ดาบทั้งสองเล่มนี้ยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบดังนั้นมันจึงยังเปล่งแสงสีเขียวเข้ม
ดูจากลักษณะภายนอกแล้ว ดาบทั้งสองเล่มนี้มีรูปร่างที่แตกต่างกันเล่มหนึ่งสั้นอีกเล่มหนึ่งยาว
ดาบเล่มยาวนี้เป็นดาบสองมือแต่ก็สามารถใช้เป็นดาบมือเดียวได้ ยาวประมาณหนึ่งจุดหกนิ้ว กว้างห้านิ้ว ทั้งหนักและยาว รูปร่างของมันดูประณีตมากด้ามดาบยาวยี่สิบเซนติเมตร หุ้มด้วยหนังสัตว์อสูรสีแดงสด ที่น่าแปลกใจคือ ตรงขอบดาบทั้งสองด้านมีรอยหยักหนาแน่นราวกับเขี้ยวอสูรที่ดุร้ายกินพื้นที่บนใบดาบถึงสองในสาม และตรงด้ามดาบมีตะขอโค้งๆ งอกออกมาทั้งสองด้าน ตรงตะขอไม่มีรอยหยัก ปลายดาบแหลมคม ใบดาบเปลี่ยนสีได้ อีกทั้งบนใบดาบยังจารึกอักษรโบราณลึกลับสีดำเอาไว้เก้าตัว ซุนเฟยไม่เข้าใจความหมายของมัน แต่เขารู้สึกได้ว่ามันมีพลังงานบางอย่างแฝงอยู่ในตัวอักษรโบราณลึกลับนี้ตัวอักษรทุกตัวเรืองแสงสีแดงสด
ดาบสั้นเล่มนี้เป็นดาบมือเดียวรูปร่างของมันดูเรียบง่ายคล้ายมีดมากกว่าดาบ ดาบเล่มนี้เป็นดาบที่มีคมสองด้าน ยาวประมาณหนึ่งเมตรยี่สิบเซนติเมตร กว้างหกนิ้ว บนตัวดาบแกะสลักคำจารึกด้วยหมึกสีเขียวมากมายนับไม่ถ้วน และเรืองแสงสีขาวสว่างตาราวกับเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของพระเจ้าใบดาบหนักและกว้าง เหมาะสำหรับการฟาดฟัน
เพียงแวบแรกที่ซุนเฟยได้เห็นดาบทั้งสองเล่มนี้แม้จะยังไม่ได้ตรวจสอบ แต่เขาก็พอจะเดาสถานะของดาบทั้งสองเล่มนี้ได้ ไอเทมสีเขียวระดับ7 'บูลแคทโตส ชิลเดร้น'
ดาบทั้งสองเล่มนี้ตั้งชื่อตามบุคคลที่มีชื่อเสียงอันรุ่งโรจน์ในประวัติศาสตร์
ในประวัติศาสตร์ของโลก Diablo เผ่าคนเถื่อนเคยมีผู้นำที่แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่อยู่คนหนึ่งนามของเขาคือบูลแคทโตส ผู้นำเผ่าคนเถื่อนผู้นี้มีพลังที่แข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อ ความแข็งแกร่งเขาสามารถสร้างความผวาให้แก่สวรรค์และนรกได้เขานำกองทัพคนเถื่อนที่แข็งแกร่งต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชนเผ่า และปกป้องภูเขาแอเรียสที่เป็นบ้านเกิดของพวกเขาบูลแคทโตสเคยเอาชนะกองทัพปีศาจที่นำโดยจ้าวแห่งนรกบาอัล ทำให้ชื่อเสียงของเขาเลืองลือไปทั่วสามโลกแม้กระทั่งปีศาจแค่เห็นหน้าเขาก็ยังต้องวิ่งหนี
