[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT)

    Episode 6 เวลาแห่งการพิพากษา (1.2) (รีไรต์)

            ยูซังอามีสีหน้าลำบากใจถ้าผมสามารถใช้ ‘ลิสต์ตัวละคร’ กับยูซังอาได้ละก็คงไม่รู้สึกอึดอัดใจแบบนี้ผมลองเปิดใช้งาน [ลิสต์ตัวละคร] ทดสอบดูอีกครั้ง

            [สกิลเฉพาะตัว ‘ลิสต์ตัวละคร’ ถูกเปิดใช้งาน!]

            [บุคคลนี้ไม่ได้ถูกลงทะเบียนใน ‘ลิสต์ตัวละคร’]

            กะแล้วแต่มันยังมีข้อความเพิ่มมาอีกประโยค

            [กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลตัวละคร]

            ...หืม?

            นั่นเป็นข้อความที่เมื่อก่อนไม่เคยมีจะว่าไปตอนที่ยูซังอาเปิดใช้งานสกิล[ล่าม]ในระหว่างการต่อสู้ ผมเหมือนจะได้ยินข้อความจากระบบ ทั้งที่เดิมทีไม่เคยได้ยินแท้ๆ

            หรือว่า‘ลิสต์ตัวละคร’ เองก็จะมีการอัปเดตเมื่อเวลาผ่านไป?ไม่น่าใช่มั้ง...

            ผมเรียบเรียงความคิดโน่นนี่อยู่ในใจก่อนจะตัดสินใจปล่อยยูซังอาที่มีสีหน้าลำบากใจนักหนาไปก่อน

            “ผมถามมากไปเองครับ ไม่เป็นไร ดีแล้วละครับ ต่อไปอย่าสุ่มสี่สุ่มห้าบอกข้อมูลคุณลักษณะของตัวเองให้คนอื่นง่ายๆ นะครับ”

            “ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ! ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อใจคุณดกจา...!”

            พอลองสังเกตดีๆแล้วดูเหมือนว่ายูซังอาร้อนใจอยากจะพูดอะไรกับผมวินาทีนั้นเองผมก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

            “หรือว่าผู้สนับสนุนของคุณยูซังอาพูดอะไรเกี่ยวกับผมเหรอครับ”

            ยูซังอาก้มหน้านิ่งด้วยสีหน้าปิ่มจะร้องไห้เต็มที

            “ขอโทษนะคะ”

            ริมฝีปากของเธอสั่นเทายากจะเอื้อนเอ่ยคำพูดออกมา ถ้าเป็นถึงขนาดนี้ละก็ แสดงว่าไม่ใช่แค่กลุ่มดาวพูดอะไรแต่มีโอกาสสูงมากที่จะทำสัญญาบางอย่างกับกลุ่มดาว บางทีอาจเป็นสัญญาเดิมพันด้วยชีวิตว่าห้ามแพร่งพรายข้อมูลให้ใครรู้

            ไม่รู้ว่าเป็นกลุ่มดาวไหนแต่ดูท่าอีกฝ่ายคงวางแผนที่จะสนับสนุนเลี้ยงดูยูซังอาอย่างเต็มตัวแน่

            “ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ”

            “ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริง ๆ...”

            ไม่จำเป็นต้องขอบอกขอบใจกันเลยไม่ใช่ว่าจะต้องฟังจากปากเท่านั้นผมถึงจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มดาวผู้สนับสนุนได้เสียหน่อย...หัวใจผมกลับเต้นโครมครามด้วยความลุ้นระทึกด้วยซ้ำบางทีมันอาจจะเป็นความปรารถนาของนักอ่านที่อยากเติมเต็มช่องว่างที่ตัวเองไม่รู้ก็เป็นได้

            “งั้นฉันจะลองใช้สกิลดูนะคะ”

            เพียงครู่เส้นด้ายส่องแสงเลือนรางก็งอกออกมาจากปลายนิ้วของยูซังอาแล้วเริ่มงอกยาวออกไปเรื่อยๆ

            “ที่จริงแล้วมันมีความเป็นไปได้ที่เรื่องราวจะกลายเป็นแบบนี้ตอนที่ถูกพาตัวมาเลยผูก ‘ด้าย’ ทิ้งไว้น่ะค่ะ”

            ด้ายส่วนหนึ่งเชื่อมต่อกับตัวผมอีกส่วนเชื่อมออกไปยังด้านนอกบางทีอาจจะเป็นด้ายที่ผูกไว้กับจองฮีวอนหรือไม่ก็อีฮยอนซอง

            “ออกเดินทางกันเถอะครับ”

            ยูซังอาไม่มีทางมีสกิลแบบนี้ไว้ในครอบครองตั้งแต่แรกนี่ต้องเป็นอักขระที่กลุ่มดาวผู้สนับสนุนมอบให้เธออย่างแน่นอน

            แต่ ‘ด้าย’ สำหรับหลบหนีจากเขาวงกตสิ่งนี้...ผมว่าน่าจะเป็นกลุ่มดาวที่ผมรู้จัก

            [ช่อง #BI-7623 เปิดให้บริการอีกครั้ง]

            ข้อความแจ้งเตือนว่ากลุ่มดาวกลับเข้าสู่ช่องดังขึ้นอีกครั้ง

            [กลุ่มดาวจำนวนหนึ่งร้องเรียนระบบสัญญาณออกอากาศของช่อง!]

            [กลุ่มดาว ‘มังกรทมิฬแห่งนรกอเวจี’ สงสัยว่ามีอะไรออกมาจากกล่องสุ่มกันแน่]

            อาคงไม่เห็นผมสินะ ช่างน่าเสียดายจริง ๆ แต่ทำไงได้ล่ะ

            [บัดซบ! ไอ้เวรนั่นมายุ่งกับช่องของข้า...ฮ่า ๆ ๆ!ระหว่างที่ข้าไม่อยู่สบายดีกันหรือเปล่าขอรับ]

            และก็ได้ยินเสียงที่น่ายินดี...ไม่สิเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น

            บีฮยองนั่นเอง

             

    – ...ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ เจ้าก่อเรื่องใหญ่อีกแล้ว?

            ‘ก่อนหน้านี้ที่กลับมาไม่ได้เป็นเพราะฉันจริง ๆ ด้วยสินะ’

            — เรื่องนั้น...อืม ก็ไม่ใช่ว่าไม่เกี่ยวเสียทีเดียว จู่ ๆดันปล่อยโฆษณานานเกินไป เลยถูกสำนักงานเรียกตัวไปตักเตือนน่ะ

            เสียงของบีฮยองในตอนนี้มีแค่ผมเท่านั้นที่ได้ยินมันเป็น ‘การสื่อสารโทแกบี’ที่มีไว้ใช้กันในหมู่โทแกบีเท่านั้นแน่นอนว่าการที่เอามาใช้กับผมซึ่งเป็นอวตารถือเป็นการละเมิดกฎอย่างชัดเจน

            — ตอนนี้ข้าเลิกสนใจเรื่องหยุมหยิมพวกนั้นแล้วอย่างมากก็แค่ต้องแวะไปสำนักงานบ่อยหน่อยก็เท่านั้นแต่เรื่องที่สำคัญกว่านั้น...เจ้ารู้เรื่อง ‘กล่องสุ่ม’ ได้ยังไงอีก

            ‘ก็แค่บังเอิญ’

            — เวรเอ๊ย ไม่นึกเลยว่ายังมีของตกค้างจากประวัติศาสตร์มืดเหลืออยู่ทำไมกล่องใบนั้นถึงมาอยู่ที่นี่...

            ‘ประวัติศาสตร์มืด?’

            — ...

            ‘...เดี๋ยวก่อน หรือแกนี่เองที่เป็นคนวางแผนเรื่องไอเท็มเหรียญน่าขันนั่น’

            นี่เป็นข้อเท็จจริงที่ผมผู้เป็นนักอ่านตัวยงของ ‘สามวิธีรอด’ เองก็ไม่รู้เช่นกัน

            — ให้ตายเถอะ! ถ้าตอนนั้นข้าไม่โลภมากละก็...

