได้สักพัก ท้องฟ้าเริ่มสดใสแสงแดดยามเช้าส่องกระทบใบไม้สีเขียวขจีเป็นประกายระยิบระยับนางอุ้มเจ้าตัวอ้วนน้อยไว้แนบอกอย่างทะนุถนอมสายตาก็จ้องมองไปยังผืนป่ารกทึบที่อยู่ไม่ไกลข้างหน้าความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในสมอง


    "ในป่า... น่าจะมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ไม่น้อย" ฮวาเสี่ยวซีคิด พลางกวาดสายตามองไปยังแนวต้นไม้สูงตระหง่าน "ด้วยวรยุทธ์ของเรา...การล่าสัตว์คงไม่ใช่เรื่องยากนัก"


    ภาพของกระต่ายป่า ไก่ป่า หรือแม้แต่หมูป่าตัวเล็กๆ ปรากฏขึ้นในความคิดนางพอจะจินตนาการออกว่าสัตว์เหล่านั้นน่าจะมีราคาในตลาด หากนางสามารถล่ามาได้บ้างก็น่าจะพอมีเงินติดตัวไปใช้จ่ายในการเดินทางได้บ้าง


    "ใช่แล้ว!การล่าสัตว์อาจจะเป็นหนทางที่ดีในการหาเงินในช่วงแรกของการเดินทาง"ฮวาเสี่ยวซีตัดสินใจในใจนางมีความมั่นใจในทักษะการต่อสู้และการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของตนเองการล่าสัตว์ในป่าที่คุ้นเคยย่อมไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถ


    นางมองลงไปยังเจ้าตัวอ้วนน้อยที่กำลังหลับใหลอย่างสงบในอ้อมแขน "แต่เราจะทำอย่างไรกับเจ้าตัวเล็กดีล่ะ? จะพาเข้าไปในป่าด้วยก็คงไม่สะดวกและอาจจะเป็นอันตราย" ความกังวลก็เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง


    ฮวาเสี่ยวซีหยุดเดินเล็กน้อย มองไปรอบๆบริเวณเพื่อหาที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กน้อย "บางที...เราอาจจะหาที่ร่มรื่นใกล้ๆ ป่า วางเขาไว้ที่นั่น แล้วค่อยเข้าไปล่าสัตว์เพียงลำพังเมื่อได้เหยื่อแล้วค่อยกลับมารับเขา"นางพยายามคิดหาวิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับลูกน้อย


    แต่แล้วความคิดหนึ่งก็เข้ามาเตือนสติ "ไม่ได้!การทิ้งเด็กไว้คนเดียวในป่ามันอันตรายเกินไป ถ้ามีสัตว์ร้ายหรือมีใครผ่านมาพบเข้าจะทำอย่างไร?" ฮวาเสี่ยวซีส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดนั้น


    นางถอนหายใจออกมาเบาๆ "เราคงต้องอุ้มเขาเข้าไปในป่าด้วย...แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ให้เกิดเสียงดังรบกวนสัตว์และต้องคอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิด"


    ฮวาเสี่ยวซีตัดสินใจได้ในที่สุดนางกระชับอ้อมกอดเจ้าตัวอ้วนน้อยให้แน่นขึ้น มองไปยังผืนป่าด้วยความมุ่งมั่น"เราจะเข้าไปล่าสัตว์ในป่า... หาเงินติดตัวเพื่อใช้ในการเดินทาง...และเราจะทำทุกอย่างเพื่อให้เจ้าตัวเล็กปลอดภัย" นางก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าไปยังแนวป่ารกทึบด้วยความหวัง

     

    คล้ายกับเรื่องฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ) ที่คุณอ่าน