เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 102: เหตุการณ์เมื่อ 2 วันก่อน 3 (The 2 Days ago Incident Part 3)

    “สวยจังเลยนะ สึบากิจังเนี่ย”“แค่ใส่ชุดมิโกะก็ว่าสวยแล้วนะ แล้วยิ่งร่ายรำคางุระอยู่กลางลานแบบนี้ ก็ยิ่งสวยสง่าเข้าไปอีก”“สมกับเป็นสึบากิจังเลยนะ สวยยิ่งกว่านางฟ้าซะอีก”เพื่อนๆ ทั้งสามอย่างริโกะ ซานาเอะ และอาซึสะนั้นต่างก็เอ่ยชมในความงดงามของสึบากิ ที่เป็นเพื่อนสนิทของพวกเธอเองหลังจากร่ายรำมาได้สักระยะ สึบากิก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ ขึ้น จนเป็นเหตุที่ทำให้เธอนั้นต้องหยุดร่ายรำบวงสรวงอยู่กลางคัน มือเรียวงามทั้งสองข้างของเธอนั้นก็พลางลูบไล้ไปตามแขนเล็กทั้งสองข้าง และลำตัวอันแสนบอบบางด้วยสีหน้าที่เริ่มจะบิดเบี้ยว และเหยเกนิดๆ จากอาการปวดแสบปวดร้อนไปทั่วร่างงามที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาทีละน้อย‘เกิดอะไรขึ้นหน่ะ’‘ทำไมเด็กคนนั้นถึงได้หยุดร่ายรำอยู่กลางคันแบบนี้หล่ะ’ในขณะเดียวกัน เหล่าบรรดาแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานในพิธีบวงสรวงในครั้งนี้ต่างก็เริ่มมีสีหน้าที่งุนงง ว่าทำไมสึบากิถึงได้หยุดร่ายรำอยู่กลางคันแบบนั้น“คุณพ่อคะ ดูเหมือนว่าเด็กคนนั้นจะมีอาการแปลกๆ นะคะ” มิเนโกะเริ่มสังเกตเห็นอาการผิดปกติของสึบากิ ส่วนทางด้านทาดาชิก็ยังคงหน้านิ่งส่วนทางด้านเคียวโกะก็มองไปที่สึบากิที่อยู่บนลานประกอบพิธีด้วยสีหน้าเย็นชาที่แฝงไปด้วยความร้ายกาจ ก่อนที่นางจะแหงนหน้าขึ้นไปมองดูพระจันทร์บนท้องฟ้าในคืนวันเพ็ญที่ได้กลายเป็นสีเลือดอันแดงฉาน พลางค่อยๆ แสยะยิ้มออกมาด้วยความชั่วร้าย สักพัก เคียวโกะก็ค่อยๆ ชะโงกหน้ามองไปที่สึบากิ พลางยกมือเรียวยาวขึ้นค่อยๆ ลูบที่บริเวณหน้าอกของตนเองอย่างช้าๆ เพียงหนึ่งครั้งด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มออกมาด้วยความอำมหิต เป็นการสื่ออะไรบางอย่างกับสึบากิเมื่อได้เห็นเช่นนั้น สึบากิจึงรีบสังเกตมองไปที่บริเวณหน้าอกของตนเอง ก่อนที่เธอนั้นจะรีบคว้าสร้อยอัญมณีที่เธอสวมไว้ที่บริเวณคอออกมาดู ปรากฏว่าสีของตัวจี้อัญมณีมากะทามะที่ติดกับสร้อยนั้นมาความผิดแปลกไปจากเดิมเป็นอย่างมาก สีของมันเป็นสีดำผสมกับแดงเลือด ซึ่งมาจากเลือดของสุดยอดสัตว์พิษทั้ง 5 ที่ได้ผสมรวมกับผงจากซากของพวกมันที่ถูกย่างไฟในการทำพิธีได-โคโดกุ“สึบากิจังเขาเป็นอะไรไปหน่ะ”อาซึสะเริ่มเอ่ยถามออกมาด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความรู้สึกเป็นห่วงที่มีต่อเพื่อน“งานเข้าแล้ว” จุนอิจิ ว่าที่หัวหน้านักบวชในศาลเจ้าโอยามะซุมิที่ยืนชมการแสดงร่ายรำคางุระของสึบากิอยู่กับเพื่อนๆ ทั้งสามของเธอนั้น ก็ได้กล่าวอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา“มีอะไรอย่างงั้นเหรอคะ”ซานาเอะรีบหันมองไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของจุนอิจิ พลางเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย“ที่ศาลเจ้าโอยามะซุมิแห่งนี้นั้น มันมีความเชื่ออยู่ว่า ในระหว่างงานพิธีบวงสรวงบูชาเทพ ถ้าหากมิโกะในศาลเจ้าเกิดหยุดร่ายรำบูชาอยู่กลางคันเมื่อไหร่ ผู้เป็นเจ้าภาพในงานพิธีบวงสรวงก็จะประสบกับเภทภัยที่จะถึงแก่ชีวิต”จุนอิจิเอ่ยตอบด้วยสีหน้าจริงจังที่นิ่วด้วยความเคร่งเครียด คิ้วบางบนใบหน้าอันหล่อเหลานั้นพลางขมวดเข้ามาเพียงเล็กน้อย“แย่แล้วสิ สร้อยอัญมณีของสึบากิถูกสับเปลี่ยน”ริโกะเริ่มกล่าวอุทานออกมาด้วยสีหน้าที่ตกใจอย่างสุดขีด เมื่อเธอได้สังเกตเห็นสร้อยอัญมณีของสึบากิมีสีที่ผิดแปลกไปจากเดิม ดวงตาคู่งามสีแดงเลือดหมูนั้นเบิกกว้างออกมาเพียงน้อยนิด ทางด้านอาซึสะกับซานาเอะ เมื่อได้ยินเช่นนั้น พวกเธอทั้งสองคนจึงรีบวิ่งตรงไปยังบ้านพักของสึรุฮิเมะที่อยู่ภายในศาลเจ้าแห่งนี้ทันทีหลังจากที่ได้มาถึงที่บ้านพักในศาลเจ้า พวกเธอทั้งสองต่างก็รีบตามหาสร้อยอัญมณีกันอสูรกันแทบจะทั่วทั้งบ้านพัก ซึ่งน่าจะตกหล่นอยู่ภายในนั้น เพื่อที่จะรีบนำกลับไปคืนให้กับสึบากิโดยเร็วที่สุด พวกเธอทั้งสองต่างก็รีบตามหาสร้อยอัญมณีเส้นนั้นกันแทบวุ่น “หาเจอไหม”พวกเธอทั้งสองที่กำลังตามหาสร้อยอัญมณีกันอสูรของสึบากิอยู่นั้นต่างก็ได้มาอยู่ในจุดเดียวกันภายในบ้านพักในศาลเจ้า อาซึสะรีบเอ่ยถามออกมาด้วยความลุกลี้ลุกลน“ไม่เจอ” ซานาเอะเอ่ยตอบด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล“ให้ตายสิ แล้วมันหล่นหายไปไหนหล่ะเนี่ย” อาซึสะเริ่มกล่าวสบถออกมาด้วยความหัวเสีย เพราะไม่ว่าจะตามหาสักเท่าไหร่ พวกเธอก็ยังหาสร้อยอัญมณีเส้นนั้นไม่เจอสักทีสักพัก แสงจันทราสีเลือดที่อยู่บนท้องฟ้านั้นก็ได้ส่องสว่างลงมา ยังเบื้องล่างทั่วสารทิศ ทันทีที่โดนแสงจันทร์สีเลือดนั่นเข้าไป สึบากิก็เริ่มมีอาการปวดแสบปวดร้อนไปทั่วร่างงามจนแทบจะทรุดตัวลงกับพื้น ใบหน้าซีดของเธอนั้นบิดเบี้ยวและเหยเกด้วยความรู้สึกทรมาน กระดิ่งคางุระได้หลุดออกจากมือเรียวงามดิ่งลงสู่พื้นลานประกอบพิธีเสียงดังสนั่น เธอเริ่มร้องโอดครวญออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมาน สร้างความตื่นตกใจให้แก่เหล่าบรรดาแขกผู้มาร่วมงานในพิธีบวงสรวงเป็นอย่างมาก‘เด็กคนนั้นเขาเป็นอะไรไปหน่ะ ทำไมสีหน้าซีดแบบนั้นหน่ะ’ส่วนทางด้านเคียวโกะก็ยังคงมองไปที่สึบากิด้วยความสะใจ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอนั้นเปี่ยมไปด้วยความร้ายกาจแบบสุดๆ ทางด้านอิชชินกับโดมันก็ยังคงนั่งนิ่งราวกับว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เมื่อเห็นท่าไม่ดี เธอรีบวิ่งออกไปทางซุ้มประตูทางเข้าออกของศาลเจ้าที่อยู่ทางด้านขวามือทั้งในชุดมิโกะในศาลเจ้า และหนีเข้าไปในป่าเล็กด้วยสีหน้าที่เจ็บปวดส่วนทางด้านซานาเอะกับอาซึสะก็รีบวิ่งออกมาจากบ้านพักในศาลเจ้าไปหาริโกะที่กำลังยืนอยู่ตรงบริเวณซุ้มประตูทางเข้าออกที่อยู่ทางด้านซ้ายมือทันที พร้อมกับสร้อยอัญมณีกันอสูรของสึบากิที่พวกเธอทั้งสองนั้นหาเจอที่บ้านพัก“หาเจอไหม” ริโกะเอ่ยถามออกมาด้วยความลุกลี้ลุกลน“เจอแล้วหล่ะ” อาซึสะพลางชูสร้อยอัญมณีกันอสูรของสึบากิที่ถือไว้ในมือเรียวงามให้เธอเห็น“งั้นเรารีบไปกันเถอะ สึบากิจังหนีออกไปทางซุ้มประตูนั่นแล้ว”ริโกะพลางยกมือเรียวงามขึ้นชี้ไปที่ซุ้มประตูทางด้านซ้ายมือ พวกเธอทั้งสามรีบวิ่งออกไปทางซุ้มประตูนั่น และเข้าไปในป่าเล็กเพื่อตามหาสึบากิทันที “สึบากิจัง”“สึบากิจัง เธออยู่ที่ไหน”“เธออยู่ไหน สึบากิจัง” ทั้งซานาเอะ ริโกะ และอาซึสะ ต่างก็เดินตามหาสึบากิด้วยความรู้สึกเป็นห่วงที่มีต่อเพื่อน พลางส่องไฟฉายจากมือถือที่อยู่ในมือ แต่ไม่ว่าจะเดินตามหากันสักเท่าไหร่ก็ไม่มีวี่แววที่จะหาเจอเลยแม้แต่น้อย พวกเธอทั้งสามต่างก็รู้สึกกระวนกระวายใจ อีกทั้งยังรู้สึกเป็นห่วงว่าจะเกิดเรื่องอะไรที่ไม่ดีขึ้นกับสึบากิ ครั้นจะโทรไปหาก็ลืมสนิทเลยว่าเธอนั้นได้เก็บโทรศัพท์มือถือไว้ที่บ้านพักของสึรุฮิเมะส่วนทางด้านสึบากินั้นก็ยังคงวิ่งหนีไปเรื่อยๆ ด้วยรูปลักษณ์ที่ได้เปลี่ยนไป เธอได้กลายร่างเป็นนางอสูรจิ้งจอก 9 หางครึ่งมนุษย์ที่มีใบหูของสุนัขจิ้งจอกสีเหลืองทองงอกออกมาจากหัวทั้งสองข้าง มีหางสีเหลืองทอง 9 หางงอกออกมา ดวงตาของเธอนั้นแปรเปลี่ยนไปเป็นดวงตาของอสูรร้าย และมีเขาอสูรทั้งสองข้างงออกออกมาจากหน้าผาก หลังจากที่วิ่งหนีมาได้สักระยะ เธอก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าจนทรุดเข่าลงที่พื้นเมื่อได้เห็นรูปลักษณ์ของตนเองที่ได้เปลี่ยนไป สึบากิก็เริ่มรู้สึกตกใจอย่างสุดขีด จนเธอนั้นกรีดร้องออกมาเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ จากนั้น จิตใจของเธอก็ได้ตกอยู่ใต้อำนาจการครอบงำของนางเทวีอสูรฯ ที่อยู่ในคราบของสาวไฮโซที่มีนามว่าเคียวโกะ“นั่นมันเสียงของสึบากิจังนี่”“หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันนะ”“เรารีบไปกันเถอะ” ส่วนทางด้านพวกเธอทั้งสามคนนั้นเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของสึบากิดังขึ้น จึงรีบวิ่งตรงไปยังบริเวณต้นตอของเสียงกรีดร้องนั่นทันที

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน