ตอนที่1
นายแพทย์ฐิติพัศ วงไพศาล หรือเรียกสั้นๆว่าพัศก็ได้นั่นแหละผมตอนนี้ก็กำลังทำงานเป็แพทย์ประจำคลินิกที่ร่วมทุนกันกับเ้าเพื่อนตัวดีที่ั้แ่เปิดคลินิกมาเห็นหัวมันไม่ถึงสิบครั้งคลินิกที่ผมร่วมทุนเปิดกับมันเป็คลินิกแพทย์แผนจีนที่เขาสู้อุตสาห์เรียนจนจบทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและต่อโทด้วยแพทย์แผนจีนนี่ผมต้องดั้นด้นไปเรียนถึงเมืองจีนเชียวนะ
พอผมบอกไอ้เพื่อนรักว่าให้มันเข้าคลินิกบ้างเพราะผมทำเองคนเดียวมันก็ไม่ไหวแต่พวกคุณดูสิ่งที่มันตอบผมกลับมานะ
โห้ไอ้พัศก็งานที่โรงพยาบาลมันยุ่งเดี๋ยวกูหารุ่นน้องเข้าไปช่วยมึงแล้วกันเป็ไงช่วยกูหน่อยน๊าถือสะว่ากูลงเงินส่วนมึงลงแรงเนาะ
เนาะพ่องมึงสิไอ้ฟายพูดมาได้กูก็ลงเงินเหมือนมึงนั้นแหละนี่กูต้องลงทั้งเงินทั้งแรงคนเดียวไงวะแต่ก็นั่นแหละครับผมเบื่อจะพูดแล้วพูดั้แ่ปีแรกๆจนตอนนี้ก็เข้าปีที่สี่แล้วมันยังไม่ส่งตัวเองหรือรุ่นน้องที่มันพูดมาช่วยผมเลย
จนผมคิดว่าจะเอาเงินที่มันลงทุนเข้ามาคืนมันให้หมดซึ่งถ้าผมคืนหมดแล้วก็จะเท่ากับว่าคลินิกนี้จะเป็ของผมคนเดียวทำเองคนเดียวมันก็สมเหตุสมผลแล้วละครับ ใช่ไหม
ตอนนี้ผมทำงานหลายอย่างจนเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่ค่อยไหวยังไงก็ไม่รู้ทั้งรับเป็อาจารย์พิเศษในสาขาแพทย์แผนจีนที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งแม้ว่าจะไม่ได้ทำประจำที่โรงพยาบาลเหมือนไอ้เพื่อนตัวดีแต่ผมก็มีงานอย่างอื่นเหมือนกันนะนั่นแหละครับก็เหนื่อยเป็เหมือนกันเฮ้อ นี่ถ้าผมทำทั้งหมดนั่นผมคงได้ตายก่อนได้ใช้ชีวิตเกษียณ
นนี่ถ้าผมรู้ว่าไอ้บ้านั่นจะเป็คนแบบนี้นะผมไม่ร่วมลงทุนกับมันหรอกพูดแล้วก็เจ็บใจทนมันมาได้ไงวะตั้งหลายปีไม่เข้าใจตัวเองหรือมันเป็เวรกรรมของผมก็ไม่รู้สิแล้วยิ่งตอนที่ผมได้ยินความว่าเนาะเหมือนโฆษณาชวนเชื่อนั่นผมนี่เขาแทบทรุดคล้ายสมองหยุดสั่งการดีนะที่ผมเป็คนเรียกสติตัวเองเก่งไม่งั้นนะคงต้องมีการวางมวยกันบ้างแล้วคลินิกอาจจะต้องปิดตัวลงก่อนที่หากำไรมาคืนได้
เป็ไอ้พัศนี่น่าเหนื่อยเหลือเกิน
พัศถอนหายใจให้กับความหลงตัวเองไปหนึ่งกรุบจากนั้นก็ลุกขึ้นเพื่อไปปิดคลินิกของตัวเองเพราะเพ้อมานานแล้วอีกอย่างตอนนี้ก็ดึกมากแล้วได้เวลาปิดคลินิกสักทีแต่ขณะที่ร่างสูงกำลังลุกขึ้นนั้นอยู่ๆก็เกิดอาการหน้ามืดจนต้องใช้มือค้ำกับโต๊ะเพื่อไม่ให้ตนเองล้มลงไปเสียก่อนพัศรอจนมั่นใจว่าตนเองอาการดีขึ้นแล้วก็ก้าวเดินต่อไปเพื่อปิดประตูแต่ก็เดินไปได้ไม่กี่ก้าวร่างสูงก็ล้มลงกับพื้นอย่างแรงก่อนที่จะหมดสติก็พึมพํากับตัวเอง
