คนเห็นผีอย่างจันทร์เ้าในตอนกลางคืนมักจะนอนหลับไม่สนิทแต่ั้แ่เธอมีคุณผีโทนี่มาอยู่ด้วยเธอกลับนอนหลับสนิทได้โดยไม่ต้องนั่งสวดมนต์หรือว่าพึ่งพายานอนหลับแม้ว่าเธอไม่อยากจะยอมรับแต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นว่ากระปุกยานอนหลับของเธอไม่ได้ถูกแตะต้องมานานแล้วจันทร์เ้าก็ได้แต่ทอดถอนใจออกมา
เธอรู้สึกปลอดภัยยามที่ได้อยู่กับเขาถึงแม้ว่าจะเป็ดวงิญญาที่ดูเบาบางและโปร่งใส่แต่กลับมีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ผีตนอื่นๆ ไม่กล้าเข้าใกล้พลอยทำให้ตอนที่เธออยู่กับเขาไม่มีดวงิญญาอื่นเข้ามาคอยกวนใจหากจะมีก็ล้วนเป็ดวงิญญาที่ไม่รู้ตัวว่าตายไปแล้วอย่างเช่นลุงประจักษ์ที่เข้ามาทักทายเธอในวันนี้เมื่อคิดถึงลุงประจักษ์แล้วจันทร์เ้าก็ทอดถอนใจออกมาเกิดแก่เจ็บตายล้วนเป็เื่ธรรมดา แต่จะมีสักกี่คนที่ปลงตกในเื่นี้ได้...
“ฮ๊าว....”จันทร์เ้าหาวพลางบิดี้เีเดินออกมาจากห้องนอนถึงแม้ว่าจะเป็ตอนเช้าแต่คุณผีโทนี่ก็ยังคงนั่งอยู่บนโซฟาสายตาก็จ้องมองโทรทัศน์ที่เปิดค้างเอาไว้ผีตัวอื่นเปิดปิดโทรทัศน์ได้หรือไม่เธอยังไม่เคยได้พิสูจน์แต่คุณผีโทนี่สามารถทำได้ เพียงแต่พอไม่ใช่ตอนกลางวันความสามารถของเขาจะลดลงแค่ยื่นมือไปกดรีโมตคอนโทรลเพื่อปิดโทรทัศน์ให้เธอเขาก็มักจะบอกกับเธอว่าเขาทำไม่ได้....เธอไม่รู้ว่าเขาจงใจทำไม่ได้หรือว่าไม่อยากทำกันแน่ แต่ที่แน่ๆเธอชอบมากที่จะได้ปิดโทรทัศน์ตอนที่เขากำลังพุ่งความสนใจไปที่หน้าจอเช่นนี้
“...” คุณผีโทนี่หันมาทำสีหน้าโกรธเคืองใส่แต่เธอไม่คิดจะสนใจเดินฮัมเพลงไปเปิดตู้เย็นรินนมในตู้ใส่แก้วแล้วจัดการนำขนมปังไปใส่ในเครื่องปิ้งขนมปังในทันทีพอขนมปังได้ที่เธอก็ทาแยมอีกเล็กน้อยแล้วก็ยกอาหารเช้าของเธอมานั่งกินที่โซฟาแล้วก็กดรีโมตคอนโทรลเปิดโทรทัศน์ขึ้นมาอีกครั้ง
“...” คุณผีโทนี่หันมาส่งสายตาดูแคลนใส่เธอแล้วก็หันไปจ้องหน้าจอต่อไปจันทร์เ้าเองก็ละเลียดกินขนมปังและดื่มนมพลางนั่งดูข่าวที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ไปด้วย
“ติ๊ดติ๊ด”เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือทำให้เธอรีบเคี้ยวขนมปังแล้วดื่มนมจนหมดแก้วแล้วก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะไปทำงานในทันที
แล้วหลังจากนั้นก็เป็ดังเช่นทุกวันแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จก็ตรวจตราปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องให้เรียบร้อยแล้วก็เดินออกจากห้อง ลงลิฟต์ไปยังชั้นหนึ่ง เดินไปสถานีรถไฟฟ้าเบียดเสียดกับผู้คนบนรถไฟฟ้าอีกสองสถานีแล้วเธอก็เป็อิสระพอถึงที่ทำงานก็ทันเวลาที่จะสแกนใบหน้าเข้างานพอดี
“น้องจันทร์เ้าเมื่อคืนกลับดึกอีกหรือเปล่า” เสียงเรียกนี้ทำให้จันทร์เ้าหันไปตามเสียงในทันที
“กลับดึกอีกแล้วค่ะ”จันทร์เ้าหันไปตอบด้วยสีหน้าจืดเจื่อนคนที่ถามเธอคือวิภาวรรณหัวหน้าแผนกบุคคลเพื่อนสนิทของรุ่นพี่ที่ฝากเธอเข้ามาทำงานในบริษัทนี้
“คุณน้ำใช้งานน้องจันทร์หนักอีกแล้วสงสัยพี่ต้องเรียกมาคุยแล้วมั้งเนี่ย สมัยนี้ยิ่งหาคนที่เป็งานยากอยู่น้องจันทร์ก็อดทนอีกสักพักนะคะ พี่กำลังรับคนมาช่วยงานหนูเพิ่มอยู่อย่าพึ่งถอดใจขอลาออกไปเสียก่อนล่ะ”เมื่อวิภาวรรณพูดเช่นนี้จันทร์เ้าก็รีบส่ายหน้าในทันที
“งานหนักเลยต้องทำงานดึกหรือว่าเป็เพราะบริหารเวลาในการทำงานไม่ดีจนทำให้ต้องกลับดึกกันแน่คุณต้องตรวจสอบให้ดีนะคุณวิภาวรรณ เพราะการรับคนเพิ่มมันคือต้นทุนของบริษัท”เสียงที่ดังแทรกเข้ามาทำให้ทั้งวิภาวรรณและจันทร์เ้าต่างก็รีบหันไปมองทางต้นเสียงในทันทีพอเห็นว่าเ้าของเสียงเมื่อครู่นี้คือธีราวัฒน์ลูกชายของเ้าของบริษัทสีหน้าของวิภาวรรณก็พลันจืดเจื่อนไปในทันทีส่วนจันทร์เ้ารีบเก็บงำสายตาของตนเองเอาไว้เพราะไม่อยากจะหาเื่ใส่ตน
“เื่รับคนเพิ่มคุณเปรมสินีอนุมัติแล้วค่ะและอีกอย่างเื่รับคนเพิ่มคุณเปรมสินีก็เป็คนเสนอขึ้นมาในที่ประชุมเองวิก็แค่ทำตามคำสั่งเพียงเท่านั้น”วิภาวรรณพูดออกมาเพื่ออธิบายให้คนตรงหน้าได้เข้าใจแต่ธีราวัฒน์แค่เพียงปรายตามาทางจันทร์เ้าแค่นเสียงในลำคอด้วยความไม่พอใจออกมาแล้วก็เดินเฉียดผ่านหน้าของเธอไปด้วยท่าทีเฉยเมยทำให้วิภาวรรณต้องรีบดึงแขนของจันทร์เ้าพาเดินไปบริเวณที่พ้นสายตาของคนอื่นแล้วก็รีบไต่ถามเธอออกมาด้วยความสงสัยในทันที
“พี่ถามจริงเถอะ น้องจันทร์ไปทำอะไรให้คุณธีไม่พอใจหรือเปล่าทำไมเขาจึงได้คอยแต่หาเื่น้องจันทร์มาโดยตลอดเลยล่ะ”เมื่อวิภาวรรณถามเช่นนี้จันทร์เ้าก็หัวเราะออกมาอย่างฝืดเฝื่อนแล้วตอบออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบาเช่นเดียวกัน
“จันทร์ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”เมื่อจันทร์เ้าพูดออกมาเช่นนี้วิภาวรรณก็ทอดถอนใจออกมา
“ถ้าอย่างนั้นน้องจันทร์ก็พยายามอยู่ให้ห่างจากคุณธีเอาไว้ก็แล้วกันนะคะดูเหมือนว่าคุณธีจะไม่ชอบน้องจันทร์เป็อย่างมาก”เมื่อวิภาวรรณพูดเช่นนี้จันทร์เ้าก็พยักหน้าพลางรับคำในทันที
“จันทร์จะพยายามนะคะ”เมื่อเธอพูดจบวิภาวรรณก็พยักหน้า
“พี่ต้องรีบไปก่อนได้ยินว่าเมื่อคืนนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทของเราประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพี่คงต้องดูก่อนว่าบริษัทของพวกเราสามารถช่วยเหลืออะไรครอบครัวของเขาได้บ้าง”เมื่อวิภาวรรณพูดเช่นนี้จันทร์เ้าก็พยักหน้าพลางมองตามหลังของวิภาวรรณที่เดินกลับเข้าไปในอาคารด้วยความรวดเร็ว
“ทำไมคุณไม่บอกไปตามตรงเล่าว่าพวกเราเคยคบหากันแล้วคุณก็เป็คนทิ้งผม”ธีราวัฒน์พูดพลางเดินออกมาจากอีกฝั่งของทางเดินทำให้จันทร์เ้าพลันทำสีหน้าไม่ถูกไปในทันที
