ตอนที่ 26 พันผาขอบวช
เช้าวันต่อมา ณ กุฏิหลวงตาเสาร์.........
หลวงหลังจากวันต่อมาพันผากับกล้วยก็ได้เข้าไปหาหลวงตาเสาร์อีกครั้งเพื่อเรียนวิชาในบทต่อไป ซึ่งในตอนที่พวกเขาเข้าไปในกุฏิแล้ว ทั้งสองก็ได้กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยและตั้งนะโมครบสามจบก่อนที่จะเริ่มเรียนวิชากับหลวงตาเสาร์.........
หมับ!
อ่ะ!
“นี่ก็คือกระดานดำสำหรับฝึกเขียนยันต์! รับเอาไปสิ!” ซึ่งในขณะนั้นหลวงตาเสาร์ก็ได้ยื่นกระดานดำที่หาได้ยากสำหรับในหมู่คนชั้นล่างให้กับพันผาและกล้วยเพื่อใช้สำหรับฝึกเขียนอักขระยันต์ซึ่งเป็บทเรียนในวันนี้........
หมับ!
ขอรับหลวงตา!
“วันนี้เ้าทั้งสองจักได้เรียนรู้ตัวอักขระพื้นฐานสำหรับใช้ในการเขียนยันต์อาคมในรูปแบบต่างๆรวมถึงคาถาบทสวดที่ใช้ในการปลุกเสกด้วย นอกจากนั้นอาคมและยันต์ยังแบบออกได้เป็สองประเภทด้วยกันซึ่งก็คือศาสตร์แห่งแสงและศาสตร์แห่งความมืดหรือเรียกง่ายๆว่ามนต์แห่งธรรมและมนต์ดำนั้นเอง!”
“ซึ่งมนต์แห่งธรรมและมนต์ดำนั้น ไม่ได้เป็ตัวชี้วัดบุคคลใดที่เรียนว่าเป็คนดีหรือคนเลวเพราะมันขึ้นอยู่กับจิตใจของคนที่ใช้มัน ว่าจะเอามันไปใช้ในทางที่ดีหรือไม่ดีดังนั้น ขอแค่พวกเ้าทั้งสองคน มีจิตใจที่บริสุทธิ์และเป็ธรรม ไม่คิดเอาไปใช้ในทางที่ผิดก็เพียงพอ!”
หลวงตาเสาร์ได้อธิบายถึงหลักการเบื่องต้นก่อนที่จะเริ่มเรียนการเขียนยันต์และการใช้คาถาอาคมในรูปแบบต่างๆให้แก่พันผากับกล้วยได้รู้.........
“พวกเราเข้าใจแล้วขอรับหลวงตา!”
“ดี หากเ้าทั้งสองคนตั้งใจเรียนอย่างจริงจัง หลวงตาคิดว่าพวกเ้าน่าจักเรียนจบภายในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน!”
“ขอรับ! พวกเราทั้งสองจักตั้งใจเรียนและไม่ให้หลวงตาผิดหวัดอย่างแน่นอนขอรับ! พันผาได้ตอบกลับหลวงตาเสาร์ด้วยสีหน้าที่จริงจังว่าตนเองจะตั้งใจร่ำเรียนทุกวิชาที่หลวงตาเสาร์ถ่ายทอดให้จนจบครบอย่างแน่นอนส่วนกล้วยก็พยักหน้าตอบรับแทนการพูด.........
หนึ่งปีผ่านไป..........
หลังจากที่พันผากับกล้วยได้เริ่มเรียนวิชาต่างๆกับหลวงตาเสาร์นี่ก็ผ่านมาหนึ่งปีแล้วซึ่งในตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ทั้งพันผาและกล้วยต่างก็ได้รับศาสตร์พระวิชาจากหลวงตาเสาร์ไปไม่น้อยเลยถึงแม้จะยังมีบางวิชาที่ยังไม่ได้เรียน แต่วิชาหลักๆก็เรียนจนครบทั้งหมด......