สงสัยจะทำงานหนักไปหวังว่าจะมีใครเข้ามาเห็นเขานะ
ร่างสูงได้แต่คิดภาวนาอยู่ในใจอย่างน้อยก็ยังอยากตื่นมาเห็นเพดานสีขาวและกลิ่นสะอาดของโรงพยาบาลอยู่แต่ทว่าจากนั้นไม่นานลมหายใจของชายหนุ่มก็ค่อยแ่แล้วในที่สุดมันก็หายไปหมดท่ามกลางบรรยากาศชวนวังเวงของคลินิกที่ร้างผู้คนเพราะนี่ก็ดึกเกินกว่าที่จะมีคนไข้แล้ว
แต่แล้วจู่ๆผมก็ได้ยินเหมือนเสียงคนคุยกันผมคิดว่าที่นี่อาจจะเป็โรงพยาบาลแต่ว่าหมอและพยาบาลที่นี่เก่งกันจังพูดจีนได้ด้วยว่าแต่ทำไมผมถึงฟังออกละอ่อลืมไปผมไปเรียนที่จีนตั้งหลายปีฮ่าฮ่าฮ่า แต่ทว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมฉุกคิดเื่บางอย่างขึ้นมาได้คือ
ที่นี่หนาวมาก!ทั้งยังไม่มีกลิ่นเฉพาะของโรงพยาบาลเลยแม้แต่นิดเตียงนี่ก็แข็งหมอนก็ไม่นิ่มไม่เหมือนโรงพยาบาลเลยนี่มันอะไรกันวะเนี้ย!
ผมไม่อยากตื่นแล้วทำตัวแตกตื่นฉะนั้นผมจึงเลือกที่จะแกล้งหลับเพื่อประมวลผมโดยรอบก่อน
“ท่านหมอคุณชายของข้าเป็อย่างไรบ้างขอรับ”
“เฮ้อนับว่าเป็ปาฏิหาริย์แล้ว”หมอชราพูดออกไปเพราะเมื่อครู่คุณชายของเ้าหนูนี้หมดลมหายใจไปแล้วชัดๆ
“ละแล้วคุณชายของข้าหายแล้วใช่ไหมขอรับ”
“อืมๆอีกสักพักก็ฟื้นแล้วแต่เื่หายนะยังเพราะยังต้องกินยาอีกหลายเทียบ”
“ตะแต่พวกข้า”
“เอาเถอะเพราะข้าสงสารหรอกถือว่าข้าทำบุญแต่อย่าไปบอกใครละไว้ข้าจะเอายามาให้เ้าต้มให้คุณชายของเ้ากิน”
“ขะขอบคุณขอรับท่านหมอจางไว้ข้ามีเงินแล้วจะเอาไปให้ท่านนะขอรับ”
“เฮ้อได้ๆแล้วแต่เ้าเลย”
หมอจางได้แต่ส่ายหน้าอย่างสงสารเด็กสองคนที่ต้องระเหเร่ร่อนมาถึงนี่แล้วยังไม่มีเงินสักแดงนับว่าสงสารเด็กพวกนี้เสียจริงดูสิพื้นที่เช่นนี้จะเอาอะไรมาหายได้แต่รอความตายแล้วกระมังตัวเขาก็ช่วยเหลือเด็กพวกนี้ได้เท่านี้ได้แต่ภาวนาต่อ์แล้ว
หมอจางคิดแล้วก็เดินออกไปจากจวนหลังใหญ่แต่ทว่าทรุดโทรมดูก็รู้ว่าแต่เดิมที่นี่เคยยิ่งใหญ่ขนาดไหนบางทีก่อนที่ที่นี่จะทรุดโทรมคนที่อยู่ก่อนหน้าคงมียศศักดิ์ฐานะอยู่พอสมควร
พัศนอนฟังทั้งสองพูดคุยก็จับใจความได้ว่าตนเองอาจจะเป็ไอ้คุณชายที่เด็กคนนั้นพูดถึงและกำลังป่วยใกล้ตายชนิดที่ต้องพึ่งปาฏิหาริย์ขอร้อง์กันเลยทีเดียวเขาจึงเลือกที่จะลืมตาแต่ต้องแสดงละครกันสักหน่อย
“อืม”แพขนตางอนยาวค่อยๆขยับก่อนที่จะลืมตาตื่นขึ้นเต็มตาแต่ทว่าสิ่งที่เห็นคือไม่มีคนอยู่ในห้องเลยสักคนแล้วเขาจะเล่นละครไปทำไมเนี้ยเสียเวลา
ว่าแต่ทำไมที่นี่โทรมจังมิน่าทำไมหนาวเกินที่แบบนี้ไม่เหมาะเป็สถานที่รักษาเลยก็ว่าอยู่ว่าทำไมถึงต้องพึ่งปาฏิหาริย์ก็นี่มันสมควรที่ที่ตายของเขาอีกรอบไงละ!
