ในขณะที่เจ้าภูแสนกำลังคิดถึงอลินตาข้างฝ่ายของคนที่ถูกคิดถึงก็กำลังก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องพระอย่างองอาจตามขนาบด้วยสองลูกน้องที่ขนข้าวของพะรุงพะรัง เป๋ากับหมิงวางของทั้งหมดไว้บนโซฟาก่อนจะตามอลินตาเข้าไปในห้องพระอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อทั้งสองก้าวเข้าไปในห้องพระก็ต้องตกใจสุดๆถึงกับผวาเข้าหากันราวกับคู่รักแสนหวาน งานนี้หมิงเปลืองตัวตลอดแต่คิดว่า ณจุดนี้หมิงยอมเปลืองตัวมากกว่าเผชิญความกลัวคนเดียว
เพราะภาพเบื้องหน้าคือผีนางรำที่ดักหลอกพวกตนอยู่ข้างทางและผีนางรำก็กำลังถูกผีทั้งกลมนามว่าแม่เพียงใช้มือกำผมบนศีรษะเอาไว้ในมือแม้ว่าผีนางรำจะพยายามดิ้นสะบัดให้หลุดจากการจิกทึ้งนั้น แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากกำมืออันใหญ่และบวมฉุของแม่เพียงไปได้แต่ถึงยังไงสภาพของผีทั้งสองตนก็ยังน่ากลัวสำหรับหมิงและเป๋าอยู่ดี
“ใครส่งเธอมา?”อลินตาถามนิ่งๆ ผีนางรำชะงักกึกหันหน้ามามองอลินตาด้วยแววตาแดงก่ำราวถ่านเพลิงแต่ก็ไม่ตอบคำถามของอลินตา อลินตามองผีนางรำตนนั้นด้วยความเอือมระอา ดื้ออีกตามเคยจากสถิติผีผู้หญิงมักจะดื้อรั้นมากกว่าผีผู้ชายหลายช่วงตัวนัก
“จะไม่ตอบงั้นเหรอ?”อลินตานิ่งไปอีกอึดใจ ก่อนจะพูดทิ้งท้าย
“ฉันให้โอกาสเธอแล้วนะ”พูดพลางขยับเข้าไปใกล้ผีร้ายนางรำอย่างไม่กลัวว่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าคืออดีตมนุษย์
“นี่ยัยผีนางรำเธอคงคิดว่าเธอเนี่ยจงรักภักดีต่อนายของเธอแล้วจะทำให้นายของเธอรักและเอ็นดูเธอใช่ไหมเปล่าเลยเธอคิดผิด นายเธอก็แค่เลี้ยงเธอเอาไว้เพื่อเป็นบริวารเท่านั้นถ้าเค้าหวังดีกับเธอจริงเค้าต้องส่งเธอไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่เธอควรจะไปไม่ใช่รั้งให้เธอมาเป็นสัมภเวสีผีรับใช้อยู่แบบนี้เกิดเป็นคนก็ลำบากลำบนเจ็บช้ำน้ำใจ ผุดมาเป็นผียังมิวายโดนหลอกใช้อีกทำไมไม่รู้จักรักตัวเองบ้าง?” เหน็บได้บาดเลือดเหมือนกับว่าอลินตาอยู่ในเหตุการณ์ชีวิตของผีนางรำเพราะพูดได้ถูกต้องทุกอย่างผีนางรำค่อยๆ หันมามองหน้าอลินตา ก็พบว่าอลินตายืนยิ้มละไมตาหยีรอท่าอยู่แล้ว
“อยากไปเกิดใหม่หรือเปล่า? ฉันจะส่งเธอไปเกิดเอง นี่ฉันหวังดีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเลยนะเพราะปกติการไปเกิดของผีตนหนึ่งต้องมีเงินค่าจ้างเข้าแลก ถือว่าเธอทำบุญมาดีมาก”อลินตาก้าวเข้าไปใกล้ผีนางรำอีกนิดก่อนจะร่ายมนต์คาถาอตีตมนตราอีกครั้งพลันก็เกิดรัศมีสีน้ำเงินส่องสว่างรอบกายของหญิงสาวผีนางรำที่พลอยได้รับผลกระทบจากตาข่ายมนตราที่ทรงอำนาจก็ถึงกับถดถอยกายออกจากอลินตาไปหลายก้าวไม่เว้นแม้แต่ผีทั้งกลมนามว่าแม่เพียงที่ออกแสบออกร้อนตามร่างกายเมื่อรัศมีสีน้ำเงินของอลินตาปรากฏขึ้นสองผีมีความสามัคคีก้าวถอยหลังออกไปจากอลินตาเพื่อตั้งหลัก
