ข้าเป็นชายาของท่านอ๋องขนปุย (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 76 คนที่ไว้ใจที่สุด

            จริงๆ แล้วเหยาเชียนเชียนก็รู้ได้โดยที่ไม่ต้องให้ผู้ใดบอก เพียงโทษขโมยแผนที่จัดวางกำลังคุ้มกันนครหลวงเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอให้ประหารชีวิตอวี่เหลียนเอ๋อร์แล้ว ในคราแรกนางถือสาหากเด็กคนหนึ่งต้องมาตายไปทั้งอย่างนี้ แต่ผู้ใดเล่าจะคิดว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้

             เป่ยเหลียนโม่ปลอบใจนางอย่างเงียบๆ เหยาเชียนเชียนได้รับผลกระทบอย่างยิ่งจากเหตุการณ์นี้หลังจากนี้เขาจะสั่งให้คนตรวจสอบคนรอบตัวนางให้ละเอียดก่อนจึงจะสามารถเก็บไว้ข้างตัวต่อไปได้

             “เปิ่นหวังเก็บอวี่เหลียนเอ๋อร์ไว้ไม่ได้ แต่ก่อนที่นางจะตาย เปิ่นหวังยังมีเรื่องอยากถามนาง”

             ในคุกใต้ดินอันมืดมิดนั้นเงียบสงัดเสียจนได้ยินเพียงเสียงน้ำหยดเท่านั้น ไม่มีผู้ใดรู้ว่าด้านล่างของจวนชิงผิงอ๋องจะมีคุกใต้ดินขนาดใหญ่อยู่

             อวี่เหลียนเอ๋อร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าก็อดที่จะเหยียดมุมปากขึ้นมาไม่ได้

             “ท่านอ๋องเสด็จมาแล้ว น่าเสียดายที่เหลียนเอ๋อร์ไม่สามารถยืนขึ้นคารวะท่านอ๋องได้”

             เป่ยเหลียนโม่พินิจมองนางเงียบๆ องครักษ์เงาไปสืบเรื่องของสตรีผู้นี้มาแล้ว น่าเสียดายที่พวกเขาสืบมาได้เพียงว่านางเป็นบุตรของเศรษฐีครอบครัวหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นเพียงบุตรบุญธรรม ทว่าแท้จริงแล้วทำอะไรเขาก็รู้แจ้งได้อยู่ในใจ

             ไกลจากนครหลวงออกไปร้อยแปดสิบลี้ หากไม่ใช่เพราะถูกคนจงใจพามา นางก็ไม่อาจคิดริเริ่มทำสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง

             “เปิ่นหวังถามเจ้า ผู้ใดอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้?”

             อวี่เหลียนเอ๋อร์หัวเราะเบาๆ และส่ายหัว “ไม่มีผู้ใดบงการเพคะ ทั้งหมดนี้เหลียนเอ๋อร์ล้วนทำตามความต้องการของตัวเองเท่านั้น”

             นางเงยหน้าขึ้น มองเป่ยเหลียนโม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างละเอียด จากนั้นก็แย้มยิ้มบางๆ

             “ท่านอ๋อง จริงๆ แล้วสิ่งที่เหลียนเอ๋อร์กระทำไป สำหรับพระองค์ก็ไม่ใช่โทษที่ไม่อาจอภัยได้กระมัง ทุกคนในนครหลวงแห่งนี้ล้วนรู้กันดีว่าเหยาเชียนเชียนพัวพันกับองค์ชายสามมาหลายปีแล้ว แม้ว่าพระองค์จะมีท่าทีลุ่มหลงต่อหน้าผู้อื่น ทว่าความจริงแล้วท่านอ๋องมีไมตรีต่อสตรีผู้นั้นจริงหรือ?”