            “ว้าว อร่อยมากเลยนะคะ เจ้านี่น่ะ”

            เสียงพร่ำบ่นของบีฮยองถูกขัดด้วยเสียงอุทานของจองฮีวอน

            สิบนาทีก่อนพวกเรากลับมารวมตัวกับคนในกลุ่มได้อย่างปลอดภัยด้วยการนำทางของยูซังอาโล่งอกที่อีฮยอนซองกับจองฮีวอนยังคงเฝ้าอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งพวกเรากลับออกมา

            “กินแล้วเหมือนพลังฟื้นฟูขึ้นเล็กน้อยเลยนะครับ”

            “อืม ร่างกายรู้สึกดีขึ้นจริง ๆ ด้วยค่ะ”

            จองฮีวอนหมุนไหล่ไปมาเป็นการทดสอบดูจากภายนอกแล้วสีหน้าเธอดีขึ้นมาก ส่วนประกอบที่มีสรรพคุณแก้พิษในเนื้อของสัตว์ใต้ดินที่ย่างจนสุกออกฤทธิ์แล้ว

            “เข้าไปในนั้นคงได้อะไรมาเยอะเลยใช่มั้ยคะ นอกจากเตาพลังเวท...”

            “ครับ ได้มาหลายอย่างเลย”

            ผมพูดพลางมองไปยังอีฮยอนซองเขาเอาแต่ลองถือ ๆ วาง ๆ [โล่เหล็กเก่า] ที่ได้รับไปจากผมตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้วตอนนี้ยังเป่าลมฟู่ ๆ เช็ดถูอย่างดีด้วย

            ใครเห็นเข้าคงนึกว่าได้รถคันใหม่มา

            [ตัวละคร ‘อีฮยอนซอง’ มีความจงรักภักดีต่อคุณเล็กน้อย]

            จองฮีวอนที่มองภาพนั้นด้วยความอิจฉาเอ่ยถาม

            “ไม่มีของที่ฉันพอจะใช้ได้บ้างเหรอคะ”

            “ไม่มีครับ”

            “ดาบนั่นล่ะคะ”

            “ของผมครับ”

            “...เนื้อนี่ก็จะแบ่งกันกับคนอื่น ๆ ใช่มั้ยคะ”

            “ผมว่าจะขายเอาเหรียญครับ”

            “...ขี้งกจริง ๆ เลยนะคะ”

            “มีความสามารถในการเอาชีวิตรอดสูงต่างหากล่ะครับ”

            ระหว่างที่เถียงกันไปเถียงกันมาพร้อมกับหอบหิ้วขาหนูกระชอนที่ย่างสุกแล้วกันไปคนละขาพวกเราก็มาถึงปลายทางอุโมงค์ในที่สุด

            รอบด้านพลันสว่างขึ้นเริ่มมองเห็นภาพของผู้คนมากมาย แต่บรรยากาศกลับดูแปลก ๆให้ความรู้สึกเหมือนทุกคนต่างก็ร้อนรนและเร่งรีบชอบกล

            [เหลือเวลาอีก 20 นาทีจะทำการเก็บค่าบริการ]

            [กรุณาเตรียมค่าธรรมเนียมการมีชีวิตรอดให้พร้อม]

            พอหันไปมองนาฬิกาผมก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

            อย่างนี้นี่เองถึงเวลานั้นแล้วงั้นเหรอ ช่างน่าประหลาดใจที่คำว่า ‘เก็บค่าบริการ’ กลับกลายเป็นคำที่ได้ยินแล้วทำให้หวาดกลัวได้ขนาดนี้

            “เหรียญ! ขอเหรียญหน่อยเถอะ!”

            “ลูกของพวกเราไม่มีเหรียญเลย! ได้โปรด ขอเหรียญที...”

            ว่ากันตามตรงถ้าหากกล้าเผชิญหน้ากับซีนาริโออย่างซื่อสัตย์แล้วละก็เงินแค่หนึ่งร้อยเหรียญไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไรเสียด้วยซ้ำทว่าแต่ไหนแต่ไรมนุษย์ที่ซื่อสัตย์กล้าหาญถึงขนาดนั้นก็หาได้ยากยิ่ง

            “หนึ่งล้านวอน ไม่สิ ฉันให้สิบล้านวอนเลย!ใครก็ได้ขายหนึ่งร้อยเหรียญให้ทีเถอะ!”