ทางด้านสองเพื่อนรักก็เกาะกันกลมอยู่ทางด้านหลังของอลินตาอลินตายืนนิ่งดวงตาฉายแสงสีน้ำเงินจ้า ก่อนจะค่อยๆ กรายเข้าไปหาผีนางรำโดยหันไปบอกกับผีตายทั้งกลมเสียงเรียบแต่หนักแน่น
“แม่เพียง กลับไปสถิตที่หัวแหวนตามเดิมเถิดทางนี้ฉันจัดการเอง”อลินตาพูดจบปุ๊บ ร่างของผีตายทั้งกลมนามว่าแม่เพียงก็หายไปปั๊บชนิดไม่เห็นฝุ่นเหมือนดังว่านางเองก็ไม่อยากจะอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกันคราวนี้ก็เหลือแค่ผีนางรำยืนโด่เด่อยู่ตนเดียวด้วยความอ้างว้าง อลินตาค่อยๆ เดินไปหาผีนางรำพลางพูดเกลี้ยกล่อม
“อดีตของเธอก็เจ็บปวดมากพออยู่แล้วโดนผู้ชายหักอก แล้วยังจ้างให้มารำในงานแต่งของเขาด้วยความยากจนและหมดหนทางเธอจึงรับงานรำอวยพร จนกระทั่งเจ้าสาวหรือว่าคนรักใหม่ของแฟนเธอเข้ามาเยาะเย้ยเธอเลยทนไม่ได้วิ่งหนีออกมาจากงานทั้งชุดนี้แล้วก็โดนสิบล้อชนตายในที่สุด” อลินตาพูดออกมาเป็นฉากๆ เพราะเธอได้เห็นเหตุการณ์ ทั้งหมดจากมนต์คาถาอตีตมนตราทางด้านผีนางรำได้ยินก็ตาลุกวาวอย่างเดือดดาลเพราะมันคืออดีตที่ผีสาวไม่อยากจดจำเป็นอย่างยิ่ง
“แต่...” อลินตาพูดต่อ
“แทนที่เธอจะได้ไปเกิดใหม่กลับต้องมาวนเวียนเป็นผีรับใช้อยู่แบบนี้บุญทานที่เคยทำเมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ก็น้อยเหลือเกินส่งผลเพียงริบหรี่ไม่มีอำนาจพอจะทำให้เธอหลุดพ้นไปจากผีร้ายที่มีอำนาจเหนือกว่าเธอได้”ผีนางรำยืนนิ่งมีเพียงตาสีแดงฉานที่กลอกกลิ้งไปมาเป๋านี่ขนลุกจนตัวจะเป็นตุ่มไปหมดแล้ว อลินตายังคงเกลี้ยกล่อมต่อไป
“ถ้าอยากไปเกิดใหม่มีวิถีชีวิตที่ควรจะเป็นไม่ต้องมาถูกกดถูกบังคับเช่นทุกวันนี้ ฉันช่วยเธอได้” อลินตาพูดน้ำเสียงเป็นมิตรพอควรผีนางรำยังคงยืนแข็งทื่อเหมือนจะยอมรับและคล้อยตามคำพูดของอลินตา อลินตาเองก็ค่อยๆเดินเข้าไปหาผีนางรำตนนั้นช้าๆ พลางกำมือทั้งสองข้างแน่น และพลันก็ปรากฎมีประกายแสงสีน้ำเงินที่มือด้านขวาของเธอ
