หลังจากหลานหลิงระลึกได้ว่าเขาเป็ใครต้องใช้เวลาสักพักเพื่อทำให้เขาสงบใจลงได้แต่เมื่อเขาพยายามหันศีรษะอันเล็กจ้อยที่วางอยู่บนลำคออันอวบอ้วนมองไปรอบ ๆอย่างละเอียดอีกครั้งรอยยิ้มของเขาก็จางหายไปทีละน้อย เครื่องปั้นดินเผาเสื้อผ้าเนื้อหยาบ อาหารการกินจืดชืด? สุขอนามัยเข้าขั้นต่ำทราม??เตียงนอนอันแข็งกระด้าง??
นี่มันราชวงศ์ใดในประวัติศาสตร์หากนี่เป็การย้อนเวลาไฉนข้าถึงย้อนเวลามาไกลยิ่งนักหากข้าย้อนกลับไปสักสิบยี่สิบปียังกลับไปลงทุนกับอาณาจักรลุงสตีฟทันหากแต่เมื่อย้อนกลับมาไกลเช่นนี้ ์หมายให้ชีวิตข้าลำบากตรากตรำเกินไปหรือไม่
และแล้วความกังวลของเขาก็เป็จริงหลานหลิงพบว่า เขาไม่ได้มาที่แห่งนี้พร้อมกับพลังวิเศษอะไรไม่ได้มีระบบติดตัวมาแต่กำเนิดเหมือนในนิยาย ที่หนักยิ่งกว่าคือดูจากภาษาที่ใช้กันดูจากดวงจันทร์สามดวงบนฟากฟ้า ใต้หล้าแห่งนี้ไม่ใช่โลกเดิมที่เขาเคยอยู่มาเช่นนั้นข้ามาที่แห่งนี้เพื่ออะไรหรือนรกสาป์กลั่นแกล้งให้เขามารับความลำบากเพราะเคราะห์กรรมที่เคยก่อเอาไว้ในชาติก่อน
แต่อย่างน้อย...์ก็ให้สิ่งที่มีค่าที่สุดกับเขามาอย่างหนึ่งสิ่งที่เมื่อเราสูญเสียไปแล้วไม่มีทางนำมันกลับมาได้ สิ่งนั้นก็คือ เวลา
เขามีเวลาเรียนรู้เขามีเวลาสำรวจสิ่งใหม่ ๆ ทำความเข้าใจใต้หล้า หากไม่นั่งเฝ้าตอรอกระต่าย [1] ก้าวออกไปไขว่คว้าโอกาสชีวิตใหม่ในโลกยุคเก่าใบนี้ของเขาคงไม่ย่ำแย่จนเกินไปนักหลานหลิงพยายามมองโลกในแง่ดี
ดังนั้นผาเหล็กดำจึงมีเด็กประหลาดกำเนิดขึ้นมาหนึ่งคนเด็กนั่นก็คือหลานหลิงนั่นเองครั้งเมื่อยังเป็เด็กแรกเกิดเขาก็เหมือนกับเด็กผู้อื่นทั่วไปในหมู่บ้านหากแต่เมื่อหลานหลิงยิ่งโตเขากลับยิ่งค่อย ๆ แปลกประหลาดแตกต่างจากเด็กคนอื่นสิ่งแรกที่มารดาของเขาสังเกตได้ก็คือหลานหลิงไม่ค่อยร้องไห้เหมือนเด็กทั่วไปไม่ค่อยชอบสื่อสารไม่ค่อยชอบพูดจาส่งเสียงอ้อแอ้ตามประสาเด็กทั้งไม่สนใจเล่นกับของเล่นหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็เวลานาน ๆกลับกันทารกน้อยคนนี้มักชอบสำรวจ คลานไปดูนั่นดูนี่ดูมารดาของเขาหรือคนในหมุ่บ้านดำเนินชีวิตประจำวันดูได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ
เมื่อหลานหลิงเริ่มออกก้าวเดินได้การสำรวจที่แท้จริงจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยความช่วยเหลือของมารดาหลานหลิงก็พบว่าหมู่บ้านของเขาห่างจากทะเลอยู่ไม่ไกลซึ่งต่อมากลายเป็ว่าหมู่บ้านของเขาตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งเท่านั้นเอง
ด้วยความที่เป็เพียงเกาะเล็กๆทรัพยากรบนเกาะก็มีน้อยยิ่งกว่าน้อยนั้นทำให้ในชุมชนสร้างกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดขึ้นมาควบคุมจากการที่ถูกล้อมรอบด้วยทะเลทั้งสี่ด้านสิ่งที่อันตรายที่สุดกลับกลายเป็คนในเกาะด้วยกันเองหลานหลิงรู้มาว่าบนเกาะแห่งนี้ยังมีอีกสองชุมชนตั้งอยู่ซึ่งเป็กลุ่มที่ขัดแย้งหรือไม่พอใจแนวทางการดูแลของหัวหน้าหมู่บ้านจึงแยกตัวออกไปจากผาเหล็กดำที่เขาอาศัยอยู่นั่นเอง
ความขัดแย้งดำเนินมาเป็เวลาเนิ่นนานเพื่อไม่ให้ทั้งสามชุมชนที่มีคนไม่มากอยู่แล้วรบรากันจนพังพินาศทั้งสามฝ่ายหัวหน้าหมู่บ้านทั้งสามจึงมีการร่างการปกครองอย่างเข้มงวด ยึดถือวินัยความซื่อสัตย์ การเสียสละ และควบคุมความ้าของตนเอง คนที่ละเมิดกฎจะได้รับบทลงโทษอันรุนแรง
แน่นอนว่าการเคารพผู้าุโความกตัญญูก็สำคัญเช่นกันดั่งท่าทีใที่ผิงผิงแสดงออกมาเวลาที่หลานหลิงพูดจาเหมือนไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งสอนของผู้าุโนักนั่นทำให้หลานหลิงกลายเป็คนที่มักจะเก็บความคิดเอาไว้ในหัวมากกว่าที่จะพูดออกมามิเช่นนั้นไม้ซักผ้าของมารดาจะต้องมาตกกระทบก้นขาว ๆ ของเขาอย่างแน่นอน
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้หลานหลิงประหลาดใจก็คือการที่ตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านไม่ได้ส่งต่อสืบทอดกันรุ่นต่อรุ่นผ่านทางสายเือย่างที่เขาคาดไว้แต่เป็การเลือกโดยผู้าุโกลุ่มหนึ่งแม้ไม่อาจพูดได้ว่ามันเป็การรับฟังเสียงส่วนใหญ่เพราะผู้าุโต่างก็มีแรงจูงใจในการเลือกผู้นำต่างกันไปแต่เพียงแค่นี้ก็น่าประทับใจแล้ว
หากแต่หลักเกณฑ์การเลือกผู้นำไม่มีใครนอกจากกลุ่มผู้าุโสามารถล่วงรู้ได้เพียงได้ยินกันมาบ้างว่าเกี่ยวข้องกับััถึงพลังในธรรมชาติจริงหรือไม่หลานหลิงก็คร้านจะไปคาดเดาสิ่งที่ไม่เป็รูปธรรมเช่นนั้นในยุคสมัยแห่งความล้าหลังเช่นนี้ขอแค่ไม่พาเขาและเหล่าชาวบ้านไปสู่ความล่มจมหลานหลิงก็รู้สึกขอบคุณจากใจแล้ว
ยายเฒ่าเคยเล่าว่ามีอดีตหัวหน้าหมู่บ้านเคยฝ่าฝืนธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาพยายามส่งต่ออำนาจสู่ลูกหลาน เพียงแต่ไม่นานก็เกิดภัยพิบัติ ผู้คนอดอยากชาวบ้านฆ่ากันเอง จนผาเหล็กดำหวิดจะสิ้นชื่อต้องจับหัวหน้าหมู่บ้านคนนั้นรวมถึงคนทั้งตระกูลสำเร็จโทษปะา กลับมาปกครองด้วยวิถีเก่าแก่ถึงผ่านพ้น่เวลาอันเลวร้ายไปได้ตอนแรกหลานหลิงยังเข้าใจว่าเป็เื่เล่าแต่พอยายเฒ่าถือไม้เท้ากระย่องกระแย่งไปดูซากบ้านที่บอกว่าเคยเป็ของตระกูลเก่านอกรีตนอกวิถีหลานหลิงถึงได้ขนลุกขึ้นมา บนโต๊ะในห้องทานข้าวห้องหนึ่งยังมีจานกระเบื้องแตกหักมีคราบของกินที่ยังทานไม่หมดก่อนที่เ้าของบ้านจะถูกลากออกไปอยู่เลย
ด้วยเื่เล่าที่กล่อมเกลาสั่งสอนทุกคนมาั้แ่เด็กลำดับาุโที่เคร่งครัดทำให้น้อยคนนักที่จะคิดมักใหญ่ใฝ่สูงตราบใดที่หัวหน้าหมู่บ้านจัดสรรสิ่งของจำเป็ให้กับทุกคนอย่างเพียงพอ