ผู้นำในโลก Diablo ทั้งหมดต่างเรียกขานคนเถื่อนผู้นี้ว่า 'ราชันไร้พ่าย' อาวุธวิเศษและชุดเกราะที่เขาเคยใช้ก็ถูกเรียกว่า 'เซ็ตราชันไร้พ่าย' ถือเป็นไอเทมเซ็ตสีเขียวที่อยู่ในระดับสูงที่สุดของตัวละครคนเถื่อน
และนอกจาก 'เซ็ตราชันไร้พ่าย' แล้ว ผู้นำคนเถื่อนผู้นี้ยังทิ้งดาบสองเล่มนี้ไว้ให้อีกด้วย ดาบทั้งสองเล่มนี้มีพลังที่ไม่น่าเชื่อ และเป็นเซ็ตไอเทมอีกเซ็ตหนึ่งที่แยกจาก 'เซ็ตราชันไร้พ่าย' ดาบทั้งสองเล่มนี้ถูกเรียกว่า 'บูลแคทโตส ชิลเดร้น'
และตอนนี้มันกำลังอยู่ในมือของซุนเฟย
แม้ว่าเมื่อเทียบกันแล้วไอเทมเซ็ต 'บูลแคทโตส ชิลเดร้น' จะมีพลังและผลของเวทมนตร์ที่ด้อยกว่า 'เซ็ตราชันไร้พ่าย' และมีเพียงดาบสองเล่มไม่มีชุดเกราะใดๆ แต่สำหรับตัวละครคนเถื่อนซุนเฟยเลเวล 36 แล้ว ไอเทมนี้คือไอเทมระดับพระเจ้าจากความทรงจำของซุนเฟยในโลกเก่า ต่อให้เขาสังหารดูเรียลเป็นร้อยๆ ครั้งมันก็ไม่มีทางตกไอเทมแบบนี้มาให้อย่างแน่นอน ไม่รู้ว่าทำไม จู่ๆ ซุนเฟยก็โชคดีได้ดาบสองเล่มนี้มาได้
ทันทีที่ซุนเฟยใช้ 'ม้วนคัมภีร์ตรวจสอบ' ก็มีแสงสว่างสีทองเรืองรองขึ้นมาก่อนจะปรากฏชื่อและคุณสมบัติทั้งหมดออกมา
ดาบยาวมีชื่อว่า 'ดาบศักดิ์สิทธิ์แห่งบูลแคทโตส'
พลังโจมตีดาบมือเดียว70-195 พลังโจมตีดาบสองมือ 174-345 ความเร็วในการโจมตีของดาบอยู่ในระดับสูงสุด ระดับความทนทาน50/50 ความเร็วในการโจมตี +20% เพิ่มความเสียหาย +200% ระเบิด +35% ต้านทานทุกธาตุ +20
ดาบสั้นมือเดียวชื่อว่า 'ผู้พิทักษ์แห่งบูลแคทโตส'
พลังโจมตีดาบมือเดียว120-150 นี่เป็นดาบมือเดียว ดังนั้นไม่สามารถใช้สองมือในการโจมตีได้ ความเร็วในการโจมตีของดาบอยู่ในระดับสูงสุดความทนทาน 44/44 เพิ่มความเร็วในการโจมตี +20% เพิ่มความเสียหาย +200% ความเสียหายธาตุพิษ +50 ต่อเนื่อง 2 วินาที พละกำลัง +20 ต้านทานไฟ +50%
และดาบทั้งสองเล่มนี้ถูกเรียกว่าไอเทมเซ็ต 'บูลแคทโตส ชิลเดร้น' สามารถสร้างทักษะคนเถื่อนเพิ่มเติมได้+2 เพิ่มความเสียหาย +200% ความเสียหายต่อมอนสเตอร์ +200% ความเสียหายต่ออันเดด +200เพิ่มความเสียหายด้วยไฟ +20 ป้องกัน +25
หลังจากผ่านการตรวจสอบแล้ว แสงสีเขียวที่เปล่งประกายรอบตัวดาบทั้งสองเล่มก็ค่อยๆ หายไปกลายเป็นสีเดิม แม้ว่าจะมีรูปร่างที่แตกต่างกัน แต่ถ้ามองไกลๆ แล้วจะเห็นว่าดาบทั้งสองเล่มนี้มีสีเขียวฟ้าน้ำทะเลดาบสั้นจะมีสีที่เข้มกว่าซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่ามันมีการโจมตีด้วยพิษ แสงสว่างสีเขียวเปล่งประกายราวกับเป็นของล้ำค่า และยังกระจายไอความเย็นออกมา ดูน่าสะพรึกลัวอย่างแปลกๆ
ซุนเฟยลูบด้ามดาบเบาๆ สัมผัสได้ถึงความเย็นที่แล่นผ่านนิ้วมือทำให้รู้สึกเย็นสบายเหมือนกำลังกุมมือคนรักอยู่ก็ไม่ปาน
นี่เป็นเรื่องแปลกจริงๆ
ระดับความยากของโลกDiablo แบ่งเป็นสามประเภทคือ 'ปกติ' 'ฝันร้าย' และ 'นรก' โดยปกติแล้ว ผู้เล่นจะเข้าสู่ความยากในระดับ 'ปกติ' แต่หลังจากเคลียร์เควสทั้งหมดก็จะค่อยๆ ขยับระดับความยากขึ้นเรื่อยๆ ตามความทรงจำที่ซุนเฟยเคยเล่นเกมมา ระดับความยากของเขาในตอนนี้น่าจะอยู่ในระดับ 'ปกติ' และไม่น่าที่จะปรากฏ 'บูลแคทโตส ชิลเดร้น' ที่เป็นไอเทมสีเขียวระดับนี้ขึ้นได้ มีเหตุผลง่ายๆ เพียงข้อเดียว นั่นก็คือตัวละครจะต้องมีเลเวล 50 ก่อนถึงจะยกดาบทั้งสองเล่มขึ้นมาได้ ในฐานะที่เคยเป็นอาวุธที่ราชันไร้พ่ายเคยใช้ พวกมันจะต้องมีเงื่อนไขจำกัดที่เข้มงวดสำหรับเลเวลของผู้ที่จะใช้และยังมีข้อจำกัดปลีกย่อยต่างๆ เช่นระดับ 'พละกำลัง' 'ว่องไว' ...ดังนั้น หากเลเวลของผู้ใช้อยู่ระดับต่ำกว่าเงื่อนไขที่กำหนดก็จะไม่สามารถใช้ไอเทมได้
เมื่อคิดถึงจุดนี้ ในใจของซุนเฟยก็พลันห่อเหี่ยวนี่หมายความว่า...
หมายความว่าเขาที่อยู่แค่เลเวล38 (หลังจากฆ่าดูเรียลเลเวลก็อัพ2 เลเวล) ก็ยังไม่สามารถใช้ไอเทมนี้ได้ชั่วคราว
แต่ไม่ช้าเขาก็พลันหนึ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ก็ไม่ใช่ว่าตอนนี้เขากำลังถือดาบทั้งสองเล่มไว้อยู่หรือดูเหมือนว่าข้อจำกัดจะไม่ได้โหดร้ายเหมือนในความทรงจำของเขา ซุนเฟยก้มมองดีๆ อีกครั้งไม่ช้าเขาก็พบสาเหตุ ไอเทมเซ็ต 'บูลแคทโตส ชิลเดร้น' ถูกผนึก
ที่แท้ ไอเทมเซ็ตนี้ก็ถูกผนึกไว้
“...อาวุธระดับ 7 ถูกผนึกเอาไว้ความแข็งแกร่งของอาวุธจะลดเหลืออยู่แค่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ในขณะเดียวกันก็จะลดเงื่อนไขจำกัดและเลเวลของผู้ใช้ เมื่อเลเวลของผู้ใช้เพิ่มขึ้น ผนึกก็จะค่อยๆ คลายออกทีละชั้น จนเมื่อผู้เล่นเลเวล60 ผนึกจึงจะคลายออกอย่างสมบูรณ์ อาวุธจึงจะคืนสภาพพลังทั้งหมด!”
ที่แท้ก็แบบนี้
ซุนเฟยอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นสิ่งที่แตกต่างจากในความจำของเขาตอนที่เขาเล่นเกมDiablo ในโลกเก่าอาวุธปิดผนึกมันไม่เคยเกิดขึ้นในเกมคอมพิวเตอร์ แต่มันเกิดขึ้นในโลก Diablo
และดูเหมือนว่าผลกระทบของการปิดผนึกนี้จะมีมาเพื่อซุนเฟยโดยเฉพาะด้วยวิธีนี้ทำให้เขาสามารถใช้งานไอเทมระดับ 7 นี้ได้ แม้ว่าพลังของอาวุธจะถูกผนึกไว้ครึ่งหนึ่งแต่พลังแค่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของ 'ดาบศักด์สิทธิ์แห่งบูลแคทโตส' และ 'ผู้พิทักษ์แห่งบูลแคทโตส' ก็สามารถเพิ่มค่าความเสียหายได้ถึง70 แล้ว ด้วยระดับค่าความเสียหายนี้ มันมากกว่าขวานคู่ม่วงเขียวที่ซุนเฟยใช้ในตอนนี้เสียอีก
และถ้าเลเวลของซุนเฟยอัพขึ้นเมื่อไร พลังของดาบทั้งสองเล่มนี้ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
เมื่อคิดแบบนี้ โดยไม่ลังเลใจใดๆซุนเฟยรีบติดตั้งดาบทั้งสองร่างนี้ใส่บนร่างของตัวเอง ทันทีที่มือของเขากุมดาบไว้ ซุนเฟยก็รู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่ไม่เคยมีมาก่อนกำลังไหลเข้ามาในร่างของตัวเองเพียงขยับดาบเบาๆ ก็เหมือนกับพร้อมจะฉีกขาดทุกสิ่งทุกอย่าง...แน่นอนว่านี่เป็นอาวุธที่ราชันไร้พ่ายเคยใช้ มันต้องแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว
หลังจากที่หลงใหลได้ปลื้มไปสักระยะซุนเฟยก็เริ่มหยิบไอเทมชิ้นอื่นๆ ที่ตกบนพื้นขึ้นมา ส่วนใหญ่จะเป็นไอเทมเวทมนตร์ และในบรรดาไอเทมที่เก็บมาก็มีไอเทมระดับ 6 'แรร์ไอเทม' หลุดมาด้วยสามชิ้น
“วันนี้มากับดวงจริงๆ คิดไม่ถึงว่าไอ้แมลงปัญญาอ่อนนี้จะมีของดีออกมากขนาดนี้...” ซุนเฟยรู้สึกมีความสุขมาก“ไม่แน่ว่าถ้าได้ฆ่ามันอีกสักรอบ อาจจะได้ของดีมากกว่านี้ก็ได้!”
'แรร์ไอเทม' ทั้งสามชิ้นนี้เป็นคันธนูหนึ่งคัน เกราะเบาหนึ่งชุด รองเท้าหนึ่งคู่
ทันทีที่ใช้ม้วนคัมภีร์ตรวจสอบข้อมูลและคุณสมบัติก็ปรากฏขึ้นมา คันธนูนี้มีชื่อว่า 'ไวนด์โรสแบทเทิล' รูปลักษณ์ของมันดูสวยงามและหรูหรามากตัวคันธนูแกะสลักลวดลายโบราณ มีเถาไม้เลื้อยพันตัวคันธนู และมีดอกกุหลาบอยู่ทั้งสองด้าน คันธนูนี้มีแสงประกายเรืองรองสีฟ้า พลังโจมตี 45-60 มีคุณสมบัติธาตุน้ำแข็ง ส่วนเกราะเบาชื่อว่า 'ชุดเกราะไตตัน' พลังป้องกัน 95 และรองเท้ามีชื่อว่า 'รองเท้าแห่งความเร็ว' คุณสมบัติพิเศษ เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนไหว+30
ซุนเฟยครุ่นคิดเล็กน้อยไอเทมพวกนี้ก็นับว่าไม่เลว ซุนเฟยมอบแรร์ไอเทมทั้งหมดให้แก่เอเลน่า สำหรับนักธนูแล้ว ร่างกายของนางเปราะบางมาก หากมีชุดเกราะมาเพิ่มพลังป้องกันให้ก็นับว่าเป็นเรื่องดีอีกทั้ง หากมีรองเท้าเพิ่มความเคลื่อนไหว เอเลน่าก็จะสามารถหลบการโจมตีของเหล่ามอนสเตอร์และดึงระยะห่างจากพวกมันได้ดูเหมือนว่าแรร์ไอเทมชุดนี้ถูกสร้างมาเพื่อเอเลน่าจริงๆ
ส่วนไอเทมอื่นๆ ก็เป็นไอเทมระดับ4 'ไอเทมเวทมนตร์' ซึ่งซุนเฟยคิดว่าจะนำกลับไปขายให้NPC ใน 'ลุกค์ โกลไลน์' เพื่อเพิ่มเหรียญทองในกระเป๋าดังนั้นซุนเฟยจึงรวบรวมทุกอย่างยัดใส่เข็มขัดมิติ
-------------------------