“อร่อยจังครับ”
คนป่วยเอ่ยเสียงนุ่ม แม้เพียงได้ชิมคำแรก และนี่ก็คือความจริง เพราะรู้สึกว่าอาหารมื้อนี้อร่อยกว่ามื้อไหนๆ ที่เคยกินมาก็ว่าได้ คงไม่ต้องสงสัย ว่าเป็เพราะคนตรงหน้านั่นเอง ที่ทำให้อาการป่วยทุเลาเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด
เขารู้สึกว่าคุ้มค่ากับการที่เมื่อเช้าอุตส่าห์ฝืนอาการไข้ลุกมาทำงาน เพราะ้าอยากเห็นหน้าสวยๆ ให้หายคิดถึงแทบแย่ และเขาก็ไม่อยากแคร์แล้วด้วย ว่าใครจะคิดอะไรหรือยังไง
แต่ก็พยายามไม่ให้คนในบริษัทรู้มากมายนัก นอกจากคนในออฟฟิศเขา กับชูชาติเท่านั้น เพราะจำต้องพึ่งพาความช่วยเหลือเวลาสั่งให้เธอขึ้นมาหา ถ้ามั่นใจมากกว่านี้เมื่อไหร่ จะให้เธอออกจากงานทันที
ระหว่างที่คบหาดูใจกัน เขาก็อาจจะหาบ้านใหม่ให้อยู่ หากิจการเล็กๆ ให้ทำ เมื่อแน่ใจในตัวเธอเต็มร้อยแล้ว ก็จะเดินหน้าขั้นต่อไป นั่นคือขอเธอแต่งงาน แล้วพาเธอกับยายเข้าไปอยู่ในบ้านด้วยกัน
แต่เชื่อว่าคุณยายจะไม่ตามไปด้วยแน่ๆ และเขาก็จะยกบ้านนั้นให้ หาคนมาอยู่เป็เพื่อนแทนหลานสาวที่เขาขอไปเป็คู่ชีวิต คิดๆ แล้วก็อดขำตัวเองไม่ได้ ที่เผลอวางแผนเป็ตุเป็ตะ
ทั้งที่ความสัมพันธ์ระหว่างกัน ยังไปไม่ถึงไหน แต่ถ้าจะให้เทียบกับสาวในรายชื่อที่มี ถือว่าเธอมาไกลกว่าใคร เพราะเขาถึงขนาดแตะเนื้อต้องตัวไปเรียบร้อยแล้ว นั่นเป็เพราะห้ามใจไม่เคยอยู่
ผิดกับสาวคนอื่น ที่เขามักจะครองสติได้ดี และจะไม่ปล่อยให้ความสัมพันธ์ในลักษณะนั้นเกิดขึ้น ถ้ายังไม่แน่ใจจริงๆ เพราะผู้หญิงทุกคนที่เขาคบหาอยู่ ล้วนแล้วแต่เป็คนที่เขาจะเล่นไม่ได้
จะคบๆ แล้วเลิกไม่ได้ ทุกคนมีหน้าตาทางสังคม เขาจะต้องกันความใคร่ ออกห่างจากผู้หญิงกลุ่มนี้อย่างเด็ดขาด ในตอนที่เริ่มคบหาดูใจกัน
เพราะถ้าอยากได้ความใคร่ความเสน่หา ก็มีกลุ่มผู้หญิงอีกแบบให้ข้องแวะ และจบความสัมพันธ์ได้ง่ายๆ ด้วยเงินทอง หรือข้าวของมีค่าที่พวกเธอต่าง้า แต่กับคนสำคัญในรายชื่อนี้
เขาทำแบบนั้นไม่ได้ รวมทั้งคนตรงหน้าด้วย แม้เธอจะแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่น หรือเรียกได้ว่าไม่มีหน้าตาในสังคมให้ต้องอับอาย แต่เขาก็ไม่คิดจะทำร้ายเธอ ถ้าไม่แน่ใจจริงๆ
ว่าเธอคือคนที่ใช่ คนที่ใจ้าจริงๆ เขาจะไม่มีทางทำให้เธอเสื่อมเสียแน่ แม้จะไม่แน่ใจว่าเธอจะมีอดีตยังไงหรือกับใคร แต่เขาก็จะไม่ทำให้เธอมัวหมองเพิ่มเข้าไปอีก
“คุณเกียร์เอาส่วนของมัทเพิ่มมั้ยคะ มัทกินไม่หมดหรอกค่ะ”
คนป้อนถามคนถูกป้อนที่บอกว่าป่วย แต่ไม่รู้ทำไมถึงกินข้าวหมดจาน เกาเหลาก็เกือบหมดชามได้ เลยรีบเสนอทันที เพราะรู้ดีว่าตัวเองกินไม่หมด หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือ ตอนนี้รู้สึกอิ่มตื้อด้วยความสุข ที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ ไปเรียบร้อยแล้ว
