“บ้าเอ้ย!ไอ้หมาบ้าตัวนี้มันอะไรกัน? ข้าจำไม่เห็นได้เลยว่าในแดนเบญจภพจะมีหมาป่าที่น่ากลัวขนาดนี้อยู่!”
ชายถือดาบตะโกนออกมาอย่างตื่นตระหนกพวกเขามาจากทุ่งเพลิงผลาญใช้วิชาธาตุไฟเป็นหลักแต่ขนสีทองแดนที่ดูนุ่มลื่นนั้นไม่เพียงทนทานไฟแต่ยังฟันแทงไม่เข้าด้วยพวกเขาเป็นถึงปรมาจารย์ขั้นสามเชียวนะสู้กับสัตว์อสูรระดับสี่ตัวหนึ่งไม่ควรจะยากเย็นขนาดนี้สิ
‘อืมๆ ดาบผ่าตะวันเพลงหมัดจูเชวี่ย เจ้าพวกนี้คงมาจากหุบเขาเพลิงดำสินะไม่คิดว่าจะยอมก้มหัวให้เทือกเขาวิหคเพลิง’
เสวียนเทียนชิงยืนมองการต่อสู้ไม่นานก็เดาที่มาที่ไปของคนพวกนี้ออกแล้ววิชายุทธ์คือสิ่งที่ดีที่สุดในการระบุตัวตน แน่นอนว่าต่อให้อีกฝ่ายกำลังจะตายเขาก็ไม่มีทางเข้าไปช่วยยิ่งเวลาผ่านไปฝั่งคนจากหุบเขาเพลิงดำก็ยิ่งเสียเปรียบ เสวียนเทียนชิงไม่อยากเสียเวลากับพวกเขามากเกินไปถึงลอบถอยออกมาอย่างเงียบๆก่อนจะอ้อมไปอีกทางหนึ่ง
บรู๋ววว
น่าเสียดายที่ยังไม่ได้ออกจากระยะของการต่อสู้ได้ไกลนักเสียงหมาป่าหอนก็ดังก้องไปทั่วทั้งป่าบริเวณนั้นไม่ใช่แค่เสวียนเทียนชิงแต่คนจำนวนมากที่ได้ยินเสียงล้วนพากันหน้าเปลี่ยนสีเดิมทีหมาป่าก็เป็นสัตว์อสูรที่ออกล่ากันเป็นกลุ่มอยู่แล้ว การหอนเช่นนี้มีความหมายหลายอย่างและหนึ่งในนั้นก็คือการเรียกรวมฝูง!
“บ้าเอ้ย!ไม่ใช่ว่าหมาป่านั่นกำลังจะชนะหรือไง?เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?”
เสวียนเทียนชิงบ่นฟึดฟัดออกมาก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าให้ไวขึ้นเขาไม่รู้ว่าหมาป่าทองแดงพวกนั้นมีจำนวนเท่าไหร่แต่หากฝูงของพวกมันกำลังมารวมตัวกันก็มีความเป็นได้สูงที่จะบังเอิญพบเขาส่วนสาเหตุที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นก็เพราะคนของหุบเขาเพลิงดำกำลังจะตายอย่างที่เสวียนเทียนชิงคิดนั่นแหละเพียงแต่ว่าหอฟ้าเก้าอักษรย่อมไม่ปล่อยให้อัจฉริยะของแดนเก้าเขตมาตายอย่างเสียเปล่าภารกิจของหลัวซู่คราวนี้ก็คือรักษาชีวิตของผู้เข้าทดสอบทุกคนเอาไว้
ที่จุดเกิดเหตุตอนนี้ชายหนุ่มจากหุบเขาเพลิงดำทั้งสี่คนถูกช่วยเอาไว้แล้วพวกเขาถูกศิษย์น้องของหลัวซู่กลุ่มหนึ่งพาตัวออกไปจากหุบเขาส่วนหมาป่าทองแดงตอนนี้ก็กลายเป็นศพไร้วิญญาณนอนอยู่ตรงหน้าหลัวซู่
“ทำไมหมาป่าทองแดงถึงมาอยู่ที่นี่ได้?อาณาเขตของมันอยู่ทางตะวันตกของป่าโบราณไม่ใช่หรือ?”
