ณสนามฟุตบอลแห่งหนึ่ง
“ลุย!’’
“เอาแม่งเลย!’’
“ยิง!’’
“...’’
ซวบ!
ลูกบอลพุ่งเข้าประตูไปเต็มซวบส่งผลให้สกอร์ทีมฉงเหว่ยขึ้นนําเป็น 3-0พวกเขาที่เป็นฝ่ายทําแต้มได้จึงมองอย่างเยาะเย้ยไปยังทีมซัวหลัวด้วยความสะใจ
“เป็นไงล่ะเจ๊งเฟย?แกอยากท้าทายพวกฉันเอง เพราะงั้นฉันจึงได้ไปพาตัวแทนทีมชาติมา ฮ่าๆๆๆๆ!’’ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูท่าทีหยิ่งยโสหัวเราะขึ้น เขาคนนี้คือ ม่านฝาง
ม่านฝางนั้นเป็นผู้นําทีมฉงเหว่ยแต่ไม่กี่วันก่อนหลังจากที่ทีมหลัวซัวมาเล่นที่นี่ทีมของเขาก็ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อยู่นับครั้งไม่ถ้วนด้วยเหตุนี้เขาจึงโมโหเป็นอย่างมากจนต้องเชิญชวนพี่ชายของเขาผู้ซึ่งเป็นตัวแทนทีมชาติมาช่วยสั่งสอนพวกมัน
“หึๆพวกนี้ก็ไม่เท่าเลยนี่ แล้วแกไปแพ้พวกมันได้อย่างไร? เหอะ!’ม่านเกาชายร่างใหญ่เดินเข้ามาด้วยเสียวหัวเราะหึๆ เห็นได้ชัดว่าแววตาของเขาเต็มไปด้วยความทะนงตนและเยาะเย้ยต่อทีมซัวหลัวเป็นอย่างมาก
“อย่าให้มันมากไปนะเว้ย!’’เจ๊งเฟยกัดฟันกรอดแล้วเตรียมจะมีเรื่อง
“อย่าน่าเจ๊งเฟย!’’ทว่าชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆเขาก็เดินเข้ามาแตะบ่าของเขาเพื่อห้ามปราม
“หลัวเฟิง…’’เจ๊งเฟยหันไปมองแล้วเริ่มใจเย็นลง เห็นได้ชัดว่าเขาสนิทกับชายหนุ่มคนนี้เป็นอย่างมาก
ชายหนุ่มตรงหน้าของเจ๊งเฟยนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เขาคือ หลัวเฟิง!
กัปตันทีมซัวหลัว!
“โอ้ไม่แปลกเลยที่ทีมของน้องชายฉันแพ้พวกแก ที่แท้พวกแกก็มีคนฉลาดอยู่บ้างเหมือนกัน!’’ทันทีที่เห็นหลัวเฟิง ม่านเกาก็ประหลาดใจ แต่เขาก็ยังคงพูดจาด้วยนํ้าเสียงเย้ยหยันเพราะอย่างไรซะเขาก็เป็นถึงตัวแทนทีมชาติดังนั้นแล้วเขาจึงไม่เห็นพวกนี้อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
“ผลแพ้ชนะยังไม่ได้ตัดสินกันซักหน่อยเพราะอย่างนั้นครึ่งหลังนี้เราจะเอาคืนให้ดู!’’ หลัวเฟิงไม่สนใจคําเสียดสีเขาจ้องมองกลับไปอย่างแน่วแน่
ทุกคนในทีมซัวหลัวไม่เว้นแม้แต่เจ๊งเฟยที่ได้ยินต่างพยักหน้าเห็นด้วยในตอนนี้กําลังใจของพวกเขาเริ่มกลับคืนมาแล้ว
“เหอะ!ก็มีดีแต่คําพูดล่ะวะ!’’ ต่อหน้าทีมซัวหลัวที่กําลังใจกลับคืนมาม่านฝางเพียงคํารามเยาะกับตัวแทนทีมชาติแล้วมันไม่มีอะไรที่พวกขี้แพ้พวกนี้จะทําอะไรได้
ไม่ช้าครึ่งหลังก็เริ่มขึ้น
ภายใต้เวลาที่เริ่มเดินทีมซัวหลัวสามารถแย่งลูกมาได้ โดยมีเจ๊งเฟยกับหลัวเฟิงอยู่แนวหน้า พริบตาพวกเขาก็ส่งลูกเตะประสานตรงออกไป
ซวบ!
ลูกบอลถูกยิงกระทุ้งเข้าประตูทันที
ส่งผลให้ตอนนี้สกอร์เป็นทีมฉงเหว่ย 3-1 ทีมซัวหลัว
ด้วยเหตุนี้ม่านเกาจึงอดเอ่ยปากชมไม่ได้“ดูเหมือนพวกแกจะพอมีฝีมืออยู่บ้างนี่…’’
ต้องบอกเลยว่าแม้จะเป็นตัวเขาแต่พอได้มาเชผิญหน้ากับสองคนนี้ที่เอาจริงแล้ว ก็ยังอยากที่จะลุยเดี่ยวกับพวกมันเพราะอย่างนั้นเขาจึงชื่นชมพวกมันจากใจจริง
ม่านฝางก็ได้แต่มองอย่างหงุดหงิดดูเหมือนว่าถึงแม้เขาจะพาพี่ชายของเขามา มันก็ไม่สามารถที่จะหยุดพวกนี้ได้ง่ายๆ
บัดซบ!ทําไมพวกมันถึงได้มีฝีมือเช่นนี้?
เมื่อเวลาผ่านไปด้วยลูกเตะประสานของเจ๊งเฟยและหลัวเฟิง ทีมซัวหลัวก็ทําแต้มได้อีกครั้ง
ซวบ!
“ฉันนึกออกแล้ว!ที่แท้ก็แกนี่เองหลัวเฟิงแห่งทีมปาฏิหาริย์!’’ วินาทีนั้นแววตาของม่านเกาที่มองไปยังหลัวเฟิงก็เผยให้เห็นถึงความตกตะลึง
“ทีมปาฏิหาริย์?’’ได้ยิน ม่านฝางก็ผงะไป ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อเสียงของทีมปาฏิหาริย์ว่ากันว่าทีมที่ว่านี้หากเป็นโลกฟุตบอลใต้ดินมันถือเป็นทีมอันดับหนึ่งไร้พ่ายอย่างแท้จริงดังนั้นแล้วผู้เล่นมากมายจากทีมนี้จึงเก่งกาจกว่าตัวแทนทีมชาติมากนัก
แล้วนี่มันเป็นไปได้ยังไงที่หลัวเฟิงเป็นหนึ่งในนั้น?
“ใช่ ฉันคือหนึ่งในทีมปาฏิหาริย์!’’ถูกจับได้ หลัวเฟิงก็พยักหน้าอย่างไม่ปิดบัง ที่ผ่านมานอกจากตัวเขาและเจ๊งเฟยแล้วก็มีเพียงคนไม่มีคนเท่านั้นที่รู้ดังนั้นเมื่อเห็นว่าตัวแทนทีมชาติมาเล่นให้กับทีมฉงเหว่ยเขาจึงอยากทดสอบฝีมือของอีกฝ่ายดู ไม่อย่างนั้นด้วยฝีมือของเขาทุกอย่างมันคงจะจบไปนานแล้ว
จบที่ทีมซัวหลัวของเขาเป็นฝ่ายชนะ!
“ไม่เพียงเท่านั้นนะหมอนี่นอกจากจะเป็นหนึ่งในทีมปาฏิหาริย์แล้วมันยังเป็นมือขวาของกัปตันทีมของทีมปาฏิหาริย์อีกด้วยถึงว่าล่ะว่าทําไมการเล่นคู่ของมันกับเจ้าเด็กนั่นถึงได้ดูเข้าขากันสุดๆ…’’ ได้รู้ความจริงม่านเกาก็เหลือเชื่อ เขาเคยไปดูการแข่งที่โลกใต้ดินมาบ้างดังนั้นพอเขานึกออกว่ามันเป็นคนๆเดียวกันเขาก็รู้ดีเลยว่าทําไมครึ่งหลังมานี้พวกเขาถึงไม่สามารถทําแต้มได้
ถูกต้อง!หลัวเฟิงยังไม่ได้เอาจริง!
