บทที่ 24 พ่อตาฉันโคตรรวย
ทุกคนไม่คิดว่านินจะตอบสนองได้รวดเร็วแบบนี้อย่างไรก็ตามหมื่นอินเผยยิ้มออกมาเขามองไปที่พวกของนิน
“กล้าทำร้ายคนของเจ้าหน้าที่อย่างนั้นหรือจับมัน” นินเผยยิ้มออกมาแล้วหัวเราะ
นิน “เจ้าหน้าที่หรือต่อให้เป็นเจ้าหน้าที่ก็ไม่อาจทำอะไรมั่วๆ ได้นะ” เขามองไปที่หมื่นอินด้วยสายตาเย็นชา
นิน “พวกแกโจมตีใส่พวกเราโดยที่พวกเราแค่มากินข้าวและพวกเราก็ไม่ได้เป็นผู้ต้องหาแบบนี้เจ้าหน้าที่ก็ทำความผิดไม่ใช่หรือ” หน้าของหมื่นอินกระตุก
“เวรไอ้นี่รู้กฎหมายอย่างนั้นหรือ” นินกล่าวต่อ
นิน “อีกอย่างนะแกก็แค่ทำท่าอวดสาวไม่ใช่หรือจึงหาเรื่องอัดข้าพอสู้ข้าไม่ได้ก็จะมาอ้างกฎหมายน่าขันขอเตือนนะผู้หญิงคนนี้มีพิษอย่าเสียเวลาเอาใจนางเลย” ทุกคนมองไปที่จันทร์วาด แน่นอนว่าตอนนี้หน้าของนางแสดงออกมาว่าโกรธมาก
จันทร์วาด “เจ้าหมายความว่าอย่างไร” นินยักไหล่
นิน “หมายความอย่างไรหรือก็คำพูดเมื่อหลุดจากปากเจ้ามันราวกับมีพิษไงพ่นคำเสียหายออกมาทั้งที่ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น” ทุกคนเริ่มซุบซิบต้องเข้าใจนะว่าคนไทยมักใส่ใจเรื่องรอบข้างอยู่แล้วโดยเฉพาะเรื่องคนอื่น
“เจ้า” จันทร์วาดไม่คิดเลยว่าสามงามแห่งพระนครอย่างนางจะกลายเป็นผู้หญิงมีพิษไปได้ ในเมืองหลวงมีสามงามอยู่หลายคนแต่ที่โดดเด่นและมีความสามารถนั้นมีสามคนหนึ่งคือ พิม คนที่สองคือ จันทร์วาด ส่วนคนที่สามนั้นนางยังไม่ปรากฏตัวช่วงนี้ มีเสียงร้องออกมา
” พวกท่านจะคุณกันอีกนานไหมเลือกข้าจะหมดตัวแล้วนะ “ชายคนที่นินจับอยู่หน้าขาวซีดแล้วนินยิ้มออกมาแล้วดึงมีดออกก่อนโยนมันออกไปเหมือนโยนไก่ จากนั้นก็มีเสียงดังออกมา
” มีเรื่องอะไรกัน “คนของกรมพระตำรวจแหวกฝูงชนเล้วมา กรมรักษากฎหมายมีหลายส่วนและส่วนที่จับโจรดูแลความเรียบร้อยของประชาชนในเมืองคือคนจาก กรมพระตำรวจ นั้นเองชายคนหนึ่งเดินเข้ามาเขาอายุสี่สิบต้นๆ ร่างสูงกวาดตามองไปก็เห็นหมื่นอิน
” โอ้นั่นท่านหมื่นนี่เองมาทานข้าวหรือขอรับ “หมื่นอินนั่งลงแล้วพยักหน้า
” ใช่แต่ว่าเจ้าคนพวกนี้ทำร้ายคนของข้าเสียนี่ท่านว่าควรจัดการอย่างไรดี “นินหน้ากระตุกเมื่อกี้ยังอ้างตำแหน่งอยู่เลยตอนนี้กลายเป็นเหยื่อเองแล้วหน้าไม่อายจริงๆ” ชายคนนี้ชื่อ ด่าง มีตำแหน่ง หัวหมู่ เขาคอยดูแลความเรียบร้อยในตลาดใหญ่กลางเมืองนั่นเอง
