โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 132 ถูกสอบสวน

    ขจรถูกพาตัวเข้ามาในตึกแห่งหนึ่งมีป้ายขนาดใหญ่เขียนไว้ว่า หอคุ้มกฏแห่งสำนักวังเหมันต์ ด้านในห้องโถงใหญ่ ตอนนี้มีเหล่าคุณชายตระกูลหยาง ตระกูลฟางและ ตระกูลหยุน  และยังมีชายที่นั่งอยู่ตรงกลางห้องโถงขนาดใหญ่ เป็นจ้าวหอผู้คุ้มกฏของสำนักวังเหมันต์ มีชื่อว่า หยางซู่   และด้านข้างซ้ายขวามี รองผู้คุ้มกฏอีกสามคน 

    มีธิดาเทพมาร่วมฟังการพิจารณาในครั้งนี้ด้วย พร้อมกับศิษย์สำนักวังเหมันต์อีกหลายคน และยังมีผู้พิทักษ์ที่ปะมือกับขจร เมื่อคืนยืนอย่างนิ่งสงบ 

    รองผู้คุ้มกฏ ตุงฮิง พาขจรเดินเข้ามาในห้องโถง ทุกคนก็ต่างจับจ้องมองขจรเป็นจุดเดียว

    “ ท่านเจ้าหอ ชายคนนี้คือศิษย์ใหม่ ชื่อว่า เซี่ยจง” รองผู้คุมกฏ แนะนำให้ทุกคนรู้จักขจร ที่ตอนนี้ได้แต่มองซ้าย มองขวา เพื่อว่าถูกจับได้ จะหาช่องทางหลบหนีไปได้อย่างไร

    “ เซี่ยจง เจ้ายอมรับไหม ว่าเจ้าคือ จอมโจรหนุมาน และยังเข้าไปในเขตหวงห้ามอีก”

    “ โอ้โห นี่เจ้าหอหยาง อยู่ๆ ท่านก็กล่าวหาศิษย์ของข้าเช่นนี้ มีหลักฐานหรือพยานหรือเปล่า”   อาจารย์ชิวเดินออกมา  แล้วเอ่ยแทนขจร

    “ เจ้าหอชิว เรื่องนี้ต้องมีพยาน หรือ หลักฐานแน่ พวกเจ้าทั้งสามตระกูล ยืนยันได้ไหม ว่าเซี่ยจง คือ จอมโจรหนุมาน ที่ปล้นทรัพย์ของพวกเจ้า”

    สามตระกูลใหญ่ หันไปมองหน้ากัน แล้ว มองหน้าขจรสลับไปมา แต่ละคนก็ไม่สามารถตอบได้ เพราะว่า จอมโจรหนุมานสวมหน้ากากเอาไว้

    “ พวกเราไม่แน่ใจ เพราะว่าเจ้าโจรนั่นมันสวมหน้ากากลิงเอาไว้”

    คนของตระกูลหยางกล่าวเป็นคนแรก และอีกสองตระกูลก็เห็นด้วย มีแต่หยุนซี ที่มองดวงตาของขจรแล้ว ดวงตามีประกายแปลกๆ

    “ เจ้าหน้าที่ ค้นตัวเซี่ยจง ดูว่ามีหลักฐานอะไร บ้างไหม”

    ขจรถูกค้นตัวอย่างละเอียด แม้แต่แหวนมิติ ก็ถูกให้นำสิ่งของออกมาให้หมด ซึ่งพวกเขาไม่สามารถตรวจสอบได้ ว่าที่แขนของเขานั้นมีแผ่นหนังมิติฝังเอาไว้อยู่อีก

    จึงได้แต่นำแหวนมิติที่สวมออกมาเปิดเผย ซึ่งข้างในนั้นก็มีแต่ของเล่น และเสื้อผ้าของถิงถิงทั้งหมด ทำให้ทุกสายตากลับมองขจร ด้วยความประหลาดใจ

    “ เซี่ยจง นี่เจ้าสะสมตุ๊กตา เสื้อผ้าเด็กขนาดนี้เลยเร๊อะ” อาจารย์ชิว ถึงกับเอ่ยปากอย่างสงสัย

    “ นี่เป็นของบุตรสาวบุญธรรมของศิษย์ ที่บ้านไม่มีที่จะเก็บแล้ว ศิษย์เลยต้องเอามาเก็บไว้ในแหวนมิติวงนี้”

    ทุกคนได้ฟังก็ได้แต่หัวเราะ ขบขัน 

    “ เห็นไหม ไม่มีหลักฐานอะไรเลย ปล่อยเขาไปได้หรือยัง” อาจารย์ชิวเอ่ยและกำลังจะพาขจรจากไป

    “ เดี๋ยวก่อน เรื่องนี้มีความสำคัญ หากเขาไม่ได้เป็นโจรจริงๆ ก็ไม่มีปัญหา แต่ว่าหากเขาเป็นคนของ สำนักวังอสูรฟ้า ส่งมาเป็นสาย  มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่”

    “ อะไรนะ นี่ท่านคิดว่า เซี่ยจง เป็นสายของสำนักวังอสูรฟ้า เลยอย่างนั้นเร๊อะ?”

