Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    ตอนที่​ 50 หอคอยสยบมาร

    ขนาดนั่นที่โลกภายนอก​ หอคอยพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง​ ผู้คนที่อยู่ในหอคอยชั้นอื่นๆถูกมันส่งออกไปทันที มันส่องแสงสีดำเจิดจ้า​ ปลดปล่อยออร่าอันยิ่งใหญ่ทะลักออกมา​ อากาศรอบบริเวณฉีกขาดทั่วทั้งท้องฟ้า เมืองหน้าด่านที่กว้างไพศาลสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว ผู้คนพลันตกตะลึง​ แววตาปรากฏอาการหวาดกลัว
    ผู้คนที่กำลังฝึกในหอคอยก็ตกใจ พวกเขาอยู่ดีๆก็ถูกวาปออกมาซะงั้น
    ผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสามยังหน้าเปลี่ยนสี ในใจเกิดแรงกดดันอย่างบ้าคลั่ง​ พวกเขาไม่เคยพบเจอพลังแบบนี้มาก่อน ราวกับว่าพวกเขาถูกกลืนกินเข้าไปยังไงยังงั้น
    เหม่ยกุ่ยร่างที่เย้ายวนเธอถึงสั่น ในใจเป็นห่วงเย่ชิงหยูอย่างบ้าคลั่งว่าจะเป็นอะไรไหม
    ผ่านไปสักพัก หอคอยก็หยุดสั่นสะเทือน ออร่าเริ่มสลายหายไป เมืองหน้าด่านกับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ทุกคนยังไม่ลืมเหตุการณ์มะกี้นี้ ราวกับว่าเป็นวันสิ้นโลก ทุกคนคิดว่าจะตายกันซะหมดแล้วซะอีก
    ภายในหอคอย เย่ชิงหยูเขายังอึ้ง อยู่ดีๆเด็กหญิงร่างพลังงานก็เรียกเขาว่า ผู้สืบทอด เขาเอ่ยตะกุกตะกะ กล่าวออกมา
    ทำไมเรียกข้าว่า ผู้สืบทอดหรอ เย่ชิงหยูถามอย่างสงสัย
    แน่นอนอยู่แล้วเจ้าค่ะ เพราะว่านายท่านสามารถขึ้นมาถึงชั้น 50นี้ได้ มันเป็นเงื่อนไขการสืบทอดของเจ้านาย ของข้าเจ้าค่ะ
    เย่ชิงหยูอึ้ง การสืบทอดอะไร อย่าบอกนะว่าเขาจะได้ของดีอีกแล้วน่ะ หัวใจเขาค่อยๆรู้สึกเต้นแรงขึ้น
    ข้าคือจิตวิญญาณของหอคอยสยบมาร นายท่านโปรดเรียกข้าว่าเสี่ยวชิงนะเจ้าค่ะ
    เจ้านายข้าคือ เทพจักรวาล เฟยชิงหลง ผู้ยิ่งใหญ่แห่งตำหนักหอคอยนิรันด์ แต่ขุมพลังของเราล่มสลายไปนานแล้วเจ้าค่ะ เด็กหญิงเอ่ยออกมาเสียงของเธอดูเศร้าๆ สีหน้าเธอดูหม่นหมอง
    ตั้งแต่อดีตยันปัจจุบันผู้ที่สามารถมาถึงชั้นที่ 50ได้ก็มีนายท่านคนแรกนี้ละ เงื่อนไขนี้ค่อนข้างยากเลยทีเดียว เพราะว่าต้องมีพรสวรรค์ระดับสูงสุดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในยุคโบราณขนาดสุดยอดอัฉริยะอันดับ1ของจักรวาล ยังขึ้นมาได้ถึงแค่ชั้น 47เท่านั่นเอง
    หอคอยสยบมารหรอ เย่ชิงหยูเอ่ยขึ้น
    หอคอยสยบมาร คือศัสตราวุธเทพจักรวาล ประจำตำหนักหอคอยนิรันด์มันมีพลังใน การสยบทุกสรรพสิ่ง ทุกสิ่งที่มันถูกกำราบจะถูกขังไว้ตลอดกาล แล้วภายในหอคอยจะปล่อยแรงโน้มถ่วงมหาศาลกดทับศัตรูจนกว่าจะตายเจ้าค่ะ ถ้าฟื้นพลังเต็มที่ต่อให้เป็นเทพจักรวาลก็ไม่รอด ถือว่าเป็นศัสตราวุธเทพจักรวาลประเภทกักขังเจ้าค่ะ เสี่ยวชิงอธิบายออกมา
    เย่ชิงหยูพลันกำหมัดแน่นเขาเอ่ยถามเสี่ยวชิงว่าต้องทำยังไงถึงจะได้สืบทอดมรดกของเฟยชิงหลง
    นายท่านต้องไปที่ส่วนกลางของหอคอยสยบมารก่อนแล้วทำสัญญากับมัน แค่นี้นายท่านก็จะได้สิ่งสืบทอดของเจ้านายแล้วเจ้าค่ะ
    เย่ชิงหยูไม่รอช้าให้เสี่ยวชิงนำทางไป เย่ชิงหยูบินมาร่วม20นาที ไม่ใช่ว่าความเร็วของเขาช้า แต่เป็นเพราะว่าในชั้นที่50มันใหญ่มากตั้งหากราวกับว่าเป็นมิติส่วนตัวยังไงยังงั้น เมื่อมาถึงเย่ชิงหยูเห็น ตำหนักสีขาวขนาดใหญ่ มันเขียนว่า หอคอยสยบมาร อักษรราวกับมีมนต์สะกด มันเปล่งกลิ่นอายโบราณ เย่ชิงหยูมองมันขนาดนั่นห้วงจิตวิญญาณเขาสั่นสะท้านราวกับว่าถูกขังไว้ในที่มืดมิด ขนาดนั่นเขาพลันได้สติ เขาหายใจเข้าออกเล็กน้อย