พอคิดได้ม่านเกาก็ไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก แม้ทีมปาฏิหาริย์จะเก่งกาจก็จริงแต่การมาหยามกันแบบนี้ก็ใช่เรื่อง
“ถึงแกจะเป็นมือขวาของกัปตันทีมแห่งทีมปาฏิหาริย์แต่ฉันก็ไม่คิดว่าจะแพ้ให้กับทีมเด็กน้อยของแกหรอกนะ!’’ ม่านเกาพูดขึ้นแล้วเดินออกไปด้วยความมั่นใจ หากเป็นทีมปาฏิหาริย์มาเองเขาคงไม่ทําเช่นนี้แต่นี่แค่ทีมเด็กๆและคนหนึ่งคน ดังนั้นเขาจึงไม่กลัวว่าจะพ่ายแพ้
“เฮ้อคนโง่ก็ยังเป็นคนโง่อยู่วันยังคํ่าสินะ…’’ เห็นอย่างนั้นหลัวเฟิงก็ถอนหายใจพลางยักไหล่เขาเกลียดคนพวกนี้จริงๆที่คิดว่าตัวเองสามารถทําได้ทุกอย่าง
“ลุยกันเลยหลัวเฟิง!’’ในเมื่อหลัวเฟิงเปิดเผยตัวตนแล้ว เจ๊งเฟยก็ไม่จําเป็นต้องเล่นละครอีกต่อไปเขาจึงโบกมือให้กับลูกทีมที่ยืนตะลึงอยู่ด้วยความตื่นเต้น
ในที่สุดพวกฉันก็จะได้เอาจริงเสียที!
ทว่า!ทว่าก่อนที่พวกเขาจะได้เอาจริง เสียงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น!
“ช้าก่อน!’’เสียงๆนี้ทําเอาทุกคนที่กําลังจะเริ่มแข่งต่อต่างหันไปมองอย่างสงสัยพริบตา พวกเขาก็พบเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินมาพร้อมกับหญิงสาว
เห็นหญิงสาวที่ดูคุ้นเคยหลัวเฟิงและเจ๊ยเฟยก็ชะงักไป พวกเขาจําได้เป็นอย่างดีว่าเธอคือฉินเสว่เพื่อนร่วมชั้นเรียนของพวกเขาว่าแต่เธอมาทําอะไรที่นี่กัน แล้วชายหนุ่มคนนั้นเป็นใคร?
“แกเป็นใคร?’’มองไปยังชายหนุ่มหน้าหล่อ ม่านเกาก็ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจเขาไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ถูกหยุดระหว่างเครื่องร้อน ไม่งั้นเขาคงได้สอนให้หลัวเฟิงรู้ไปแล้วว่าคนๆเดียวน่ะไม่สามารถแบกทีมทั้งทีมได้หรอก
“พวกคุณใช่ไหมหลัวเฟิงและเจ๊งเฟย?’’กลับกัน ชายหนุ่มที่ถูกถามไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย เขาหันไปมองคนทั้งสองแล้วถาม
“ใช่แล้ว ว่าแต่คุณเป็นใคร?’’ เจ๊งเฟยและหลัวเฟิงสงสัยพวกเขาไม่คุ้นหน้าของชายหนุ่มคนนี้มาก่อนเลย เป็นไปได้ไหมว่าอีกฝ่ายจะเป็นนักข่าว?
คงไม่ใช่หรอกมั้ง…
แต่แล้วในวินาทีต่อมาพวกเขาก็ได้รับคําตอบ!
“ผมมู่หลิน...คือคุณครูของพวกคุณ!เพราะอย่างนั้นถ้าพวกคุณพ่ายแพ้แก่ผมในการดวลฟุตบอลแล้ว พวกคุณจะต้องกลับไปเรียนที่ห้องเรียน 12 เหมือนเดิม!’’ มู่หลินพูดออกไปในทันทีเขามองดูก็รู้แล้วว่าสองคนนี้หยิ่งใช่เล่นเพราะงั้นการที่เขาจะทําให้สองคนนี้กลับไปเรียนได้ ก็มีเพียงวิธีเดียวนั่นคือ...
บดขยี้ความมั่นใจของทั้งสองคนนั้นให้แหลกสลาย!
นั่นแหละวิธีที่จะทําให้ทั้งสองคนนั้นเลิกหยิ่งและเลิกคิดว่าตัวเองเก่งเสียที!