บทที่ 4 : ห้องครัวแห่งโชคชะตา
ณ ห้องครัวดีไซน์สมัยปี 2000 ที่ผมเคยเห็นผ่านตาตอนเล่น 20K-Kitchen Cloud เกมจำลองการเป็พ่อครัวแม่ครัวในสหัสวรรษที่ 2
ผมยืนอยู่ตรงกลางห้องที่เป็ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า พื้นที่ด้านกว้างไม่น่าเกิน 10 เมตร แต่โดนเคาน์เตอร์สแตนเลสยาว กินพื้นที่ด้านหน้าของผมไป 2 เมตร พร้อมติดซิงค์ล้างผัก ผลไม้เนื้อสัตว์ ภาชนะ อุปกรณ์ 2อ่าง และด้านหลังก็เป็ตู้เย็นสองประตูสีเงินแวววาวอยู่มุมขวาสุดถัดมาเป็เคานต์เตอร์และชั้นวางของบนเพดาน จัดแสดงมีด ตะหลิว ทัพพี และขวดเครื่องปรุงหลายสิบชนิด ถัดมาอีกนิดเป็เตาแก๊ส 4 หัว ข้างบนมีที่ดูดควันไว้ด้วย และซ้ายสุดเป็เตาอบ 3เตาตั้งเรียงกันแนวตั้ง
“ กระทะ หม้อ คงอยู่ในตู้ใต้เคาน์เตอร์นี้ล่ะมั้ง” ผมลองเอื้อมมือไปเลื่อน ๆ ดัน ๆ ก็พบว่าพื้นผิวสีเงินที่ดูเรียบสนิท กลับเลื่อนออกมาช้า ๆ โชว์อุปกรณ์ทำครัวที่ผมไม่คิดว่าจะได้เห็น ได้ััของจริง. .. ของจริง ?
ผมนิ่งไปชั่วขณะระหว่างจับหม้อต้มขนาดเล็ก ที่มีพื้นที่ใส่ได้แค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบกลมในปี 2000 ได้แค่ก้อนเดียวขึ้นมาดู ผมรู้สึกว่าครั้งล่าสุดที่จำได้คือ. . . หมดสติกะทันหันระหว่างนั่งฟังคำบรรยายดวงจันทร์จูโน่ และตำนานที่เกี่ยวของบนยาน Journey 1 ไม่ใช่เหรอ?
ราวกับห้องแห่งนี้รอผมตระหนักรู้สถานการณ์ตัวเองอยู่ แสงไฟสีขาวจากหลอดนีออนเหนือหัว ที่มีให้เห็นแค่ในโลกจำลองได้ปิดตัวลง เหลือแต่ความมืดรอบกาย ซึ่งมันมืดชนิดที่ไม่อาจมองเห็นอะไร และััของด้ามจับหม้อต้มจิ๋วในมือก็ยังหายไปเลย พอลองขยับมือเอื้อมไปในระยะที่ควรจะััเคาน์เตอร์ตรงหน้า หรือโซนทำครัวข้างหลัง กลับจับได้แต่ความว่างเปล่า ทำให้ผมแน่ใจแล้วว่า ที่ตรงนี้เป็แค่โลกจำลอง ที่ผมถูกส่งมาพักฟื้นจิตใจระหว่างร่างกายเข้าเครื่องตรวจและรักษาทางกายภาพและจิตใจที่พัฒนาขึ้นมาในปี 2857 แน่ ๆ
“ ไม่ใช่” เสียงสตรีที่ซ้อนทับกัน 3 เสียงดังขึ้นมา พร้อมกับจอภาพสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้า ผมมองไปไม่เห็นอะไรนอกจากเงาคนใส่ผ้าคลุมสีดำที่มีพื้นหลังเป็ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว และวัตถุหลากสีสันในอวกาศ แบบเดียวกับภาพที่ไม่ว่าจะเป็คนยุค 2000 หรือยุคผมก็ยังนิยมชมชอบใช้เป็พื้นหลัง และมันก็เป็ภาพเดียวกันที่ผมเห็นด้วยตาตัวเองตอนอยู่บนยาน Journey 1 ด้วย
“ ไม่ใช่ ? หืม. . . อะไรที่ไม่ใช่ครับ คุณ A.I. Health Care” ผมขมวดคิ้วแล้วถามกลับก่อนจะโดนอะไรบางอย่างเสียบเข้าทั่วร่าง เป็ความเ็ปที่เหมือนเข็มฉีดยาเสียบทุกอณูิั ทุกรูขุมขน ไม่เว้นแม้แต่ดวงตาที่บอบบาง หรืออวัยวะภายในทั้งหมด มันเป็ความเ็ปที่แทบจะทำให้หัวใจหยุดเต้นจากความช็อค ไม่มีสิทธิ์ส่งเสียงกรีดร้องระบายความเ็ปออกมา
