การประลองรอบสุดท้ายจบลงโดยที่หยางฉินเทียนสลบไปจากการบาดเจ็บและการใช้พลังเกินขีดจำกัดเขาลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตนเองถูกผ้าพันแผลพันไปทั้งแขน ยังดีที่ยังรู้สึกเจ็บเพราะนั่นแสดงว่าแขนของเขายังไม่พิการ
“นายท่าน...” หลิงหลิงซึ่งคอยดูแลไม่ห่างถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อหยางฉินเทียนลืมตาฟื้นขึ้นมา
“ข้าหลับไปนานเท่าไหร่แล้ว”
“ห้าวันห้าคืนเจ้าค่ะ อาการบาดเจ็บของท่านอาวุโสหยางชิงเยว่เป็นคนมารักษาด้วยตัวเองบอกตามตรงข้าตกใจมากเลยเมื่อเห็นแขนของท่านตอนนั้น มัน.. มัน... ฮือ...”
หลิงหลิงต่อมน้ำตาแตกอีกรอบเมื่อนึกถึงสภาพของหยางฉินเทียนในตอนนั้นสภาพแขนทั้งสองของเขาไม่ต่างอะไรกับเนื้อติดกระดูกโลหิตทะลักออกมาท่วมร่างกายจนทั้งตัวเป็นสีแดงนางเห็นแล้วถึงกับสลบเป็นลมล้มพับไปตรงนั้น
“เอาน่า... มันผ่านไปแล้วน่ะหลิงหลิงเจ้าอย่าร้องไห้เลย ว่าแต่ท่านปู่ของข้าอยู่ไหน ข้าจะได้ไปทำศพให้เรียบร้อย”
“ศพอะไรหรือเจ้าคะ?”
“ก็ศพของ...”
“เทียนเอ๋อ”หยางฉินเทียนพูดยังไม่ทันจบก็มีเสียงเรียกเขาจากหน้าประตู เขามองไปต้นเสียงเห็นชายชราผู้คุ้นเคยยืนอยู่
“สงสัยข้าคงคิดมากเกินไปจนตาฝาด”
“นายท่านตาไม่ฝาดหรอกเจ้าค่ะนี่คือท่านปู่ของท่านตัวจริง หลังจากที่ท่านสลบไปหยางเทียนหลงปฏิเสธที่จะรับชัยชนะโดยไม่ต่อสู้และสละสิทธิ์ให้นายท่านเป็นผู้ชนะเลิศในการประลองผู้ฝึกยุทธ์หน้าใหม่หลังจากนั้นไม่นานท่านปู่ก็ถูกส่งตัวกลับมาที่ซุ้มประตู ฉะนั้นท่านไม่ได้ตาฝาดนี่คือท่านปู่ของท่านตัวจริง”
“ท่านปู่...”
หากนี่คือท่านปู่ตัวจริงก็หมายความว่าหยางเทียนหลงรู้ว่าหากเขาไม่ชนะเลิศในการประลองผู้ฝึกยุทธ์หน้าใหม่ปู่ของเขาจะต้องตาย และถ้าปล่อยให้เช่นนั้นอาจสุ่มเสี่ยงที่จะผิดสัญญาโลหิตข้อที่ว่าด้วยห้ามเป็นเหตุให้หยางฉินเทียนและครอบครัวได้รับอันตรายแม้อาจจะไม่ได้กระทำโดยตรง แต่ก็เหมือนจงใจในทางอ้อม เพื่อความปลอดภัยหยางเทียนหลงจึงยอมแพ้
“เทียนเอ๋อ ข้าทำให้เจ้าลำบากแล้ว”หยางฉินหลงเดินเข้ามาหาหลายชายที่เตียง “ถ้าไม่ใช่ข้า เจ้าคงไม่เจ็บตัวเช่นนี้...”
“อย่าโทษตัวเองเลยท่านปู่เป็นเพราะชายขุดดำต่างหากที่ทำให้ข้าต้องเป็นแบบนี้”
“ไม่หรอก ชายผู้นั้นเขาพยายามจะช่วยเจ้าหากเจ้ายังอ่อนแอ สักวันข้าจะเป็นตัวถ่วงและทำให้เจ้าต้องตายเขาต้องการให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถปกป้องข้าได้ นี่คือเป้าหมายของเขาเทียนเอ๋อ เจ้าดูนี่สิ...”
หยางฉินหลงเอาแผ่นหยกสีขาวออกมา
“นี่คือรางวัลที่เขามอบให้ที่จริงแล้วห้องที่ชายผู้นั้นเอาข้าไปขังไว้มีแต่สมบัติเต็มไปหมดเขาให้ข้าเลือกมาชิ้นหนึ่งมาเป็นของขวัญให้เจ้าที่สามารถเอาชนะการประลองได้สมบัติแต่ละอย่างดูอลังการและราคาแพงมากข้าเกรงใจที่จะเลือกของชิ้นใหญ่จึงหยิบแค่หยกชิ้นนี้มา เจ้ารับไว้สิ”
“ข้าไม่อยากได้ของชายผู้นั้น”
“มันเป็นของข้าแล้วนะเทียนเอ๋อ ฉะนั้นรับไปเถอะอย่างน้อยมันก็ทำให้ข้ารู้สึกดีขึ้นที่เป็นภาระให้แก่เจ้า”
หยางฉินเทียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็รับมันไว้
“เทียนเอ๋อ เจ้ารับปากข้าได้มั้ยหากวันหนึ่งข้ามีภัย เจ้าจะไม่เอาชีวิตของเจ้ามาแลกกับชีวิตข้า”
“ทำไมท่านปู่พูดเช่นนั้น”
“เทียนเอ๋อ ข้าแก่แล้วเวลาของข้าเหลืออีกไม่มากนัก แต่เจ้ายังมีอนาคตเมื่อเจ้ามีชีวิตอยู่ย่อมเป็นประโยชน์มากกว่าข้า เจ้าจงมีชีวิตต่อไป แม้ข้าจะไม่ได้เห็นวันที่เจ้ายิ่งใหญ่แค่เจ้ามีชีวิตต่อไปข้าก็ตายหลับ”
“ท่านปู่...”
หยางฉินเทียนไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกันเขาเอาชีวิตของหยางฉินเทียนในโลกนี้ไปแล้วหากเขาจะเอาชีวิตรอดด้วยการสละชีวิตปู่ของร่างนี้อีกมันทำให้เขารู้สึกว่าเห็นแก่ตัวแต่ทว่าภารกิจที่เขาต้องแบกรับนั้นยิ่งใหญ่นัก หากเขาทำไม่สำเร็จ อย่าว่าแต่หยางฉินหลงเลยที่จะไม่รอดสรรพสิ่งในโลกและจักรวาลนี้ก็จะพังพินาศไปทั้งหมด
“เทียนเอ๋อ ถ้าเจ้าไม่รับปากข้าคงนอนตายตาไม่หลับ”
“ท่านปู่...” เขายังคงลังเล แต่เมื่อเห็นแววตาของหยางฉินหลงแล้วก็ต้องยอมแพ้“ถ้าเป็นความประสงค์ของท่านปู่ ข้าก็พร้อมจะทำตามแต่หวังว่าเหตุการณ์เช่นนั้นคงไม่เกิดขึ้น”
“อืม” หยางฉินหลงลูบเคราอย่างสบายใจใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนราวกับได้ปลดเปลื้องความทุกข์ใจทั้งปวงในพริบตา
“ลูกพี่! ลูกพี่!” หยางจินเป่าวิ่งกระหืดหระหอบเข้ามาในห้อง “ลูกพี่เป็นอย่างไรบ้างท่านยังเจ็บอยู่มั้ย”
“ข้าบาดเจ็บที่แขน!”
“อ่อ งั้นเอาใหม่ ท่านยังเจ็บแขนอยู่มั้ย!?”
“ก็พอมีแรงเตะเจ้าอยู่เหมือนกันคิดว่ายังไงล่ะ”
“อั้ยหยา ลูกพี่นี่เอะอะอะไรก็จะเตะอย่างเดียว”หลิงหลิงได้ยินก็หัวเราะคิกคัก เพราะเป็นจริงอย่างที่หยางจินเป่าพูด แต่การที่เขาโดนเตะก็เพราะความกวนโอ้ยของเจ้าตัวเองนั่นแหละ
“ลูกพี่ตอนนี้กองคาราวานมาเปิดบริการอยู่หน้าหมู่บ้าน หากท่านเดินไหวพวกเราไปเปิดหูเปิดตากันเถอะ”