บทที่ 88: เหตุผลที่ไม่เข้าท่า (The Nonsense Reason)
เหล่าบรรดาผู้คนในวังต่างก็ทยอยพากันมาเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิสึชิมิคาโดะที่ 2 ซึ่งกำลังประทับอยู่บนราชบัลลังก์ภายในตำหนักพระโรงตามคำบัญชาของพระองค์ ผู้คนในวังนั้นมีทั้งที่เป็นขุนนาง เชื้อพระวงศ์ และเหล่าบรรดาข้ารับใช้ในวัง และรวมไปถึงเหล่าทหารองครักษ์ชั้นสูงที่อยู่ภายในวังด้วย ในระหว่างที่กำลังเดินไปเข้าเฝ้าพระองค์อยู่นั้น ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบอย่างเคร่งครัด และไร้ซึ่งข้อบกพร่องใดๆ เลยแม้แต่น้อยหลังจากที่ผู้คนในวังทั้งหมดนั้นได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันครบทุกคนแล้ว การประชุมภายในตำหนักพระโรงจึงได้เริ่มต้นขึ้นในทันที“หลายคนคงจะยังไม่ทราบ...ว่าทำไมข้าจึงต้องเรียกพวกเจ้าทุกคนมาเข้าเฝ้าที่ตำหนักพระโรงเช่นนี้ ที่ข้าเรียกพวกเจ้ามาในครั้งนี้ ก็เนื่องจากว่าข้า...ได้ทราบเรื่องมาจากเจ้าหญิงฮิเมรากิ ว่ามีใครบางกลุ่มที่อยู่ภายในวังแห่งนี้รวมหัวกันนินทาให้ร้ายเจ้าหญิงฮิเมโยโกะว่าเป็นตัวกาลกิณี...”“และไม่ใช่แค่นั้นนะ เจ้าหญิงฮิเมรากิยังเล่าให้ข้าฟังอีกว่า ยังมีผู้คนในวังบางกลุ่มที่ทำเป็นตีตัวออกห่าง และแสดงท่าทางรังเกียจต่อเจ้าหญิงฮิเมโยโกะ และยิ่งไปกว่านั้น ยังมีบางกลุ่มที่ได้ร่วมกันวางแผนลอบสังหารเจ้าหญิงฮิเมโยโกะอีกด้วย จนทำให้เจ้าหญิงฮิเมโยโกะต้องหลบหนีไปจากวัง”หลังจากที่องค์จักรพรรดิสึชิมิคาโดะที่ 2 ตรัสจบ เจ้าหญิงฮิเมรากิก็ตรัสในเชิงขู่กับผู้คนในวังทันทีว่า“ผู้ใดที่ให้ร้ายเจ้าหญิงฮิเมโยโกะเช่นนั้น จงยอมรับออกมาเสีย แล้วพวกเจ้าทุกคนก็จะได้รับพระราชทานอภัยโทษจากพระองค์ หากไม่เช่นนั้น พวกเจ้าทุกคนก็จะต้องได้รับโทษ”หลังจากที่ตรัสจบ เจ้าหญิงคังชินจึงตรัสกับผู้คนในวังในเชิงขู่ต่อจากเจ้าหญิงฮิเมรากิ ผู้เป็นพระขนิษฐาทันที“เจ้าหญิงฮิเมโยโกะ เป็นพระธิดาของอดีตองค์จักรพรรดิฮานาโซโนะที่ 2 กับอดีตองค์จักรพรรดินีโอยโนะมิคาโดะ และก็เป็นพระขนิษฐาองค์เล็กสุดของข้าและก็พระองค์อีกด้วย ถือว่าเป็นพระธิดาในเชื้อพระวงศ์ การที่พวกเจ้าลอบปลงพระชนม์เจ้าหญิงฮิเมโยโกะนั้นถือว่ามีความผิดร้ายแรงมาก โทษของมันนั้นช่างหนักหนาสาหัสยิ่งนัก”“กระผมขอยอมรับผิดขอรับ” ทันใดนั้น ก็ได้มีคนในเชื้อพระวงศ์ผู้หาญกล้าคนหนึ่งแสดงตัวออกมายอมรับผิด ก่อนที่เขาจะตรัสเหตุผลกับพระองค์ไปว่า“พระองค์ก็ไม่เคยคิดบ้างเลยหรือขอรับ ว่าตอนที่องค์หญิงสี่เกิดมา ก็ทำให้อดีตองค์จักรพรรดินีคนก่อนเกือบจะสิ้นพระชนม์มาแล้วเหมือนกัน และตลอดเวลาที่องค์หญิงสี่อาศัยอยู่ในวัง นับวันก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในวังอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้มีผู้คนในวังบางส่วนมีอาการสาหัส อีกทั้งยังมีผู้คนในวังบางส่วนค่อยๆ ทยอยกันล้มป่วยลงอย่างไม่ขาดสายเลยหน่ะขอรับ”“ดิฉันก็เห็นด้วยเพคะ ตั้งแต่การมีอยู่ของเจ้าหญิงฮิเมโยโกะนั้น มันก็ทำให้ทุกอย่างในวังดูเลวร้ายไปหมด มีผู้คนในวังบางส่วนสิ้นใจลงเพราะโรคภัยไข้เจ็บ มีผู้คนในวังบางส่วนก็มีอาการป่วยไข้จนเกิดปราสาทหลอน ทำให้มีบางคนถึงกับเสียสติจนแทบจะเป็นบ้า และที่ร้ายแรงที่สุดก็คือ มีผู้คนในวังบางส่วนทะเลาะเบาะแว้งกันจนเกือบจะเข่นฆ่ากันด้วยเพคะ”หลังจากที่คนในเชื้อพระวงศ์คนนั้นตรัสจบ ก็ได้มีสาวใช้ในวังนางหนึ่งออกมาตรัสเหตุผลกับพระองค์ด้วยอีกคน“ใช่ ใช่ ใช่ ภรรยากระผมก็ป่วยจนเกือบตายก็เพราะการมีอยู่ขององค์หญิงสี่นั่นขอรับ”“พี่สาวของดิฉันก็สะดุดล้มที่หน้าตำหนักจนมีเลือดออก เพราะการมีอยู่ขององค์หญิงสี่นั่นเหมือนกันเพคะ”“เพราะการมีอยู่ขององค์หญิงสี่นี่แหละขอรับ บุตรสาวกระผมถึงได้พลัดตกลงไปในบ่อน้ำที่สวน จนเกือบจมน้ำตาย”“ที่พี่ชายของดิฉันตกบันไดจนขาหัก ก็เพราะการมีอยู่ขององค์หญิงสี่เหมือนกันเพคะ”“บุตรชายทั้งสองคนของกระผมที่ทำงานอยู่ฝ่ายครัวหลวงก็เกิดทะเลาะเบาะแว้งกัน…จนเกือบจะฆ่ากันตายก็เพราะการมีอยู่ขององค์หญิงสี่เหมือนกันขอรับ”“บุตรสาวของดิฉันที่ทำงานอยู่ฝ่ายครัวหลวงก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นเพราะการมีอยู่ขององค์หญิงสี่เหมือนกันเพคะ”“บุตรชายกระผมก็มีอาการป่วยไข้อย่างหนักจนเกือบจะเป็นบ้าเพราะการมีอยู่ขององค์หญิงสี่เหมือนกันขอรับ”สักพัก เหล่าบรรดาผู้คนในวังที่อยู่ภายในตำหนักพระโรงนั้นต่างก็ทยอยพากันตรัสเหตุผลกับพระองค์ต่างๆ นาๆ จนทำให้ภายในตำหนักพระโรงนั้นเกิดความโกลาหลวุ่นวายกันไปหมด“เงียบๆ!!” องค์จักรพรรดิสึชิมิคาโดะที่ 2 นั้นเริ่มจะทนไม่ไหว จึงทรงเอ่ยตะโกนสั่งให้ทุกคนที่อยู่ภายในตำหนักพระโรงเงียบลง เสียงตะโกนเอ่ยสั่งของพระองค์นั้นดังสนั่นกึกก้องไปทั่วทั้งตำหนักพระโรง หลังจากที่ภายในตำหนักพระโรงนั้นสงบลง เจ้าหญิงฮิเมรากิจึงตรัสถามเหล่าผู้คนในวังที่อยู่ภายในตำหนักพระโรงออกมาว่า“ด้วยเหตุเช่นนั้นแล้ว พวกเจ้าก็เลยพากันรังเกียจ จนถึงขั้นตีตัวออกห่างจากเจ้าหญิงฮิเมโยโกะอย่างงั้นสินะ”“ใช่แล้วหล่ะเพคะ”สาวใช้ในวังอีกนางหนึ่งเอ่ยตอบเจ้าหญิงฮิเมรากิ“คือพวกกระผมคิดว่า องค์หญิงสี่นี่แหละคือตัวกาลกิณีที่นำพาความวิปโยคมาสู่วังหน่ะขอรับ”หลังจากที่สาวใช้ในวังเอ่ยตอบ ก็ได้มีทหารองครักษ์ชั้นสูงที่อยู่ภายในวังนายหนึ่งตรัสเหตุผลที่ไม่เข้าท่าออกมา“ดังนั้นพวกเจ้าก็เลย...คิดวางแผนที่จะลอบปลงพระชนม์เจ้าหญิงฮิเมโยโกะอย่างงั้นหล่ะสินะ”เจ้าหญิงฮิเมรากิตรัสถามทหารองครักษ์ชั้นสูงนายนั้นออกมาด้วยความไม่พอใจ นายทหารองครักษ์ผู้ที่ถูกตรัสถามจึงพยักหน้าเพียงเล็กน้อยเป็นการยืนยันในคำตอบ“แล้วเจ้าหญิงฮิเมโยโกะเขาทำอะไรผิด ก็ในเมื่อเขาก็อยู่ตัวของเขาดีๆ ตอนที่เขาอาศัยอยู่ในวังแห่งนี้ เขาก็ไม่เคยเบียดเบียน หรือสร้างความเดือดร้อนให้กับใคร พวกเจ้าอย่ามาบอกว่าเป็นเพราะการมีอยู่ของเจ้าหญิงฮิเมโยโกะอะไรนั่นหน่ะ เพราะจากที่ข้าได้สังเกตดู เรื่องที่ได้เกิดขึ้นมาทั้งหมดนั้นมันไม่ได้เกิดจากเจ้าหญิงฮิเมโยโกะเลย...”