ว่าแต่นี่มันเป็สถานการณ์ยอดฮิตในนิยายใช่ไหมก็เขาจำได้ว่าตัวเองหมดสติที่คลินิกของตัวเองคงไม่มีใครนึกคึกลักพาตัวเขาไปขังในบ้านชนบทหรอกใช่ไหมแล้วอีกอย่างประเทศไทยแทบจะไม่มีฤดูหนาวเลยด้วยซ้ำร้อนตลอดชาติ
เมื่อคิดได้อย่างนั้นเขาเลยเลือกที่จะมองไปรอบๆบ้านเพื่อมองหากระจกหรือสิ่งที่สามารถทำหน้าที่แทนกระจกได้แต่ทว่าระหว่างนั้นก็มีคนเข้ามาก่อน
เด็กน้อยที่ดูแล้วน่าจะมีอายุประมาณ12-13 ยืนทำหน้าเหวออยู่หน้าประตูก่อนที่จะวิ่งเข้ามาพร้อมกับน้ำตานองหน้าเขาสังเกตเด็กน้อยที่เอาแต่ซบหน้าลงกับมือแล้วยืนร้องไห้ไปพรางๆพร้อมกับต้องเอ่ยปลอบเด็กน้อยไปด้วย
นี่เขาต้องต้องตื่นมาพร้อมกับที่อาจจะตายอีกรอบแต่ยังต้องมานั่งปลอบเด็กอยู่อีกเหรอเสื้อผ้าของเด็กคนนี้เก่ามากแทบจะกลายเป็ผ้าขี้ริ้วอยู่แล้วแต่เมื่อเหลือบมองตนเองก็พบว่าไม่ได้ต่างกันมากนักเก่าพอกันแต่ฟังจากบทสนทนาของเด็กกับหมอแก่ๆคนนั้นก็ทำให้พอรู้อยู่ว่าพวกเขาช่างยากจน!เห็นแบบนี้แล้วน้ำตาพลันจะไหลออกมา
ฮืออออนอกจากจะไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนแล้วยังต้องมาพบว่าตัวเองจนมากๆด้วยหรอชีวิตก่อนกว่าจะมาถึงตอนนี้ได้แล้วยังต้องมาพบว่าต้องมาเริ่มมันใหม่หมดอีกโอ้ยไอ้พัสอยากจะบ้าตาย
“คุณชายท่านเป็อย่างไรบ้างขอรับฮือ ข้านึกว่าท่านจะตายเสียแล้ว”
อ้าวเด็กนี้มาถึงก็แช่งเลยแต่เห็นว่าน่ารักหรอกนะให้อภัย
เด็กน้อยที่พอตั้งสติได้นิดหน่อยเห็นว่าคุณชายของตนมีท่าที่ผิดปกติหรือว่าจะคุณชายจะเจ็บป่วยตรงไหนอีกหรือเปล่ายิ่งเห็นว่าคุณชายนั่งมองหน้ากันเหมือนจำกันไม่ได้ก็ยิ่งกังวลระ หรือว่าคุณชายป่วยจนพูดไม่ได้!
