ขณะเดียวกันบนบันไดไต่สวรรค์ชั้น 7
จางเซียนที่กำลังยืนอยู่บนบันไดด้วยแววตาตื่นกลัว เขาสัมผัสได้ถึงพลังของชายชุดดำก่อนหน้านี้ด้านหลังตัวเอง ภายในใจก็เต้นตูมตามอย่างหวาดวิตก เพราะบันไดนี้ไม่ได้วางค่ายกลสะท้อนการโจมตีอย่างที่ท่านแม่เล่าเอาไว้ ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะสับสนมึนงงเมื่ออีกฝ่ายเข้ามาหัวเราะ และบ่นไรไม่รู้ ก่อนจะเดินออกไป
ราวกับว่าถังหยังฉาเห็นเขาเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่ง
"หน๊อย! ไอ้แก่นั้น..." แม้จะดีใจที่ยังไม่ตาย แต่ก็อดแค้นไม่ได้ที่อีกฝ่ายไม่ค่อยให้ความสำคัญตัวเองแต่อย่างใด , ขณะนั้นเองจางเซียนก็ลอบมองขั้นที่ 8 เบื้องหน้า เขาชั่งใจละว่าจะก้าวต่อไป หรือจะหยุดไว้เพียงเท่านี้ , แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นสิ่งที่ทำมาทั้งหมดตั้งแต่ต้นคงพังทลายเพราะความกลัวของตัวเอง
โอกาสไม่ได้ถูกสร้างกันง่ายๆ
แม้จะเอาชนะความกลัว ก็มีคนจำนวนมากตายเพราะความเชื่อ
แล้วจะให้จางเซียนทำเช่นไรดี , แม้ในใจจะคิดแบบนั้น แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก ในเมื่อพจนานุกรมนี้อยู่กับเขา เขามั่นใจว่าสักวันหรือชาติหน้าตนเองก็จะกลายเป็นใหญ่เมหือนในทวีปอันรกร้างอย่างรลุ่มแม่น้ำทิศใต้อย่างแน่นอน
แล้วเหตุใดเขาจะต้องหวาดกลัวอีก? เพราะความกลัวในความต่าง หรือการศึกษา วิชาทักษะอีกฝ่าย
จางเซียนประกายแววตามุ่งมั่น เขาไม่รอช้าก้าวขั้นที่ 8 ต่อไป
ปัง! กร็อบ...
"อ้าก" แรงปราณจำนวนมากตีกระแทกร่างกายทุกส่วนราวกับค้อนที่ร่วงจากที่สูง จางเซียนมองร่างกายตัวเองที่บัดนี้ขาทั้งสองหักจนไม่อาจก้าวต่อไปได้ เสมือนกับเขาพิการไปแล้ว ไม่ต่างจากอาการบาดเจ็บภายใน ซี่โครงของเขาแตกไปหลายต่อหลายส่วน นับว่าน่าแปลกที่ชายหนุ่มจะอึดทนนานยิ่งกว่าแมลงสาบซะอีก
"อัก..." จางเซียนพ้นเลือดคำโตออกมา เขาตอนนี้ไม่หลงเหลือความน่าเกรงขามใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับสุนัขจรจัดที่กำลังจะตายในไม่ช้า ไม่มีใครสนใจ ต่อให้หมากันเองยังรังเกียจที่จะเข้าหาเขา , ในแง่ของยอดยุทธ์นี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และสร้างความทเสื่อมเสียต่อตนเองมาก
จางเซียนท้อใจ แต่เขาไม่ได้ถอย
"ขั้นที่ 9!!! " ชายหนุ่มใช้มือข้างขวา (ที่ปกติ) ดันตัวเองขึ้น
ปัง!!
แผละ...
เศษเนื้อบางอย่างกระจุยออกไป
เวลาผ่านมา 5 นาที ทางด้านถังหยังฉา
บึม! เสียงระเบิดดังกล่าวสร้างความแตกตื่นให้กับคนที่เข้ามาในประตูมรณะแห่งนี้ ถังหยังฉาที่ลอบสำรวจกับดักจำนวนมาก ก็ตกใจราวกับกระต่ายตื่นตูมจนเกือบพลั้งไปเหยียบประตูนรก
"เสียงนี้มัน..." มีใครเข้าสู่ชั้นที่ 10 ของบันไดไต่สวรรค์แล้ว
"อย่าบอกนะว่าไอ้เด็กนั้น" ชายแก่ประกายแววตาอำมหิต มันไม่คิดเลยว่าสวะตัวแค่นั้นจะสร้างความประหลาดใจให้มันขนาดนี้ ขณะที่ชายแก่จะมุ่งกลับทางเดิม ก็ปรากฏเสียงบางอย่างจากด้านหลังจำนวนกว่า 4 คนซึ่งมีพลังที่น่ากลัวไม่ต่างกัน ยกเว้นคนเดียว
"นั่นแหละท่าน...ผู้บุกรุกอยู่นั้น!! " เสียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้น ก็สามารถบรรยายสถานการณ์ได้เลยว่า อีกฝ่ายนำกองกำลังเสริมมา โดยมีคนปากมากไปบอก นั้นก็คือไอ้เด็กนี้นี่เอง ถังหยังฉาที่อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว เมื่อมาเจอกับทั้ง 3 บวกับ 1 สวะก็ถอนหายใจด้วยอารมณ์โกรธแค้น
"ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ปากมากนัก" ถังหยังฉามองหน้าละอ่อนของอีกฝ่ายที่มีป้ายชื่อติดว่า 'จินชี่เอียร' ด้วยแววตาปานจะกลืนกิน แต่ถึงกระนั้นเด็กหนุ่มก็แบะไหล่ออกมาราวกับไม่กลัวเกรงชายแก่ ทำให้มันอดไม่ได้ที่จะเค้นพลังเฮือกสุดท้ายของตนออกมา เพื่อสังหารทั้ง 4 ทิ้งในการต่อสู้นี้
"รนหาที่ตายนัก ไอ้ชาติตระกูลกระจอก" บึม! โลหิตสีเงินปลิวว่อนไปทั่วทุกสารทิศ แต่ทั้งหมดนั้นหาได้หวาดกลัวไม่ เพราะอีกฝ่ายนั้นไม่ได้มีพลังมากมายอะไรขนาดนั้นที่จะสังหารพวกมันทั้ง 4 ตัวได้
ผู้อาวุโสคนหนึ่งจากหงส์แดงจึงกล่าว
"หากแกนำข้าไปหาขุมทรัพย์ของอาณาจักรนี้ได้ ข้าจะปล่อยแกไปอย่างมีชีวิตรอด" นั้นคือความหมาย และคำตอบสุดท้ายโง่ๆ ที่ชายแก่รับไม่ได้ มันรู้ว่าต่อให้ทำตามก็ตายอยู่ดี เพราะลูกไฟนี้นั้นคือแก่นกลางของดินแดนอัคคีผลาญสวรรค์ หากไร้ซึ่งมันที่นี่จะระเบิด ต่อให้อาณาจักรมนุษย์ก็ยากจะหนีพ้น
"เช่นนั้นก็ตามข้ามา" ชายแก่เดินมาหยุดอยู่หน้าอาวุโสทั้งสาม ก่อนจะหันหลังเดินไป ทำให้เหล่าคนของอัคคีผลาญสวรรค์ตกตะลึง และแสระยิ้มอย่างเยาะเย้ย ดูเหมือนไอ้แก่นี้จะโง่ดักดานเป็นพิเศษ
แก๊บ!
พริบตานั้นเองที่อาวุโสท่านหนึ่งเหยียบลงแผ่นหินที่อีกฝ่ายเหยียบอยู่แล้ว ก็เบิกตากว้าง
นี้คือ 'กับดัก'
"ไอ้เฒ่าเอ๊ย!! " บูม!