ณ พระอุโบสถ.......
“ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา ข้าได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ที่ข้ามีมาให้กับพวกเ้าทั้งสองจนเกือบจะหมดสิ้นแล้วขาดแต่วิชาเจาะลึกที่พวกเ้าจะต้องศึกษาด้วยตนเอง และหากยังมีอะไรที่พวกเ้าทั้งสองคนไม่เข้าใจพวกเ้าสามารถเปิดอ่านดูจากพระตำราในนี้ได้เลย” หลวงตาเสาร์ได้สอบถามพันผากับกล้วยเกี่ยวกับเื่ความเข้าใจในสิ่งที่ทั้งสองได้เรียนมาว่ายังมีส่วนไหนที่ไม่เข้าใจอีกบ้างซึ่งท่านจะไม่สอนแล้วแต่ให้ไปหาอ่านเอาเองจากตำราที่มี........
“กระผมก็พอจะเข้าใจทุกอย่างอยู่ขอรับหลวงตา! ขาดเพียงแต่การนำมาใช้อย่างชำนาญเหมือนกับหลวงตาเท่านั้นแหละขอรับ” พันผาประนมมือตอบกลับหลวงตาเสาร์ไปด้วยสีหน้าที่มีความมั่นใจอยู่พอสมควรแต่ก็ไม่ได้อวดอ้างว่าตนเองนั้นเข้าใจหมดแล้ว........
“กระผมเองก็เหมือนกับท่านพ่อขอรับหลวงตา มิได้มากหรือน้อยไปกว่ากันเลย!” กล้วยเองก็ตอบเหมือนกับพ่อของเขา ซึ่งจริงๆแล้วตัวเขานั้นเรียนรู้และเข้าใจได้มากกว่าพ่อของเขารวมถึงยังสามารถใช้คาถาอาคมบางอย่างได้แล้วด้วยเพียงแต่เขาไม่พูดมันออกมาเท่านั้น.........
“ดีแล้ว พวกเ้าสามารถที่จะเรียนรู้ได้เร็วกว่าผู้อื่นและสามารถเข้าใจได้ง่ายกว่าที่หลวงตาคิดเอาไว้เสียอีก!” หลวงตาเสาร์ได้พยักหน้าอย่างพึงพอใจกับคำตอบของทั้งสองคน ก่อนจะกล่าวชมเชยทั้งพันผาและกล้วยออกไป........
“พวกเราสองพ่อลูก ขอขอบพระคุณหลวงตาที่ได้ถ่ายทอดศาสตร์วิชาความรู้ต่างๆให้แก่พวกเราทั้งสองขอรับ!พวกเราจะมั่นทบทวนและฝึกฝนให้ชำนาญมากยิ่งขึ้น เผื่ออนาคตหมู่บ้านหรือคนในหมู่บ้านประสบปัญหากระผมจักได้นำวิชาเหล่านี้มาช่วยเหลือพวกเขา” พันผาได้พูดขึ้นก่อนที่เขาจะก้มกราบเพื่อขอบพระคุณหลวงตาเสาร์อีกครั้งที่ได้สั่งสอนวิชาต่างๆให้แก่ตนเองและลูกพร้อมทั้งให้คำมั่นว่าตนจะใช้วิชาความรู้ที่มีปกป้องพวกชาวบ้าน........
“วิชาเหล่านี้จักยิ่งขลังมากที่สุดและไม่เสื่อมไปก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นประพฤติตนอยู่ในศีล ในธรรมอันเป็ที่ตั้ง และขยันมั่นเพียรฝึกจิตทำสมาธิให้เป็ประจำและไม่ประพฤติผิดในกรรมชั่วอย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้นของที่พวกเ้าทั้งสองคนมี อาจจะมะลายหายไปหรือเข้าตัวจนวิบัติกลายเป็ั์เป็มารที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีเอาละพวกเ้าทั้งสองจงจำเอาไว้ให้มั่นนะ!”
หลวงตาเสาร์ได้เตือนพันผากับกล้วยให้ประพฤติและคลองตนอยู่ในศีล ในธรรมเอาไว้เพื่อให้วิชาศาสตร์แห่งแสงหรือมนต์แห่งแสงธรรมนั้นยิ่งเพิ่มพูลด้วยพลัง และไม่ทำกรรมชั่วเพื่อให้วิชาที่มีเสื่อมถอยหรือกลายเป็พวกมีจิตใจชั่วช้าอำมหิตเพราะของย้อนเข้าตัว........
ขอรับหลวงตา!
“เอาล่ะ พวกเ้าทั้งสองกลับไปพักผ่อนได้แล้ว หากว่าไม่มีอะไรอีก”เมื่อหลวงตาเสาร์หมดเรื่อวที่จะพูดแล้ว ท่านก็ได้กล่าวบอกให้ทั้งสองพ่อลูกกลับบ้านไปพักผ่อนได้แต่ทว่าในขณะที่หลวงตาเสาร์พูดจบได้ไม่นานนั้น……..
เอ่อ! คือ………..!
“มีอะไรรึไอ้ผา! อ่ำๆอึ่งๆอยู่นั่น จักพูดก็มิพูดสักทีมีอะไรว่ามาเถอะ!” เมื่อหลวงตาเสาร์เห็นว่าพันผาดูเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่เขาก็ไม่พูดออกมาสักที หลวงตาเสาร์จึงได้ถามขึ้นอย่างสงสัยและอยากรู้.........
เฮ้อ!
“อันที่จริง กระผมมีบางอย่างที่อยากจะขอหลวงตาขอรับซึ่งกระผมอยากที่จะให้หลวงตาบวชให้กับกระผมจักได้หรือไม่?” พันผาได้ตัดสินใจที่จะพูดออกมา ก่อนที่เขาจะประนมมือขึ้นพร้อมกับมองไปที่หลวงตาเสาร์ด้วยสายตาที่จริงจังก่อนจะพูดว่าตนอยากจะบวช.........
หือ?!
“เอ็งคิดดีแล้วกระนั่นรึ ไอ้ผา! การบวชมันไม่ว่าจะบวชก็บวชได้เลยนะ!” หลวงตาเสาร์ไม่คิดว่าพันผาจะขอบวชด้วยตนเองเช่นนี้เพราะท่านกำลังคิดหาวิธีเพื่อที่จะกล่อมให้พันผาออกบวชอยู่แล้วแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าท่านจะไม่ต้องทำอะไรแบบนั้นอีก เพราะพันผาขอบวชด้วยตนเองแต่ถึงอย่างนั้น หลวงตาเสาร์ก็ยังกล่าวถามย้ำออกไปอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ……
“ขอรับ! กระผมคิดดีแล้วขอรับหลวงตา! ในหนึ่งปีที่ผ่านมานี้กระผมรู้สึกสงบและมีสมาธิมากยิ่งขึ้น ดังนั้นกระผมจึงคิดอยากที่จะบวชเพื่อดับเพลิงในใจและเพื่อเป็การสร้างบุญสร้างกุศลให้กับแม่จันทร์แม่ของเ้ากล้วยอีกด้วยขอรับ!” พันผาตอบกลับหลวงตาเสาร์อย่างจริงจังก่อนจะอธิบายถึงสาเหตุที่เขาขอบวชในครั้งด้วย…….
ห๊ะ!
“ท่านพ่อ!! ท่านจะบวชรึ?” กล้วยอุทานเสียงดังขึ้นหลังจากที่เขาได้ยินบิดาของเขาขอบวชกับหลวงตาเสาร์ซึ่งกล้วยไม่รู้มาก่อนเลยว่าพ่อของเขาจะคิดเช่นนี้..........
อื้ม!
