รั่วซีนั่งมองกระดาษจดหมายในมือที่นางถือไว้วันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก เหอฟางหลงจากตำแหน่งรองแม่ทัพ บัดนี้กลับปรับเปลี่ยนเป็นท่านแม่ทัพใหญ่มีทหารใต้บังคับบัญชานับแสนแทนผู้เป็นบิดา
แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับก็ยังเขียนจดหมายมาหานางไม่ขาด
จะมีที่ต่างจากหลายปีก่อนตรงที่นายทหารม้าเร็วมิได้กลับไปมือเปล่า จะมีจดหมายของนางติดมือกลับไปด้วย
ส่วนนางก็ได้ขึ้นเป็นนายหญิงใหญ่ของหออ้ายซ่างเรียบร้อยแล้วเหลือเพียงรอเวลาที่เหมยหลินจะขึ้นเป็นนายหญิงน้อย แต่ถึงตอนนี้จะต้องอยู่ในหออ้ายซ่างอย่างน้อยนางก็มีอิสระมากขึ้น ไม่ต้องรับแขกถ้านางไม่ต้องการ
"พี่สาวหลังจากนี้นายหญิงมู่หลัน จะไปอยู่ที่ไหนหรือเจ้าคะ"
"มิรู้สิ นางคงมีที่ ๆ นางต้องการจะไปอยู่" รั่วซีเดินมาลงนั่งข้าง ๆเหมยหลิน ที่บัดนี้เติบโตเป็นสาวสะพรั่ง อีกไม่เท่าไหร่นางก็ต้องเข้าร่วมประมูลพรหมจรรย์จนบรรดาบุรุษต่างเฝ้ารอนางกันไม่น้อย
"แล้วพี่ชายหละเจ้าคะ อีกไม่กี่วันจะครบสองปีที่ออกเดินทางจากไปแล้วพี่สาวได้ข่าวคราวของพี่ชายบ้างหรือไม่เจ้าคะ"
รั่วซีทำได้เพียงส่ายหน้าให้เหมยหลินเมื่อสองปีก่อนไม่รู้ว่ารั่วเฉินไปพูดกับแม่บุญธรรมอย่างไร นางถึงยอมปล่อยเขาไป
เขาเพียงมาบอกลานางว่าจะออกเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ หลังจากนั้นเขาก็หายไปเลยไม่มีข่าวคราวส่งกลับมาว่าเป็นเช่นไร
ด้วยความผูกพันที่เคยมีกันมาอย่างไรนางก็ปรารถนาให้เขาเจอทางที่ต้องการ ขอให้เขาพบความสุขของการใช้ชีวิตที่แท้จริง
"อากาศเริ่มเย็นขึ้นแล้ว เจ้าเข้าไปข้างในก่อนเถอะ ข้านั่งต่ออีกไม่นานก็จะเข้าไปบ้าง"
"เจ้าค่ะ พี่สาวก็อย่านั่งต่อนานนะเจ้าคะ จะไม่สบายเอาได้"
รั่วซีนั่งต่อที่สวนไม่นานตามที่รับปากเหมยหลินนางเดินตรวจความเรียบร้อยให้แขกที่มาใช้บริการในหออ้ายซ่างเสร็จก็เดินกลับเข้าห้องพักทันที
"นานนะ กว่าเจ้าจะกลับเข้าห้องมาได้"
ทันทีที่รั่วซีปิดประตูห้องก็มีเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นภายในห้อง
หญิงสาวไม่ได้ตื่นตกใจแต่กลับเดินเข้าไปนั่งข้างกายชายหนุ่ม เจ้าของเสียงนั้นอย่างคุ้นเคย
"ผู้ใดจะทราบเล่าเจ้าคะ ว่าจะมีโจรเด็ดบุปผารอข้าอยู่ในห้อง"
