[ประกาศสำนักข่าวกลางแห่งชาติ]
« เมื่อเวลา 03.26 น. ศาสตราจารย์โจว หานเฟิง บุคคลผู้ทรงคุณูปการอย่างยิ่งต่อประเทศ ได้ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ ด้วยอายุ 88 ปี
ศาสตราจารย์โจว หานเฟิง นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก และเป็ผู้บุกเบิกงานวิจัยด้านชีวพิษวิทยา ภูมิคุ้มกันบำบัด และไวรัสกลายพันธุ์ระดับโลก
เมื่อศาสตราจารย์โจวอายุได้ 18 ปี ได้สอบเข้าศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ และเลือกศึกษาวิชาเฉพาะทางในสาขาเคมีชีวภาพ ชีวพิษวิทยา และจุลชีววิทยาทางการแพทย์เป็หลัก
ระหว่างที่ศึกษาอยู่ เขาได้รับเชิญเข้าทำงานวิจัยที่ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ (CDC) และร่วมโครงการระดับชาติั้แ่ยังไม่จบชั้นปีที่ 3 ต่อมา ต่อมาได้รับทุนการศึกษาระดับปริญญาเอกจากวิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอน และ โรงเรียนแพทย์สแตนฟอร์ด
ศาสตราจารย์โจว หานเฟิง ได้รับข้อเสนอเข้าร่วมงานจากองค์การอนามัยโลก (WHO), ศูนย์ควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) และหน่วยชีวพิษของ NATO แต่เขาปฏิเสธทั้งหมดโดยเด็ดขาด เพื่ออุทิศตนให้กับภารกิจวิจัยด้านความมั่นคงทางชีวภาพของประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการนำพาประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตด้านสาธารณสุขหลายครั้งตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ด้วยคุณูปการอันล้นพ้น รัฐบาลกลางขอประกาศให้มี การไว้อาลัยทั่วประเทศเป็เวลา 3 วัน ั้แ่วันที่ 1 เดือน 8 ถึง วันที่ 3 เดือน 8 โดยให้สถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา และงดเว้นกิจกรรมรื่นเริงทุกประเภททั่วประเทศใน่เวลาดังกล่าว
ขอประชาชนร่วมแสดงความอาลัยต่อบุคคลผู้เป็แบบอย่างแห่งความเสียสละ ความวิริยะอุตสาหะ และความจงรักภักดีต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง จบข่าว »
คืนก่อนวันเสียชีวิต ณ โรงพยาบาลประจำวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่ง
หยุนซี: “คุณปู่คะ ่นี้ดูเหนื่อย ๆ ไปนะคะ ไม่สบายหรือเปล่า?”
หานเฟิง: “ไม่หรอก ปู่แค่ฝันแปลก ๆ เมื่อคืน หลานไม่ต้องห่วงหรอก”
หยุนซี: “ฝันว่าอะไรเหรอคะ? เล่าให้หนูฟังได้ไหม”
หานเฟิง: “ได้สิ ปู่ฝันเื่เดิมมาต่อเนื่องหลายเดือนแล้ว จนเล่าเป็นิทานได้เลย… เดี๋ยวปู่จะเล่าเฉพาะส่วนสำคัญก็แล้วกันนะ”
หยุนซี: “หลายเดือนเลยเหรอคะ? คุณปู่อายุจะ 90 แล้ว แต่ความจำยังดีกว่าหนูอีก หนูนี่แค่ฝันเมื่อคืน ตื่นมาก็ลืมไปหมดแล้ว ฮ่าๆ”
หานเฟิง: “ฮ่า ๆ ก็เพราะฝันนั้นมันชัดเจนมาก เหมือนจริงจนลืมไม่ลงเลยต่างหาก ในฝันของปู่นั้น…ดูเหมือนเป็ยุคโบราณ แต่ปู่ก็ไม่แน่ใจหรอกว่ายุคไหน”
หยุนซี: “แล้วหลังจากนั้นล่ะคะ…”
หานเฟิง: “ปู่ฝันเห็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ชื่อว่า จง หานเฟิง เขาออกไปเก็บสมุนไพรบนเขาไท่ซานเป็ประจำทุกวัน เพื่อเลี้ยงดูภรรยาและครอบครัว อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็ไปพบกับสมุนไพรในตำนานที่ชื่อ เซียนหยูเฉ่า”
หยุนซี: “จง หานเฟิง? ชื่อเหมือนคุณปู่เลยนะคะ! บังเอิญจนน่าขนลุกเลย ว่าแต่…สมุนไพรเซียนหยูเฉ่านี่คืออะไรเหรอ หนูไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยค่ะ”
หานเฟิง: “ปู่ก็ไม่เคยเห็นกับตาเหมือนกันนะ คิดว่าน่าจะเป็แค่ตำนานมากกว่า ว่ากันว่าสมุนไพรเซียนหยูเฉ่าสามารถขับพิษได้ทุกชนิด ชะลอความชรา ทำให้ร่างกายกระชับ ผิวพรรณเปล่งปลั่งเหมือนวัยเยาว์ ล้างไขกระดูก และฟื้นคืนพลังชีวิตให้คนที่ใกล้ตาย”
หยุนซี: “ว้าว… น่าทึ่งมาก สมแล้วที่เป็สมุนไพรในตำนาน แล้วต่อจากนั้นเกิดอะไรขึ้นอีกคะ?”
หานเฟิง (เสียงถอนหายใจ): “เฮ้อ…”
หยุนซี: “คุณปู่เป็อะไรไปคะ?”
หานเฟิง: “ตอนปู่ฝันถึงตอนที่ชายคนนั้นเก็บสมุนไพรเซียนหยูเฉ่าได้ ปู่รู้สึกตื่นเต้น ดีใจ เหมือนหลานตอนนี้เลย แต่พอเขานำสมุนไพรกลับมาที่หมู่บ้านเพื่อให้ทุกคนได้เห็น ก็เท่ากับเปิดเผยเื่ทั้งหมด เพราะเขาคิดว่าชาวบ้านคือญาติพี่น้อง จึงไม่คิดปิดบัง… ช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน”
หยุนซี: “ทำไมคุณปู่ถึงพูดแบบนั้นคะ?”
หานเฟิง: “ก็เพราะพอเขาเอาสมุนไพรมาอวด คนในหมู่บ้านก็มีทั้งที่ดีใจด้วย และมีคนที่โลภในเงินทอง…”
หยุนซี: “เขาถูกขโมยสมุนไพรไปเหรอคะ?”
หานเฟิง: “ถ้าแค่ขโมยแล้วจบ… ก็คงยังดี หรือแม้แต่ถูกทำลายไปเลยก็ยังดีกว่า”
หยุนซี (ทำหน้าสงสัย): “หมายความว่าเขาเจอเื่ร้ายแรงกว่านั้นเหรอคะ คุณปู่?”
หานเฟิง: “ใช่… มีคนหนึ่งในหมู่บ้าน แอบไปแจ้งเื่สมุนไพรกับ เ้าอำเภอเฟ่ยเสี้ยน หวังจะได้รับความดีความชอบจากขุนนางใหญ่”
หยุนซี (พูดด้วยน้ำเสียงโกรธ): “แย่มาก! หนูเกลียดคนแบบนี้จริง ๆ!”
หานเฟิง (น้ำเสียงโกรธยิ่งกว่าหยุนซี): “ใช่ไหมล่ะ! ปู่เองก็เกลียดคนพวกนี้เข้ากระดูกดำ!”
หยุนซี: “แล้วเป็ยังไงต่อคะคุณปู่? มันได้รางวัลอะไรบ้าง?”
หานเฟิง: “ไม่ได้อะไรเลย! แถมยังถูกฆ่าปิดปาก เป็คนแรกที่ตายเสียด้วยซ้ำ!”
หยุนซี (น้ำเสียง งุนงง): “อ้าว…ตายอย่างงั้นเลยเหรอคะ ? แสดงว่า เ้าอำเภอเฟ่ยเสี้ยน คนนั้นก็โเี้ไม่เบาเลยนะคะ”
หานเฟิง: “ไม่ใช่แค่โเี้… แต่ ชั่วร้าย เลยต่างหาก”
หยุนซี: “ยังไงเหรอคะคุณปู่?”