             นางมองเป่ยเหลียนโม่อย่างมั่นใจ ชิงผิงอ๋องและองค์ชายสามไม่ลงรอยกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร และนี่ไม่ใช่ความลับที่สลักสำคัญอะไรนัก

             เขาสู่ขอสตรีขององค์ชายสามด้วยเหตุผลบางอย่าง ผู้ใดเล่าจะเชื่อว่าเขารักเหยาเชียนเชียนจากใจจริง แม้ว่าพวกเขาจะแสดงออกว่ารักใคร่กันต่อหน้าผู้อื่น แต่ก็หลอกได้เพียงเหล่าคนเขลาที่ไม่รู้ความเท่านั้น

             “ท่านอ๋อง พระองค์คงไม่ได้เชื่อว่าเหยาเชียนเชียนจะยอมละทิ้งองค์ชายสาม และเปลี่ยนใจมาสวามิภักดิ์ต่อพระองค์จริงๆ หรอกกระมัง” นางหัวเราะเย้ยหยัน “ล้วนเป็นสตรีด้วยกัน หม่อมฉันรู้จักนางดี ความสัมพันธ์อันยาวนาน ไหนเลยเพียงบอกว่าจะตัดก็ตัดได้ ยามนี้ที่นางทำดีต่อพระองค์ก็เป็นเพียงแผนรับมือชั่วคราวเท่านั้น”

             เป่ยเหลียนโม่มีสีหน้าสงบอยู่เสมอราวกับว่าเขาไม่ได้สนใจสิ่งที่นางพูดเลย เมื่ออวี่เหลียนเอ๋อร์มองมาที่เขาอย่างได้ใจอีกครั้ง เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า

             “ยี่สิบสามปีที่แล้ว บุตรของครอบครัวชาวนาครอบครัวหนึ่งได้หายตัวไป และตั้งแต่นั้นมาบนโลกใบนี้ก็มีสตรีที่ไม่สามารถเติบโตได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน เดิมทีเจ้าเป็นบุตรสาวบุญธรรมของพ่อค้าสกุลหลิวผู้ร่ำรวยในแถบชานเมือง ทว่าเมื่อครึ่งเดือนก่อนหน้ากลับถูกคนซื้อตัวไป”

             รอยยิ้มของอวี่เหลียนเอ๋อร์ชะงักไปชั่วครู่ เขากล่าวได้ถูกต้อง ชิงผิงอ๋องไปสืบเรื่องของนางมาแล้ว และสืบได้ค่อนข้างละเอียดเลยทีเดียว

             แต่แล้วอย่างไรเล่า สุดท้ายเขาก็ยังรีบร้อนมาถามนางอยู่ดี จนถึงยามนี้เขาก็ยังสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลังไม่พบ

             “เปิ่นหวังเพียงแค่สงสัยนิดหน่อย ด้วยสถานะเช่นเจ้ายังมีสิ่งใดให้ยึดมั่นได้อีก อย่าบอกว่าทำเพื่อเงิน เหตุผลประเภทนี้ไร้สาระเกินไป เพราะเจ้าไม่ยอมปริปาก ข้าจึงสั่งให้คนไปสืบ"

             สำหรับคนเช่นอวี่เหลียนเอ๋อร์ที่ไร้ความหวัง เมื่อยี่สิบปีที่แล้วคนเหล่านั้นคงต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่อยากจะสนับสนุน ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถปล่อยมือได้ เป่ยเหลียนโม่เหลือบมองนาง

             “ถ้าเจ้ายอมสารภาพคนที่อยู่เบื้องหลัง เปิ่นหวังอาจจะสามารถช่วยสนองความปรารถนาของเจ้าได้”

             แววชั่วร้ายสายหนึ่งวูบไหวในดวงตาของอวี่เหลียนเอ๋อร์และหายวับไปในทันที นางก้มศีรษะลงเล็กน้อย ทำให้มองเห็นอารมณ์ในดวงตาของนางได้ยาก

             “เพียงเพื่อสตรีที่ไม่ได้รักพระองค์เลย หรือเพื่อความร่วมมืออันไม่น่าพึงพอใจนัก ไม่คิดเลยว่าท่านอ๋องจะยอมทำถึงขั้นที่ยอมให้สัญญากับคนที่กำลังจะตายอย่างหม่อมฉัน พระองค์ไม่รู้สึกเสียเกียรติของตนเองเลยจริงๆ หรือเพคะ?”

