เลเวลที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมกับสเตตัสที่เพิ่มมากขึ้น
[HP : 300/300]
[MP : 150/150]
[LV : 12]
[พลังโจมตีกายภาพ : 40]
[พลังโจมตีเวทย์ : 20]
[ต้านทานกายภาพ : 20]
[ต้านทานเวทย์ : 10]
[ความเร็ว : 35]
[จิตเวทย์ : 15]
และสเตตัสที่เพิ่มขึ้นนั้นก็หมายถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย
"ถ้าเทียบกับนักดาบเวทย์ที่เลเวลใกล้เคียงกันแล้ว ท่านเซย์จิแข็งแกร่งกว่ามากเลยค่ะ" รีฟาร์บอกกับผมไว้แบบนั้น เมื่อได้เห็นค่าสเตตัสของผม ก่อนที่จะให้ดูค่าสเตตัสของตัวเองบ้าง
[HP : 500/500]
[MP : 700/700]
[LV : 20]
[พลังโจมตีกายภาพ : 20]
[พลังโจมตีเวทย์ : 80]
[ต้านทานกายภาพ : 20]
[ต้านทานเวทย์ : 70]
[ความเร็ว : 20]
[จิตเวทย์ : 50]
รีฟาร์นั้นต่างกับผม สายอาชีพของเธอคือนักเวทย์เต็มตัว ค่าสเตตัสของเธอก็เลยหนักไปทางเวทย์มากกว่ากายภาพทั้งพลังโจมตีและพลังป้องกัน ถึงไม่รู้ว่าสเตตัสเท่านั้นสำหรับเลเวล 20 มันสูงมากไหม แต่เท่าที่ได้ออกล่ามอนสเตอร์ร่วมกับเธอมา ในความคิดผมเธอเป็นักเวทย์ที่เก่งพอตัว ทั้งเวทย์โจมตี ทั้งเวทย์สนับสนุน ไหนจะยังเวทย์รักษาอีก ถ้าเธอเป็ตัวละครในเกม คงเป็ตัวบัคของสายเวทย์เลยก็ว่าได้ เพราะสามารถทำได้ทุกอย่างในตัวคนเดียว
"มีอะไรหรือเปล่าคะท่านเซย์จิดูไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่เลย"
"ปะ...เปล่า ไม่มีอะไร"
สวบ!!! ตอนนี้เป็ช่วยสายของวันรุ่งขึ้น หลังจากที่เมื่อคืนผมไปเก็บเลเวลที่โรงน้ำชาแสงจันทร์มาอย่างดุเดือด ตามแผนที่รีฟาร์บอกเอาไว้ ผมกับเธอจะไปโจมตีหมู่บ้านก็อบลินในกลางดึกของวันนี้ เพราะก็อบลินนั้นเป็มอนสเตอร์ที่หากินตอนเช้า และนอนหลับในตอนกลางคืน ่กลางดึกเลยเป็ช่วยที่มันอ่อนแอมากที่สุด เวลาที่เหลือใน่เช้าเธอก็เลยพาผมไปรับภารกิจที่กิลด์นักผจญภัยเพื่อหาเงิน รวมไปถึงฝึกฝนการต่อสู้ให้เฉียบคมมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
"ออร่าสายฟ้า" ในตอนนี้ผมสามารถใช้เวทมนตร์ได้อย่างเก่งกาจมากยิ่งขึ้น ไปถึงขั้นที่สามารถคลุมร่างกายตัวเองด้วยออร่าเวทมนตร์ได้แล้ว มันก็คล้ายๆ การอัดพลังเวทย์ลงไปที่ใบดาบเพื่อเพิ่มพลังการทำการโจมตี เพียงแต่ว่าการใช้ออร่านั้นเป็การแผ่ขยายพลังเวทย์ออกมาปกคลุมร่างกาย ในส่วนของคุณสมบัติเวทย์สายฟ้านั้น มันจะช่วยเพิ่มพลังกายและความรวดเร็วในการเคลื่อนที่ให้ผมเป็อย่างมาก และด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ ผมก็จัดการหมูป่าเขี้ยวยาวLV.15 ได้ด้วยการฟันธรรมดาแล้ว แต่ที่ต้องใช้ออร่าเวทย์แบบนี้ ก็เพื่อฝึกให้ร่างกายชินกับการใช้ออร่า
"ฮ่าส์ ฮ่าาส์ ฮ่าาาห์" ซึ่งมันก็กินพลังเวทย์อย่างมหาศาล ใช้เพียงแค่ไม่กี่นาทีพลังเวทย์ก็แทบจะหมดแล้ว
[MP : 20/150]
ส่วนสาเหตุที่ทำให้ผมไม่ค่อยมีสมาธินั้นก็เป็เพราะว่า ในหัวของผมเอาแต่คิดถึงเื่ของมาริอยู่ จิ้งจอกสาวแห่งย่านโคมแดงคนนั้น ผมไม่อาจลืมภาพอันเร่าร้อนของเราเมื่อคืนได้เลย โดยเฉพาะตอนเช้าที่เธอกอดผมเอาไว้อย่างแแ่ ในตอนที่ผมกำลังจะต้องจากเธอไป รวมไปถึงแววตาของเธอที่ใช้มองแผ่นหลังของผมในตอนที่ออกจากที่นั่นมาแล้ว ทั้งหมดนั้นมันทำให้ผมเดินย้อนกลับไปในโรงน้ำชาอีกครั้งหลังจากที่เดินออกมาได้เกือบครึ่งทางแล้ว
"เื่นั้นฉันคงทำตามคำขอของเซย์จิไม่ได้หรอกนะ แม้ว่าฉันจะถูกใจนายขนาดไหนก็ตาม"
"ไม่ได้จริงๆ เหรอครับ" ผมที่กลับไปยังโรงน้ำชาอีกครั้งนั้น ได้เขาไปคุยกับมาดามเอมม่าว่าอยากจะขอให้เธอยกมาริให้กับผม แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็คำขอที่ยากเกินไป
"มาริติดหนี้ฉันไว้เยอะมาก ถึงจะไม่อยากพูดแบบนี้แต่ถ้านายอยากจะได้เธอจริงๆ นายต้องหาเงินมาไถ่ตัวเธอ อย่างน้อยๆ ก็ต้องสิบเหรียญเงิน"
ด้วยเหตุนั้นผมก็เลยพามาริกลับมาด้วยกันไม่ได้ สิบเหรียญเงินเป็จำนวนเงินที่เยอะมากถ้าเทียบกับเงินที่ผมหาได้ในตอนนี้ ที่ผมอยากช่วยเธอส่วนหนึ่งมันอาจเป็เพราะผมถูกใจเธอ แต่เหตุผลจริงๆ ก็คือผมสงสารเธอที่ต้องมาเป็นางโลมทั้งๆ ที่ตัวเองไม่อยากได้เป็ อย่างน้อยๆ ถ้าผมช่วยเธอได้ ผมก็อยากให้เธอได้ใช้ชีวิตแบบที่ตัวเธออยากใช้ แต่เื่นี้มันเกินกำลังผมพอสมควร และผมก็ไม่อยากรบกวนรีฟาร์ด้วย เลยทำให้ผมไม่ค่อยมีสมาธิแบบนี้
"ย๊า!!!!" สวบ!!!! แต่มันก็ได้ส่งผลอะไรกับล่าหมู่าพวกนี้เท่าไหร่นัก
.
.