“ขะข้าจะไปตามท่านหมอจางมาใหม่คุณชายรออยู่นี่เฉยๆนะขอรับ”
“ดะ เดี๋ยว”เขาเอ่ยรั้งเด็กไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะออกไปตามหมอมาอีกจริงๆเขารู้สึกว่าตัวเองสบายดีด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่าที่นี่มันหนาวมากละก็นะ“ผม อืม ข้าไม่เป็อะไรแล้วไม่ต้องตามหมอมา” เขาพุดขึ้นแม้ว่าจะไม่ค่อยชินที่ต้องใช้ภาษาที่ดูโบราณแต่ว่าดูเหมือนว่าคนที่นี่จะเอาแต่พูดภาษาโบราณทั้งยังแต่งตัวโบราณอีก
เขาก็ไม่ได้โง่ขนาดที่จะไม่รู้ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นหรอกอย่างน้อยก็พอรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ประเทศไทยละนะ
“แต่ว่าคุณชาย”
“ไม่แต่ อืมข้าแค่มึนๆแล้วเหมือนว่าจะนึกอะไรไม่ค่อยออก”
“นึกไม่ออกหรือขอรับฮือออ เช่นนั้นข้าจะไปตามท่านหมอ”
“ก็บอกว่าไม่ต้องไงแค่เ้าเล่าสิ่งที่รู้ให้ข้าฟังก็พอแล้ว”
“ตะแต่ว่า”เด็กน้อยก้มหน้าก้มตาอยากเอ่ยขัดแต่ก็ไม่กล้าดังนั้นแต่ก้มหน้าคางชิดอกอย่างขลาดกลัวแม้ว่าคุณชายจะไม่เคยรังแกกันแต่ไม่ใช่กับคนอื่นนั่นยิ่งทำให้เ้าตัวดูอ่อนแอและไม่กล้าสู้คน
พัศที่เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกใจอ่อนแล้วเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน“เอาเถอะเริ่มจากบอกว่าเ้าชื่ออะไรก่อนแล้วทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่บิดามารดาของข้าเป็ใคร”
เด็กน้อยที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งเสียใจที่ดูแลคุณชายได้ไม่ดีทำให้คุณชายสูญเสียความทรงจำแต่กระนั้นก็เลือกที่จะบอกเล่าทุกอย่างที่ตนรู้ให้แก่อีกฝ่ายฟังทั้งหมด
"บ่าวทราบแล้วขอรับบ่าวจะเล่าเื่คุณชายให้ฟังเอง บ่าวชื่อว่า คุน ขอรับไม่มีแซ่คุณชายเป็บุตรชายเกอที่เป็บุตรชายคนโตของนายท่านที่เป็เสนาบดีกรมพิธีการฮูหยินเอกแม่ของคุณชายชื่อหวังหงเยว่มาจากสกุลหวังหลังจากฮูหยินเอกแม่ของคุณชายเสียได้ไม่นานนายท่านก็แต่งตั้งฮูหยินรองขึ้นเป็ฮูหยินเอกฮูหยินรองคนนี้ชื่อว่าเฉินเจียวจู คุณชายมีพี่น้องที่เป็ลูกของฮูหยินรองสองคนคนโตชื่อชื่อหนิงอันเป็บุตรชายส่วนคนเล็กชื่อหนิงฟางหรงเป็บุตรีเมื่อปีก่อนคุณชายถูกใส่ร้ายว่าเป็ผู้ผลักคุณหนูเล็กตกน้ำเกือบตายนายท่านโกรธมากไม่ทันได้สืบความฮูหยินเฉินก็เป่าหูนายท่านให้ลงโทษขับไล่คุณชายมาอยู่ที่บ้านบรรพบุรุษที่ชายแดนจากนั้นคุณชายก็พบเจอแต่ความยากลำบากขอรับ"เด็กน้อยเล่าไปด้วยใบหน้าที่แสดงออกว่าเจ็บแค้นแทนเ้านายขนาดไหน