หานเฟิง: “หลังจากที่ เ้าอำเภอเฟ่ยเสี้ยน รู้ถึงการมีอยู่ของสมุนไพรเซียนหยูเฉ่า เขาก็สั่งให้ทหารปลอมตัวเป็โจร บุกเข้าไปสังหารชาวบ้านอย่างป่าเถื่อน ในตอนนั้น…ชายคนนั้นตัดสินใจมอบสมุนไพรให้ เพราะไม่อยากเห็นใครต้องตายเพราะมันอีกแล้ว”
หยุนซี: “ไม่รู้จะโทษใครดีเลยนะคะ ระหว่างชายคนนั้น ที่ไม่รอบคอบเอาสมุนไพรล้ำค่าไปป่าวประกาศให้ชาวบ้านรู้ จนมีคนเห็นเป็โอกาสทำเงิน… หรือจะโทษพวกโลภ ที่เห็นแก่ตัวจนทำให้หมู่บ้านต้องล่มสลาย มีคนต้องตาย…”
ก๊อก ๆ – เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่บานประตูจะค่อย ๆ เปิดออก
นางพยาบาล: “ขออภัยค่ะคุณหนูหยุนซี… ตอนนี้หมดเวลาเยี่ยมผู้ป่วยแล้วนะคะ”
หยุนซี (ทำหน้าเศร้า): “งั้นหนูกลับก่อนนะคะคุณปู่… พรุ่งนี้หนูจะมาเยี่ยมใหม่นะ”
หานเฟิง (พูดพร้อมรอยยิ้ม): “ขับรถกลับดี ๆ นะหลาน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ก็ได้”
หยุนซี (พูดพลางค่อย ๆ เดินออกจากห้อง): “ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะคะคุณปู่”
ความจริงแล้ว เื่ราวที่ โจว หานเฟิง เล่าให้ หยุนซี ฟังนั้น…ยังไม่จบ
เขาตั้งใจจะหยุดไว้แค่นั้น เพราะไม่อยากให้หลานสาวที่เขารัก ต้องรับรู้อะไรที่โหดร้ายเกินไป
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นคือ—หลังจาก จง หานเฟิง ยอมมอบสมุนไพรเซียนหยูเฉ่า ให้กับกลุ่มโจรแล้ว พวกนั้นไม่เพียงไม่หยุดฆ่า แต่ยังบุกค้นบ้านของเขา และยึดสมุนไพรทั้งหมดที่เขาเก็บไว้ไปด้วย
แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็คือ…เขาต้องยืนมองดูภรรยาถูกข่มเหงต่อหน้าต่อตา จนสุดท้ายเธอกัดลิ้นฆ่าตัวตายเพื่อรักษาศักดิ์ศรี
แม้แต่พ่อแม่ของเขา—ซึ่งชราไร้เรี่ยวแรง—ก็ยังไม่รอดจากเงื้อมมือของความโหดร้าย
จง หานเฟิง แทบสิ้นสติเมื่อเห็นภาพทั้งหมดตรงหน้า เขาร่ำไห้ราวกับน้ำตาจะกลายเป็เื ร้องอย่างบ้าคลั่ง…ก่อนจะถูกฟันเข้าที่หลังจนหมดสติลง
นั่นคือความฝันล่าสุดของ โจว หานเฟิง ซึ่งมันเต็มไปด้วยความหดหู่ ความสงสาร และโทสะ
แต่ไม่ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร—เขาก็ต้องเก็บทุกอย่างเอาไว้ในใจ…เพื่อไม่ให้หลานสาวรับรู้ถึงความเ็ปนี้เลยแม้แต่น้อย
เวลา 03.24 น. ในคืนวันเดียวกัน
จง หานเฟิง (พึมพำ): “เทพเซียนที่สถิตอยู่บนเขาไท่ซาน… ท่านไม่เห็นหรือ? ไม่เห็นเลยหรือว่ามีอะไรเกิดขึ้น? เหตุใดจึงปล่อยให้พวกคนชั่วลอยนวลในเขตศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้… นี่หรือเขาที่ชาวบ้านเรียกว่าศักดิ์สิทธิ์? ช่างน่าขันนัก…”
แม้เขาจะถูกฟันเข้าที่กลางหลัง แต่แผลนั้นไม่ลึกพอจะพรากชีวิตไปในทันที
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น…ถูกเฝ้ามองผ่านความฝันของ โจว หานเฟิง
ในขณะนั้น เมฆฝนเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับ้าชำระล้างเืที่เอ่อล้นทั่วหมู่บ้าน และเมื่อหยาดฝนเม็ดแรกกระทบพื้น เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นก็ะเืไปทั่วทั้งเขาไท่ซาน
สายฟ้านั้น…ดับฝันของโจว หานเฟิง ให้จมลงสู่ความมืดมิดในพริบตา
รุ่งเช้าวันใหม่
เสียงอีกาและฝูงแร้งดังก้องไปทั่วบริเวณ ขณะมันรุมจิกกินซากศพที่เกลื่อนกลาดของคนในหมู่บ้าน
จง หานเฟิง ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง… แต่สิ่งที่แปลกยิ่งกว่าการรอดชีวิต คือเืจากาแลึกกลางหลังนั้น—หยุดไหลอย่างน่าอัศจรรย์
โจว หานเฟิง (ยกมือขึ้นดูาแ พลางพึมพำ): “นี่มันเื่อะไรกัน… ทำไมข้าถึงมาอยู่ในร่างของชายผู้นี้ได้!?”
〖 ระบบเริ่มทำงาน… การย้ายร่างเสร็จสมบูรณ์… ขอแสดงความยินดีด้วย 〗
โจว หานเฟิง (สะดุ้งใ พลางหันซ้ายขวา): “ใคร!? นั่นใครพูด!?”
(จบบทที่ 1)
หมายเหตุ: มีการเปลี่ยนตัวละครที่สั่งการฆ่าล้างหมู่บ้านของ หานเฟิง จาก อัครเสนาบดีตรวจการ เป็ เ้าอำเภอเฟ่ยเสี้ยน แทนนะขอรับ