ด่าง” พวกเจ้าหรือที่ทำร้ายคน “แต่เมื่อหมู่ด่างเห็นสองคนที่ยืนอยู่ก็แทบทรุด แสนและทองเผยยิ้มร้ายออกมา
แสน” ว่าไงพี่ด่างจะไม่สอบถามเราก่อนหรือว่าเรื่องมีความเป็นมาอย่างไร “นายด่างคนนี้จะไม่รู้จักสองคนนี้ได้อย่างไรทหารเอกของท่านเจ้าคุณกรมพระตำรวจของเขาแม้แยกกับกรมผู้ตรวจการแต้ก็ประสานงานกันบ่อยเทียบกันเขากรมพระตำรวจเล็กกว่าเสียอีกเพราะกรมผู้ตรวจการขึ้นกับขุนหลวงโดยตรง
” พูดไปนั่นเรื่องนี้ต้องสอบสวนอย่างจริงจังแน่นอน “หมื่นอินสังเกตถึงความผิดปกติได้ก็ถาม
” หัวหมู่ด่างท่านจะไม่จับพวกเขาหรือ “หมู่ด่างแอบด่าหมื่นอินในใจจับคนสนิทของท่านผู้ตรวจการเลยนะไอ้บ้าท่านมันบ้าไปแล้วหรือขนาดเจ้ากรมพระตำรวจยังไม่กล้าทำอะไรกับสองคนนี้เลย
” หมื่นอินท่านเข้าใจผิดแล้วเรายังมิได้สอบสวนเลยจะลงโทษพวกเขาได้อย่างไร “หมื่นอินขมวดคิ้ว
” หรือว่าสองคนนั้นมีเบื้องหลังอะไรกันแน่ “เขาเปลี่ยนท่าที
หมื่นอิน” ไม่จับก็ได้แต่ไอ้หนุ่มนั่นทำร้ายคนของข้าจริงๆ อย่างไรก็ต้องจ่ายค่ารักษาให้ไม่ใช่หรือ “นินมองไปที่ชายคนนี้ก็ประหลาดใจเหมือนจะหุนหันทว่ากลับอ่านสถานการณ์เฉียบขาดพลิกแพลงได้ร้อยแปดไม่ดึงดันมากไปแต่ก็ไม่อ่อนข้อยื่นข้อเสนอที่ไม่มากเกินไปแต่ก็สามารถทำให้เขาเป็นคนต้องขอโทษได้
หมื่นอิน” อ้อพวกเขาทำลายทรัพย์สินแม่หญิงจันทร์วาดด้วยเห็นไหม “หมู่ด่างมองไปที่โต๊ะที่เต็มไปด้วยเลือดและถ้วยชามที่ตกลงพื้นแตก
ทอง” พวกเขาลงมือกับเราก่อนเราแค่ป้องกันตัวถ้าจะเอาเรื่องจริงๆ พวกท่านก็ผิดไม่ใชาหรือ “จันทร์วาดไม่อยากให้เป็นคดีความไม่งั้นร้านของนางต้องปิดหลายวันเพื่อสืบสวนแน่นอนแถมพอสืบมาแล้วต้นเหตุเกิดจากนางชื่อเสียงของร้านต้องตกลงไปแน่อีกไม่นานจะมีการแข่งขึ้นทำอาหารนางจะให้เกิดเรื่องไม่ได้
จันทร์วาด “เอาแบบนี้เถิดพี่หมื่นค่ารักษาทางร้านน้องจะเป็นคนจ่ายเองอย่างให้ถึงขั้นต้องมีเรื่องถึงกรมพระตำรวจเลยนะเจ้าค่ะไม่งั้นร้านของข้าคงต้องปิดหลายวันส่วนพวกท่าน” เสียงนางแข็งเมื่อพูดกับพวกนิน
“ข้าจะนำอาหารมาให้อีกชุดหนึ่งเท่านี้ก็น่าจะพอใจแล้วนะ” นินแน่นอนไม่อยากมีเรื่องจึงพยักหน้า หมื่นอินขมวดคิ้ว
จันทร์วาด “อย่างไรข้าก็ต้องขอบคุณพี่หมื่นมากถ้าไม่มีท่านข้าคงโดนรังแกไปแล้วงั้นข้าจะเลี้ยงอาหารพวกท่านทั้งหมดนะเจ้าค่ะ” สีหน้าของหมื่นอินดีขึ้นเขายิ้ม