"สุดยอดไปเลยเขี้ยวหมูป่าเยอะขนาดนี้!!!!" เ้าหน้าที่หูกระต่ายพูดพลางหยิบเขี้ยวหมูป่า ที่ผมดรอปได้จากการล่าหมูป่าขึ้นมาดู "แถมยังเป็ของคุณภาพดีทั้งนั้นด้วย นี่คุณเซย์จิล่าหมูป่าไปเยอะขนาดไหนกันคะเนี่ย"
"ก็นะ...ฮ่าฮ่า ไม่ค่อยเท่าไหร่หรอก" อันที่จริงผมล่ามันจนหมดป่าเลยนั่นแหละ เพราะถ้าไม่หมดรีฟาร์ก็ไม่เลิกฝึกสักที
"คุณเซย์จิเนี่ยเป็นักผจญภัยที่มีพร์จังเลยนะคะ แค่เวลาไม่กี่สัปดาห์ก็ล่าหมูป่าพวกนี้ไหวแล้ว ปกตินักผจญภัยทั่วไปที่เป็มือใหม่ต้องเวลาสองถึงสามเดือนแท้ๆ"
"พอดีว่าฉันได้ครูฝึกดีนะ ฮ่าฮ่า" ผมได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อน ก็ผมไม่ใช่นักผจญภัยธรรมดาๆ แบบที่เธอพูดจริง ถึงจะเป็ผู้กล้าที่โลกนี้ลืมก็เถอะ ส่วนเื่ครูฝึกดีก็เป็เื่จริงนี่น่า เพราะรีฟาร์สอนทุกอย่างเกี่ยวกับโลกใบนี้ที่เธอรู้ให้จนหมดเลย
"นี่เป็รางวัลจากการทำภารกิจนะคะ ส่วนนี่เป็เงินที่ได้จากเขี้ยวของหมูป่าค่ะ"
"///" พอเห็นเงินแล้วมันก็ชุ่มฉ่ำหัวใจ รอก่อนนะมาริฉันจะเก็บเงินไปไถ่ตัวเธอให้ได้ แต่ก่อนที่จะไปไถ่ตัวมารินั้น ต้องไปทำเื่ที่สำคัญอีกเื่ก่อน
'ล่าก็อบลิน'
เมื่อเวลากลางดึกมาถึง ผมกับรีฟาร์ก็ออกเดินทางจากบ้านพักมุ่งหน้าตรงเข้าป่าลึก ไปถึงยังหมู่บ้านลับของพวกก็อบลินที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครค้นพบ จากตรงที่แอบซุ่มอยู่นี้ไม่อาจมองเห็นทางเข้าออกของหมู่บ้านได้เลย เพียงแต่ว่าผมกับเธอจดจำเส้นทางได้เป็อย่างดี รวมไปถึงต้นไม้ใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นจากภาพลวงตา เพื่อใช้ปกปิดประตูเข้าออกที่แท้จริงไว้
"พร้อมนะคะท่านเซย์จิ"
"อือ!!" หมับ!!! ผมตอบพลางกำดาบที่อยู่ในฝักไว้แน่น เพื่อเตรียมตัวที่จะชักมันออกมา ทางด้านรีฟาร์เองก็ปักคทาลงไปที่พื้น เพื่อเตรียมใช้เวทมนตร์เช่นเดียวกัน
"สายลมเอ๋ยจงพัดพา" พลั่บ!!!! สิ้นเสียงคำร่ายวงแหวนเวทย์สีเงินก็ปรากฏที่ด้านหน้าของเธอ จากนั้นก็เกิดเป็สายลมพัดหวนอย่างรุนแรง พาเอาทั้งกิ่งไม้ ทั้งใบไม้ปลิวว่อนไปหมด ก่อนที่ต้นไม้ด้านหน้าจะสลายหายเป็ควัน เผยประตูไม้ไผ่ขนาดสูงท่วมหัวที่ซ่อนอยู่ออกมา
"มีก็อบลินเฝ้ายามอยู่สามตัว" ด้านหลังของประตูไม้ไผ่มีป้อมยามอยู่สามป้อม แต่ละป้อมมีก็อบลินสามตัวอย่างที่รีฟาร์พูด และก็ดูเหมือนว่ามันทั้งสามจะไม่รู้เลยว่าเวทย์ลวงตาได้ถูกคลายออกแล้ว
"โอเคเห็นแล้ว" "ออร่าสายฟ้า!!!"
พลั่บ!!!! ตัวผมได้พุ่งออกไปจากจุดที่ซ่อนตัว พร้อมด้วยออร่าสายฟ้าที่คลุมร่างกาย เพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ให้ว่องไวมากยิ่งขึ้น ผมวิ่งไต่ขึ้นไปยังต้นไม่อันสูงใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ นั้น จากนั้นก็ะโลงจากกิ่งไม้พุ่งตรงเข้าใส่พวกมัน
"เพลงดาบสายฟ้าฟาด!!!"
สวบ!!!!!! ป้อมทั้งสามตั้งเป็เส้นตรงในแนวเดียวกันตามสันขอบของประตู เพราะแบบนั้นผมถึงโจมตีพวกมันทั้งสามตัวได้พร้อมกันด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว โดยเพลงดาบที่รวดเร็วและพลังทำลายสูงเยี่ยงสายฟ้าฟาดนั้น คมดาบก็ได้ตัดคอของก็อบลินตัวแรก ตัวที่สอง จนไปถึงตัวที่สาม ด้วยเวลาที่ห่างกันไม่ถึงเสี้ยววินาที ทำให้การบุกเข้าสู่หมูบ้านก็อบลินนั้นเป็ไปได้อย่างง่ายดาย
"ปลอดภัย" ตอนนี้ผมได้ขึ้นมาอยู่บนป้อมยามทางด้านริมสุด หลังจากที่มองเข้าไปในตัวหมู่บ้านแล้วไม่เห็นก็อบลินเฝ้ายามตัวอื่นๆ เลย ผมก็หันไปพูดกับรีฟาร์ที่อยู่ด้านนอก ว่าสามารถตามเข้ามาได้เลย
"FLY!!!" พลั่บ!!! เธอก็เลยใช้เวทย์ลมเคลื่อนย้ายตัวเองตามผมเข้ามา
ด้านในของหมู่บ้านก็อบลินนั้นมีเพิงพักอยู่ทั้งหมดสามหลัง เพิงพักหลังแรกที่อยู่ด้านหน้าสุด เหมือนว่าจะเป็จุดที่พวกก็อบลินใช้นอนร่วมกัน เพิงพักหลังที่สองอยู่ไม่ห่างจากเพิกพักหลังนั้นมาก เหมือนว่าจะเป็ที่เก็บของ ส่วนเพิงพักหลังที่สามที่อยู่ลึกสุดนั้น ผมไม่แน่ใจว่ามันคือเพิงพักอะไร แต่มันมีการตกแต่งที่ดีกว่ามาก แถมยังมิดชิดเป็อย่างมาก จนมองอะไรไม่เห็นด้วย
"ใช่จริงๆ ด้วย หมู่บ้านก็อบลินนี้มีราชินีเป็ผู้นำ" รีฟาร์พูดพลางกวาดสายตามองไปยังเพิงพักทั้งสามหลังตามที่ผมมองอยู่
"ก็อบลินส่วนใหญ่หรือแทบทั้งหมดจะเป็ตัวผู้ เพราะพวกมันไม่จะเป็ต้องอาศัยตัวเมียในการขยายเผ่าพันธ์ุ ไม่ว่าจะผสมพันธุ์กับตัวอะไรลูกก็จะออกมาเป็ก็อบลินทั้งหมด นั่นเลยทำให้ไม่มีความจำเป็ที่ต้องมีก็อบลินเพศเมียในฝูง แต่ว่าถ้าเกิดมีก็อบลินตัวเมียขึ้นมา ก็อบลินตัวนั้นจะถูกเลี้ยงดูเยี่ยงราชินี แถมฝูงนี้ยังมีเมจิกก็อบลินด้วย ก็อบลินราชินีก็เลยถูกเลี้ยงดูดีไปกันใหญ่"
"แล้วเราจะเอายังไงต่อดี"
"...." เธอครุ่นคิดเล็กน้อย "จัดการให้หมดเลย" ก่อนที่จะหันมาตอบผมด้วยใบหน้าอันเรียบเฉย แบบว่าเอาจริงๆ ผมก็คิดว่าเธอน่าจะพูดแบบนี้อยู่แล้วแหละ เพราะไม่ว่าจะปราบมอนสเตอร์ที่ไหนเธอก็พูดคำนี้เสมอ
"งั้นก็เอาเลยนะ" หมับ!!!! ดาบถูกกำในมือจนมั่น พลังเวทย์ถูกอัดลงไปยังใบดาบจนเปล่งแสงสีน้ำเงิน และประกายสายฟ้าที่พวยพุ่ง พลั่บ!!! จากนั้นผมก็วิ่งแล้วกระโจนลงมาจากป้อมยามที่สูงราวๆ สามเมตรกว่า
"เพลงดาบดาวหางอัสนี" แล้วะเิพลังเวทย์พุ่งเข้าใส่เพิงพักของก็อบลินด้วยเพลงดาบที่แอบฝึกมาใหม่ เพลงดาบสายฟ้าที่พุ่งลงสู่พื้นดินด้วยความรุนแรงราวกับดาวหาง
#ผู้กล้าขยี้สวาท