เจ้าหญิงฮิเมรากิทรงตำหนิผู้คนในวังที่อยู่ภายในตำหนักพระโรงกันยกใหญ่“แม้ว่าเรื่องทุกอย่างจะเกิดขึ้นมาจากการมีอยู่ของเจ้าหญิงฮิเมโยโกะอย่างที่พวกเจ้าทุกคนว่า พวกเจ้าทุกคนก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะขับไส หรือทำร้ายจิตใจ หรือคิดจะฆ่าเขาใดๆ ทั้งนั้น เพราะทุกๆ คนที่พวกเจ้ามองว่าเป็นกาลกิณี หรือเป็นตัวอะไรก็ตาม แต่พวกเขาก็รักชีวิต พวกเขาก็มีจิตใจและความรู้สึกเช่นเดียวกับพวกเจ้า...”เจ้าหญิงฮิเมรากิถอนหายใจสักพัก ก่อนที่เธอจะตรัสถามอะไรบางอย่าง…เพื่อหวังจะให้ผู้คนในวังทั้งหมดที่อยู่ภายในตำหนักพระโรงนั้นได้ฉุดคิดขึ้นมาว่า“พวกเจ้าก็ลองคิดดู ถ้าหากวันหนึ่งที่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น เพราะมีตัวตนของพวกเจ้า หรือลูกหลาน ญาติพี่น้อง หรือคนรอบข้างที่พวกเจ้ารักเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดเหตุร้ายนั่น และก็ถูกคนอื่นๆ มองด้วยสายตาที่รังเกียจ หรือพยายามขับไส หรือคิดจะฆ่าพวกเจ้าหรือคนที่พวกเจ้ารัก เพราะเป็นตัวกาลกิณีหรือเป็นตัวอะไรก็ตามแต่ เมื่อถึงตอนนั้น พวกเจ้าก็จะรู้สึกยังไง”เมื่อได้ยินในสิ่งที่เจ้าหญิงฮิเมรากิตรัสออกมาเช่นนั้น เหล่าบรรดาผู้คนในวังนั้นต่างก็พากันนิ่งเงียบกันพักใหญ่ด้วยใบหน้าที่สลด ราวกับว่าพวกเขาทั้งหมดฉุดคิดขึ้นมาได้“ท่านองค์หญิงสามขอรับ ถ้าหากว่าเรื่องร้ายๆ ทั้งหมดที่ได้เกิดขึ้นมานั้นมันไม่ได้เกิดจากองค์หญิงสี่...แล้วมันเกิดจากอะไรหรือขอรับ”“พวกเราทั้งหมด...ต่างก็พยายามดูแลรักษาตัวเอง และก็ระมัดระวังอย่างสุดๆ แล้ว”ขุนนางทั้งสองในวังตรัสถามเจ้าหญิงฮิเมรากิ เธอถอนหายใจสักพักก่อนที่จะตรัสไปว่า“มันมีโยไคตนหนึ่งแฝงตัวอยู่ภายในวังแห่งนี้”“โย...โยไคงั้นหรือขอรับ”“ทำไมพวกเรามองไม่เห็นเลยหล่ะเพคะ”ผู้คนในวังทั้งสองคนตรัสถามเจ้าหญิงฮิเมรากิด้วยความรู้สึกระแวงอยู่นิดๆ“โยไคตนนั้นได้พรางตาพวกเจ้าไว้ พวกเจ้าจึงไม่สามารถมองเห็นมันด้วยตาเปล่าได้ มันสามารถแยกร่างออกมาได้หลายๆ ร่าง และพวกมันก็สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว และว่องไวราวกับแสง พวกมันเพ่นพ่านไปมาทั่ววังด้วยความเร็วสูง และนั่นก็เป็นเหตุที่ทำให้พวกเจ้าต้องประสบกับเคราะห์ร้ายอย่างที่พวกเจ้าได้กว่างไว้ข้างต้นนี่หล่ะ...”“แต่พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องนั้นเดี๋ยวข้าจัดการเอง”เจ้าหญิงฮิเมรากิก้มหัวโค้งคำนับให้กับองค์จักรพรรดิสึชิมิคาโดะที่ 2 เป็นการกราบถวายบังคม ก่อนที่เธอจะรีบเดินออกนอกตำหนักพระโรงมาที่กลางลานกว้างที่อยู่หน้าตำหนักพระโรง