"เสี่ยวรั่ว เหตุใดเจ้าใจร้ายว่าข้าเป็นโจรเด็ดบุปผาทุกที" ฟางหลงที่ตอนนี้ได้ขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่ของแผ่นดินทำเสียงออดอ้อนหญิงสาวข้างกาย หากบรรดาลูกน้องเขามาเห็นต้องมีหมดศรัทธาในตัวท่านแม่ทัพใหญ่กันบ้าง
ตลอดหลายปีมานี้ทุกคนจะรับรู้เพียงว่าเขาประจำการอยู่แต่ชายแดน ถึงไม่มีข้าศึกมาบุกรุกท่านแม่ทัพใหญ่ก็มิยอมกลับมาใช้ชีวิตในเมือง
จนบัดนี้ชายหนุ่มยังไม่มีฮูหยินไว้ข้างกายหรือแม้แต่สาวใช้อุ่นเตียงก็ไม่มี มารดาจัดหาส่งไปให้เท่าไหร่ก็ถูกส่งกลับมาทุกครั้งจนชาวบ้านเริ่มลือกันทั่วว่า ท่านแม่ทัพใหญ่อาจเป็นชายตัดแขนเสื้อก็เป็นได้
แต่แท้จริงใครจะทราบได้ชายผู้ถูกสงสัยว่าจะเป็นพวกตัดแขนเสื้อผู้นั้นกลับเป็นโจรเด็ดบุปผาปืนเข้าห้องรั่วซีได้ทุกเดือน
หรือบ้างคราก็ตามติดนางไปที่เรือนไม้กลางป่าข่มเหงนางอยู่ภายใต้อกแกร่งเป็นวัน
"จะมาทำไมไม่บอกก่อนเจ้าคะ วันนี้ก็เพิ่งส่งจดหมายมามิใช่หรือแล้วเหตุใดกลับมาคราวนี้ดูซูบผอมลงไปอีก"
"ให้ข้าตอบคำถามใดเจ้าก่อนดี ที่ไม่บอกอยากให้เจ้าตื่นเต้นเวลาได้เจอข้าส่วนจดหมายเป็นเรื่องปรกติที่ข้าต้องส่ง ถึงตัวจะมาจดหมายยังไงก็ต้องส่งมาไม่ขาด
สุดท้ายเหตุใดข้าถึงดูซูบผอมอาจเป็นเพราะไม่ได้เจอเสี่ยวรั่วของข้า ทำให้ความอยากอาหารเลยลดลงไปด้วย"ฟางหลงตอบคำถามหญิงสาวจนครบ พลางดึงร่างบางมากอดให้หายคิดถึงให้นางนั่งอยู่บนตักแกร่ง ให้เขาได้โอบกอดนางได้ถนัด
"มารอบนี้จะอยู่กี่วัน"
"พรุ่งนี้เช้าคงต้องกลับแล้ว อยากอยู่นานเหมือนทุกทีแต่ชายแดนเริ่มมีปัญหาต้องกลับไปคุม ปราบให้หมดสิ้นมาหาเจ้าคราวหน้าได้อยู่ด้วยนานๆ"
"แล้วท่านจะมาทำไม เหตุใดไม่จัดการให้เรียบร้อยก่อนค่อยมาทีเดียวจากชายแดนมานี่ใช่ใกล้ที่ไหน ท่านชอบขี่ม้าเล่นหรือไง อะ อืมมม"
ฟางหลงไม่ปล่อยให้รั่วซีได้บ่นต่อชายหนุ่มประกบริมฝีปากจุมพิตนางอย่างเร่าร้อนห่างกันเพียงเดือนเดียวแต่เขากลับคิดถึงใจแทบขาดไม่รู้นางใช้เสน่ห์อันใดเขาถึงหลงใหลนางไม่คลาย
ชายหนุ่มดูดชิมรอบริมฝีปากบางก่อนจะค่อย ๆ ส่งลิ้นร้อนเข้าไปกวาดหาน้ำหวานในโพรงปากเล็กอย่างทุกที เรียวลิ้นทั้งสองคนตวัดเกี่ยวพัวพันกันอยู่ภายในปากเล็กด้วยความถวิลหา
"แฮ่ก ๆ ๆ ท่านจะทำให้ข้าขาดอากาศตายหรือ"
"ให้จะกล้าทำเสี่ยวรั่ว มาเถิดข้าหิวแล้ว"ฟางหลงปากบอกหิวแต่มือกลับแหวกอาภรณ์ร่างบางออก
สิ่งที่เขาหิวมิใช่อาหารแต่กลับเป็นการได้กลืนกินหญิงสาวต่างหาก
ทันทีที่เข้าดึงอาภรณ์ชั้นในนางลงจนหมด สองเต้าอวบก็เผยเด่นให้ฟางหลงได้เชยชม มือใหญ่บีบเคล้นก้อนเนื้อนิ่มขึ้นมาเพื่อให้เขาได้ดูดเลียจุกสีชมพู
"อะ อืมมม เบา ๆ หน่อย อ่าา ทำอย่างกับไม่ได้ทำมานาน อะ อ้าา"
ซู๊ดดด แผล่บ แผล่บ
"ห่างกับเสี่ยวรั่วเพียงครึ่งวัน ก็ทำให้พี่แทบคลั่งตายได้ อืมมม"ชายหนุ่มหยอดคำหวานเสร็จ ก็อ้าปากดูดจุกสีชมพูเข้าปากต่อลิ้นร้อนไม่ลืมกระดกเขี่ยจุกที่เริ่มแข็งเป็นไตไปพร้อมกันเพื่อเพิ่มความเสียวซ่านให้หญิงสาวได้ร้องครวญคราง
"อ่าา เสียว พี่ฟางหลง อืมม อะ อ้าาา"
หลังจากฟางหลงดูดเลียเต้าอวบจนพอใจชายหนุ่มก็จัดการเปลื้องอาภรณ์รั่วซีออกจนหมด เขายกร่างบางขึ้นนั่งบนโตีะตรงหน้าสองมือใหญ่จับขาเรียวแยกออกกว้าง ให้ตัวเขาเข้าไปอยู่ระหว่างกลาง
รั่วซีถึงจะเสพสังวาสกับเขามาจนนับครั้งไม่ถ้วนนางกลับไม่คุ้นชินกับการที่เขามองรูสวาทนางด้วยสายตาหื่นกระหายเช่นนี้
หญิงสาวพยายามใช้สองมือเล็กปกปิดเอาไว้แต่กลับไม่เป็นผลแรงนางหรือจะสู้แรงท่านแม่ทัพใหญ่ได้
แผล่บ แผล่บ แผล่บ
"อร๊าาา ซี๊ดดด เสียวเกินไปแล้ว อืมม อะ อ๊าาา"รั่วซีไม่รู้จะระบายความเสียวซ่านที่ได้รับอย่างไรนางทำได้เพียงกำมือเล็กเกาะขอบโต๊ะแน่น ใบหน้างามบิดส่ายไปมาอย่างเร่าร้อน
ร่างบางกระตุกไปทั้งกาย ฟางหลงไม่เคยปราณีนางสักครั้งลิ้นร้อนกระดกเลียสลับเปลี่ยนดูดดึงติ่งสวาทนางไม่หยุด
ฟางหลงเล่นกับติ่งสวาทจนพอใจถึงปรับเปลี่ยนเป็นแกร่งลิ้นแข็งแหย่เข้ารูสวาทเล็ก ให้ร่างบางได้เสียวซ่านเพิ่มเข้าไปอีกชายหนุ่มดุนลิ้นร้อนไล่วนชิมน้ำรักหวานภายใน ยิ่งรั่วซีเสียวเท่าไหร่ น้ำรักหวานยิ่งไหลให้เขาได้ดูดชิมเท่านั้น
แจ๊ะ แจ๊ะ ซู๊ดดดด
"อะ อ๊าาา พี่ฟางหลง อ่าา ข้าไม่ไหวแล้ว อะ อ๊าาา ซี๊ดด อร๊างง" ในที่สุดร่างบางก็กระตุกเสร็จสมปลดปล่อยน้ำรักหวานออกมาให้ชายหนุ่มได้ดูดเลีย
"แฮ่ก ๆ ๆ ท่านชอบรังแกข้า อุ๊บบ อืมมม"เป็นอีกครั้งที่ริมฝีปากบางยังพูดบ่นไม่จบ ก็ถูกชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาประกบริมฝีปากจุมพิตกับนางเสียก่อน
"อืมมม อ่าาา เสี่ยวรั่วชอบมิใช่หรือ"
"ไม่ถอดชุดท่านออกบ้างหรือ คิดจะเอาเปรียบให้ข้าเปลือยกายผู้เดียวหรืออย่างไร"รั่วซีเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถาม นางเปลี่ยนเรื่องมาถามเกี่ยวกับอาภรณ์ของเขาแทนที่ตอนนี้มันยังคงอยู่ครบ ทั้งที่นางตอนนี้กลับล่อนจ้อนหมดแล้ว
"เอาแค่เจ้านี่ออกมาก่อนก็พอ ข้าอดใจรอจนถอดชุดออกจนหมดไม่ไหว"