    แค่พลังของตัวอักษรก็ปล่อยพลังที่น่าเหลือเชื่อออกมาแล้ว เย่ชิงหยูเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หวั่นๆ
    เสี่ยวชิงบอกให้เย่ชิงหยูรีบตามมา เมื่อมาถึงใจกลางตำหนัก ปรากฏแท่งศิลาสีดำขนาดใหญ่ มันเปล่งออร่าที่ร้ายกาจอย่างมาก เย่ชิงหยูพลันตกตะลึงไปอีกรอบ
    นายท่านต้องหยดเลือดลงไปที่ แท่งศิลาค่ะ เมื่อนั่น หอคอยสยบมารถึงจะยอมรับค่ะ เย่ชิงหยูเมื่อได้ยินดังนั่นไม่รอช้า กัดนิ้วหยดเลือดลงไปที่แท่งศิลาขนาดใหญ่ทันที เมื่อเลือดของเขาได้สัมผัสกับแท่งนั่นแล้ว ตัวแท่งศิลาก็ผุดรัศมีเจิดจ้า หอคอยสยบมารเริ่มสั่นสะเทือนอีกรอบ ฝูงชนภายนอกรู้สึกหวาดกลัวรอบที่สอง
    เย่ชิงหยูรู้สึกว่าห้่วงจิตวิญญาณของเขารู้สึกได้ถึงหอคอยสยบมารอย่างชัดเจน ข้อมูลพลังของมันทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง เย่ชิงหยูถึงกับปวดหัวเล็กน้อย ขนาดนั่น ตัวหอคอยสยบมารราวกับเป็นแขนขาของเย่ชิงหยู เขามีความรู้สึกว่าจะสามารถทำอะไรในหอคอยนี้ก็ได้
    ยินดีด้วยค่ะ นายท่านได้เป็นเจ้าของเสี่ยวชิงอย่างสมบูรณ์แล้ว เสี่ยวชิงยิ้มหวาน
    เย่ชิงหยูพยักหน้า เขาเอ่ยกับเสี่ยวชิงว่า ให้รออยู่อย่างนี้ไปก่อนจนกว่าเขาจะมีพลังขั้นนักรบดวงดาว เขาถึงจะมาเอาหอคอยสยบมาร ต่อให้มีใครขึ้นถึงชั้นที่50ได้นั่น เขาก็เป็นเจ้าของหอคอยสยบมารคนเดียว ถึงเขาจะได้ไปตอนนี้ก็ใช้พลังของมันไม่ได้อยู่ดี เหมือนอย่างพลองทองสมปรารณา
    เย่ชิงหยูเลยตัดสินใจว่าจะให้เสี่ยวชิงอยู่อย่างนี้ไปก่อน ถ้าเกิดอยู่ดีๆหอคอยสยบมารพลันหายไป ผู้คนได้ตกใจกันยกใหญ่ ต้องสงสัยเย่ชิงหยูกันแน่
    เย่ชิงหยูเพิ่งนึกได้เขาถามเสี่ยวชิงเกี่ยวกับอุกกาบาตที่พุ่งมาชนดาวหนานเทียน เสี่ยวชิงก็อธิบายว่ามันคือ ดวงดาวของตำหนักหอคอยนิรันด์ซึ่งถูกย่อขนาดลงหลายพันเท่าโดย เฟยชิงหลง พวกเขาใช้มันในการหลบหนีจากศัตรูที่ลุมล้อม ผู้คนพลันตายกันหมด เหลือแต่เธอที่เป็นจิตวิญญาณของศัสตราวุธ เธอบอกว่าอุกกาบาตล่องลอยอยู่ในจักรวาลนี้มานับล้านปีแล้ว จนกระทั่งเมื่อ10000ปีก่อน ก็พุ่งมาชนที่ดาวดวงนี้ ปกติแล้วนั่นโอกาศที่จะมีการชนจะเกิดขึ้นเพียงแค่ 0.000000001%เท่านั่น ดวงดาวหนานเทียนก็เลยแปรสภาพไปเพราะพลังฟ้าดินของดวงดาวตำหนักนั่นเอง
    เย่ชิงหยูพลันเข้าใจ ปรากฏการณ์ลึกลับเมื่อ10000ปีก่อนมันคือแบบนี้เองหรอ ก็ไม่ค่อยซับซ้อนเท่าไหร่ เย่ชิงหยูเอ่ยพึมพำ ขนาดนั่นเขาเพิ่งนึกได้ ถ้าเกิดว่าอุกกาบาตคือ ดวงดาวอีกดวง งั้นแสดงว่าข้างในต้องมีของล้ำค่ามากมาย เพราะว่ามันคือที่ตั้งของตำหนักหอคอยนิรันด์ เขาถามเสี่ยวชิงเรื่องนี้ทันที
    ใช่ค่ะ ปกติในมิติดวงดาวนั่นจะไม่มีใครสามารถเข้าไปได้ เพราะว่ามีม่านพลังงานล้อมรอบอุกกาบาตไว้อยู่ แต่ถ้าเป็นนายท่านตอนนี้่น่าจะเข้าไปได้นะค่ะ เพราะว่านายท่านทำสัญญากับหอคอยสยบมารแล้วถือว่าเป็นคนของตำหนัก ส่วนของข้างในก็ถือว่าเป็นของนายท่านทั้งหมดแล้วค่ะ

    เยสสสสสสสสสสสสสส เย่ชิงหยูตะโกนออกมาเสียงดังลั่น

    คล้ายกับเรื่องCosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ) ที่คุณอ่าน