“มัทกินก่อนดีกว่าครับ ถ้าไม่หมดผมถึงจะกิน”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ มัทยกข้าวกะเพราครึ่งที่เหลือให้คุณเกียร์เลยก็แล้วกันค่ะ มัทกินข้าวผัดกับเกาเหลาแค่นี้ก็อิ่มตื้อแล้วค่ะ” มือบางตักเกาเหลาจากชามของตัวเอง มาใส่ชามของเขา แล้วยกจานมาตักข้าวกะเพราใส่จานเก่าให้อย่างเต็มอกเต็มใจ
“ขอบคุณครับ” และนั่นทำให้คนป่วยอ้าปากรับอาหารธรรมดาๆ ที่เห็นว่าแสนอร่อยพร้อมรอยยิ้มทันที พออิ่มแล้วก็คว้ามือถือมาเล่นระหว่างรอให้คนข้างๆ กิน
“คุณเกียร์กินยานะคะ จะได้หายเร็วๆ” มัทรีใช้เวลากินไม่ถึงสิบนาที ก็ยกแก้วน้ำเปล่ากับยาส่งให้เขาแล้ว
“ขอบคุณครับ”
และทันทีที่มือบางวางแก้วน้ำลงถาด คนป่วยก็ทิ้งตัวลงนอนหนุนตักตามเดิมและถอดแว่นไปวางตำแหน่งเดิมอย่างทะนุถนอม ทำเอาเ้าของตักใจสั่นอีกระลอก แต่ก็พยายามบังคับมือให้เอื้อมไปคว้าหมอนอิงมา
“คุณเกียร์หนุนหมอนเพิ่มนะคะ เพิ่งกินอิ่ม”
“ครับผม”
คนป่วยก็แสนจะว่าง่าย ด้วยการยกหัวขึ้น แล้วนอนตะแคงเอาแก้มซ้ายแนบหมอน มือขวาโอบเอวคอดเอาไว้ทันที และเมื่อเห็นว่าเ้าของตักไม่ยักยกมือขึ้นมาโอบกอด เขาเลยเป็คนดึงแขนเรียวมาให้กอดไว้เสียเอง
“มัทจะลูบผมให้ผมมั้ยครับ”
“ค่ะ”
คนถูกเรียกร้องยิ้มหวานๆ ให้ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบผมนุ่มนิ่มอย่างแ่เบาให้ตามคำเรียกร้อง แต่ก็ทำได้ไม่นาน เมื่อมีเสียงมือถือที่เปิดเป็ระบบสั่นไว้ เป็เบอร์ไม่รู้จัก แต่ก็ตัดสินใจกัดรับ เพราะไม่รู้ว่ามีเื่อะไร หรือยายอาจจะเป็อะไรเหมือนครั้งก่อนอีก
“พี่อรเองนะคะคุณมัท ฝากรับเป็เพื่อนในไลน์พี่ทีค่ะ จะถามอาการบอสหน่อยค่ะ”
ยังไม่ทันได้พูดอะไรด้วยซ้ำ ก็มีเสียงจากคนปลายสายส่งมาเบาๆ ด้วยความที่ไม่อยากเอ่ยอะไรเป็การรบกวนคนป่วย เลยรีบวางสาย เปิดไลน์ขึ้นมาแทน แล้วก็ตอบคำถามเลขาผู้ห่วงเ้านายออกไปตามจริง พร้อมกับบอกว่าจะเข้ามาเก็บถาดอาหารออกไปแบบเงียบๆ
ไม่ถึงนาทีประตูก็เปิดออกแบบไม่ได้เคาะ มัทรีมองอรนภาเดินเข้ามาพร้อมผู้ช่วยคนเดิม แล้วกลับออกไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ แต่ไม่นานก็ส่งไลน์มาบอก ว่าจะยังไม่กลับบ้าน จะรอจนกว่าเ้านายตื่นแล้วกลับพร้อมกัน
ซึ่งต่างคนก็ต่างยังไม่รู้ว่าเขาจะตื่นขึ้นมาตอนไหน หรือจะกลับเมื่อไหร่ เคราะห์ดีที่วันนี้บอกยายไว้แล้วว่าจะกลับค่ำ ได้แต่หวังว่าเขาจะไม่หลับยาว
หญิงสาวค่อยๆ ใช้มือเปิดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในโทรศัพท์ขึ้นมาอ่าน ระหว่างอุทิศตักให้ชายอันเป็ที่รักนอนหนุน แต่อ่านไปอ่านมา ก็ผล็อยหลับในท่านั่งตามเขาไปในเวลาไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ
สะดุ้งตื่นอีกที ตอนคนป่วยขยับตัวมาเป็นอนหงาย เลยได้รู้ว่าใกล้ห้าโมงเย็นแล้ว มือบางรีบยกขึ้นไปแตะแก้ม ต้นคอและหน้าผากของเขา เพราะกลัวว่าจะเป็หนักกว่าเดิม แต่ตัวแค่รุมๆ เลยสบายใจขึ้นมาหน่อย
“เดี๋ยวผมจะให้มวนขับรถไปส่งมัทที่บ้านก่อนนะครับ แล้วผมถึงจะกลับ” คนป่วยรู้ดี ว่าถึงเวลาต้องส่งคืนหลานคนสวยไปหาคุณยายแล้ว เลยหยัดกายที่ค่อนข้างจะหนักกว่าปกติแล้วลุกขึ้น พร้อมกับคว้าแว่นมาใส่มาครอบใบหน้าอันหล่อเหลาไว้ด้วยความเคยชิน
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ มัทกลับเองดีกว่าค่ะ”
หนึ่งคือเกรงใจและห่วงเขา อยากให้กลับไปพักเร็วๆ สองคือไม่รู้จะตอบยายยังไง ถ้าเห็นเขาไปส่ง เลยรีบปฏิเสธด้วยน้ำเสียงนุ่มนวน
“ไม่เอาครับ ผมอยากนอนหนุนตักมัทไปด้วยระหว่างทางกลับ ฝากมัทไปบอกคุณอรทีครับ ว่าผมจะกลับแล้ว”
“ค่ะ”
เมื่อเขายืนยันอย่างนี้แล้ว ใครเลยจะกล้าขัดใจ เ้าของร่างบอบบางเลยเดินไปเปิดประตู หมายจะทำตามคำสั่งเขา แต่ดูเหมือนเลขากับผู้ช่วยจะจ้องประตูอยู่ก่อนแล้ว เพียงแค่แง้มออกเท่านั้น ต่างก็เดินเข้าห้องมาทันที
“คุณเกียร์จะไปหาหมอมั้ยคะ อรจะได้พาไป”
“ไม่ครับ ผมจะกลับไปนอนพัก”
“ค่ะ” มัทรีเห็นเลขาของเขาโทรบอกประมวนอย่างรู้งาน ส่วนผู้ช่วยก็จัดเก็บทุกอย่างในห้องอย่างคล่องแคล่ว แล้วทั้งสองก็หิ้วกระเป๋าของเ้านายกับของตัวเองเพื่อเตรียมกลับ
“เราไปกันครับมัท”
มัทรียังไม่ทันได้หันไปหาเขาด้วยซ้ำ มือบางก็ถูกคว้าไปจับไว้ แล้วพาเดินออกอีกประตู มีลิฟต์ลับซ่อนอยู่เหมือนที่เคยเห็นวันนั้น แต่วันนี้เลขากับผู้ช่วยเข้าไปในลิฟต์ด้วย และแม้จะพยายามดึงมือกลับเพราะอายทั้งสองยังไง แต่ไหนเลยคนป่วยจะยอม แถมยังกำมือบางไว้แแ่อีกต่างหาก
พอลิฟต์เปิดออก ก็เห็นประมวนขับรถมาจอดรอพร้อมเปิดประตูให้ทันที มัทรีไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้หันไปมองสองสาวด้วยซ้ำ เพราะถูกเ้าของมือส่งสัญญาณให้เข้าไปนั่งเบาะหลังรอ
“ขอบคุณครับทั้งสองคน แล้วเจอกันวันจันทร์ครับ”
แล้วเขาก็เข้ามาในรถทันที แต่ไม่ได้นั่งเหมือนที่เคยเป็ มือรีบคว้าหมอนอิงมาวางบนตักนุ่ม แล้วล้มตัวลงนอนตะแคง ขด่ขายาวๆ เข้ามาไว้บนเบาะแล้วก็หลับตาลงตามเดิม
ส่วนแว่นนั้นคว้าเอากล่องเหน็บอยู่หลังเบาะมายัดมันใส่กล่องแล้วเอาเสียงไว้ที่เดิม แค่เห็นยี่ห้อก็รู้ว่าราคามันเป็หมื่น และเขาคงมีหลายอันมาก
เพราะเห็นเปลี่ยนบ่อยๆ และมักจะเข้ากับชุดของเขาด้วย ส่วนหน้าตาอันหล่อเหลานั้น หญิงสาวเห็นว่าใส่แบบไหนก็เข้าหน้าไปหมด ในเมื่อหล่อจนสาวเหลียวซะขนาดนี้
“ไปส่งคุณมัทที่บ้านก่อนนะมวน”
แต่ปากยังสั่งงานอยู่ ส่วนมือก็ยังคว้าเอามือบางมาดอมดมสองสามครั้ง แล้วกุมไว้เหมือนเคย ทำเอาเ้าของมือใจสั่นไม่หาย ด้วยความอายประมวน
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น







































