ย้อนเวลากลับมาสร้างเซฟเฮาส์ในวันสิ้นโลก

    บทที่ 38 การโต้เถียงหน้าประตู (รีไรต์)

            บทที่ 38 การโต้เถียงหน้าประตู (รีไรต์)

             

            เวลานั้นเอง รองผู้บัญชาการหลี่ก็ตามขึ้นมาบนท้องฟ้า ค้างคาวหนูน้ำแข็งหลายตัวที่สัมผัสได้ถึงรังสีอำนาจของรองผู้บัญชาการหลี่ก็พุ่งเข้าใส่เขาทันที

             

            รองผู้บัญชาการหลี่กำลังจะชักปืนออกมาแต่ก็เห็นตี้เจียงโบกมือเล็กน้อยแล้วปล่อยสายฟ้าออกไป

             

            ค้างคาวหนูน้ำแข็งเหล่านั้นก็หายวับไปในทันที

             

            ท้องฟ้ามืดลง ลมหนาวพัดกระหน่ำ ทั่วทั้งย่านที่พักอาศัยระแวกนี้นอกจากเสียงลมแล้วก็ไม่ได้ยินเสียงอื่นใดอีก

             

            “ท่านนายพล ย่านที่พักอาศัยเเห่งนี้เงียบสงบอย่างประหลาด ตลอดทางที่เรามาเราเจอแต่หนูกลายพันธุ์บ้าง แมลงกลายพันธุ์บ้าง ทำไมที่นี่ถึงไม่มีอะไรเลย?”

             

            “อืม แปลกจริง แต่เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยมาดูใหม่เถอะ”

             

            ถ้าดึกกว่านี้อุณหภูมิจะยิ่งลดต่ำลงทั้งคู่รู้เรื่องนี้ดี จึงขึ้นรถตีน้ำแข็งแล้วขับออกจากย่านที่พักอาศัยไป

             

            ลั่วฉิงเทียนกลับมาถึงอาคารก็ตรงไปที่ชั้นสามสิบสามทันที

             

            ตอนที่เดินมาถึงชานพักชั้นสามสิบสามเธอได้ยินเสียงคนทะเลาะกันหน้าห้องของเธอ

             

            "เหอเสี่ยว นายก็รู้ว่าพวกเรามันไม่มีอะไรจะกินแล้ว เถอะน่า แค่แอบหยิบอะไรให้พวกเรากินหน่อยไม่มีใครรู้หรอก"

             

            "ไม่ได้หรอก ที่นี่ไม่ใช่บ้านของผม ผมได้เข้ามาอยู่ที่นี่ก็เพราะได้รับความเมตตาจากเจ้าของห้องที่ชั้นสามสิบสามแถมที่นี่ก็ไม่มีอะไรจะกินแล้ว พวกคุณรีบกลับไปเถอะ" เหอเสี่ยว พูดจบก็ทำท่าจะปิดประตู แต่เมื่อเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูก็ถูกคนข้างนอกคว้ามือไว้

             

            "เชี่ย! ไม่กินก็ต้องกินว่ะ! ขอแค่เศษข้าวเศษอาหารก็ได้ เชื่อไหมว่าพวกฉันฆ่าแกได้!"

             

            เหอเสี่ยว ตกใจ รีบเอามือข้างหนึ่งยันผนังไว้พลางพยายามดึงมือกลับ ชายตรงหน้าไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้วจึงหมดแรงที่จะจับเหอเสี่ยวไว้ได้ มันจึงตะโกนบอกพรรคพวกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ว่า

             

            "เร็วเข้า! ก่อนที่ยัยปีศาจนั่นจะกลับมา รีบพาตัวมันออกมาพวกเราจะได้มีอะไรกินซะที! พอขโมยเสบียงได้แล้วพวกเราก็รีบหนีออกจากที่บ้านี่ไปซะ ยัยปีศาจนั่นจะได้ตามหาพวกเราไม่เจอ!"

             

            พวกที่เหลือเห็นด้วยกับความคิดนี้ จึงกรูกันเข้ามาจับมือของ เหอเสี่ยว

             

            คราวนี้เหอเสี่ยว ร้อนรนขึ้นมาจริง ๆ

             

            "พวกแกมันพวกอันธพาล! ไอ้พวกโจร! ถ้าพี่ฉิงเทียนกลับมา พวกแกไม่รอดแน่!"

             

            ชายตรงหน้าแสยะยิ้มอย่างเย็นชา

             

            "แกคิดว่าพวกเรามาที่นี่ทำไมห๊ะ! ก็เพราะแกมันโง่ไม่รู้ตัวไง ถ้าแกยอมเอาอาหารให้พวกเราแต่โดยดี มันจะต้องเป็นแบบนี้ไหม!"

             

            ในขณะที่ร่างของเหอเสี่ยวถูกคนพวกนั้นลากจนเกือบจะติดประตู เสียงปืนก็ดังขึ้น

             

            จากนั้นชายที่กำลังดึงตัวเหอเสี่ยวอยู่ก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

             

            "กะ แก" ชายคนนั้นพูดไม่ออกปล่อยมือจากเหอเสี่ยว แล้วก็ล้มลงไปกองกับพื้น

             

            ในมืออีกข้างของเหอเสี่ยวมีปืนอยู่ในมือ เขาเพิ่งยิงทะลุช่องประตูไปที่หัวใจของชายคนนั้น

             

            ตอนนั้นเองเสิ่นอวิ๋นหรานที่เพิ่งทำความสะอาดเสร็จก็รีบวิ่งเข้ามา เมื่อเห็นสภาพของเหอเสี่ยว เธอก็คว้าปืนอีกกระบอกหนึ่งบนโต๊ะ แล้วเดินตรงไปยิงใส่คนที่เหลือ

             

            "ปัง!"

             

            เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง ชายอีกคนหนึ่งที่เหลืออยู่ก็ล้มลง

             

            คนที่เหลือต่างตื่นตระหนก พวกเขาคิดว่าคนที่เกี่ยวข้องกับคนบนชั้นสามสิบสามได้ย่อมไม่ใช่คนดี แต่พวกเขากลับไม่คิดว่าคนสองคนนี้จะมีปืนอยู่ในมือ!

             

            เสิ่นอวิ๋นหรานยังคงยิงปืนต่อไป หลังจากที่ยิงชายอีกสองคนตาย คนที่เหลือก็ไม่กล้าอยู่ต่อ พวกเขาวิ่งหนีลงไปข้างล่างอย่างไม่คิดชีวิต

             

            เพียงแต่ในตอนที่พวกเขากำลังวิ่งไปที่บันไดก็เห็นร่างของลั่วฉิงเทียนยืนอยู่ตรงนั้นเธอมองมายังพวกเขาด้วยรอยยิ้มที่ดูน่าขนลุก

             

            แม้ว่าลั่วฉิงเทียนจะยิ้มแต่แววตาของเธอกลับเย็นชาจนน่ากลัว ทำให้พวกนั้นตกใจร้องลั่น

             

            "ปีศาจ!"

             

            พวกมันวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต กลัวว่าถ้าช้ากว่านี้จะโดนลั่วฉิงเทียนฆ่าตาย

             

            ความจริงแล้วลั่วฉิงเทียนก็อยากจะฆ่าพวกมันให้หมด แต่ตอนนี้ในตึกนี้เหลือคนอยู่น้อยมาก และกองทัพก็จะมาตรวจสอบจำนวนประชากร เธอไม่อยากเป็นจุดสนใจเพราะจำนวนคนน้อยเกินไป

             

            ดังนั้นเธอจึงได้แต่ปล่อยให้พวกมันวิ่งหนีไป

             

            ที่หน้าห้องพักชั้นสามสิบสามเหอเสี่ยวและเสิ่นอวิ๋นหรานก็เห็นลั่วฉิงเทียนที่กลับมา ทั้งสองยิ้มแห้ง ๆ ให้เธอ

             

            "พี่ฉิงเทียน พวกเราไม่ได้แบ่งอาหารให้พวกมันนะ!" เหอเสี่ยวพยายามอธิบายอย่างสุดความสามารถ เสิ่นอวิ๋นหรานที่อยู่ด้านหลังเหอเสี่ยวก็พยักหน้าและเสริมว่า

             

            "ใช่แล้ว ๆ พวกมันพยายามจะแย่งชิง แต่พวกเราไม่ให้โอกาสให้พวกมันทำแบบนั้นได้!"

             

            "อืม ฉันรู้แล้ว จำไว้ว่าต้องทำความสะอาดหน้าประตูด้วยละแล้วก็ไปเช็ดประตูใหญ่ด้วย"

             

            ลั่วฉิงเทียนรู้ว่าทั้งสองคนไม่ได้แบ่งของออกไป เธอพอใจกับการกระทำของพวกเขามากจึงพยักหน้าให้ทั้งสองคน แล้วเดินเข้าประตูไปตรงไปยังชั้นสอง

             

            ลั่วฉิงเทียนไปดูที่ห้องของต้าไป๋เป็นอันดับแรก ต้าไป๋ยังคงหลับสนิท อาหารกระป๋องที่วางไว้ข้างหน้าต้าไป๋ก็ยังไม่ได้ถูกแตะต้อง

             

            ลั่วฉิงเทียนถอนหายใจ เธอบิดหูของต้าไป๋เพื่อปลุกมันขึ้นมาอย่างไม่ปรานี

             

            "ต้าไป๋ กินนี่ซะก่อนแล้วค่อยนอนต่อ!"

             

            ในชาติก่อนตอนที่สัตว์กลายพันธุ์ครั้งที่สอง พวกมันต้องการพลังงานมหาศาล ในช่วงนี้เอง สัตว์จำนวนมากถูกสัตว์ที่ตื่นขึ้นมาก่อนกลืนกินไปเลย

             

            บางตัวก็ขาดพลังงานที่จะรองรับการหลับใหลของตัวเอง จึงอดตายไปเลย

             

            ลั่วฉิงเทียนกลัวว่าต้าไป๋จะเป็นอะไรไปเธอจึงไม่สนใจว่าต้าไป๋จะเต็มใจหรือไม่ และบังคับให้มันกินอาหารเข้าไป

             

            ต้าไป๋ลืมตาขึ้นมองเห็นลั่วฉิงเทียน แล้วมองดูอาหารตรงหน้า มันรู้ว่าลั่วฉิงเทียนกำลังเป็นห่วงตัวเอง จึงต้องฝืนความง่วงในร่างกายค่อย ๆ กินอาหารในชามของตัวเองทีละคำ ๆ

             

            หลังจากกินเสร็จ ต้าไป๋ก็ฝืนตื่นอยู่ไม่ไหวอีกต่อไปและหลับไปอีกครั้ง

             

            ลั่วฉิงเทียนมองดูต้าไป๋ด้วยความรู้สึกเป็นห่วงอย่างบอกไม่ถูก ทันใดนั้นลั่วฉิงเทียนก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เธอดึงหูของต้าไป๋แล้วถามเบา ๆ

             

            "ต้าไป๋ อาหารที่ฉันให้แกกินตอนนี้มีพลังงานไม่พอให้แกวิวัฒนาการใช่ไหม?"

             

            "โฮ่ว!"

             

            เสียงร้องอย่างน้อยใจดังออกมาจากปากของต้าไป๋ ลั่วฉิงเทียนยืนยันได้ทันทีว่าเป็นอย่างที่เธอคิดไว้ อาหารธรรมดาไม่สามารถให้พลังงานที่จำเป็นสำหรับการกลายพันธุ์ของต้าไป๋ได้แล้ว

             

            "ได้! พรุ่งนี้ฉันจะไปจับกระต่ายกลายพันธุ์กับค้างคาวหนูน้ำแข็งมาให้แกกิน แกอดทนอีกหน่อยนะ ได้ไหม!"

             

            ลั่วฉิงเทียนลูบหัวของต้าไป๋เบา ๆ ต้าไป๋ไม่ได้ตอบสนองแต่ลั่วฉิงเทียนรู้สึกได้ว่าหัวของต้าไป๋กำลังถูไถมือของเธอเบา ๆ

             

            เธอถึงกับรู้สึกได้ถึงความดีใจในใจของต้าไป๋

             

            ลั่วฉิงเทียนลุกขึ้นยืนทันที เธอรีบกลับไปที่ห้องนอน อาบน้ำ ตั้งนาฬิกาปลุก และเข้านอน

             

            เวลาที่ตี้เจียงกลับถึงค่ายก็เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว ที่นี่ถูกเรียกว่าค่ายแต่แท้จริงแล้วมันคือบ้านหินที่สร้างอยู่ในถ้ำอีกที

             

            เขาเพิ่งได้รับข่าวว่านักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าพืชและสัตว์ที่รอดชีวิตทั่วโลกกำลังกลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพืชบางชนิดกำลังดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมหาศาลบนโลกเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง

             

            ส่งผลให้ชั้นบรรยากาศที่ปกป้องโลกอ่อนแอลงอีกครั้ง

             

            ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าอุณหภูมิจะลดลงอย่างมาก จนทำให้โลกทั้งใบเข้าสู่ยุคน้ำแข็งขนาดย่อมช่วงเวลาหนึ่ง

             

            พื้นดินจะถูกแช่แข็ง การสร้างฐานทั้งหมดจึงจำเป็นต้องหยุดลงชั่วคราว