    “ ไม่ใช่ข้า แต่เป็นท่านผู้พิทักษ์หวังหลิง เป็นคนสงสัย เชิญท่านตรวจสอบได้เลย”

    ผู้พิทักษ์เดินเข้ามาใกล้ๆ กับ ขจร ที่ตอนนี้ ยังยิ้มแย้ม ทำใจดีสู้เสือ

    “ คนที่ข้าปะมือด้วยเมื่อคืน มันถูกฝ่ามือของข้าไป 1 ฝ่ามือ หากเป็นคนธรรมดาทั่วไปต้องตายไปแล้ว แต่หากมีพลังอยู่ในอาณาจักรต่ำกว่าขั้นมหาเซียน ต้องมีร่องรอยฝ่ามือของข้า ถอดเสื้อของเจ้าออกมา เจ้าหนู”

    ขจรก็ยังคงยิ้มแย้ม ถอดเสื้อออกมาให้ทุกคนได้เห็น ผิวพรรณที่ขาวผ่อง ช่างขัดกับหน้าท้องของเขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นๆ พร้อมกับ หัวนมสีขมพูอมแดง สาวๆ ที่มองถึงกับปิดหน้าปิดตา กันเป็นแถว แต่หน้าอกของเขากลับไม่มีแม้แต่รอยฝ่ามืออันใดทั้งสิ้น

    “ ท่านผู้พิทักษ์ ศิษย์ของข้าหามีรอยฝ่ามือของท่านไม่ เขาไม่ใช่คนที่ท่านต้องการแน่ๆ”

    “ ใจเย็น ยังมีอีกวิธี ชายคนนั้น มีพลังแฝงที่ร้ายกาจนั่นคือพลังเพลิงกิเลน หากถูกข้ากดดัน มันต้องเผย พลังแฝงออกมาแน่ๆ” ผู้พิทักษ์พูดจบก็นำฝ่ามือปล่อยไอเย็นระเยือกเข้ามาปกคลุมร่างของขจร สร้างความกดดันปกคลุ่มไปทั่วห้องโถง ทำให้ขจรแทบจะต้องคุกเข่าไปกับ พื้น แต่เขาไม่มีวันยอมสยบง่ายๆ แบบนี้แน่ คิดหรือว่าวิธีนี้จะจัดการกับเขาได้ 

    ขจรเลยพนมมือ แล้วท่องคาถาบูชาพระพุทธเจ้า ร่างกายของขจรก็แสงแห่งธรรมะออกมา โดยมีรัศมีเปล่งประกายสีทองส่องไปทั่วบริเวณ ทุกคนต่างตกตะลึง พลังไอเย็นของผูพิทักษ์ถึงกับ สลายหายไปพร้อมกับแรงกดดันที่ปกคลุมไปทั่วห้องโถง

    “ เจ้าเป็นอะไรกับ ไต้ซือถงจื่อ แห่งสำนักเทียนซาน?” ผู้พิทักษ์ถึงกับเอ่ยปากออกมา

    “ ข้าคือศิษย์ ฆาราวาสของท่านไต้ซือถงจื่อ”

    “ ฮ่า ฮ่า เห็นไหม ศิษย์ของข้าฝึกตนแนวทางสถาบันสงฆ์ ไม่มีทางเกี่ยวข้องกับพวกวังอสูรฟ้าเด็ดขาด พวกท่านคิดมากไปแล้ว”

    “ ข้าไม่ติดใจอะไรแล้ว” ผู้พิทักษ์หวังหลิงเอ่ยจบ ก็พุ่งตัวหายออกไปในทันที

    “ เรื่องราววันนี้ก็ขอให้ยุติลงเพียงเท่านี้ก็แล้วกัน เซี่ยจง เจ้ากลับไปได้แล้ว”

    เจ้าหอคุ้มกฏหยางซู่เอ่ยจบ ก็เดินออกไป ธิดาเทพเดินเข้ามาหาขจร แล้วเอ่ยว่า

    “ ต้องขออภัยด้วย ทีแรกข้านึกว่าเจ้าเป็นแค่เด็กขนเสบียง นึกไม่ถึงว่าเจ้าเป็นถึงศิษย์ของไต้ซือถงจื่อ วันหน้าข้าจะขอรับคำชี้แนะของ พลังเทพอรหันต์สำนักเทียนซาน หวังว่าเจ้าคงไมปฏิเสธ”  ธิดาเทพเอ่ยจบไม่รอคำตอบแล้วก็เดินจากไป

    “ ไปกันได้แล้ว เจ้านี่มีเรื่องให้ข้าแปลกใจอยู่เรื่อยๆ ไม่รู้ว่า น้องซินไปเจอกับเจ้าได้อย่างไรกัน แต่เอ๊ะ ใบหน้าของเจ้าก็เหมือนน้องซิน หรือว่าน้องซินมีลูกคือเจ้าแล้วมาหลอกข้าว่าเจ้าเป็นหลาน?”          อาจารย์ชิวกำลังเดินอยู่กลับหยุดกึก แล้วหันมาจ้องหน้าขจรนิ่ง

    “ ท่านอาจารย์ คิดมากไปแล้ว ตอนนั้นศิษย์ยากจน ต้องไปเป็นคู่ซ้อมมวยให้กับลูกค้าที่มาฝึกฝน ท่านน้าซินมาพบเข้า และได้เมตตาศิษย์ รับเลี้ยงเป็นหลานชายหาได้คิดเป็นอื่นไม่”

    “ อืม ข้าก็ว่าอย่างนั้น น้องซินคงไม่มีใครนอกจากข้าคนเดียว  แล้วเจ้าอยู่โลกมนุษย์ แล้วไปเป็นศิษย์ของสำนักเทียนซานได้อย่างไร?”

    “ ไต้ซือถงจื่อบอกศิษย์ว่า อดีตชาติของศิษย์คือ เทพสงครามซ่านจื่อ ให้ศิษย์ไปรับพลังจากอัฐิธาตุของ ท่านตั๊กม้อ พวกเขาเลยส่งคนมารับศิษย์ไปที่สำนักเทียนซาน เพื่อช่วยรับมือ กับ พวกสำนักปีศาจโลหิต อะไรนั่น”

    “ แล้วเจ้าช่วยพวกเขาได้หรือ?”

    “ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย  เพราะศิษย์กลับมาก่อน แต่ก็ได้รักษาอาการบาดเจ็บของ ท่านไต้ซือถงจื่อจนหายดีแล้ว ต่อให้หยวนปาซันกลับมาก็ไม่มีทางทำอะไรท่านไต้ซือได้”

    “ เจ้ารักษาอาการบาดเจ็บ ของท่านไต้ซือถงจื่อได้ด้วยรึ?”

    “ ก็พอรักษาได้อยู่”

    “ ตัวตนระดับนั้นหากบาดเจ็บแม้แต่ข้าเองยังไม่แน่ใจว่าจะรักษาได้ แต่เจ้ากลับรักษาได้ เจ้ารักษาได้อย่างไร?”

    พอเจอคำถามนี้ไป ขจรถึงกับอึ้งไปไม่รู้ว่าจะบอกความจริงดีหรือไม่ดี แต่พอคิดได้ก็เอ่ยว่า

    “ ตอนที่ศิษย์อยู่โลกมนุษย์ ได้รับความเมตาจากอาจารย์เซียนคนหนึ่ง ท่านได้มอบเม็ดยาวิเศษมาให้สามเม็ด จึงได้มอบให้ท่านไต้ซือไป 1 เม็ด ตอนนี้เหลืออยู่สองเม็ดเท่านั้น”

    ขจรยื่นเม็ดยากล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ให้กับ อาจารย์ชิวดู   

    “ นี่มัน ยาคืนชีพ ขั้นเซียนสวรรค์ โอ้ ความบริสุทธิ์ของมัน ถึงกับ 100 %  ต้นกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์นี่ก็หาได้ยากบนโลกเซียน อาจารย์เซียนของเจ้าต้องใช้ไฟโอสถสีดำ ในตำนานหลอมมันขึ้นมาแน่ๆ ตอนนี้ท่านอยู่ที่ไหน ข้าอยากขอคำชี้แนะจากท่าน”

    “ โอ้ ท่านไปมาไร้ร่องรอย ข้าจะพบท่านได้แค่ในความฝันเท่านั้น”

    “ หรือว่าจะเป็นท่านเซียนโอสถ ไท่ซางเหล่าจวิน หน้าตาเขาเป็นอย่างไร?”

