หมับ! หยางจูคว้าข้อมือแกร่งเอาไว้ก่อนที่เขาจะลุกออกจากที่นอนไป เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องทำแบบนี้ รู้แค่ว่ารู้สึกไม่ดีเอาเสียเลยที่เห็นเขามีสีหน้าผิดหวังแบบนั้น
หวงจิ่นกวงหยุด แต่ยังไม่ได้หันกลับไป เขานิ่งรอฟังอยู่ว่าเธอจะพูดอะไรต่อ แต่นานแล้วก็ยังไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงเสียงลมหายใจเข้า-ออก ที่บ่งบอกว่าต่างฝ่ายต่างตื่นเต้น
“คุณนอนเถอะ ผมจะไปนอนกับลูก” เขาค่อยๆ ดึงมือตัวเองกลับคืนมา ถ้าเธอไม่พร้อมก็ไม่คิดจะฝืนใจ
หยางจูคิดจะพูดอะไร เพียงแต่คำพูดที่เปล่งออกมามันกลับจุกที่อก ไม่ยอมเปล่งออกมาสักที จนกระทั่งเขาลงจากเตียง กำลังจะเดินไปเปิดประตู
“ฉะ ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น” ในที่สุดเธอก็พูดออกมาจนได้
“ผมรอได้ ไว้คุณพร้อมเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”
หวงจิ่นกวงเดินออกจากห้องไปแล้ว ส่วนหยางจูยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน รู้สึกนอยนิดๆ ทั้งที่บอกไปแล้วว่าตัวเองไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น ก็หมายความว่าเธอพร้อมที่จะเป็นของเขา แต่จะให้พูดออกไปตรงๆ ได้อย่างไรกันล่ะ
เช้าวันถัดมาเหตุการณ์ดูเหมือนจะปกติ แต่มีเพียงหยางจูกับหวงจิ่นกวงเท่านั้นที่รู้ว่าไม่ปกติ ไม่ว่าเธอพยายามจะทำตัวเหมือนเดิมมากแค่ไหน แต่ก็รับรู้ได้ว่าเขาพยายามตีตัวออกห่างจากเธอ
“มีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่า?” เจียวหลิงมาหาหยางจูช่วงสาย
เนื่องจากเธอถามสามีเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเลขาลู่กับหัวหน้ากวงแล้ว สามีกลับบอกว่าหัวหน้าหวงวางตัวดี ไม่ได้ค่อยสุงสิงกับใคร ทำให้เพื่อนร่วมงานต่างเกรงอกเกรงใจ
“ถ้าเป็นเรื่องเลขาลู่ ฉันถามสามีแล้ว”
“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกค่ะ จิ่นกวงบอกฉันแล้วว่าระหว่างเขากับเลขาลู่ไม่มีอะไร ผู้จัดการแค่ฝากให้ดูแลเขาเป็นพิเศษเท่านั้น อาจเพราะเขาเพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ เลยไม่อยากให้เกิดข้อผิดพลาดน่ะค่ะ” หยางจูอธิบาย
ความจริงเธอไม่ค่อยชอบพูดเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่ แต่เป็นเพราะวันนี้รู้สึกไม่สบายใจ เลยอยากจะพูดกับใครสักคนเท่านั้น
“ฉันบอกแล้วว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร อย่าไปฟังเซียวฉินมากนัก รายนั้นมีแผลในใจเลยระแวงไปหมด”