พวกที่อยากแหกคอกย่อมมีอยู่แล้วเพียงแต่ชุมชนผาเหล็กดำนี้มันเล็กเกินไปแต่ละตระกูลผูกสัมพันธ์แต่งงานโยงกันไปมาสิ่งใดที่ผ่านทางประตูหน้ามักออกไปทางหน้าต่างหรือประตูข้างเป็เื่ปกติดังนั้นใครทำอะไรผิดแปลกไปทุกคนในหมู่บ้านมักจะรู้ได้เสมอ
แต่หลานหลิงไม่ค่อยได้รับผลกระทบเท่าไหร่อย่างแรกเพราะชาวบ้านมองว่าเขาประหลาดอยู่แล้วทำให้ใคร ๆ ล้วนไม่อยากเข้าใกล้ส่วนอย่างที่สองคือทั้งกระท่อมหลังเล็กของเขามีเพียงแค่เขากับมารดาเท่านั้นที่อาศัยอยู่ดังนั้นเื่ราวในบ้านจึงไม่เล็ดลอดออกไปภายนอกหากไม่มีใครพูดอะไร
พูดถึงเื่ทรัพยากรนี่ก็เป็อีกเื่ที่ทำให้หลานหลิงงุนงงไม่เข้าใจนักแต่ก็หาคำตอบมิได้เสียทีอย่างที่กล่าวไปเกาะเล็ก ๆนี้มีทรัพยากรน้อยนักทั้งยังแบ่งออกเป็สามส่วนตามจำนวนหมู่บ้านอีกหลานหลิงแปลกใจเหลือเกินที่ทั้งสามหมู่บ้านไม่เปิดฉากเข่นฆ่ากันเพื่อยึดเอาทรัพยากรทั้งหมดเป็ของตัวเองแต่เพียงผู้เดียวต้องมีความลับอะไรสักอย่างที่ทำให้พวกเขาตกลงร่วมกันได้กระมัง
ในส่วนของที่มาของชื่อหมู่บ้านนั่นเพราะผลผลิตหลักของผาเหล็กดำคืองานโลหะนั่นเองผาเหล็กดำแท้จริงแล้วคือแนวเขาสีดำทะมึนสูงเสียดฟ้าเป็แหล่งทรัพยากรที่ประกอบด้วยแร่เหล็กจำนวนมากเพียงพอกับหมู่บ้านทั้งสามของที่ผลิตออกมาได้ก็คืออาวุธ ชุดเกราะ มีด ของใช้ในครัวไปจนถึงของประดับศาลเ้าอย่างโคมไฟ ระฆัง หรือกระดิ่งทองสำริด
เท่าที่เขารู้ทั้งสามหมู่บ้านล้วนแล้วแต่ทำงานเหล็กด้วยกันทั้งสิ้นแล้วผ้าไหมดีและเครื่องเทศหายากเครื่องเคลือบอันประณีตเ่าั้ยังไงก็ต้องมาจากภายนอกเกาะ แต่คนในหมู่บ้านไม่รู้ถึงอยากรู้พวกเขาก็ไม่ถามออกมา พวกเขารู้เพียงว่า หากทำงานเหล็กตามกำลังของแต่ละบ้านแล้วส่งมอบให้กับหัวหน้าหมู่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านก็จะตอบแทนเป็สิ่งของจำเป็และเครื่องใช้ต่าง ๆ
นั่นทำให้เหมือนเป็การบังคับกลายๆ ให้คนในหมู่บ้านสร้างครอบครัวที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มากขึ้นและได้ส่วนแบ่งจากหัวหน้าหมู่บ้านมากขึ้นไปด้วยผาเหล็กดำจึงอยู่รอดมาได้ถึงทุกวันนี้
โชคร้ายที่บ้านของหลานหลิงมีเพียงเขากับมารดาอยู่กันสองคนั้แ่เกิดมาหลานหลิงก็ไม่เคยเจอหน้าบิดามาก่อนเห็นเพียงป้ายิญญาแผ่นหนึ่งตั้งบูชาไว้ในหิ้งพระก็เท่านั้นแต่มารดาของเขาก็ไม่เคยจุดธูปไหว้หรือทำพิธีอะไรที่ระลึกถึงบิดาผู้นี้เลยส่วนที่ว่าบิดาตายอย่างไรเขาไม่เคยถามอย่างไรเขาก็ยังสับสนอยู่บ้างและไม่ได้รู้สึกผูกพันอะไรกับบิดาของเขาคนนี้อีกอย่างเด็กกำพร้าในยุคนี้ก็มีเยอะไป อายุสามสิบกว่าก็เริ่มล้มหายตายจากกันแล้วไม่เห็นต้องอาลัยอาวรณ์กันขนาดนั้น จะให้เขาแสร้งทำก็น่ารำคาญเกินไปหรือไม่?