ไม่กี่วินาทีถัดมา เท่าที่ผมพอจะทำสมาธินับเลขในใจได้ ผมก็เห็นตัวเองลอยอยู่เหนือโลกที่แปลกประหลาด เพราะมีเส้นสายใยล่องหนห่อหุ้มไว้ ประหนึ่งตาข่ายถี่ ๆ สีใส หุ้มผลไม้ไม่ให้แมลงอะไรเข้ามาเกาะ เจาะเปลือกกินเนื้อ และเมื่อมองรอบทิศ ก็พบว่ามีโลกแบบนี้ 9 ใบตั้งอยู่บนกิ่งก้านของต้นไม้ั์ที่รูปลักษณ์เหมือนกับมหาพฤกษาอิ๊กดราซิลในภาพส่วนใหญ่ เพียงแค่มันไม่ได้มีสีสันโทนน้ำตาล เขียวแบบต้นไม้ที่ควรจะเป็ แต่เป็สีฟ้าสดใส ดั่งแสงสีฟ้าที่พ่นออกมาเป็ของเสียจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงพลังงาน Diemer ของยานอวกาศ
Diemer นั้นสกัดมาจาก Dark Matter ในอวกาศมากมาย ว่ากันว่ามันคืออณูของสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้วในอวกาศ เหมือนที่คนรุ่น 2000 สกัดน้ำมัน Diesel มาจากซากสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้วทับถมกันใต้โลก เพียงแต่เรายังสกัด Dark Matter ออกมาได้แค่ 20% และต้องปล่อยอีก 80 % กลับอวกาศไป เพราะยังไม่มีเทคโนโลยีใดจะสกัดพลังทั้งหมดออกมาใช้ได้ แม้จะอยู่ปี 3000 แล้วก็ตาม แต่มันก็อยู่ในขอบเขตของการคาดการณ์เทคโนโลยีของคนปี 2000 ว่าต่อให้ผ่านไปเป็พันปี สองพันปี มนุษย์ก็ไม่น่าจะทำความเข้าใจ Dark Matter ที่มีอยู่ทั่วอวกาศได้เกิน 50%
“ ภาพฉายนี่. . . ของจริง ?” ผมพูดเบา ๆ ขณะดูความเป็ไปของอิ๊กดราซิล ที่เป็มหาพฤกษาจากตำนานนอร์ส ที่ผมรู้เื่แค่มันเกิดขึ้น แบก 9 โลก ก่อนดับสูญในวันแร็คนาร็อกแล้วก็งอกใหม่ เป็วัฏจักรวนเวียนไป ไม่รู้ที่มาว่าเกิดจากอะไร ใครปลูก และไม่รู้ด้วยว่าตำนานจริงเป็แบบที่ผมอ่านมาหรือเปล่า เพราะอิ๊กดราซิลกลายเป็สัญลักษณ์มหาพฤกษาสาธารณะ ที่ใครก็หยิบไปอ้างอิงเขียนนิยาย มังงะ อนิเมะ ภาพยนตร์ และเกมของตนได้ จนอิ๊กดราซิลมีหลายรูปลักษณ์ ที่มา และหน้าที่จนไม่รู้อันไหนจริงเท็จท่ามกลางวรรณกรรมทุกรูปแบบตลอด 3 พันปีที่ผ่านมา
ชะตากรรมของอิ๊กดราซิลต้นนี้เหมือนต้นอื่น ๆ เกิดขึ้นจากความว่างเปล่า ตั้งอยู่ มอดไหม้ไป ก่อนงอกขึ้นใหม่ เป็อีกต้นที่ดูมั่นคงกว่า แต่แล้ว วันหนึ่งก็เหี่ยวเฉาสลายเป็ผง ก่อนต้นใหม่ที่ดูรกรุงรัง แบก 9 โลกไว้จะงอกใหม่ แล้ววนกลับเข้าต้นโล่ง เป็ลูปนิรันดร์วนซ้ำหน้าA-B แบบระบบ Repeat ของเครื่องมือฟังเพลงสมัยก่อน ที่น่าจะเรียกว่า Tape Cassete มั้ง? ถ้าผมจำไม่ผิดน่ะนะ
ผมถูกบังคับให้ดูวัฏจักรต้นอิ๊กดราซิลเป็ร้อยรอบจนรู้สึกเบื่อ แต่ร่างกายไม่อาจขยับหลบหน้า ปิดตาหนีภาพได้เลย ก่อนจะรู้สึกได้ว่า นี่เป็ภารกิจของผมที่จะแก้ไขปัญหา A-BYggdrasil นี้ มันเป็ความรู้สึกที่ฉีดตรงเข้าสมอง เหมือนสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่รู้ว่าตอนเกิดมาแล้วต้องหายใจยังไง กะพริบตายังไง. . . สำหรับสิ่งมีชีวิตที่มีเปลือกตาอะนะ แล้วก็รู้ว่าขยับร่างกายยังไง ก่อนพัฒนาหาขีดจำกัดของตัวเองในอนาคตเพื่อความอยู่รอด ในแบบของแต่ละพันธุ์
อย่างสล็อธ คนยุคก่อน 2000 มองว่าเป็ตัวี้เี ถูกยกให้เป็ตัวแทนบาปแห่งความเกียจคร้านไป เพราะศึกษาวิถีชีวิตมันอย่างหยาบ ๆ พบว่ากิน นอนบนต้นไม้ แทบไม่ขยับร่างกายแต่หลังปี 2000 มีการศึกษาทางชีววิทยามากขึ้น จนรู้ว่ากว่ามันจะใช้ชีวิตอย่างี้เีได้ ต้องวิวัฒนาการตัวเองทั้งร่างกาย ระบบควบคุมอุณหภูมิ การเต้นหัวใจ การหายใจ การกินและย่อยอาหาร ที่เป็ใบไม้มีพิษได้โดยตัวมันเองไม่ติดพิษในกระแสเืด้วยการย่อยใบไม้เ่าั้ช้าๆ เป็สัปดาห์หรือเดือน และทำให้เนื้อของมันมีพิษ สัตว์อื่นเรียนรู้ที่จะไม่กินมัน ทำให้มันประหยัดพลังงานได้ถึงขีดสุด เป็สิ่งมีชีวิตที่เย้ยหยันวิถีชีวิตเร่งร้อนของสัตว์อื่นอย่างแท้จริง
ผมเป็คนยุค 3000 มีความรู้มากมาย รวมทั้งเื่ความเป็ไปของจักรวาล ที่ต่อยอดมาจากองค์ความรู้ของมนุษย์ั้แ่สมัยก่อนคริสตกาล ที่เริ่มบันทึกแผนที่ดาราศาสตร์ จักรราศี วิถีดาวเหนือนำทางเรือ พัฒนาเป็เรียนรู้ว่าโลกไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาล แม้จะโดนต่อต้านจากศาสนาในยุคกลาง มาจนถึงการศึกษา Super Nova ที่ห่างไกลออกไปผ่านกล้องดูดาวคุณภาพสูงและยุคผม ท่องเที่ยวในระบบสุริยะได้ใน 1 สัปดาห์แบบสบาย ๆ หรือถ้าเป็สายชมวิว จะนั่งยานร่อนทั่วระบบสุริยะ ชมเทหวัตถุสำคัญ ๆ รวมถึงดาวเคราะห์ทั้งหลายใน 1 วันก็ทำได้เช่นกัน
ทำให้ข้อมูลที่สตรีปริศนาทั้ง 3 อธิบาย เล่าเป็ฉาก ๆ เื่การพยายามขัดขืนชะตาอิ๊กดราซิล ชะตากรรมของอวกาศที่พวกเธออยู่จึงเป็เื่ที่ทำความเข้าใจง่าย แม้ยุค 3000 จะไม่ล้ำขนาดเดินทางข้ามมิติ ข้ามกาลเวลา หรือเข้าถึงพหุจักรวาล Mutiverse Omniverse แต่คอนเซปเื่นี้ถูกพัฒนาจนเป็เื่ปกติของผู้สนใจวิทยาศาสตร์เชิงทฤษฎีที่รู้หลักการของมัน ทำให้พวกเธอไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย แค่รอบแรกผมก็เข้าใจสาเหตุที่โดนดึงตัวมา และวิธีกลับไปจักรวาลเดิมของผมแล้ว ว่าต้องทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ
“ ภารกิจแรก. . . ปรุงอาหารแห่งอดีต ปัจจุบัน อนาคตให้พวกคุณ เทพีนอร์นสามพี่น้องแห่งโชคชะตากินแล้วอร่อยงั้นเหรอ. . . ยาก ยากพอสมควรเลย แต่ผมคิดว่าผมน่าจะทำได้นะ”ผมพยักหน้าช้า ๆ ขณะมองสภาพรอบตัวค่อย ๆ มีแสงส่องลงมา ห้องครัวยุค 2000 ปรากฏขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มือผมััโดนเคาน์เตอร์ที่เย็นเฉียบและเรียบเนียนได้แล้ว
“ ถ้าสำเร็จ ท่านผู้นั้นจากบัลลังก์เหนืออิ๊กดราซิลจะอนุญาตให้พวกข้า. . . ให้พวกเราดำเนินแผนเปลี่ยนแปลงชะตากรรม”
“ พวกเรา?” ผมขมวดคิ้วอย่างสงสัย “นอกจากผมกับพวกคุณทั้ง 3 แล้วมีใครอีก?”
______________________________________
เปิด ตัว ห้อง ครัว แห่ง ชะ ตา กรรม ! ?
พูดคุย / ติดตามข่าวสารกันได้ที่
Kuronekoyuriya | Facebook
https://www.facebook.com/w.kuronekoyuriya