“จันทร์ไม่ได้ทิ้งคุณเสียหน่อยแต่คุณไม่คิดจะรอจันทร์ต่างหาก”เมื่อจันทร์เ้าพูดเช่นนี้ธีราวัฒน์ก็แค่นเสียงหัวเราะออกมา
“ใครจะรอคุณได้ทุกครั้งที่เรานัดพบกันคุณทั้งผิดนัดทั้งมาไม่ตรงตามเวลานัดจันทร์เ้าคุณไม่เคยใส่ใจผมเลย ทำให้ผมต้องเสียความรู้สึกทุกครั้งที่นัดพบคุณ”เมื่อเขาพูดเช่นนี้จันทร์เ้าก็ทอดถอนใจออกมาในทันที
“จันทร์ถึงได้ขอเลิกกับคุณอย่างไรล่ะคะในเมื่อคบกับจันทร์แล้วคุณรู้สึกไม่มีความสุขเราก็ไม่ควรจะคบกัน”คำพูดของจันทร์เ้าทำให้ธีราวัฒน์พยักหน้า
“ผมไม่เคยเข้าใจคุณเลยสักครั้งครั้งนี้ก็เช่นกัน คุณคิดอะไรอยู่ทำไมถึงได้มาทำงานที่นี่ไม่รู้สึกอึดอัดบ้างเลยหรือที่ต้องเจอผมหรือว่าคุณไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตาอยู่แล้วก็เลยไม่รู้สึกอึดอัดใจที่เราต้องเจอหน้ากันทุกวันเช่นนี้”คำพูดของเขาทำให้จันทร์เ้าทอดถอนใจออกมา
“ก็อึดอัดใจอยู่ค่ะยิ่งคุณมีท่าทางเช่นนี้กับจันทร์จันทร์ก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดแต่จะให้จันทร์ทำอย่างไรล่ะคะ งานมันไม่ได้หาได้ง่ายๆจันทร์ไม่เคยรู้เลยว่าที่นี่คือบริษัทของคุณแม่ของคุณอีกทั้งงานนี้พี่คริตก็อุตส่าห์แนะนำและช่วยฝากงานให้จันทร์ย่อมไม่กล้าที่จะลาออกจากงานเพียงเพราะบริษัทนี้เป็ของคุณแม่ของคุณหรอกค่ะดังนั้นคุณช่วยเข้าใจจันทร์แล้วมองจันทร์เป็แค่เพียงพนักงานคนหนึ่งที่ต้องทำงานแลกเงินเถิดนะคะ”เมื่อจันทร์เ้าพูดเช่นนี้ ธีราวัฒน์ก็ทอดถอนใจออกมาอย่างอึดอัด
“ได้! ถ้าคุณ้าให้ผมคิดเช่นนั้นผมก็จะพยายามคิดว่าคุณเป็แค่เพียงพนักงานในบริษัทธรรมดาคนหนึ่งแต่ผมขอบอกคุณเลยนะว่าห้ามเอาเื่ในอดีตระหว่างเราไปพูดกับคนอื่นในเมื่อมันเป็อดีตไปแล้วก็ควรจะให้มันผ่านไป”คำพูดของเขาทำให้จันทร์เ้ารีบพยักหน้าในทันที
“แน่นอนค่ะจันทร์ไม่ใช่คนที่ชอบเอาเื่ส่วนตัวมาปนกับเื่งานอีกทั้งเื่ที่พวกเราเคยคบกันมันก็ผ่านมานานแล้วจันทร์ไม่มีทางเอามาพูดกับใครหรอกค่ะ”เมื่อเธอพูดเช่นนั้นธีราวัฒน์ก็พยักหน้า
“หวังว่าเธอจะจำคำพูดของตนเองเอาไว้แล้วทำให้ได้ก็แล้วกัน”เมื่อพูดจบธีราวัฒน์ก็เดินจากไปด้วยสีหน้าอึมครึมทิ้งให้จันทร์เ้ามองตามด้านหลังของเขาไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าใจ
“... แฟนเก่าของคุณเป็คนเ้าคิดเ้าแค้นอยู่นะ ถ้าเป็ผมผมคงจะไปหางานใหม่นานแล้ว”คำพูดอันบางเบาของคุณผีโทนี่ทำให้จันทร์เ้าได้แต่ทอดถอนใจออกมา
“เคยไปหางานใหม่แล้วแต่มันหาไม่ได้ เขาบอกว่าฉันไม่มีประสบการณ์การทำงาน เฮ้อ!ก็ไม่ให้โอกาสให้ฉันได้ทำงานแล้วฉันจะเอาประสบการณ์จากไหนกันเล่าสุดท้ายฉันก็เลยต้องมานั่งหัวฟูอยู่ที่นี่อย่างที่คุณเห็นนี่แหละ”จันทร์เ้าพึมพำออกมาเสียงเบาแล้วก็รีบเดินตรงไปยังที่บันไดเพื่อจะเดินขึ้นไปยังชั้นสองซึ่งเป็ชั้นของแผนกการตลาดเพื่อทำงานตามหน้าที่ของตนเอง