“แต่ข้าคิดว่าเอ็งควรไปพูดคุยกับลูกชายของเอ็งให้ดีๆก่อนนะไอ้ผาเอาละ! วันนี้พอแค่นี้ก่อนเ้าทั้งสองคนไปพักเถอะ!” หลวงตาเสาร์บอกให้ทั้งสองกลับไปพูดคุยกันเสียก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่ในคราวหลังเพราะหลวงตาเสาร์สังเกตเห็นอาการของกล้วยที่แสดงออกมาหลังจากที่พันผาได้พูดจบเกี่ยวกับการขอออกบวช........
ถ้าเช่นนั้นพวกข้าทั้งสองขอกราบลาขอรับ!
ไปเถอะ!
ตุบ ตุบ ตุบ
หลังจากนั้นพันผากับกล้วยก็ได้กราบลาหลวงตาเสาร์ และลุกขึ้นเดินกลับออกมาจากพระอุโบสถทันทีโดยที่ไม่มีการพูดคุยกันต่อแต่อย่างซึ่งในขณะที่ออกมาถึงลานหน้าวัดแล้ว กล้วยก็ได้ขอตัวจากพ่อของเขา ก่อนจะเดินไปหาที่สงบแล้วนั่งลงหยิบเอากระดานดำขนาดเล็กขึ้นมาเพื่อมาฝึกเขียนอักขระยันต์ที่หลวงตาเสาร์สั่งสอนอีกครั้ง.........
เฮ้อ!
สามชั่วโมงผ่านไป............
ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ
“เป็ไงบ้างกล้วยลูกพ่อ ขยันฝึกจังนะ! กลับมาเสียเย็นเชียว” พันผาพูดขึ้นหลังจากที่เขาเห็นกล้วยกลับมาบ้านใน่เวลาเย็น……………..
…………………..?
ทว่ากล้วยก็ได้แต่ยืนนิ่งไม่ยอมมองหน้าพันผา และไม่ยอมพูดกับพ่อของเขาแม้แต่คำเดียวก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดว่า “ลูกไม่เข้าใจว่าทำไมท่านพ่อถึงอยากจักบวชล่ะขอรับ!? หรือว่าท่านพ่อไม่อยากจะอยู่กับข้าแล้ว”กล้วยอยากที่จะรู้เหตุผมว่าทำไมบิดาของเขาจึงได้อยากที่จะบวชซึ่งกล้วยคิดว่าพ่อของเขาบวชเป็พระไปแล้วเขาจะอยู่กับใคร.........
“มันเป็ความตั้งใจที่พ่อคิดมาสักพักแล้วใน่ที่พ่อได้ฝึกกับหลวงตาอีกอย่าง เราก็ยังได้เห็นหน้ากันทุกวัน มิได้หายจากกันไปไหนนี่ลูก! พ่อเองก็อยู่ที่วัด ลูกสามารถไปหาพ่อได้ทุกเมื่อยามที่ลูก้า และพ่อก็คิดว่ามันก็เป็การดีเสียอีกที่ลูกจักได้ฝึกการอยู่ตัวคนเดียวโดยไม่มีพ่อ หรือแม้แต่การพาอุษามาเล่นด้วยกันแบบเงียบๆอิอิ”
พันผาพยายามบอกกล้วยให้เขาเข้าใจ ถึงเื่ที่ตนอยากจะบวช และเพื่อไม่ให้กล้วยคิดมากเกินไปพันผาจึงพูดหยอกล้อและแกล้งกล้วยโดยการเอ่ยชื่อของอุษาขึ้นมา..........
ท่านพ่อ!
หลังจากที่สองพ่อลูกได้ปรับความเข้าใจกันไปสักพัก ในที่สุดกล้วยก็มีสีหน้าที่ดีขึ้นก่อนจะเข้าใจและไม่มีปัญหาในการตัดสินใจบวชของพันผาแต่อย่างใด.........
เช้าวันต่อมา เวลาประมาณเก้าโมงตรง........
“จุกเอ๊ย ไอ้จุก!”
หลวงตาเสาร์เดินะโเรียกหาไอ้จุกไปทั่วจนเสียงดังไปทั้งวัด........
ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ
“อยู่นี่จ้า! จุก มะ มะมาแล้วจ้าหลวงตา!” หลังจากที่ไอ้จุกมันได้ยินเสียงเรียกของหลวงตาเสาร์มันก็ได้รีบวิ่งมานั่งพับเพียบประนมมือต่อหน้าหลวงตาเสาร์ในทันที..........
“เอ็งไปอยู่ที่ใดมาวะ สองสามวันมานี้ข้ามิค่อยเห็นเอ็งเลยหรือว่าเอ็งจักไปติดสาวที่ใด ฮือ หน้าที่มีไม่รู้จักทำ เดี๋ยวปัดมะกอกสักลูกเลยนี่เอ้า! เอ็งจงไปตามไอ้ผาให้มาพบข้าที่กุฏิ แล้วก็เร็วๆด้วยนะ!”หลังจากที่หลวงตาเสาร์เห็นหน้าไอ้จุกท่านก็ไม่รอช้าที่จะว่ากล่าวมันในทันทีก่อนจะสั่งให้ไอ้จุกไปตามพันผาให้มาพบตนที่กุฏิโดยด่วน.........
“ขอรับหลวงตา กระผาจักไปบัดเดี๋ยวนี้ละขอรับ!”
ตุบ ตุบ ตุบ
สิบหน้านาทีผ่านไป........
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
แก๊ก แอ้ดดดดดด
“กราบหลวงตาขอรับ!” พันผาเปิดประตูกุฏิหลวงตาเสาร์เข้าไปก่อนจะเดินเข่าเข้าไปกราบสามครั้ง เพื่อเป็การทักทายหลวงตาเสาร์ให้ได้รู้ว่าตนมาแล้ว.........
“ว่าเยี่ยงใด เ้าพูดคุยกับเ้าหนูกล้วยเข้าใจกันแล้วกระนั้นรึสรุปแล้วจะบวชไหม!?” หลวงตาเสาร์มองไปยังดวงตาของพันผาก่อนจะยิ้มที่มุมปากและถามเขาออกไป.......
“ขอรับ กระผมพูดคุยกับลูกชายจนเข้าใจกันแล้วซึ่งเขาก็ไม่ว่าอะไรที่กระผมจักบวช”พันผาพยักหน้าและตอบกลับหลวงตาเสาร์ด้วยคำสุภาพ และยืนยันว่าตนจะบวช..........
อื้ม!
“ดีแล้ว! หากเอ็งประสงค์ที่จักบวชจริงๆ ข้าก็ดีใจด้วย แต่เ้าจะต้องเข้าเป็นาคให้ครบหนึ่งเดือนเสียก่อนข้าจึงจะบวชให้กับเ้า! เ้าทำได้หรือไม่” แล้วหลวงตาเสาร์รู้สึกพอใจเป็อย่างมากกับคำตอบของพันผา ที่ว่าตน้าจะบวชครั้งนี้...........
“ทำได้ขอรับ กระผมจะเข้าเป็นาคให้ครบเดือน แล้วจะได้บวชสมดังใจหมายขอรับ!” พันผาประนมมือขึ้นมา ก่อนที่เขาจะตอบรับหลวงตาเสาร์ด้วยรอยยิ้มและสีหน้าจริงจังก่อนจะพูดต่อไปอีกว่า “ถ้าเช่นแล้วกระผมขอกราบลาให้หลวงตาได้พักผ่อนนะขอรับ!”
อื้ม!
หลังจากที่พันผาได้กราบลาและเดินกลับออกมาจากกุฏิของหลวงตาเสาร์แล้ว สีหน้าของเขาดูเหมือนจะมีความสุขเป็อย่างมากและเขายังที่มีความตั้งใจที่จะบวชอย่างแน่วแน่ด้วยก่อนที่จะเดินกลับบ้านของเขาโดยที่ไม่ได้ไปแวะที่ไหนอีกเลย..........