ตอนที่ 33 ปรุงโอสถต่อหน้าเจ้าหอโอสถ
หนุ่มสาวทั้งสามแยกย้ายจากเจ้าสำนักศิลาและพ่อบ้าน แม้ศิลาจะอาสาไปช่วย แต่ครามได้ปฏิเสธดังนั้นทั้งสามในชุดที่ดูไม่มีสง่าราศีอะไร จึงถูกทหารยามปิดกั้นทางเข้าด้วยหอก ตอนแรกเฌอปรางมีท่าทีไม่พอใจ และเหมือนจะเอ่ยบางอย่าง ครามรู้ดีว่าเธอพยายามจะเผยตัวเอง จึงได้ห้ามไว้ เพื่อไม่ให้เผยตัวตนที่แท้จริง
ที่เป็นเช่นนี้ไม่ใช่เพราะจะเล่นสนุกอะไร แต่เป็นเพราะทุกทีมมีเวลาเพียง 7 วัน ดังนั้นหากรู้ว่าทีมใดแข็งแกร่งด้านใดเป็นพิเศษ ทำให้สามารถหาทางตอบโต้ได้ง่าย ในทางกลับกัน การไม่เป็นที่สนใจมากนัก ทำให้ง่ายในทั้งเชิงรุก และรับ
ในการประมูลก็เช่นกัน เขาจงใจไม่เปิดเผยตัวตนของทุกคนในทีม แม้จะถูกกีดกัน แต่ก็ต้องเข้าไปให้ได้
สำนักประมูลข้างหน้าครามและสาวๆ เป็นสำนักประมูลที่มีชื่อเสียงของนครเนรดี สิ่งของที่นำมาประมูลที่นี่มีตั้งแต่ ทรัพย์สิน ที่ดิน บ้าน อาวุธ คัมภีร์ สมุนไพรหายาก โอสถวิเศษ เป็นต้น ทุกสิ่งล้วนถูกคัดกรองจากเจ้าหอที่มีความเชี่ยวชาญสายตาแหลมคมในแต่ละสาขา ทำให้สำนักประมูลแห่งนี้ไม่เคยมีคำว่าขาดทุน
“พวกข้าต้องทำเช่นไร ถึงจะเข้าไปได้” ครามเอ่ยถามทหารยาม
“มีเพียงสองทางที่พวกเจ้าจะเข้าได้ คือ มีสินค้ามาประมูล และแสดงทรัพย์ให้รู้ว่าเจ้าต้องการมาประมูลสินค้าจากสำนักประมูล อย่างน้อยต้องมี 100,000 เหรียญทอง”
“ถ้าข้ามีสินค้ามาประมูลล่ะ”
ทหารยามพยักหน้า และรีบไปเรียกสตรีท่านหนึ่งมา เมื่อเธอมาถึงเธอประสานมือที่หน้าท้องและโค้งไปที่ทั้งสาม “พวกท่านมีสิ่งใดประมูลอย่างนั่นรึ”
“ข้ามีโอสถระดับสองให้ท่านพิจารณา” ครามพูดพลาง ยื่นขวดโอสถที่ตั้งใจนำมาประมูลให้แก่สตรีนางนั้นดู
“ถ้าเป็นโอสถ ข้าเกรงว่าจะต้องให้เจ้าหอโอสถเป็นผู้คัดกรอง เชิญพวกท่านเข้าไปข้างในก่อน” พลันเธอผายมือเป็นการเชื้อเชิญ
ว่าแล้วทั้งสามก็ตามนางเข้าไปข้างใน ด้วยการแต่งตัวของทั้งสามทำให้แขกหลายคนที่มองเห็นไม่ค่อยสบอารมณ์นัก เพราะทั้งสามนั้นไม่สามารถบ่งบอกได้เลยว่าใครเป็นนายเป็นบ่าวกันแน่ หลังจากฝ่าสายตาอันแรงกล้าเหล่านั้นไปชั่วครู่ก็ถึงห้องๆ หนึ่งมีทหารยามยืมเผ้ามากถึง 10 คน
“พวกเรายึดมั่นในกฎระเบียบมาก หากผู้ใดมีความจงใจนำของปลอมมาหลอก จะถูกทำโทษโดยวิถีของพวกเรา”
แต่อย่างไรก็ตาม ดรุณีทั้งสองต่างเชื่อมั่นในครามจึงเดินเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด เมื่อเข้าไปถึงห้องชั้นใน มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง หันหน้ามาสบตากับทั้งสาม ใบหน้าดูเย่อหยิ่งสักหน่อย แต่ก็ไม่เท่ากับแขกที่มาร่วมงานประมูลที่อยู่ข้างนอกนั่น สตรีนำทางเรียกเขาว่า เจ้าหอโอสถ
“พวกเจ้ามีสิ่งใดมาประมูลอย่างนั่นรึ”
ครามรีบกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “ข้ามีโอสถระดับสองอยากให้ท่านพิจารณา” พูดจบครามก็ส่งขวดโอสถให้ ขวดนั้นบรรจุโอสถ 100 เม็ด ชายคนนั้นรับไป เปิดจุกและเทโอสถออกมา 1 เม็ด เขายืนพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง แม้โอสถนี้จะมีกลิ่นหอมของสมุนไพรที่ถูกต้องตามตำรา แต่มิใช่แบบกลั่น เขาจึงส่ายหน้าอย่างเสียดาย และยื่นกลับไปให้คราม
“นี่เป็นโอสถระดับสอง แบบบดและปั้น ข้าสัมผัสได้ถึงกรรมวิธีในการปรุงที่ยากลำบากและพิถีพิถัน หากแต่มิใช่โอสถแบบใช้เตากลั่น ถ้าเป็นเมื่อ 5 ปีก่อน ข้าจะรับ แต่มาปีนี้เปลี่ยนกฎใหม่ตามความต้องการของตลาด ต้องเป็นโอสถแบบกลั่นเท่านั้น และต้องเป็นระดับสองขึ้นไปเท่านั้นอีกด้วย ถ้าท่านมีข้ายินดีประเมินราคาเบื้องต้นให้”
“หากข้ามีโอสถแบบกลั่นระดับ 2 จำนวน 1,000 เม็ด ท่านจะให้ราคาข้าอย่างไร”
“โอสถแบบกลั่นทุกชนิดถูกแบ่งระดับแบ่งย่อยออกเป็น 3 ขั้นได้แก่ ขั้นต้น เม็ดโอสถจะมีตะกอนเจือปนอยู่ประมาณ 2 ใน 10 ส่วน ขั้นกลาง จะมีประมาณ 1 ใน 10 ส่วน และขั้นสูง เรียกว่าเป็นโอสถขั้นพิสุทธิ์ ไร้ตะกอน ไร้สิ่งเจอปน ดุจน้ำค้างยามเช้า มีพลานุภาพมาก เพียงเข้าปากก็ละลายเข้าแทรกซึมทั่วร่างได้ทันที มีฤทธิ์ฉับพลัน โอสถชนิดนี้จะราคาแพงที่สุด แม้จะอยู่เพียงระดับ 2 ก็มีราคาแพงเทียบเท่ากับโอสถระดับ 3 ขั้นตนเลยทีเดียว”
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะปรับปรุงมันให้แก่ท่านเดี๋ยวนี้”