ผีนางรำที่ยืนนิ่งสนิทดวงตาแดงฉานแข็งกร้าวราวถูกสาปกระทั่งเมื่ออลินตาก้าวเข้ามาจนเกือบจะถึงตัวผีนางรำ ผีนางรำตนนั้นก็อ้าปากกว้างพร้อมกับมีควันสีดำออกจากปากแต่แล้วจังหวะนั้นพอดีกับควันสีดำที่กำลังพุ่งทะยานออกจากปากผีนางรำ อลินตาก็สะบัดมือขวาของตนคล้ายๆกับออกแรงขว้างอะไรบางอย่างในมือไปที่ปากของผีนางรำตนนั้น มันเป็นควันเช่นกันแต่เป็นควันสีน้ำเงินพุ่งโผนเข้าไปในปากของผีนางรำเมื่อควันสีน้ำเงินพุ่งเข้าปากของผีนางรำไปแล้วทุกอย่างก็พลันเงียบลงราวกับว่าไม่เคยเกิดเหตุการณ์ผีหลอกวิญญาณหลอนอะไรขึ้นมาเลยสักนิดเดียว
อลินตายืนนิ่งนิ่งจนเหมือนหุ่นปั้นเชียวล่ะเป๋ากับหมิงกอดกันกลมดิกคล้ายคู่รักที่กันปานจะกลืนแต่จิตใจทั้งสองไม่ได้โรแมนติกเอาเสียเลย เพราะหวาดกลัวและตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าเป็นอย่างมากดีที่ว่าอลินตายืนปักหลักเป็นแกนนำ จึงทำให้หมิงกับเป๋าสติไม่หลุดกระจายเฉกเช่นเหตุการณ์ตอนอยู่ในรถริมถนนเมื่อสักครู่นี้
ทางด้านคฤหาสน์โหราตระกูลอันโอ่อ่าหัวค่ำเช่นนี้เป็นเวลาอาหารมื้อค่ำของสองแม่ลูกปลายนภา และเนตรนภาแต่ในวันนี้ผิดไปจากทุกวัน เมื่อปลายนภาบอกกับแม่บ้านมุกนวลว่าไม่ค่อยสบายให้นำอาหารขึ้นไปให้บนห้องนอนเธอด้วยก็มีเพียงเนตรนภาที่กินข้าวอยู่บนโต๊ะอาหารสุดหรูหราเพียงคนเดียว
เนตรนภาค่อนข้างเบื่อหน่ายกับชีวิตที่ถูกปลายนภาผู้เป็นแม่กำหนดเอาไว้แทบจะทุกอย่างแล้วความเป็นอยู่ที่สุดแสนจะระเบียบจัดแบบนี้มันยิ่งทำให้เนตรนภาไม่ค่อยอยากกลับบ้านนี่ถ้าไม่มีเหตุการณ์เปิดพินัยกรรมและข่าวการกลับมาที่บ้านของอลินตาญาติผู้พี่ของเธอ มีหวังเนตรนภาก็ไม่กลับมาอยู่โยงเฝ้าบ้านนานขนาดนี้หรอกและเพราะต้องรอทำธุระเรื่องพินัยกรรมให้เสร็จ เนตรนภาจึงได้หยุดยาวถึงเพียงนี้แต่ก็ยังหมดห่วงไปได้เปราะหนึ่ง เพราะใกล้จะปิดเทอมแล้ว คงมีเพียงกิจกรรมเล็กๆน้อยๆ ที่มหาวิทยาลัยเท่านั้น
แม้เนตรนภาจะเกิดมาบนกองเงินกองทองก็ตามแต่หญิงสาวก็หาได้ชอบชีวิตอันเพียบพร้อมเช่นนี้ไม่เนตรนภากลับปลื้มชีวิตที่เรียบง่ายเป็นอิสระ และพบเจออะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา ดังนั้นเนตรนภาจึงค่อนข้างเป็นเด็กกิจกรรมมากกว่าเด็กเรียน และไอดอลลับๆ ของเธอนั่นก็คืออลินตานั่นเองมีหรือที่เนตรนภาจะไม่รู้ว่างานที่แท้จริงของอลินตาคืออะไรแต่เนตรนภาเคยพูดเรื่องนี้กับแม่ของเธอ และทุกครั้งที่เนตรนภาเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูดปลายนภาก็รู้สึกจะไม่สบอารมณ์และออกอาการเกรี้ยวกราดทุกครั้งไป
เนตรนภากินข้าวไม่กี่คำก็บอกกับแม่บ้านมุกนวลว่าเธออิ่มแล้วเก็บสำรับได้เลยจากนั้นก็เดินฉิวออกไปจากห้องอาหารทันทีเพราะเนตรนภาจะรีบขึ้นไปพักผ่อน พรุ่งนี้เธอมีนัดสำคัญเพื่อไปยังสถานที่สำคัญในวันรุ่งขึ้นตามคำสั่งของอลินตา!!