-ต้นกล้ายอดที่ 5-
วันนี้พันสรคดข้าวกล่องออกไปทำงานั้แ่เช้าเพรีบอกว่าพ่อไม่ได้ไปทำงานที่สวน แต่ไปรับจ้างขนปูนที่บ้านลุงธานีแทนรายได้จากการขนปูนขนอิฐไม่ได้เยอะมาก แต่ก็ดีกว่านั่งงอมืองอเท้าไม่ทำอะไรเลย
เพรีก็เช่นกันวันนี้เธอฝากฝังให้ลูกคนโตดูแลใบข้าวที่บ้านเพราะเธอจะต้องเข้าไปไหว้เ้าที่ในสวนก่อนที่หน้าฝนจะมาเยือนในอีกไม่กี่วัน
“ไหว้สวนทำไมหรอฮะ” ต้นกล้าถามอย่างสงสัยเขาไม่รู้ว่า พื้นที่ชนบทมีความเชื่อเื่เ้าที่เ้าทาง ไม่ใช่แค่เ้าที่ในบ้านบนหิ้ง แต่สวนหรือไร่ก็มีเ้าที่อยู่เช่นกัน เพรีได้ยินคำถามก็มองลูกชายด้วยความเอ็นดูเด็กอะไรช่างอยากรู้อยากเห็นเสียจริง
“ไม่ใช่ไหว้สวนจ่ะลูก ไหว้เ้าที่ในสวนต่างหากล่ะ” เธอตอบพรางชงนมผงใส่ชวดเตรียมไว้ให้ตอนเธอไม่อยู่บ้าน ต้นกล้าจะได้ป้อนนมให้ใบข้าวได้
ต้นกล้าไม่ได้เข้าใจสิ่งที่แม่ตอบ ความทรงจำของเขามีแค่สังคมเมือง ตึกและสิ่งปลูกสร้าง อย่างมากเ้าที่รู้จักก็มีแต่ศาลพระภูมิ
“หนูขอไปไหว้สวนกับแม่ด้วยได้มั้ยฮะ” ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเด็กวัย 5 ขวบต้นกล้าอดไม่ได้ที่จะขอตามแม่ไป
“แล้วใบข้าวล่ะลูก” เพรีกังวลเื่ลูกคนเล็ก
“หนุอุ้มน้องได้ฮะ” ต้นกล้าสวนทันควัน เ้าตัวเล็กรีบยกน้องชายขึ้นมาอุ้มไว้ในอก“นี่ไงหนูจะอุ้มน้องไว้แบบนี้เลย” เขายืนยันให้แม่มั่นใจหลายวันที่ผ่านมาต้นกล้าเริ่มชินกับการอุ้มน้องแล้วอีกอย่างใบข้าวก็มักหัวเราะชอบใจที่ถูกพี่ชายอุ้มด้วยความทุลักทุเล
“ปี๋ ปี๋กล้าอุ้มข้าว คิกคิก” ใบข้าวยิ้มร่าจนน้ำลายไหลลงมุมแก้ม
เพรีได้แต่ส่ายหัวมองลูกทั้งสองด้วยความเอ็นดูท่าทางจะไม่อนุญาติให้ไปก็คงไม่ได้
“ก็ได้จ่ะงั้นแม่ขอไปเอาไก่บ้านลุงนูนก่อนนะ”
การไหว้เ้าที่ตามความเชื่อที่นี่ต้องใช้ไก่ต้ม 1 ตัว เหล้าขาว 1 ขวดพร้อมด้วยบุหรี่ 1 มวน แต่บ้านของเพรีไม่ได้เลี้ยงไก่ เธอจึงซื้อไก่จากบ้านลุงนูนในทุกๆ ปี
พอเพรีพูดถึงไก่ ต้นกล้าก็ตาลุกวาว ไก่ในความทรงจำของเขาก็มีแค่เคเอฟซี
อยากเห็นไก่ตัวเป็เป็จัง
“เดี๋ยวหนูไปเอาไก่ให้ฮะ” ต้นกล้ารีบเสนอตัวบ้านของลุงนูนไม่ได้ไกล หวังว่าจะอนุญาตให้เขาไปเอาเองได้
เพรีทำหน้าครุ่นคิดอีกครั้ง คงเป็เพราะ่หลังมานี้ลูกชายคนโต มีความคิดมีความเป็ผู้นำ ดูเป็ผู้ใหญ่มากขึ้น เธอจึงยอมใจอ่อนให้ลูกรักอีกครั้ง
“ก็ได้จ่ะ รีบไปรีบกลับ แม่จะต้มน้ำไว้รอ”เพรีกำชับลูกชาย
ต้นกล้าวิ่งมาถึงบ้านลุงนูนภายใน 5 นาที ลุงนูนที่อาบน้ำให้วัวอยู่โบกมือบอกให้ต้นกล้าไปจับไก่ในเล้าเองได้เลยเด็กน้อยงุนงงนิดหน่อยก่อนจะเดินลัดเลาะไปทางหลังบ้านอีกฝั่ง
เล้าไก่ที่ต้นกล้าเห็น ถูกกั้นด้วยตาข่ายสีดำทึบแบบลวก ๆ เขารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ยินเสียงไก่ร้องประสานเสียงดังออกมาจากข้างในนั้นเด็กตัวเล็กรีบมุดตาข่ายเข้าไปหาแหล่งเสียงทันทีก่อนจะเห็นเป็ไก่นับสิบตัววิ่งบินว่อนด้วยความใ
“น้อนไก่น่ารักกว่าตอนเป็เคเอฟซีอีก” ต้นกล้าเริ่มทำเสียงสองเขาพยายามไล่จับไล่ตัวสีดำจนมันกระพือปีกหนีปัดฝุ่นกระจุยกระจาย เด็กน้อยรีบดึงเสื้อขึ้นมาปิดจมูก แล้วเปลี่ยนความสนใจไปที่แม่ไก่ที่กำลังฟักไข่อยู่ในรังแทน
มือเล็กเอื้อมมือออกไปลูบหัวแม่ไก่ราวกับมันเป็หมาแน่นอนว่าต้นกล้าโดนแม่ไก่ตัวนั้นจิกจนเขาแทบจะดึงมือกลับมาไม่ทันและแล้วเขาก็ต้องจำยอมปล่อยแม่ไก่ตัวนั้นไปเสียโดยดี
แต่ยังไงฉันก็ต้องจับไก่ในเล้าออกไปให้ได้แม่จะต้องไม่ผิดหวังในตัวฉัน
เขาพูดกับตัวเองพรางมองหาเป้าหมายใหม่เห็นเป็ไก่ตัวผู้ดูดุร้ายแต่ต้นกล้าไม่กลัวหรอก เขาไล่จับมันอย่างสุดความสามารถ จนแล้วจนรอดก็คว้าน้ำเหลวตอนนี้ทั้งตัวต้นกล้าเต็มไปด้วยขนไก่แต่กลับจับไก่ไว้ไม่ได้เลยสักตัว
“เหนื่อยแล้วนะ” เสียงเล็กบ่นพรางปัดขนไก่ออกจากตัวมันก็สนุกอยู่หรอก แต่คงต้องกลับไปบอกให้แม่มาจับไก่เองคนตัวเล็กขาสั้นแบบเขาไล่จับไก่ไม่ใช่เื่ง่ายเลย
ทว่า ก่อนที่ต้นกล้าจะยอมแพ้เขากลับรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังส่งเสียงเรียกเขา ดวงตาเรียวรีบมองหาแหล่งเสียงที่เงียบที่สุดเท่าที่เคยได้ยิน
ฉันคิดไปเองหรอ
เขาไม่แน่ใจมากนัก แต่ตัดสินใจเดินไปตามความรู้สึกจนพบเข้ากับแม่ไก่แก่ที่นอนแน่นิ่งอยู่ใต้รังริมสุดไก่ตัวนั้นจ้องตาต้นกล้าราวกับพยายามบอกให้เขาจับมัน ต้นกล้าลองเอื้อมมือไปช้า ๆปรากฏว่าแม่ไก่แกก็ไม่ได้ดิ้นรนที่จะหนี และต้นกล้าก็จับมันได้ง่ายจนรู้สึกพิกลใจ
อาจจะถึงวาระของแกแล้วก็ได้
ต้นกล้าหิ้วขาแม่ไก่กลับบ้านด้วยความรู้สึกแปลกหวิว
แม่ไก่แก่สิ้นใจตายหลังกลับมาถึงบ้านต้นกล้าพอดิบพอดีระหว่างที่เพรีจับร่างไร้ิญญาถอนขนและต้มจนสุกเด็กชายกล้าแกร่งก็ขึ้นบ้านไปเปลี่ยนชุดเป็เสื้อยาวแขนยาวพร้อมหมวกสีเหลืองใบโตดูแล้วเหมือนชาวสวนตัวน้อยน่ารัก ปุ๊กปิ๊ก
“พร้อมแล้วฮะ” ตัวเล็กยืนเท้าสะเอวอวดโฉมใหม่ก่อนจะช่วยยกของที่วางอยู่ใส่ตะกล้าเขียวแล้วเดินตามหญิงสาวที่กำลังอุ้มใบข้าวอยู่เข้าไปในสวนระหว่างทาง เพรีย้ำต้นกล้าให้ระวังสัตว์ป่า เธอไม่แน่ใจว่าที่เส้นทางจากบ้านไปสวนโล่งเตียนเพราะช้างป่าออกมาหรือเปล่า
ช้างที่ไหนล่ะ วัวต่างหาก ต้นกล้าแอบขำในใจ พรางสังเกตสิ่งแวดล้อมระหว่างทางเดินเขาเห็นการใช้ชีวิตของสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยมากเลย มดต่อแถวเดินเป็ขบวนผีเสื้อสวยดูดน้ำหวาน กระรอกไล่จับกัน กุ้งหอย และปูอยู่ร่วมกันในห้วยหนองเส้นเล็ก ทุกอย่างให้ความรู้สึกธรรมชาติแบบที่เขาไม่เคยััมาก่อน เขารู้สึกเพลิดเพลินจนหายเหนื่อยไปเลย
พอถึงที่หมาย เพรีเลือกไหว้เ้าที่บริเวณใกล้จอมปลวกใหญ่กลางสวนเธอส่งใบข้าวให้ต้นกล้าอุ้ม ก่อนจะจัดเื่เครื่องไหว้ลงบนดินจุดธูปสามก้านยกมือขึ้นอธิษฐาน
ต้นกล้ายืนมองเพรีเงียบ ๆเขาเห็นแม่ไก่ตัวที่เขาจับมาเองกับมืออยู่ในสภาพไร้ขนตัวขาวจากการถูกต้มต้นกล้ารู้สึกผิดเล็กน้อยก่อนจะพยายามคิดว่ามันคือเื่ปกติของโลกใบนี้วัฏจักรของชีวิต
เกิด แก่ เจ็บ ตายเขาก็เคยตายมาแล้วเหมือนกัน แต่อย่างน้อยเพื่อความสบายใจ ต้นกล้าตัดสินใจสวดมนต์เบาๆ เพื่อแผ่บุญกุศลให้สัตว์ร่วมโลกแทนการไหว้เ้าที่แบบที่เพรีกำลังทำอยู่ครั้นพอเพรีปักธูปลงดิน ท้องฟ้าที่เคยสว่างก็โดนเมฆบดบังจนครึ้มมืด
“รีบกลับบ้านกันเถอะจ่ะเดี๋ยวโดนฝนแล้วจะไม่สบายกัน” เพรียกมือไหว้ท่วมหัวก่อนจะพรวดลุกขึ้นยืนรับใบข้าวมาอุ้มเสียเอง ต้นกล้ารีบถอดหมวกที่ตัวเองใส่อยู่ให้น้องใส่แทนเขากลัวว่าถ้าเม็ดฝนเทลงมาแล้วจะโดนหัวน้องเอาได้
ทั้งสามคนพากันเดินกลับทางเดิม ขณะหันหลังต้นกล้ารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงบางอย่างเรียกจากด้านหลังถึงจะเป็การเรียกด้วยเสียงเบาที่แทบจะไม่ได้ยินแต่เขาก็รับรู้ได้ถึงความหนักแน่นและทรงพลัง ทว่าพอต้นกล้าหันหลังกลับไปตามเสียงกลับพบแต่ความว่างเปล่า
หูฝาดงั้นหรอ
ใบหน้าเล็กส่ายไปมา เขาไม่รู้เลยว่ามีดวงตากลมโตสีดำสนิทคู่หนึ่ง กำลังจับจ้องเขาอยู่จากพงไพรเื้ั
***