“ยังไงเหรอคะ?” หยางจูขมวดคิ้วสงสัย
“ก็…ขยับเข้ามาใกล้ๆ สิ”
จากนั้นเจียวหลิงก็เล่าเรื่องสามีของเซียวฉินให้ฟัง บอกว่าเขาแอบไปคุยกับพนักงานฝ่ายผลิต ถึงขั้นพ่อแม่พ่อน้องเขาไม่ยอม เพราะเด็กนั่นยังเป็นสาวไม่เคยแต่งงานมาก่อน ดูก็รู้ว่าหวังสบายทางลัด คิดว่าตีสนิทหัวหน้าแล้วจะสามารถทำให้บรรจุเป็นพนักงานประจำได้ ติดตรงที่เซียวฉินระแคะระคายเรื่องเจ้านายลูกน้องขึ้นมาก่อน ทำให้ผู้หญิงคนนั้นถูกเลิกจ้าง
หยางจูฟังแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะเรื่องของตัวเองยังเอาไม่รอดเลยไม่อยากเอาเรื่องคนอื่นมารกสมอง
“ว่าแต่ เธอกับหัวหน้ากวง”
“ไม่ดีค่ะ ความจริงแล้วฉันกับเขาเหมือนจะเข้าใจผิดกันนิดหน่อย”
จากนั้นหยางจูก็เล่าเรื่องของตัวเองให้ฟัง แต่ไม่ได้เล่าทั้งหมด บอกเพียงแค่ว่า ตั้งแต่สามีกลับจากทหาร ทั้งสองคนก็ยังไม่เคยร่วมเตียงนอนกันเลย นั่นทำให้เซียวฉินตาโตด้วยความตกใจ
“น้องจูจู อย่าหาว่าพี่สอนเลยนะ ก่อนที่จะกล่าวหาว่าสามีออกไปหาเศษหาเลยนอกบ้าน ในบ้านก็ต้องดูด้วยว่าเขาอิ่มหรือเปล่า ต่อให้เป็นหมาป่า แต่ถ้ามันอิ่ม เหยื่อที่ว่าหวานมันก็ไม่สนใจหรอก”
หยางจูคิดตาม ไม่ใช่ว่าเธอไม่คิด เพียงแต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร อีกอย่างความประทับใจของสามีในตอนแรกก็ไม่ได้ดีเท่าตอนนี้สักหน่อยนี่นา
“ฉันรู้ค่ะ พี่พอจะมีวิธีหรือเปล่าคะ”
“จะว่าไปแล้วมันก็พอจะมีอยู่หรอกนะ” เซียวฉินกระแอม จากนั้นก็แนะนำเรื่องที่ภรรยาควรให้กับเธอ
หยางจูฟังแล้วถึงกับส่ายหน้า จะให้เธอทำแบบนั้นได้อย่างไร ชวนสามีมาแช่น้ำด้วยกันเนี่ยนะ? จะเป็นไปได้อย่างไรกัน
หลายวันผ่านไป ดูเหมือนว่าเขาจะเย็นชามากกว่าเดิม ถึงขั้นบอกให้ห่อข้าวไปให้กิที่ทำงาน เพราะไม่อยากเสียเวลากลับมากินข้าวที่บ้าน หยางจูไม่รู้จะทำอย่างไรดี อยู่ๆ คำพูดของเจียวหลิวเมื่อหลายวันก่อนก็เข้ามาในหัว
“เอาวะ ลองดูสักตั้งก็ไม่เสียหายอะไร” เธอให้กำลังใจตัวเอง
จากนั้นก็จัดแจงให้ลูกชายเข้าไปในห้อง ปกติแล้วหวงจิ่นกวงจะอาบน้ำเป็นคนสุดท้าย เพราะหยางจูไม่ชอบอาบน้ำที่พื้นห้องน้ำเปียก ครั้งนี้เธอแกล้งอาบน้ำนานกว่าทุกวัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้น ทำเอาหยางจูใจเต้นแรงขึ้นมาในทันที
“หยางจู" หวงจิ่นกวงเรียกอีกฝ่าย
“….” ทว่าเธอกลับเงียบไม่ยอมตอบอะไร
“ได้ยินหรือเปล่า?” เขาพยายามเงี่ยหูฟัง แต่เหมือนข้างในจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เลย
“ถ้าคุณไม่ตอบผมจะเข้าไปแล้วนะ”
“….”
หญิงสาวในร่างที่เปลือยเปล่า นอนหลับตาพริ้ม อวดแผ่นหลังขาวเนียน ในอ่างเต็มไปด้วยฟองสบู่สีขาวส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งห้องน้ำ เธอแอบหยิบเอาบาธบอมมาจากในมิติ เวลานี้ไม่สนใจแล้วว่าสามีจะสงสัยหรือเปล่า เพราะอยากจะสร้างความโรแมนติกมากกว่า
ทันทีที่จับลูกบิด เขาพบว่าห้องน้ำไม่ล็อก สิ่งหนึ่งที่เขาได้เรียนรู้จากผู้หญิงคนนี้คือ เธอไม่ชอบลงกลอนประตู ไม่ว่าจะห้องนอน หรือแม้กระทั่งห้องน้ำ
แต่สิ่งที่หวงจิ่นกวงไม่รู้คือ เธอตั้งใจไม่ล็อกห้องน้ำต่างส่วน ส่วนประตูห้องนอนนั้นเป็นข้อยกเว้น
“จูจู”
ชายหนุ่มถึงกลับเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกชื่ออีกฝ่าย เวลาที่อยู่ด้วยกันสองต่อสอง หรือเวลาที่เธอทำตัวน่ารัก เขามักจะเรียนเธอว่า จูจู ตามที่เจ้าของชื่อเคยขอเอาไว้ และเขาก็รู้สึกว่ามันฟังดูน่ารักดี
หยางจูลอบกลืนน้ำลาย หูก็ได้ยินเสียงสวบสาบตามการขยับของใครอีกคน เขาเริ่มเดินเข้ามาใกล้เธอเข้าทุกทีแล้ว
สายตาของหวงจิ่นกวงตอนนี้ไม่ได้ละจากแผ่นหลังสีขาวเนียนนั้นเลย เธอเป็นคนขาว ทั้งยังผิวเนียนละเอียดมาก ทำให้เขาแยกแทบไม่ออกว่าอันไหนผิว อันไหนฟองสบู่ ยิ่งเวลาที่แผ่นหลังโดนน้ำ มันยิ่งเหมือนกันแผ่นหลังของเธอคล้ายไข่มุก ที่ถูกเคลือบเอาไว้ ส่องประกายจนทำให้ไม่สามารถละสายตาออกไปได้
“อือ” หยางจูครางออกมาเบาๆ ในลำคอคล้ายไม่ตั้งใจ
ถึงเธอจะไม่เคยมีประสบการณ์จริงเรื่องเพศ ทว่าเธอกลับช่ำชองเรื่องทฤษฎีเป็นอย่างมาก ก็เธอมันเจ้าแม่ฉากวาบหวิวนะขอบอก แค่ก!
หวงจิ่นกวงเม้มปากแน่น ไม่มั่นใจว่าเธอตื่นหรือกำลังหลับอยู่ ถึงจะไม่กล้าทำอะไร แต่ก็ไม่อยากออกไปไหน สุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ให้กับแผ่นหลังขาวเนียน รวมไปถึงเนินเนื้อที่โผล่พ้นฟองสบู่ออกมาให้เห็นเพียงรำไร
เขาเอื้อมมือออกไปสัมผัสช้าๆ ผิวของเธอเนียนนุ่มและลื่นเหมือนผิวเด็ก นั่นทำเอาเขาแทบคลั่ง เพราะไม่อยากทำแค่สัมผัส
หยางจูแอบสะดุ้งเวลาที่มือร้อนกระทบเข้ากับแผ่นหลังของเธอ ถึงกระนั้นเธอก็ทำเพียงแค่ขยับเล็กน้อยเท่านั้น แล้วเอ่ยเรียกชื่อเขาเบาๆ “สามี…คุณไม่รักฉันแล้วเหรอคะ”
น้ำเสียงของเจือปนความน้อยใจ ทำเอาคนฟังถึงกับขมวดคิ้วมุ่น เขาแสดงออกตอนไหนว่าไม่รัก? ทั้งที่แทบจะถวายทุกอย่างที่มีให้เธอครอบครอง
“ทำไมคุณเฉยชากับฉันนักล่ะคะ ฮึก”
“ใครบอก…” สุดท้ายเขาทนไม่ไหว กระซิบที่ข้างหูคนละเมอเบาๆ ให้เธอตื่น
“หืม?” หยางจูแสร้งทำเป็นเพิ่งตื่น สีหน้างุนงง จากนั้นก็หันไปสบตากับอีกฝ่าย ซึ่งตอนนี้เขากำลังจ้องมาที่เธอสายตาหวานเยิ้ม
เดิมทีก็หน้าหวานอยู่แล้ว ยิ่งมองใกล้ๆ แบบนี้ก็ยิ่งหวาน ทว่ากลับมีเสน่ห์เหลือล้น จนไม่อาจะต้านทานได้ ริมฝีปากแดงติดคล้ำนิดๆ กำลังเม้มแน่น คาดว่าเขาน่าจะพยายามข่มอารมณ์ดิบเอาไว้อยู่
หยางจูไม่คำนึกถึงยางอายอีกต่อไป เอื้อมมือไปสัมผัสคนตรงหน้า เพื่อดูว่าเธอฝันไปหรือเปล่า สวรรค์…ทำไมถึงประทานสามีที่หล่อเหลาให้เธอแบบนี้
สุดท้ายหวงจิ่นกวงคุมตัวเองไม่ไหว คว้าต้นคอระหงเข้ามา จากนั้นก็ช่วงชิงความหวานในโพรงปาก
“อื้อ…”