    “ ก็ยังดูหนุ่มแน่น หน้าตาหล่อเหลา”

    “ ท่านชื่อว่าอะไร?”

    “ ศิษย์เรียกท่านว่า อาจารย์เทียน”

    “ หรือว่าจะเป็นมหาเทพหลี่เทียน”

    ขจรส่ายหัว

    “ เอาล่ะไม่เป็นไร เจ้าเก็บยาวิเศษนี้เอาไว้ อย่าบอกให้ใครรู้ มันมีค่ามากในโลกเซียนแห่งนี้”

    “ ศิษย์มอบให้ท่านอาจารย์ 1 เม็ด เพื่อเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน” 

    “ นี่เจ้าพูดจริงๆ?”

    “ ศิษย์เก็บไว้เม็ดเดียวก็เกินพอแล้ว”

    “ ขอบใจเจ้ามาก”  อาจารย์ชิวถึงกับตื่นเต้นดีใจที่ได้รับเม็ดยาวิเศษ

    “ รับของเจ้ามาแบบนี้ข้าเองก็เกรงใจ ข้าจะมอบคะแนนภารกิจของข้าให้กับเจ้าเป็นการทดแทน 1 แสนคะแนน แต่ว่าคะแนนของข้ามันไม่อาจแลกกับ ไฟโอสถพื้นฐานได้ แต่ของในห้องคลัง เจ้าอยากได้อะไร ก็เอาไปแลกได้เลย

    เดี๋ยวข้าจะให้เจ้ามู่เตาพาเจ้าไปที่ห้องคลัง เพื่อช่วยคัดเลือกภารกิจ หากได้คะแนนภารกิจมาเจ้าก็จะได้ไฟโอสถพื้นฐาน มาใช้สำหรับหลอมโอสถได้”

    ณ ตำหนักของเจ้าวังเหมันต์

    ผู้พิทักษ์หวังหลิงยืนอยู่ด้านหน้าบัลลังก์กำลังรายงานเรื่องที่หอผู้คุ้มกฏ มีเจ้าวังเหมันต์ที่เป็นสตรีวัย 60 กำลังนั่งฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย

    “ ข้ามั่นใจว่าเซี่ยจง กับ จงเซี่ยต้องเป็นคนๆ เดี่ยวกันแน่” ผู้พิทักษ์ยืนยัน

    “ มันมีพลังของอัฐิธาตุ คงต้องเป็นทายาทของ ท่านปรมาจารย์ตั๊กม้ออย่างแน่นอนทำให้ข้าหมดห่วงเรื่องมันจะเป็นพวกสายของ วังอสูรฟ้า แต่ว่า ข้าก็อดหวั่นใจไม่ได้ ใบหน้าของมันช่างเหมือนเซี่ยหลานเหลือเกิน”  เจ้าวังเหมันต์เอ่ย

    “ หรือว่ามันจะเป็นลูกชายของเซี่ยหลาน” ผู้พิทักษ์เอ่ยอย่างตื่นเต้น

    “ มันถูกส่งตัวมาจากเซี่ยซิน ก็อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ข้ารู้สึกผิดกับเซี่ยหลานจริงๆ”

    “ แต่ว่า ท่านเจ้าวังทำไปก็เพื่อส่วนรวม เซี่ยหลานต้องเข้าใจ”

    “ อีก 1 เดือน องค์ชายปิงเฉียนก็ออกจากเข้าฌาณแล้ว เขาคงต้องมาเร่งรัดเรื่องเซี่ยหลานกับข้าอีกแน่ ครั้งนี้คงไม่อาจปฏิเสธได้แล้ว”

    “ เซี่ยหลานต้องเข้าใจ ว่าสิ่งที่ท่านเจ้าวังทำไปนั้น ก็เพื่อสำนักของเรา”

    “ เฮ้อ.. เรื่องเซี่ยจง ยุติแค่นี้ ปล่อยให้เขาไป แต่อย่าให้มันขึ้นไปบนเรือนจำดอยน้ำแข็งได้ ข้ากลัวว่า หากเซี่ยหลานพบมันแล้ว จะยิ่งลำบากใจกว่าเดิม”

    “ ขอรับ ท่านเจ้าวัง”

    ตอนนี้ขจรกับมู่เตาก็ได้มายืนที่หน้าห้องคลัง เพื่อเลือกภารกิจ

    ซึ่งภารกิจก็มีตั้งแต่หาสมุนไพร ล่าสัตว์ ปราบโจร และก็รักษาคนป่วย

    แต่มีภารกิจที่หัวกระดาน มีคะแนนภารกิจถึง   2 แสน เพียงพอจะแลกไฟโอสถพื้นฐานได้

    “ ข้าเอาภารกิจนี้ก็แล้วกัน”

    “ โอ้ เจ้าเอาภารกิจที่ไม่มีใครทำได้ มาสองปีแล้ว ข้าว่าเจ้าเริ่มภารกิจที่ง่ายๆ ดีกว่าไหม แล้วค่อยสะสมไปเรื่อยๆ สมัยนั้น ข้าทำภารกิจ ถึง 6 ครั้ง ถึงจะได้ไฟโอสถพื้นฐานมา”

    “ ข้าไม่ค่อยมีเวลามากนัก ขอเอาภารกิจอันดับที่ 1 นี่แหละ”

    ขจรเดินเข้าไปแจ้งขอทำภารกิจกับ เจ้าหน้าที่ห้องคลัง

    “ รักษาบุตรี ของท่านแม่ทัพฉางคง แม่ทัพคุมกองกำลังภาคเหนือ เจ้าแน่ใจเหรอ ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครทำภารกิจนี้สำเร็จเลย แล้วภายหลังนี้ มีคนเคยขอทำภารกิจ กลับถูกท่านแม่ทัพไล่ตะเพิดออกมา โดยไม่ยอมให้เข้าไปรักษา บุตรีของท่านอีกด้วย”

    “ เห็นไหม ข้าบอกแล้ว มันยากเกินไปสำหรับเจ้า ที่เพิ่งเข้าสำนักครั้งแรก” ศิษย์พี่มู่เตา เอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย

    “ ข้ารับงานนี้ ขอป้ายคำสั่งภารกิจให้ข้าด้วย”

    “ ก็ได้ ข้าเตือนเจ้าแล้ว เวลาเข้าไปพบท่านแม่ทัพ ก็ระมัดระวังตัวให้ดีด้วย”

    ขจรรับป้ายภารกิจออกมา แล้วก็ถามว่า

    “ ศิษย์พี่ข้ามีคะแนนภารกิจ 1 แสนคะแนน ไม่รู้ว่า ที่ห้องคลังมีเรือเหาะบ้างหรือไม่”

    “ เดี๋ยว นี่เจ้าไปเอา คะแนนภารกิจมากขนาดนี้มาจากไหนกัน”

    “ อาจารย์ให้ข้ามาแลกกับยา 1 เม็ด”

    “ ยาอะไรของเจ้า แพงขนาดนั้น”

    “ อาจารย์บอกว่า มันชื่อยาเม็ดคืนชีพ ขั้นเซียนสวรรค์”

    “ อะไรนะ นี่เจ้ามียาแบบนั้นได้อย่างไร”

    “ เอาไว้เล่าให้ฟัง ตอนนี้ข้าอยากได้เรือเหาะ ตกลงที่ห้องคลังมีหรือเปล่า”

    “ มีเหมือนกัน ขนาดนั่งได้ ห้าคน ก็ราคา 1 แสนคะแนน หากนั่งได้ 15 คน

    ก็ 2 แสนคะแนน แต่เจ้าต้องซื้อแท่งพลังงานด้วย ไม่เช่นนั้น มันก็ไม่มีพลังงานจะขับเคลื่อนไปได้”

    “ ราคาเท่าไร?”

    “ 1,000 คะแนน เท่ากับ 1 แท่ง จำนวน 1 แท่งนี้ก็วิ่งได้ระยะทาง 100 กิโลเมตร เจ้าจะซื้อกี่แท่งก็ได้”

    “ ใช้ทองคำแท่งซื้อได้ไหม?”

    “ ไม่ได้ ที่นี่รับแลกแต่คะแนนภารกิจอย่างเดียว แต่ว่า หากเจ้าจะซื้อ ข้าจะพาเข้าเมือง ที่ร้านข้างนอก สามารถใช้ทองคำแท่งแลกเปลี่ยนได้”

    “ ถ้าเช่นนั้นซื้อเรือเหาะ ลำเล็กไปก่อน”

    ขจรเอาคะแนน แลกเรือเหาะลำเล็กมาเก็บเอาไว้ แล้วค่อยออกไปซื้อ แท่งพลังงาน ที่ตลาดในเมือง

    “ จวนแม่ทัพฉางคงก็อยู่ในเมือง พวกเราก็ไปซื้อแท่งพลังงาน และ ไปทำภารกิจเสียทีเดียวเลยก็แล้วกัน” ศิษยพี่มู่เตาเอ่ย  แล้วทั้งสองก็ไปนั่งเครื่องเคลื่อนย้ายของสำนักวังเทพเหมันต์เข้าเมืองไป....

    คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน