มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย

    ตอนที่ 127 พบเจอ

    ด้วยความช่วยเหลือจากอู๋ซิ่น ในที่สุดหยูลู่ก็เห็นแสงสว่าง พวกเธอทั้งคู่รีบไปที่ทางออกและออกจากปราสาทบ้านผีสิง


    “อ๊า! รู้สึกดีจริงๆ ที่เห็นแสงแดดอีกครั้ง” แม้ว่าหยูลู่จะเป็นคนที่อายุมากกว่าเด็กพวกนี้ แต่เธอก็ค่อนข้างกลัวผีและสิ่งพวกนั้น ความกล้าของอู๋ซิ่นกระตุ้นเธอ ทำให้เธอไม่กล้าแสดงความกลัวออกมา


    ตอนนี้พวกเธอมาถึงข้างนอกแล้ว และเธอก็ถอนหายใจพร้อมปรับอารมณ์


    “โอ้ ดูเหมือนพวกเราจะออกมาเป็นคู่แรก!” อู๋ซิ่นมองไปรอบๆ และจากนั้นก็พูดด้วยความพอใจ “เราชนะ พี่ลู่ลู่!”


    “จริงเหรอ?” หยูลู่เหมือนจะตื่นเต้น กำลังคิดว่าใครจะออกมาเป็นคู่สุดท้าย


    ทั้งสองคนซื้อน้ำ ขนม มาทาน และก็นั่งรอที่หน้าทางเขา จากนั้นก็มีคนตามออกมา หลิวหยานและพวกเขา พร้อมหน้าขาวซีด ต่างก็พากันออกมาจากบ้านผีสิงตามลำดับ


    “ฮ่าฮ่า ไม่เห็นจะน่ากลัวสักนิด....” ขาของหลี่เจ๋ออันเหมือนจะอ่อน แต่ยังพอทนได้ พร้อมใบหน้าที่เปื้อนยิ้มแสดงเหมือนกับว่าไม่มีอะไร


    “หัวหน้าห้อง คู่ของเธอเหมือนจะเป็นคู่สุดท้าย!” บางคนตะโกนออกมา


    “เป็นไปได้ยังไง!” หลิวหยานกลอกตา พลางคิด ‘ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้ขี้ขลาดหลี่เจ๋ออัน ฉันคงออกมาก่อนแล้ว’ เธอมองไปรอบๆ จากนั้นก็ยิ้ม “เฮ้ เฮ้ ดูเหมือนว่ายังมีอีกคู่ที่ยังไม่ออกมา!”


    “จริงด้วย!” ทันใดนั้นทุกคนก็สังเกตเห็น “คู่ของเหลียวชาชายังไม่ออกมาเลย!”


    “คู่สุดท้ายคือฉินเฉาและเหลียวชาชา!” ทันใดนั้นตาของอู๋ซิ่นก็เบิกกว้าง ทำให้หยูลู่ที่อยู่ข้างๆ รู้สึกกลัวและหวั่นอยู่หน่อยๆ คิดว่า ‘เด็กคนนี้ เธอจะขออะไรกันแน่’


    “อู๋ซิ่น ดูหน้ามีอารมณ์ของเธอสิ!” หลิวหยานผู้ที่บันทึกฉากนี้ เยาะเย้ย “เธอไม่พอใจคำขอก่อนหน้า ตอนนี้ก็เลยอยากให้ฉินเฉาออกมา และจับหน้าอกล่ะสิ ใช่มั้ย!?”


    พร้อมกันนั้น หลิวหยานก็เดินเข้าไปและจับหน้าอกของเธอจริงๆ แต่พวกเธอทั้งคู่เป็นผู้หญิง ดังนั้น อู๋ซิ่นก็แค่อายนิดหน่อย แต่ไม่ได้หลบ


    “ไปตายซะ หลิวหยาน ดูสิว่าฉันจะฉีกปากเธอยังไง!” อู๋ซิ่นหน้าแดง และเริ่มก่อกวนหลิวหยาน


    “อุ๊ป ฉันแค่พูดความจริงเท่านั้นเอง หน้าไม่อาย เธออยากจะปิดปากฉันเหรอ!” หลิวหยานยิ้มเย้าไป ทำให้อู๋ซิ่นอาย และยิ่งอายเกินกว่าจะเงยหน้าขึ้น


    “อ๊า สนุกจริงๆ” ในตอนนี้เอง น้ำเสียงเกียจคร้านของฉินเฉาก็ลอยออกมา ชายคนนี้ กอดอก เดินออกมาช้าๆ พร้อมกับเหลียวชาชาที่ตามหลังมา


    “พระเจ้า เราเป็นคู่สุดท้ายจริงๆ!” เหลียวชาชานับคน จากนั้นก็กุมหัวตัวเอง “นี่เป็นความผิดของนาย ทำให้เราออกมาช้าและแพ้!”


    “เฮ้ เฮ้ เฮ้...” ฉินเฉายกคิ้วขึ้น “เธอมาโทษฉันได้ยังไง? ถ้าไม่ใช่เพราะสมองของฉันล่ะก็ บางทีเราอาจจะออกมาตอนกลางคืนก็ได้”


    “ฉินเฉา ไปตายซะ! ฉันจะตีนาย!” เหลียวชาชารู้ว่าฉินเฉาหมายถึงอะไร เหมือนกับแมวที่กำลังยกหางขู่ เธอกระโดดขึ้นและวิ่งใส่เอวฉินเฉา


    ฉินเฉารีบคว้าเธอไว้ที่เอวและจับแขนของเธอไว้ ขณะที่เธอพยายามจะข่วนเขา


    “ใครออกมาเป็นคู่แรก?” แม้ว่าในใจเขานั้นจะยังไม่สมดุล เขาก็ยังคงถามออกไป คิดว่า ‘ถ้าไม่ใช่เพราะอันธพาลพวกนั้นเข้ามายุ่ง แม้ว่าเราจะไม่ใช่ที่หนึ่ง เราก็จะไม่ใช่ที่สุดท้าย’ พนันก็คือพนัน และ ฉินเฉายังยอมรับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ด้วย


    “หยูลู่ และ อู๋ซิ่น!” กลุ่มคนจู่ๆ ก็ร้องออกมา


    “พวกเธอสองคนเหรอ?” ฉินเฉามองไปที่สองสาวสวย เหลียวชาชาก็หยุดดิ้น มองไปที่หยูลู่อย่างขอความช่วยเหลือ เห็นชัดๆ ว่าสาวน้อยนางนี้อยากให้หยูลู่สงสารเธอ


    “พี่ลู่ลู่...ฉันรู้ว่าพี่รักฉัน...” สาวน้อยเริ่มทำตัวน่าสงสาร “พี่เป็นคนเดียวที่รักฉัน...”


    ตอนแรกหยูลู่ตั้งใจจะจัดการกับฉินเฉาก่อนอู๋ซิ่น แต่เมื่อเห็นเหลียวชาชาแบบนี้ เธอเริ่มลังเล สุดท้าย เธอก็ใจอ่อน


    “ดีมาก ตามกฎของเกม ฉันอยากจะใช้เงื่อนไขกับเหลียวชาชา”


    “งั้น ฉันก็ต้องฉินเฉา!” อู๋ซิ่นพูดขึ้น ท่าทางตื่นเต้นมาก


    หยูลู่ถอนใจด้วยความผิดหวัง พูดว่า “ฉันต้องการให้เหลียวชาชาทำการบ้านอย่างจริงจัง และไม่เล่นเกมวันนี้”


    “เอ๋?” ทันใดนั้นเหลียวชาชาก็ยื่นหน้าออกไป บุ้ยปากด้วยความเศร้าใจ “ทำไมฉันต้อง....”


    “ต่อไป ต่อไป ตาฉัน!” อู๋ซิ่นมองมาที่ฉินเฉาด้วยท่าทางยินดี ตากลมโตของเธอกลอกไปมา


    “เอ่อ...ก่อนจะเริ่ม ฉันเล่นหนังสดไม่เป็นนะ” ฉินเฉาไอออกมา ทำให้อู๋ซิ่นหน้าแดง


    “ใครอยากให้นายเล่นหนังสดกัน!” อู๋ซิ่นตะโกนออกไปอย่างมีเสน่ห์ด้วยความโกรธ “ฉันได้ความคิดเจิดๆ ละ ฮิฮิ ไม่ใช่ว่านายแกล้งฉันเมื่อกี้หรอกเหรอ? ตอนนี้ ถึงตาฉันแล้ว”


    อู๋ซิ่นพูด ตามมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แขวนอยู่บนปาก ความรู้สึกไม่ดีบางอย่างเกิดขึ้นกับฉินเฉา


    “เห็นผู้หญิงรอบๆ นั่นมั้ย? เลือกคนที่นายไม่รู้จักมาคนหนึ่ง และถามขนาดบราของเธอคือเท่าไหร่! นายต้องได้คำตอบ ไม่อย่างนั้น นายต้องทำต่อไป!”


    “ฮ่าฮ่าฮ่า!” กลุ่มคนที่ได้ยินไอเดียนี้หัวเราะออกมา


    “ฮ่าฮ่าฮ่า....” เหลียวชาชาหัวเราะแรงมากจนแทบจะลงไปกลิ้งกับพื้น


    “อู๋ซิ่นความคิดนี้ดีมาก!” หยูลู่ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เธอกังวลว่าอู๋ซิ่นจะใช้โอกาสนี้ขอเดทกับเขาหรืออะไรสักอย่าง แต่ดูเหมือนหนังหน้าของเธอจะไม่หนาเท่าไหร่


    “เธอล้อฉันเล่นใช่มั้ย...” รอยยิ้มของฉินเฉาบิดเบี้ยวครั้งแล้วครั้งเล่า ผู้หญิงคนนี้เหมือนกับสาวน้อยน่ารักแท้ๆ ทำไมถึงมีความคิดไม่ดีแบบนี้ได้


    “ทำไมเราไม่เปลี่ยนเป็นอย่างอื่น...” เขาลองถามดู “เธอไม่เห็นว่าฉันต้องเปลี่ยนคำขอตั้งหลายครั้งเหรอ? ....”


    “ยอมแพ้ได้แล้ว! เดิมพันก็คือเดิมพัน!” เหลียวชาชาจู่ๆ ก็ชูกำปั้นออกมา และตะโกนสโลแกน ทุกคนรีบเข้าร่วม พากันท่องสโลแกนและตะโกนพร้อมกัน


    สำหรับตอนนี้ ฉินเฉากลายเป็นศูนย์กลางของความสนใจของสาธารณะ ทำให้เขาหมดหนทาง เขาลูบจมูกแล้วพูดว่า


    “ก็ได้ ก็ได้ อย่าตื่นเต้นกันนัก ไม่ใช่ว่าแค่ถามขนาดบราหรอกเหรอ? งั้นฉันจะไปล่ะนะ!” ฉินเฉาจับหน้าอกตัวเอง หายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็ยิ้ม “ถึงยังไง คนที่ต้องเสียหน้า คือตระกูลเหลียว ฉันไม่มีอะไรต้องกลัว”


    “แค่ก แค่ก...” เหลียวชาชาที่เพิ่งจะดูดน้ำผลไม้เข้าไป เมื่อได้ยินคำพูดของฉินเฉา เธอพ่นมันออกมา และมองเขาอย่างโกรธๆ เพิ่งจะนึกได้ว่าเขาเป็นบอดี้การ์ดของเธอ


    “แค่ทำให้นายขายหน้า ตระกูลเหลียวของเราไม่เสียหน้าหรอก!” สาวน้อยโหดร้าย พูดประโยคขวานผ่าซากเพื่อแก้เผ็ดฉินเฉา


    “ดีมาก ฉันก็คิดว่านี่เป็นโอกาสของฉันเหมือนกัน” ฉินเฉาพึมพำ และจากนั้นก็จ้องไปที่ตาของอู๋ซิ่น


    อู๋ซิ่นยืดหลังตรง และจ้องฉินเฉากลับอย่างคาดไม่ถึง ฉินเฉาก็ใช้โอกาสนี้มองหน้าอกอู๋ซิ่นอย่างดุร้าย ถ้าเขาสามารถจับมันได้ด้วยสายตาล่ะก็ เขาคิดว่านั่นคือการแก้แค้นของเขา


    ผู้คนที่มาสวนสนุกนี้เยอะมากๆ ยิ่งกว่านั้น ส่วนมากยังเป็นสาวสวย ฉินเฉาคิด “ฉันก็แค่มองหาสาวสวย ต่อให้ถูกตบก็เป็นตบจากสาวสวย!”


    เขามองไปรอบๆ เพื่อหาเป้าหมาย


    ไม่ไกลจากที่เขายืนอยู่ หญิงสาวผมยาวใส่โค้ตสีขาวและยีน มองจากข้างหลัง บั้นท้ายได้รูปของเธอที่อยู่ในยีน ดึงดูดความต้องการของคนอื่นจริงๆ


    แม้ว่าจะแค่มองเธอจากข้างหลัง ก็สามารถบอกได้เลยว่าเธอต้องเป็นสาวสวยแน่ๆ


    อย่างไรก็ตาม ฉินเฉาก็หวังว่าด้านหน้าของเธอจะไม่ทำให้เขาผิดหวังด้วย ไม่ใช่อย่างที่พูดกันว่า ‘มองจากด้านหลังทำให้ผู้คนอยากจะก่ออาชญากรรม มองจากด้านข้างทำให้ผู้คนถอยหนี และมองจากด้านหน้าทำให้ผู้คนอยากฆ่าตัวตาย’


    ฉินเฉารวบรวมความกล้า และภายใต้เสียงโห่ร้องของพรรคพวก เขาเดินเข้าไป


    “แฮ่ม...คนสวย ผมขอถามอะไรสักอย่างได้มั้ย?” ฉินเฉาเก๊กเสียง และคิดว่านี่เป็นน้ำเสียงที่ดึงดูดที่สุดของเขาแล้ว จากนั้นก็เรียกสาวสวยจากข้างหลัง


    “เอ๋?” ผู้หญิงมักจะอ่อนไหวกับคำว่า ‘คนสวย’ ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีบางคนบนถนนตะโกนว่า “คนสวย มองมาทางนี้สิ!” 9 ใน 10 ของผู้หญิงรับประกันได้เลยว่าจะต้องหันมา ถึงแม้ว่า 4 ใน 5 ของพวกเธอจะเป็นป้าแล้วก็ตาม


    ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เมื่อได้ยินเสียงตะโกนนี้ เธอรีบหันมาทันที และมองไปที่ฉินเฉาอย่างงุนงง


    ใครจะรู้ เมื่อทั้งสองประสานสายตากัน พวกเขาทั้งคู่ต่างประหลาดใจ


    “นาย/เธอ!” ทั้งสองฝั่งพูดพร้อมกัน


    หลิวชางไม่คิดว่าเมื่อเธอมาใช้วันหยุดที่เมืองตงชวน เธอจะได้มาเจอกับชายอารมณ์ร้ายคนนี้ ครั้งล่าสุดที่สนามบิน เพราะเขาทิ้งช่อดอกไม้ไว้ให้เธอ ทำให้เธอถูกเรียกไปตักเตือนจากหัวหน้า คิดอยู่เป็นนาน เธอก็ยังหาวิธีระบายออกมาไม่ได้


    ‘ฮึ สวรรค์มีตาแล้ว ให้ฉันมาเจอเขาวันนี้’ เธอคิด


    “โอ้ ไม่ใช่ว่าเธอคือพนักงานสาวสวยจากสนามบินหรอกเหรอ?” ฉินเฉาประหลาดใจ “ผมไม่คิดเลยนะว่าจะได้เจอคุณที่นี่!”


    เมื่อได้ยินคำนี้จากฉินเฉา อารมณ์ของเธอเย็นลงเล็กน้อย ‘ฮึ ยังรู้จักพูดนี่’


    “สวัสดี” อย่างไรก็ตาม ฉินเฉา ก็ยังทิ้งความรู้สึกไม่ดีให้กับเธอ ฉะนั้น เสียงของหลิวชางจึงแข็งหน่อยๆ ในตอนนี้เอง เพื่อนของเธอ ผู้หญิงอีกคนที่พบในสนามบิน ก็เข้ามา เมื่อเห็นฉินเฉาเธอก็ประหลาดใจ


    “ไง ไม่ใช่ว่านายคือหนุ่มหล่อครั้งก่อนที่ซื้อช่อดอกไม้มาหรอกเหรอ? โอ้ โชคชะตา ชางชางของเราก็มักจะพูดเรื่องของนาย!”


    “ไปตายซะ ซ่างกวนหยาน หยุดพูดเหลวไหลได้แล้ว!” หลิวชางจ้องเพื่อนของเธอ “ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ทำไมฉันถึงต้องถูกพี่ซู่เรียกไปตักเตือนด้วย! ฮึ ทำให้ฉันอารมณ์เสียไปเป็นอาทิตย์!”


    “โอ้ สุดหล่อ อย่าไปฟังชางชางพูด!” สาวสวยที่ถูกเรียกว่าซ่างกวนหยานหัวเราะคิกคัก และยื่นมือเล็กๆ ของเธอออกมา และจากนั้นก็จับคางฉินเฉา “ที่เธออารมณ์ไม่ดีไม่ใช่เพราะนาย แต่ป้าเธอมาเยี่ยม”


    (ป้ามาเยี่ยม = เมนส์มา)


    “อ๊า!” หลิวชางหน้าแดง เอามือจับคอเพื่อนของเธอ “ฉันบอกว่าอย่าพูดเหลวไหล!”


    “แฮ่ม ได้ ได้ พอได้แล้ว ฉันผิดไปแล้ว โอเค๊!” ทันใดนั้นหน้าของซ่างกวนหยางก็กลายเป็นน่าสงสาร และหันมาพูดกับฉินเฉา “สุดหล่อ ดูสิ ฉันมีปัญหาเพราะนาย นายจะรับผิดชอบยังไง? ชวนฉันไปกินข้าวเป็นไง?”


    “เอิ่ม...นี่...” ฉินเฉาอาย พลางคิดว่าที่เขามานี่เพราะมีคำถาม


    “ดูนายสิ ขี้เหนียวชะมัด แม้ว่านายจะไม่ชวนเราไปกินข้าว อย่างน้อยก็มาแนะนำตัวกันหน่อยเถอะ ฉันเรียกว่าซ่างกวนหยาน และสาวสวยดุร้ายนี้เรียกว่าหลิวชาง สุดหล่อ ชื่อนายล่ะ?”


    “ฉิน ฉินเฉา...” ฉินเฉาแทบพูดไม่ออก พลางคิดว่า เธอคนนี้มีบางอย่างคล้ายกันกับหู่หลี่ลี่


    “ฉินเฉา...ชื่อประหลาดแฮะ แต่...หลังจากราชวงศ์ฉิน (ฉินเฉา แปลอีกอย่างว่า ราชวงศ์ฉิน) ยังมี ราชวงศ์ฮั่น และ จักรพรรดิราชวงศ์ฮั่น แซ่ หลิว! ฮิฮิ หลิวชาง ดูเหมือน ฉินเฉาคนนี้จะอยู่ในกำมือเธอนะ!”


    จบตอน