“ไม่เป็นไรน้องจันทร์วาดหมื่นอินคนนี้จะให้สตรีเลี้ยงได้อย่างไร” จันทร์วาดยิ้มออกมา หมื่นอินส่งลูกน้องไปโรงหมดส่วนคนที่เหลือก็นั่งทานอาหารกันเหมือนเดิม พวกทองไม่ได้กลับไปอาหารอร่อยเพียงนี้แถมกินฟรีอีกจะกลับไปทำไม “คนที่มามุงดูแม้ทุกคนจะเสียดายที่ไม่ได้มีเรื่องกันใหญ่โตแต่ก็ถือว่าได้ดูเรื่องสนุกจึงแยกกันไป
นิน “น้ากินด้วยกันไหม” เขาชวนหมู่ด่างแน่นอนว่าเขาส่ายหน้า
“น้องชายเราปฏิบัติหน้าที่อยู่นั่งด้วยไม่ได้หรอก” นินไม่รั้งเมื่อทุกอย่างสงบลงทุกคนก็นั่งกินข้าวทีแรกก็ไม่มีอะไรทว่าต่อมาสีหน้าของทั้งสามก็แปลกไปเพราะว่าเริ่มมีคนมากินข้าวกันมากขึ้นพวกเขาก็คุยเรื่องซุบซิบกันหนาหู
“ข้าได้ยินมาว่าหมื่นเทพถึงขั้นตรอมใจไม่ไปทำงานหลายวันแล้วนะ” อีกคนก็พูด
“จริงรึเรื่องอะไรกัน” ชายอีกคนกล่าวออกมา
“เรื่องอะไรน่ะหรือก็ตอนนี้แม่หญิงพิมจะหมั้นกับเจ้าหนุ่มข้าวนุ่มแล้วน่ะสิ” ทุกคนหัวเราะออกมา ทั้งสามได้ยินก็ทำหน้าแปลกหมื่นเทพที่เป็นคนจริงจังมีหลักการจะเสียการควบคุมเพราะสตรีคนเดียวนี่มันใช้ได้ที่ไหนกัน
ทองและแสนขมวดคิ้วพวกเขาไม่คิดเลยว่าหมื่นเทพคนนั้นจะกลายเป็นคนลุ่มหลงในความรักเช่นนี้ความรักนั่นสวยงามทว่าต้องไม่เกินงามจนเกินไป หมายความว่าอย่างไรน่ะหรือจะต้องไม่ฝืนทั้งตัวเองและคนอื่นด้วย เช่น ไปหลงรักคนที่มีคู่อยู่แล้วนั่นเรียกว่าเกินงามมิใช่หรือ สำหรับหมื่นเทพนั้นบอกได้เพียงว่าสายไป คนเรานั้นเมื่อมีโอกาสแล้วอย่างรอมันเพราะโลกนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน
หมื่นอิน” ข้าล่ะสมน้ำหน้าไอ้เทพจริงๆ มัวแต่คิดเยอะแล้วเป็นอย่างไรตอนนี้แม่พิมจะไปรอมันหรือ “เขาหัวเราะออกมา ลูกน้องมันถามขึ้น
“หากเป็นท่านหมื่นจะทำอย่างไรขอรับ” หมื่นอินหัวเราะ
“ข้าจะส่งผู้ใหญ่ไปสู่ขอน่ะสิถึงนางไม่ตอบรับก็ยังดีกว่าไม่เคยลองไม่ใช่หรือดูอย่างไอ้ไวยสิแม้ไม่สมหวังแต่อย่างน้อยยังได้ลองมิใช่หรือ” นินได้ยินก็แอบเห็นด้วยในใจ ลูกนองมันถามอีกว่า
“แล้วท่านหมื่นไม่ชอบแม่หญิงพิมหรือ” หมื่นอินหน้ากะตุก
“ไม่ข้าจะชอบนางได้อย่างไร” เสียงเขาเจือไปด้วยความสยองเรื่องก็ไม่มีอะไรมากสมัยเขายังเด็กก็เคยไปเกี้ยวแม่พิมเช่นกันทว่านางเตะเป้าของเขาเจ็บเป็นเดือนจนทุกวันนี้เขายังหวาดกลัวไม่หายคิดหรือว่าเรือนเจ้าพระยาเรืองจะไม่สอนการต่อสู้ให้ลูกสาวไว้ป้องกันตัวเพราะเขาไม่ค่อยอยู่บ้านลูกๆ ของพวกเขาต้องฝึกการต่อสู้ไว้เพื่อป้องกันตัวเอง
แสน “จะว่าไปเถอะอาหารร้านนี้อร่อยมากจริงๆ” อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขากลับไปก็ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสเพราะแม่หญิงจันทร์วาดใส่ยาระบายลงไปในอาหารของพวกเขา
นิน “จันทร์วาดนางหญิงร้ายกาจ” ปูดดด ปราด!!! แน่นอนว่านินคงไม่ไปเอาเรื่องนางแบบตรงๆ หรอกเพาะเขาเป็นชายที่แมนมากๆ เสียที่ไหนกันเขาจะฆ่านางด้วยอาหารนี่แหละด้วยไอ้ศกริมรสต่างๆ ในเช้าวันถัดมานินไม่ได้ลงมาทานข้าวเพราะไม่มีแรงไหมแก้วจึงให้พิมทำอาหารอ่อนๆ และยาไปให้เขา
นิน “ขอบคุณนะ” พิมถามอย่างสงสัย
พิม “นายไปกินอะไรมาถึงได้ทองเสียขนาดนี้สีหน้านินโกรธจัด แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดออกมาพิมขมวดคิ้ว
นิน “ขายอาหารไม่ควรวางยาลูกค้าจริงไหมคุณผมคิดว่าเธอจะมีจรรยาบรรณเสียอีกอย่างที่ผมพูดมันผิดตรงไหนอาหารคุณป้าอร่อยจริงๆ “พิมกล่าวออกมา
พิม” จันทร์วาดน่ะรักพ่อมากไปหน่อยใครว่าหน่อยก็โกรธแล้วยิ่งมีเรื่องในร้านขนาดนั้นนางจึงขาดสติแต่ก็ทำเกินไปจริงๆ นั่นแหละ “พิมเห็นหน้านินที่ซีดขาวก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงแน่นอนว่าไม่ใช่แบบคนรักแต่แบบเพื่อนมนุษย์เท่านั้นคือตอนนี้ทั้งสองยังไม่ได้ขเงแต่ก็ไม่ได้ปิดโอกาสอันที่จริงจะชอบกันหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวแล้วเราะจะหมั้นกันเดือนหน้านี้แล้วนินกระซิบ
นิน” ผมว่าเราไปเปิดร้านไอศกรีมฝั่งตรงข้ามดีไหมให้พวกนั้นได้รู้ว่าคุณป้าร้ายกาจเพียงใด “พิมกลอกตา
พิม” เจ้าคิดเจ้าแค้นจริงๆ เลยนะนายเนี่ย “นินพยักหน้า
นิน” แน่นอนสิผมเกือบขี้แตกตายในส้วมเชียวนะ “พิมมองเขาด้วยสายตาดุ
พิม “พูดจาอะไรเนี่ยข้าเป็นสตรีนะ” นินยิ้มเจื่อนๆ
นิน “ผมลืมตัวไปหน่อยจริงสิผมอยากคุยกับคุณป้าน่ะสะดวกไหม” พิมขมวดคิ้ว
พิม “มีเรื่องอะไรหรือ” นินเล่าเรื่องโรงงานและโกดังให้ฟัง
พิม “เรื่องแค่นี้เองฉันตัดสินใจได้เองได้นะอันที่จริงคุณพ่อมีศักดินาอยู่ที่สามโคกนะ” นั้นตกตะลึงสามโคกนี่มันปทุมธานีไม่ใช่หรือ
“นินหายความว่าทั้งสามโคกเป็นของลุงหรือ” พิมส่ายหน้า
พิม “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมีที่ดินทั้งหมดแค่ 10.000 ไร่เท่านั้นเอง” นินแทบทรุด "เอง" หรือใช้คำว่าเองเนี่ยนะบ้าหรือไง
พิม “อันที่จริงได้มีอีก 5.000 ไร่เมื่อสองปีที่แล้ว” นินจะเป็นลมรวยเกินไปแล้ว
พิม “นายไปตั้งโรงงานที่นั่นดีไหมมีอาคารว่างหลายหลังนะแถมที่นั่นก็มีคนเยอะมากนายจ้างมาทำงานได้นะ” นินถึงกับอึ้งไปพ่อตาเขารวยขนาดนี้เชียวหรือสมแล้วที่เป็นขาใหญ่ของเขา นินจับมือพิมอย่างไม่รู้ตัว
นิน “นี่ช่วยผมได้มากเลยคุณสวยไม่พอแถมจิตใจยังงดงามอีก” หน้าพิมจากเย็นชาเปลี่ยนเป็นแดงซ่านแล้ว ทองกับแสนมีชะตากรรมเดียวกันในตอนสายท่านเจ้าคุณหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินเรื่องทั้งหมดจากไหมแก้ว พิมคงบอกเรื่องทั้งหมดกับแม่ไปแล้ว
” ฮ่าๆ สมน้ำหน้ามันโดนเล่นงานเสียบ้าง “ไหมแก้วขมวดคิ้ว
ไหมแก้ว “ใช่ได้ที่ไหนกันใช้อาหารทำร้ายคนเรื่องนี้อิฉันยอมไม่ได้หรอกนะ” ท่านเจ้าคุณรีบปลอบ
“ใจเย็นๆ คุณหญิงเรื่องนี้เราไม่มีหลักฐานนะอีกอย่าง ต้นเครื่องพจน์เป็นสหายเก่าเจ้ามิใช่หรือ” ไหมแก้วแค่นเสียง
ไหมแก้ว” ก้ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสั่งสอนลูกเป็นเช่นนี้อีกอย่างเราเหมือนคู่แข่งกันมากกว่าสหายนะเจ้าคะ” ท่านเจ้าคุณคิดอะไรได้
“ถ้างั้นคุณหญิงไม่ลองเปิดร้านอาหารสั่งสอนไปเลยเล่าว่าที่นินพูดนั่นมันเรื่องจริงไม่ใช่หรือ” ไหมแก้วมีไฟลุกโชนขึ้นมาแต่ก็มอดลงไป
ไหมแก้ว “แต่อิฉันอยากดูแลคุณพี่และลูกๆ มากว่านี่เจ้าค่ะ” ท่านเจ้าคุณโอบไหล่คุณหญิง
“จะไปยากอะไรนางอิ่มเป็นคนที่คุณสอนมากับมือมิใช่หรือต้นเครื่องบ้านเรามีตั้งหลายคนเอาไปทำงานที่ร้านสักคนจะเป็นไรไปกิจการก็ให้ภาดูแลก็ได้แล้วลูกยังไม่มีกรมที่อยากเข้ามิใช่หรือ” ไหมแก้ว” จริงหรือเจ้าค่ะคุณพี่สนับสนุนหรือ “ท่านเจ้าคุณพยักหน้าไหมแก้วดวงตาเป็นประกายเมื่อสามีสนับสนุนนางก็ไม่มีข้ออ้างให้ปฏิเสธแล้วไหมแก้วจึงร่างแผนการในใจ ถามว่าทำไมเธอถึงโกรธขนาดนี้นั่นเพราะสำหรับไหมแก้วอาหารสำคัญกับเธอมากมันควรทำให้คนที่กินแล้วมีความสุขหรืออย่างน้อยต้องอิ่มท้องแล้วมีแรงที่จะสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ช่วงสงครามคนอดอยากมากมายอาหารไม่ควรเอามาทำร้ายคนแบบนี้
ไหมแก้ว” จริงสิเจ้าคะเรื่องที่ดินที่สามโคก “ทั้งสองคุยกันพักหนึ่ง
นินมีแรงขึ้นมาในช่วงบ่ายหลังจากที่ได้กินยาไปหลายขนานเขาจะไปเยี่ยมพี่ทองและพี่แสนแต่ก็ต้องไปคุยกับท่านเจ้าคุณเรื่องที่ดินเสียก่อน เขาเดินไปที่ห้องทำงานของท่านเจ้าคุณแล้วเคาะประตู
” เข้ามา “นินเดินเข้าไปท่านเจ้าคุณยิ้มเยาะ
” มาเรื่องร้านสินะ “นินหัวเราะเจื่อนๆ
นิน” ครับเขาบอกว่าผมเป็นไอ้หนุ่มข้าวนิ่มผมก็เลยจะทำให้สมชื่อเสียหน่อยผมมาของเช่าโกดังและโรงงานน่ะครับ “ท่านเจ้าคุณกลอกตา
” ร้านที่ตลาดเป็นของเมียข้าเอ็งไปขอเองส่วนที่สามโคกนั้นข้าตั้งใจจะยกให้พิมอยู่แล้วเอ็งก็เอาไปใช้เถอะ” นินตาโต
นิน “ได้อย่างไรตอนนี้ยังไม่ได้แต่งเลยนี่” ท่านเจ้าคุณกลอกตา
“งั้นเอ็งก้ไปจ่ายค่าเช่าพิมเองสิมาหาข้าทำไม” นินคิดว่ามีเหตุผล
นิน” งั้นก็ได้ครับ” นินกำลังจะขอตัวออกไป
“เดี๋ยวก่อนเรื่องดินปืนอีกสองสามวันน่าจะได้แล้วนะ” นินเผยยิ้มออกมา
นิน “งั้นก็เยี่ยมเลยครับลุง” จากนั้นเขาก็เดินออกมาเห็นคนแปลกหน้าเดินเข้ามาในบ้านก็สงสัยตามไปดูก็เห็นว่ามีชายวัยกลางคนกำลังสอนพวกพิมอยู่ทำให้เขาประหลาดใจ
นิน “หรือว่ายังไม่ก่อตั้งโรงเรียน” นินเห็นไหมแก้วนั่งอยู่ข้างๆ จึงเดินไปถาม
นิน “คุณป้าครับ” ไหมแก้วเห็นนินก็ยิ้ม
ไหมแก้ว “หายแล้วหรือถึงเดินมาเรือนใหญ่ “นินพยักหน้า
นิล” ครับว่าแต่กำลังทำอะไรกันอยู่ขอรับ “ไหมแก้วอธิบาย
ไหมแก้ว “กำลังเรียนน่ะสิเพื่อจะใช้สอบเข้าทำงานในกรมต่างๆ” นินประหลาดใจ
นิน “ผมได้ยินมาว่าที่เมืองฝรั่งก่อตั้งโรงเรียนแล้วเรายังไม่มีหรือครับ” ไหมแก้วพยักหน้า
ไหมแก้ว “ถึงมีเงินสร้างโรงเรียนแต่จะไปหาตำราเรียนและครูมาจากไหนล่ะสงครามเพิ่งได้ไม่นานตอนนี้แค่พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนยังยากเลย” นินคิดสักพัก
นิน “เรื่องนี้ไม่ยากเลยครับผมสามารถช่วยแปลตำราได้นะครับให้ลุงใช้เส้นสายหาตำราเรียนจากต่างประเทศมาทั้งไทยจีนให้ผมจะจัดทำหลักสูตรให้ดีไหมครับ” ไหมแก้วตาโต
ไหมแกล้ว “เรื่องนี้เธอก็รู้หรือ” นินยิ้ม
นิน “มันจะไปยากอะไรครับก็แค่เอาของพวกเขามาแปลแล้วเรียบเรียงไหมโดยใช้แนวคิดที่เป็นกลางและเหมาะกับประเทศของเราเข้าไปก็ได้แล้วเมื่อทำเสร็จก็แค่ให้นักวิชาการมาช่วยปรับแก้ก็ได้แล้วครับ” ไหมแล้วตกตะลึง
ไหมแก้ว “พ่อนินไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน” นินทำหน้าขมขื่น
นิน “ที่หมู่บ้านบางเพลงหลวงตาจัดตั้งโรงเรียนเด็กเล็กขึ้นมาสอนหนังสือพวกเราน่ะสิครับพวกเราโดนบังคับเรียนตั้งหลายปีจนอ่านออกเขียนได้จึงจะออกจากโรงเรียนได้ครับ” ไหมแก้วเริ่มสงสัยในตัวตนของหลวงตาบัวว่าเป็นใครกันแน่
นิน “เดียวผมจะไปที่ท่าเรือแล้วถามเรื่องหลังสูตรจากพวกฝรั่งเลี้ยงเหล้าไม่กี่ครั้งพวกเขาก็พูดหมดแล้ว” นินคุยเพลินจนลืมเรื่องสำคัญไป
นิน” คุณป้าครับเรื่องร้านในตลาด “ไหมแก้วยิ้ม
ไหมแก้ว” มีร้านหนึ่งอีกสามเดือนจะหมดสัญญาน่ะถ้าหมดเมื่อไรพ่อนินเอาไปใช้ได้เลยระหว่างนี้คงต้องหาเช่าชั่วคราวไปก่อน “นินยิ้มออกมา
นิน” ขอบคุณครับแล้วก็อีกเรื่องนะครับ “นินคิดสักพักแล้วกล่าว
นิน” ผมขอยืมบ่าวจำนวนมากสักสองสามวันอ้อยืมรถม้าด้วยครับผมจะจ่ายค่าแรงพวกเขาเองครับ “ไหมแก้วขมวดคิ้วจากนั้นนินก็เล่าให้ฟังว่าเขาจะให้คนพวกนี้ไปทำอะไรไหมแก้วก็พยักหน้า
ไหมแก้ว “ได้สิ “เสียงภาดังขึ้นตอนนี้พวกเธอเรียนเรียบร้อยแล้ว
ภา “หายแล้วหรือพี่นินงั้นพอดีเลยสอนภาษาฝรั่งให้เราได้ไหม” นินเผยยิ้มออกมา
นิน “ง่ายนิดเดียว” เขาเดินไปด้านหน้าแล้วเริ่มสอน
นิน” ก่อนอื่นต้องรู้ว่าตัวอักษรของพวกเขามีกี่ตัวก่อน” ดีที่ว่าอักษรของสองโลกเหมือนกันทำให้นินไม่ต้องหาข้ออ้างให้วุ่นวายเขาสอนเรื่องอักษรและสระของภาษาอังกฤษให้ทั้งสามจำได้ก่อน
นิน “เอาล่ะวันนี้เอาแค่นี้ก่อนเมื่อทุกคนจำอักษรได้หมดแล้วต่อไปเราจะมาเรียนคำศัพท์ของมันเดี๋ยวพี่จะเขียนมันไว้ให้ท่องร้อยคำก่อน จากนั้นเราจะมาเรียงพวกมันเป็นประโยค” เขาสอนไปจนถึงเย็นจนลืมไปเยี่ยมแสนและทองเลยได้แต่ให้บ่าวส่งยาบำรุงไปให้แทน จากนั้นฟักกับขมก็กลับมาเขาจึงเลิกสอนเนื่องจากนินป่วยฟักและขมจึงไปประสานงานที่บ้านลุงยอดและร้านพี่เทียนแทนเขา ยังดีที่ตอนนี้มีการนำกระดาษเข้ามาในประเทศแล้วและมีดินสอที่ทำจากตะกั่วกับดินเหนียวแล้วยังมีปากกาที่จุ่มหมึกอีกดังนั้นการเรียนจึงไม่ยากเกินไปนักแต่นี่ก็มีแต่ในบ้านชนชั้นสูงเท่านั้น นินคิดว่าเขาอยากทำดินสอคุณภาพดีกว่านี้ขายแต่ไม่รู้ว่ามีการค้นพบแร่แกรไฟต์หรือยังนินจำได้ว่าแร่นี้ที่พบมากที่สุดคือประเทศจีนทว่าคนที่ค้นพบการใช้แร่นี้เขียนหนังสือก่อนเป็นอังกฤษต่อมาชาวอิตาลี่ก็นำมาใส่ด้ามทำเป็นดินสอนั่นเอง ที่ไทยมีแร่ที่ภาคเหนือทว่านินไม่รู้ว่าในโลกนี้จะเหมือนกันหรือเปล่าอีกอย่างจะไปที่นั่นคงใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะสำรวจเจออีกเสียเวลาและกำลังคนมากเกินไป…