คลื่นพลังมหาศาลอัดกระแทกร่างอาวุโสทั้ง 2 จนแหลกสลาย , ถังหยังฉาหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ดีที่เขาใช้ความพยายามไม่โดนกับดักนั้นมากที่สุด เพราะแผ่นหินทุกอันเหมือนจะดูดฝ่าเท้าทุกคนไว้ ด้วยพลังที่ปล่อยออกมา พอดีเลยที่จะทำให้เขาสามารถทำให้ตัวเองเหมือนเหยียบกับดักนั้นได้
"แก! แกฆ่าอาวุโสสูงสุดของหงส์แดง แกไม่ได้ตายดีแน่" อาวุโสคนสุดท้ายพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวโกรธ แต่ชายแก่หาได้สนใจไม่ มันสะบัดมือออกไปเบาๆ กับดักบางอย่างก็เกิดขึ้นเบื้องหลังชายแก่หงส์แดงคนนั้น
"นี่แก! ไอ้สารเลวเอ๊ย!! " ฟิ้ว
อาวุโสสูงสุดขว้างเข็มไรบางอย่างด้วยความรุนแรงที่มันจนแทงทะลุหัวใจถังหยังฉาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมีความมืดอะไรบางอย่างเขมือบอาวุโสคนนั้นไปไร้ซึ่งเสียงไรต่างๆ แม้ที่นี้จะมืดมาก แต่ด้วยขอบเขตโลหิตเงิน อย่างน้อย 5 เมตรรอบกายเขาก็เห็นชัด
แต่อสูรตัวนั้นนั่น เขาคาดว่ามันไม่ได้อยู่อาณาจักรมนุษย์แน่นอน เพราะพลังมันมากพอจะทำลายโลกนี้ได้เลย , จินชี่เอียรที่เหลือรอดคนสุดท้ายก็คุกเข่าลงกับพื้นด้วยความผิดหวัง และหวาดกลัว
ถังหยังฉากพ้นเลือดสีดำออกมา มันรู้เลยว่าเข็มนั้นคือยาพิษบางอย่างที่รุนแรงมาก ต่อให้มันกลับไปหาอาจารย์ได้ทัน ก็ไม่วายกลายเป็นคนพิการไร้ที่อยู่ และตายอย่างอนาถแน่นอน แต่มีหรือที่มันจะยอมง่ายๆ แค่นี้
"ขอให้ข้าตายอย่างสงบเถอะ" ชายแก่สะบัดยันต์สุดท้ายออกไป มันคือยันต์ที่บ่งบอกว่าภารกิจทำสำเร็จแล้ว เขาเปิดประตูที่นี้สำเร็จแล้ว พริบตาที่ยันต์นั้นขาดไป โลหิตสีเงินทั่วสารทิศก็พุ่งราวกับเม็ดฝนที่แหลมคมทุ่มแทงร่างจินชี่จนร่างกายกลายเป็นเหม่น
"ย่างก้าวสวรรค์" ฟูม
แม้ร่างกายจะอยู่ได้ไม่นาน แต่ด้วยฤทธิ์ของความคาดหวัง ได้ทำให้ถังหยังฉามาถึงวิหารดังกล่าวในที่สุด มันรับรู้ว่าตัวเองไม่อาจก้าวไปบนขั้นที่ 10 ได้จึงโดดขึ้น ด้วยลมหายใจที่แผ่วลง
ภาพที่มันเห็นคือ...
ภาพของเด็กชายคนหนึ่งกระดูกแหลกละเอียด ไม่ต่างจากแขนขวาที่ขาดกระจุย และดาบทั้งสองเล่มที่แตกกระเจิง โดยที่ลมหายใจนั้น
ดับไปแล้ว....
"มันตายไปแล้ว...มันตายไปแล้วท่านอาจารย์" ตุบ!!
ร่างชายแก่ชุดดำร่วงลงกับพื้น ก่อนจะไถลตกเหวหายไปในที่สุด