ด้วยเหตุนี้บ้านของหลานหลิงจึงถือว่าเป็บ้านที่เล็กมากแถมยังไม่มีหัวหน้าครอบครัวในขณะที่มารดาของเขาก็ไม่รู้เกี่ยวกับงานโลหะมากนักหลานหลิงรู้สึกว่ามารดาของเขามีสิ่งที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งนั่นคือพวกเขาต่างเข้ากันไม่ค่อยได้กับบรรยากาศในหมู่บ้านโชคยังดีหัวหน้าหมู่บ้านได้มอบหมายและสั่งสอนงานเหล็กให้กับตัวหลานหลิงทำให้เขาและมารดาไม่ต้องอดตาย
แรกเริ่มหัวหน้าหมู่บ้านสอนให้หลานหลิงถลุงแร่เหล็กดำซึ่งเป็งานที่บิดาของเขาทำมารุ่นต่อรุ่นแต่ปัญหาคือหลานหลิงเข้ากับคนอื่นในหมู่บ้านไม่ได้หรือพูดให้ถูกคือหลานหลิงเข้ากับวัฒนธรรมที่ต้องเชื่อฟังคนที่าุโกว่าโดยไม่มีเงื่อนไขไม่ได้และเขาก็ดันมาเกิดในหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีงานฝีมือละเอียดอ่อน อารมณ์อ่อนไหวทั้งยังอ่านสีหน้าแววตาเก่งอีกต่างหากแม้หลานหลิงจะปิดปากเงียบพวกเขารู้ได้จากท่าทางของหลานหลิงที่ไม่เคารพพวกตนนัก
จึงทำให้หัวหน้าหมู่บ้านต้องเปลี่ยนความคิดใหม่และจับหลานหลิงไปทำงานที่ไม่ต้องยุ่งกับใครนักงานที่ว่าคือการควบคุมไฟ ซึ่งหลานหลิงพอใจมากทีเดียวเพราะการควบคุมไฟนี้มีความจำเป็ในหลายขั้นตอนั้แ่การถลุงเหล็ก งานหลอม ขึ้นรูปชุบแข็ง ล้วนแล้วแต่ต้องมีคนควบคุมไฟทั้งสิ้นทำให้แม้หลานหลิงจะเป็คนหาเลี้ยงหลักเพียงคนเดียวในครอบครัวแต่ก็สามารถสร้างผลงานแลกกับอาหารจนเพียงพอได้
อย่างเดียวที่หลานหลิงกลัวก็คือเขาต้องใช้ััหลายอย่างโดยเฉพาะการมองเพื่อตัดสินใจในการเพิ่มหรือลดอุณหภูมิบางครั้งการมองสีของเหล็กร้อนหรือประกายไฟเป็เวลานานก็ทำให้เขาเจ็บดวงตามิใช่น้อยเขาอาจจะสูญเสียดวงตาดวงนี้ไปหรือไม่ หากเจ็บป่วยขึ้นมาการแพทย์สมัยนี้หวังพึ่งได้เสียที่ไหนหากดวงตาเขาเป็อะไรใครจะรับผิดชอบเลี้ยงดูคนไร้ประโยชน์คนหนึ่ง
ในตอนนั้นหลานหลิงไม่คาดคิดเลยว่าในอีกไม่กี่ปีต่อมาตัวเขาจะต้องคาดผ้าปิดดวงตาไปตลอดเวลาส่วนใหญ่ของชีวิต
เชิงอรรถ
1. ^เป็สำนวนจีนเปรียบถึงคนที่หวังพึ่งโชคช่วยโดยไม่ลงมือทำอะไร