             เป่ยเหลียนโม่ยกยิ้มมุมปาก “หวังเฟยเป็นภรรยาของเปิ่นหวัง เปิ่นหวังจะไม่ได้รักนางได้อย่างไร”

             ‘ภรรยา’ อย่างนั้นหรือ อวี่เหลียนเอ๋อร์ยิ้มประชดประชัน นางไม่สนใจที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาของผู้อื่น แต่หากสามารถทำให้มีคนเป็นทุกข์เพิ่มขึ้นในโลกได้อีกหนึ่งคน เหตุใดนางจะไม่ยินดีกระทำเล่า

             “ท่านอ๋องทรงพระปรีชาเช่นนี้ ไม่คิดเลยว่าจะเลอะเลือนกับเรื่องประเภทนี้ พระองค์ไม่กล่าวถึงอย่างอื่น จดหมายเหล่านั้นหม่อมฉันไม่ได้ปลอมขึ้นมาเอง แต่หวังเฟยเหนียงเหนี่ยงผู้นั้นเป็นคนเขียนถึงองค์ชายสามด้วยตัวเองทั้งหมดก่อนที่จะแต่งงาน พระองค์ไม่ทรงถือสาเลยจริงๆ หรือเพคะ?”

             เกรงว่าคงเป็นไปไม่ได้กระมัง

             ไม่มีบุรุษคนใดยอมปล่อยให้ภรรยาของตนเองเอาแต่คะนึงหาชายอื่น นับประสาอะไรกับผู้มีฐานะสูงส่งอย่างเป่ยเหลียนโม่เล่า ศักดิ์ศรีและความสง่าของเขาไม่อาจท้าทายได้

             ยิ่งไปกว่านั้น คนที่พัวพันกับหวังเฟยของเขาก็คือพี่ชายผู้น่ารำคาญของเขาเองด้วย หากจะบอกว่าไม่ถือสาอะไรเลยก็คงเป็นเพียงลมปากเท่านั้น

             “ท่านอ๋อง พระองค์น่าจะอ่านจดหมายพวกนั้นทั้งหมดแล้ว” อวี่เหลียนเอ๋อร์มองเข้าไปในดวงตาของเป่ยเหลียนโม่ และยิ้มอย่างเบิกบานยิ่งขึ้นราวกับดอกไม้กินคนที่เตรียมจะสังหารอย่างโหดเหี้ยม เพลิดเพลินกับความสุขสมอันมาจากลมหายใจที่ติดขัดของเหยื่อ

             “ภายในจดหมายคือความจริงใจของหวังเฟยเหนียงเหนี่ยง ทุกถ้อยคำคือความรักที่นางมีต่อองค์ชายสาม หากท่านอ๋องอ่านแล้วไม่มีความรู้สึกไม่พอใจสักเล็กน้อยเลย เช่นนั้นคิดดูแล้วพระองค์ก็คงไม่ได้มีความรู้สึกที่ดีต่อหวังเฟยเหนียงเหนี่ยงมากนัก”

             นัยน์ตาดำทั้งสองของเป่ยเหลียนโม่สงบและเรียบนิ่ง ไม่ว่านางจะหัวเราะตามอำเภอใจมากเพียงใด เขาก็ยังคงเงียบ อย่างมากที่สุดก็แค่มองนางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เสียงหัวเราะของอวี่เหลียนเอ๋อร์ดังสะท้อนอยู่ภายในคุกใต้ดิน แต่สุดท้ายนางก็หัวเราะไม่ออกเสียเอง

             น่าเบื่อเหลือเกิน อวี่เหลียนเอ๋อร์หุบยิ้ม นางไม่สามารถยั่วโทสะของชิงผิงอ๋องได้เลยแม้แต่น้อย ชายผู้นี้เย็นชาและเลือดเย็นเกินไป คำกล่าวของนางราวกับถูกโยนลงไปในแอ่งโคลน หลังจากระลอกคลื่นน้ำหยุดนิ่งแล้วก็กลับมาเงียบเหงาไร้เสียงอีกครั้ง

             “พูดจบแล้วหรือ?”

             เป่ยเหลียนโม่สืบเท้าเข้าไปอยู่ตรงหน้านาง และกดสายตาทอดมองลงไปที่นางราวกับภูเขาสูงที่ไม่มีผู้ใดสามารถทำให้สั่นไหวได้ หากเงยหน้าขึ้นไปมองมีแต่จะเกิดความรู้สึกยำเกรงเท่านั้น

             “เปิ่นหวังไว้ชีวิตเจ้า ไม่ใช่เพราะต้องการรู้สิ่งใดจากปากเจ้า เพียงแค่อยากตรวจสอบให้ชัดเจนก็เท่านั้น ผลลัพธ์ในยามท้าย ไม่ว่าเจ้าจะพูดหรือไม่ สำหรับเปิ่นหวังมันก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก”

             เป่ยเหลียนโม่สบตานางและแย้มยิ้มออกมาทันที

             “แม้ว่าเปิ่นหวังจะไม่จำเป็นต้องอธิบายให้เจ้าฟังมากมาย แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการล้างมลทินให้หวังเฟย เปิ่นหวังจึงจำเป็นต้องกล่าวสักสองประโยค”

             เขาลดศักดิ์ลงต่ำเพื่อโน้มตัวลงมา ในน้ำเสียงเจือความเบิกบานหลายส่วน

             “คนนอกจะรับรู้ความอ่อนโยนของหวังเฟยได้อย่างไร เป็นดังที่เจ้าว่า เปิ่นหวังและหวังเฟยรักกันต่อหน้าคนนอก แต่สำหรับคนในกลับรักกันลึกซึ้งยิ่งกว่า เรื่องราวต่างๆ ในอดีตเปิ่นหวังไม่อาจลืมเลือนได้ แต่แล้วอย่างไรเล่า ยามนี้นางเป็นของเปิ่นหวัง หัวใจก็เป็นของเปิ่นหวังเช่นเดียวกัน การใส่ใจเรื่องราวในอดีตที่รบกวนใจเหล่านั้น มีแต่จะทำให้คนอย่างเจ้ามีความสุขอย่างลับๆ เท่านั้น”

             อวี่เหลียนเอ๋อร์รู้สึกทุกข์ใจ ดังนั้นนางจึงไม่อาจเห็นผู้อื่นมีความสุขและใช้ชีวิตอย่างราบรื่นได้ ทว่าคนที่ทุกข์ใจในโลกใบนี้จะมีเพียงนางคนเดียวได้อย่างไร หากทุกคนล้วนอาฆาตแค้นและก่อเรื่องก่อราวเช่นนี้ แล้วจะมีดินแดนสุขาวดีอยู่ที่ใดได้อีก

             ดวงตาของเป่ยเหลียนโม่เต็มไปด้วยความสุขยามที่เขานึกถึงเหยาเชียนเชียน สายตาเช่นนี้ทำให้อวี่เหลียนเอ๋อร์กระชับโซ่ตรวนแน่นด้วยความโกรธสุดขีด นางไม่เคยได้สัมผัสมันเลย ทว่าผู้อื่นกลับได้รับมันอย่างง่ายดาย โลกใบนี้ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

             เหตุใดถึงต้องเป็นนาง เป็นนางที่ต้องแบกรับความเจ็บปวดเหล่านี้ ทว่าผู้อื่นสามารถมีความสุขได้

             “ชิงผิงอ๋อง หากหม่อมฉันแจ้งต่อพระองค์ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คือคนที่พระองค์ไว้ใจมากที่สุด พระองค์จะทรงคิดเห็นอย่างไรเพคะ?”

             นางยิ้มอย่างโหดเหี้ยม พยายามหาความเศร้าโศกและความตระหนกบนใบหน้าของเป่ยเหลียนโม่ ทว่ายังคงล้มเหลว

             ชายหนุ่มหมุนตัวเดินออกจากประตูห้องขังไป น้ำเสียงของเขาแผ่วราวกับเพิ่งได้รับฟังเรื่องที่ไม่สลักสำคัญอะไรเลย

             “คนที่เปิ่นหวังไว้วางใจมากที่สุด แม้แต่เปิ่นหวังเองก็ยังไม่รู้ แล้วเจ้าหมายถึงผู้ใดเล่า”

             เขายกมุมปากขึ้นแล้วผินใบหน้ามองไปยังอวี่เหลียนเอ๋อร์ที่กำลังจะแตกสลาย

             “จริงๆ แล้วคนที่คิดว่าตนมีความชอบธรรมเช่นเจ้าไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้ แต่เปิ่นหวังได้ยินมาว่าเจ้ายังมีน้องชายที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อเห็นแก่หวังเฟย เปิ่นหวังจะให้ทางรอดแก่เขา ชาติหน้าก็ฉลาดสักหน่อยเล่า อย่าได้ถูกผู้อื่นหลอกลวงอีก”

             อวี่เหลียนเอ๋อร์มองชายหนุ่มเดินจากไปไกลอย่างเหม่อลอย น้องชายอย่างนั้นหรือ ญาติที่ยังเหลืออยู่เพียงคนเดียวของนาง ชิงผิงอ๋องจะตามหาเขาพบจริงๆ หรือ?

             นางยิ้มเศร้า หากเขาทำได้ นางก็คงไม่ต้องทำอะไรแทนคนผู้นั้นตั้งแต่แรก 

             แต่ไม่ว่าจะทำหรือไม่ทำก็ล้วนไม่ต่างกัน ชีวิตนี้ของนางแตกสลายไปนานแล้ว น้องชายเป็นกำลังใจเพียงอย่างเดียวของนางในการเอาชีวิตรอดไปวันๆ ชาตินี้นางไม่เคยขอให้ความสุขคงอยู่แม้เพียงครู่เดียว แต่หวังว่าชาติหน้านางจะได้เป็นดังที่ชิงผิงอ๋องกล่าวไว้ อย่าได้ถูกผู้ใดหลอกลวงอีกเลย

             “ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ” นางลากโซ่และค่อยๆ คุกเข่าลง ก่อนจะค้อมคำนับอย่างจริงจัง “ชีวิตของคนต่ำชีวิตหนึ่ง ทำได้เพียงอวยพรให้ท่านอ๋องและหวังเฟยรักกันตลอดไป ขอให้สุขสบายและมีความสุขเพคะ”

             สายลมพัดผ่านที่แห่งนี้ และพัดพาเอาเสียงร้องไห้ออกไปด้วย

             เป่ยเหลียนโม่มุ่งออกจากจวนไปยังสถานที่ซึ่งเจริญรุ่งเรืองที่สุดในตลาด และคงไม่พ้นไปจากเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานเคล้าไปกับเสียงเครื่องดนตรีประเภทสายและเป่าของหอเพียวเซียง

             ซั่งกวนหลิงระงับความยินดีไว้ในใจ และรอจนกระทั่งเหลือเพียงนางและเป่ยเหลียนโม่อยู่ในห้อง จากนั้นจึงคุกเข่าลงอย่างแสดงความเคารพ

             “ถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ”

             หลังจากชิงผิงอ๋องมีเหยาเชียนเชียนเป็นหวังเฟย เขาก็มาพบนางที่นี่น้อยลง หากมีธุระก็จะให้องครักษ์เงาเป็นผู้ส่งสาส์นแทน และจะเสด็จมาด้วยพระองค์เองต่อเมื่อมีเหตุจำเป็นเพียงครั้งคราวเท่านั้น

             ซั่งกวนหลิงเงยหน้าขึ้นอย่างระมัดระวัง นางอยากจะจดจำทุกอย่างเกี่ยวกับอีกฝ่ายและสลักลึกลงไปในใจ หลังจากการพบกันครั้งนี้ นางไม่รู้ว่าครั้งต่อไปจะเป็นเมื่อใด

             เป่ยเหลียนโม่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาซ่อนเร้นจนเกือบจะเป็นความโหยหาของนางทำให้เขารู้สึกอึดอัด อีกทั้งบนโต๊ะยังกรุ่นกลิ่นหอมที่ชวนให้รู้สึกเลี่ยน เขายกกาน้ำชาขึ้นและเททิ้งจนหมด ปล่อยให้ทั้งห้องเงียบสงัด

             “เปิ่นหวังจะพาตัวน้องชายของเหลียนเอ๋อร์ไป” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “เจ้าไปนำตัวเขามา ให้เขาตามเปิ่นหวังกลับจวน”

             คำพูดนับพันนับหมื่นของซั่งกวนหลิงถูกทำให้ชะงักด้วยประโยคนั้นและพลันหน้าถอดสี นางบีบปลายนิ้วที่สั่นระริกและเค้นเสียงกล่าวว่า “ท่านอ๋อง ขอเวลาให้หลิงเอ๋อร์หน่อยได้หรือไม่ หลิงเอ๋อร์...หลิงเอ๋อร์จะสืบหาที่อยู่ของเขาให้พบโดยเร็วที่สุดเพคะ”

             แววตาคมปลาบของเป่ยเหลียนโม่มองไปยังนาง ราวกับชิ้นส่วนของใบมีดน้ำแข็งที่ปกคลุมไปด้วยความเย็นเยียบโปรยปรายลงมาเฉือนผิวเนื้อของนาง ทำให้นางไม่มีแม้แต่ช่องว่างให้ซ่อนตัว

             “เจ้าอยู่กับเปิ่นหวังมานานมากน้อยเพียงใดแล้ว ควรจะรู้ว่าสิ่งที่เปิ่นหวังเกลียดที่สุดคือคนที่อวดฉลาด หมากที่กระทำโดยพลการมีจุดจบเพียงอย่างเดียว ยังต้องให้เปิ่นหวังเตือนเจ้าอีกหรือ?”

             ซั่งกวนหลิงคุกเข่าลงตัวแข็งทื่อ นางปิดบังเขาไม่ได้จริงๆ ด้วย ในสายตาของเขา สิ่งที่นางทำนั้นทั้งต่ำช้าและน่าขัน แต่นางทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อชิงผิงอ๋อง ต่อให้มีโอกาสอีกครั้ง นางก็ยังจะเลือกทำแบบเดียวกัน 

             “สตรีผู้นั้นไม่คู่ควรที่จะอยู่เคียงข้างท่านอ๋อง นางมีความสัมพันธ์กับองค์ชายสาม ทว่าท่านอ๋องกลับเบนความสนใจไปให้นางมากเกินไป ซึ่งไม่เป็นผลดีต่องานส่วนรวมเลยนะเพคะ หลิงเอ๋อร์ไม่อาจทนมองนางทำลายท่านอ๋องไปต่อหน้าต่อตาได้ หากท่านอ๋องต้องการลงโทษหลิงเอ๋อร์ด้วยเหตุนี้ หลิงเอ๋อร์ก็ยินดีรับโทษเพคะ”

             ชิงผิงอ๋องช่วยชีวิตนางไว้ ดังนั้นนางจึงต้องการตอบแทนกลับคืน แต่นางก็ทนไม่ได้

             “ท่านอ๋อง หลิงเอ๋อร์ติดตามพระองค์มาหลายปี หวังเพียงว่าพระองค์จะไม่ถูกผู้อื่นหลอก หากเลือดของหลิงเอ๋อร์สามารถช่วยให้ท่านอ๋องตาสว่างได้ เช่นนั้นหลิงเอ๋อร์ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งเพคะ”

             เป่ยเหลียนโม่เหลือบมองนางด้วยสายตาเรียบเฉย และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สูงขึ้นเล็กน้อย “จริงหรือ?”

             กริชอันแหลมคมถูกขว้างลงตรงหน้าของซั่งกวนหลิง แสงเย็นสะท้อนเข้าดวงตาของนางพร้อมกับเสียงเย็นชาของเป่ยเหลียนโม่ที่ดังก้องอยู่ข้างหู

             “เช่นนั้นก็ทำให้เปิ่นหวังดูหน่อยว่าเจ้ายินดีมากเพียงใด”

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นชายาของท่านอ๋องขนปุย (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808