"แล้วทำไมข้าถึงนอนป่วย"
"คุณชายเสียใจมากขอรับบวกกับหน้าหนาวปีนี้ค่อนข้างแรงทำให้คุณชายป่วยที่ป่วยอยู่แล้วก็ยิ่งเป็หนักขึ้นกว่าเดิมจนเมื่อครู่ก่อนที่คุณชายจะฟื้นอยู่ๆคุณชายก็ไม่หายใจ ฮึก ข้าข้าน้อยใมากจึงรีบไปตามหมอมาปรากฏว่าคุณชายกลับมาหายใจแล้ว"พูดจบเด็กน้อยตรงหน้าก็น้ำตาไหลเป็ทางยาวเขาใล้นลานรีบเข้าไปปลอบทันที
เฮ้อเ้าของร่างของเขาน่าสงสารนักพ่อเ้าของร่างนี้ยังมีความเป็พ่ออยู่ไหมเนี้ยว่าแต่เขาชื่ออะไร
ว่าแต่ข้าชื่ออะไรนะ”
“ฮึก คะคุณชายชื่อหนิงเยว่เล่อขอรับ”
“อ๋อหนิงนี่แซ่ใช่ไหม”
“ขอรับ”
"เฮ้อ เ้าหยุดร้องก่อนเถอะข้าฟื้นมาก็ดีแล้วไม่ใช่หรือถือเป็ข้อแลกเปลี่ยนกับความทรงจำของข้าให้ข้ากลับมามีชีวิตไม่ดีหรือ"
"ฮึก ดี ดี ขอรับ"
"มาต่อดีกว่า แล้วทำไมบิดาข้าเชื่อคนง่ายเช่นนี้บิดาไม่ชอบข้าหรือ" อาคุนเบะปากอีกรอบ ร้องเก่งน้ำตาแตกเก่งแต่ก็น่ารักหากอีกฝ่ายโตไปข้าต้องซ่อนเขาไหมนะ
"นายท่านกับฮูหยินเอกแม่ของคุณชายถูกบังคับให้แต่งงานกันขอรับนายท่านมีคนรักอยู่แล้วคือฮูหยินรอง"
เป็อย่างนี้นี่เองมิน่าลำเอียงชัดเจนอะไรเบอร์นี้
"แม่ข้าตายเพราะอะไร"
"ฮูหยินป่วยตายขอรับ"เื่นี้น่าสงสัย
"ท่านมีท่าทีไม่แข็งแรงอยู่แล้วหรืออยู่ๆก็ป่วย"
อาคุนทำหน้าคิดอยู่สักพัก
"ก็ดูแข็งแรงดีนะขอรับแต่พอกลับจากวัดอยู่ดีๆ ฮูหยินก็ป่วยหนักหมอในเมืองต่างบอกว่าติดไข้มาจากวัดบนเขาจึงไม่มีใครคิดอะไรมากขอรับ"น่าสงสัยจริงๆ ตัวเขาก็เคยอ่านนิยายมาบ้างเื่หลังบ้านพวกนี้ไม่เคยขาวสะอาดมันต้องมีเื้ั แต่ตัวเขาตอนนี้ยังไม่มีกำลังมากพอจะรื้อฟื้น
พัศไม่สิหนิงเยว่เล่อมองดูอาคุนร้องห่มร้องไห้ก็รู้สึกเบื่อเลยไล่อาคุนไปหาข้าวให้เขากินเขาจะได้กินยานอน
หนิงเยว่เล่อรู้สึกว่าชีวิตใหม่นี้ตนคงจะลำบากไม่น้อยไหนจะที่บ้านไม่ชอบหน้าแถมตอนนี้ยังเจอภัยหนาวที่จวนแทบจะกันลมหนาวไม่ได้นี่ยังดีที่ผ้าห่มยังอยู่ในสภาพดีไม่รู้ว่าอาคุนมีอะไรห่มหรือไม่ว่าแล้วหนิงเยว่เล่อก็รู้สึกอยากจะวูบอีกสักทีถ้าการวูบครั้งนี้ทำเขากลับไปได้เขาก็อยากจะวูบมันสะตอนนี้ติดที่ว่าหากวูบไปไม่เพียงจะกลับไปไม่ได้แต่จะได้เจอเหยียนหลัวหวางแทน
ข้ายังไม่อยากเจอท่านนะท่านไม่ต้องรีบมารับข้าก็ได้T^T