            ราคาซื้อขายเหรียญกำลังพุ่งทะยานเสียดฟ้าน่าขันเหลือเกิน หน่วยเงินตราที่ก่อนเกิดการล่มสลายของโลกยังไม่มีค่าใด ๆตอนนี้กลับกำลังถูกซื้อขายในราคาพรีเมียมที่แพงเสียจนไม่น่าเชื่อ

            และมีคนกลุ่มหนึ่งหัวเราะคิกคักเฝ้ามองภาพนั้นอยู่ไกลๆ พวกคนที่ครอบครองเหรียญจำนวนมากพอแล้ว ชอนอินโฮกับพวกแก๊งชอลดู

            ผู้หญิงหลายคนกรูกันเข้าไปหาแก๊งชอลดูแล้วเริ่มโวยวาย

            “นะ...ไหนเมื่อกี้บอกจะให้หนึ่งร้อยเหรียญไม่ใช่เหรอคะ!”

            “หืม งั้นเหรอ จำไม่เห็นได้เลย”

            “ว่าไงนะ...”

            “สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้วไม่ใช่เหรอสองรอบหนึ่งร้อยเหรียญเป็นไงแบบนั้นค่อยเข้าท่าหน่อย”

            ฟังจากเสียงหัวเราะคิกคักของแก๊งชอลดูก็พอจะรู้แล้วว่าสถานการณ์เป็นยังไง

            จองฮีวอนชักดาบขึ้นมาถือไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้และกำลังจ้องตรงไปยังฝั่งนั้น

            “ไอ้สารเลวพวกนั้น กรอดดด...”

            [คุณลักษณะของตัวละคร ‘จองฮีวอน’ เตรียมพร้อมสำหรับการเฉิดฉาย]

            จองฮีวอนเองก็ใกล้ถึงเวลาแล้วที่จริงจะเฉิดฉายในตอนนี้ก็ถือว่าไม่แย่อะไร แต่ว่า...มันยังไม่ใช่เวลาที่ดีที่สุดถ้าหากจะให้ผู้หญิงคนนี้ได้รับ ‘คุณลักษณะ’ที่ผมคิดละก็เธอยังจำเป็นต้องอดทนอีกสักเล็กน้อย

            ตอนนั้นเองข้อความจากระบบก็ดังขึ้น

            [อีกสักครู่จะเริ่มทำการเก็บค่าธรรมเนียมการมีชีวิตรอด]

            “ช่วยด้วย! ได้โปรดช่วยด้วย!”

            เสียงนั่นทำให้แต่ละคนในกลุ่มมีสีหน้าหลากหลายอีฮยอนซองก้มหน้านิ่งด้วยใจที่แตกสลาย จองฮีวอนกัดริมฝีปากแน่นทั้ง ๆที่ยังถือดาบเอาไว้ในมือ

            ทุกคนต่างก็ทราบดีว่าสิ่งต่างตอบแทนของ ‘การชำระค่าธรรมเนียม’ นั้นคือสิ่งใดเพราะในที่แห่งนี้ไม่มีใครคนไหนที่ยังไม่เคยเผชิญกับเหตุการณ์นั้น

            “...คุณดกจา”

            ยูซังอาหันมามองผม

            “ครับ”

            อีกไม่นานเหรียญจะกลายเป็นอำนาจสูงสุดของโลกใบนี้คนที่มีเหรียญจะได้รับไอเท็มที่ดี คนที่มีเหรียญจะได้รับค่าสถานะที่แข็งแกร่ง

            คนที่มีเหรียญจะได้ครอบครองทุกสิ่ง

            [กลุ่มดาวหลายกลุ่มที่ได้รับการแนะนำซีนาริโอกำลังเข้าสู่ช่อง]

            [กลุ่มดาว ‘จอมวางแผนลับ’ จับตามองการตัดสินใจของคุณ]

            [กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ จับตามองการตัดสินใจของคุณ]

            [กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงดุจปีศาจ’ จับตามองการตัดสินใจของคุณ]

            และในตอนนี้ผมก็เป็นมนุษย์ที่ครอบครองเหรียญมากที่สุดในสถานีนี้

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT) ที่คุณอ่าน