สีหน้าของหลัวซู่ทั้งเคร่งเครียดทั้งสับสนราชาหมาป่าทองแดงนั้นเป็นสัตว์อสูรระดับหกแต่ไม่ได้อยู่ในสิบสองตัวที่อาศัยอยู่ระแวกนี้บริเวณนี้คืออาณาเขตทางทิศเหนือของป่าโบราณที่อยู่ติดกับประตูหอฟ้าเก้าอักษรยิ่งไปกว่านั้นสัตว์อสูรระดับหกในระแวกนี้แม้พวกมันจะแข็งแกร่งแต่ก็ล้วนมีอยู่แค่ตัวเดียวไม่เหมือนกับราชาหมาป่าทองแดงที่อยู่รวมกับฝูง
“คราวนี้ยุ่งยากเข้าจริงๆแล้วหากราชาหมาป่าทองแดงพาฝูงของมันบุกมาที่นี่ต้องเป็นปัญหาแน่”
หลัวซู่รู้สึกปวดหัวขึ้นมาตุบๆหมาป่าทองแดงอยู่รวมฝูงกันอย่างน้อยก็เจ็ดแปดตัว ส่วนฝูงที่มีราชาหมาป่าควบคุมนั้นมีอยู่มากถึงสี่สิบตัวส่วนเด็กใหม่ที่มาคราวนี้คนที่มีระดับฝึกตนสูงสุดคือปรมาจารย์ขั้นห้าเจ็ดคนเท่านั้นที่เหลือส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นขั้นสามถึงขั้นสี่ ก็อย่างที่เห็นก่อนหน้านี้หมาป่าทองแดงระดับสี่ตัวเดียวอาศัยปรมาจารย์สามสี่คนยังสู้ไม่ได้เลย
“รีบรายงานผู้อาวุโสเนี่ยแล้วก็เรียกกำลังเสริมจากหออักษรซื่อมาด้วยบอกเจียวหลางว่าราชาหมาป่าทองแดงมาที่เขตทิศเหนือแล้ว”
หลัวซู่สั่งการศิษย์น้องด้านหลังก่อนจะรีบเหยียบกระบี่บินขึ้นไปบนฟ้าทันทีอันดับแรกเขาต้องหาตัวราชาหมาป่าทองแดงให้เจอเสียก่อน อย่างน้อยก็ป้องกันไม่ให้ตัวที่อันตรายที่สุดอย่างมันไม่เล่นงานเด็กใหม่อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านไปราวครึ่งก้านธูปศิษย์น้องของเขาก็มาถ่ายทอดคำสั่งของผู้อาวุโสเนี่ย
“เจ้าว่าอะไรนะ?ผู้อาวุโสเนี่ยบอกว่าให้ปล่อยไปงั้นหรือ?แค่รักษาชีวิตพวกเขาไว้ให้ได้ก็พอ?”
หลัวซู่แทบจะร้องไห้ในใจก่นด่าตาเฒ่าน่าตายนั่นไม่รู้ตั้งกี่ครั้งรักษาชีวิตเด็กใหม่ร้อยกว่าคน? มันทำง่ายเหมือนพูดที่ไหนกันล่ะโว้ย!
กลับมาทางฝั่งเสวียนเทียนชิงตอนนี้เขาเองก็กำลังปวดหัวอยู่เช่นกัน หมาป่าทองแดงที่ตายไปนั้นส่งสัญญาณออกมาก่อนตายทำให้ราชาหมาป่าโกรธเกรี้ยวสั่งการหมาป่าทองแดงทั้งฝูงมุ่งหน้ามาทิศทางนี้ถึงจะอ้อมมาแล้วแต่เสวียนเทียนชิงก็ยังอยู่ในเส้นทางเดียวกันอยู่ดี ต่อให้ระวังเต็มที่แต่ก็ยังมาเจอกับหมาป่าทองแดงตัวหนึ่งที่กำลังขู่ฟ่อๆอยู่ตรงหน้าเขา
“เฮ้ๆ เจ้าหมาน้อยเจ้ากับข้าไม่ได้เป็นศัตรูกันเสียหน่อย พวกเราต่างฝ่ายต่างไปทำเหมือนไม่เคยเจอกันดีหรือไม่?”
เสวียนเทียนชิงกล่าวออกมาอย่างจนใจถึงอย่างไรหมาป่าทองแดงก็เป็นถึงสัตว์อสูรขั้นสี่ ไม่แน่ว่าจะฟังภาษามนุษย์รู้เรื่อง?เขาไม่เหมือนกับคนจากหุบเขาเพลิงดำพวกนั้นแค่หมาป่าทองแดงระดับสี่ตัวเดียวเขามั่นใจว่าจะจัดการได้แน่นอน ทว่าดูจากสถานการณ์แล้วหากทำแบบนั้นจะต้องเกิดเรื่องวุ่นวายตามหลังมาแน่
บรู๋ววว
น่าเสียดายที่เจ้าสัตว์หน้าขนตรงหน้าไม่ฟังคำพูดเขาแถมยังหอนออกมาเสียอย่างนั้นมาถึงตอนนี้แววตาของเสวียนเทียนขิงก็เปลี่ยนไปแล้ว ความเย็นชาและประกายสังหารเข้ามาแทนที่พริบตาเดียวกระบี่คู่ใจก็ปรากฏขึ้นในมือหลังจากปรับรากฐานจนมั่นคงแล้วนี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ลองดูว่าตัวเองเก่งขึ้นมากแค่ไหน
“ในเมื่อเจ้าไม่รับไมตรีเช่นนั้นก็ตายไปเสียเถอะ!”
คิดจะสังหารแล้วก็ต้องทำให้รวดเร็ว กระบี่นี้แทงออกไปดูเหมือนธรรมดาแต่กลับไม่ธรรมดาเป็นเพลงกระบี่ตระกูลเสวียนที่เสวียนเทียนชิงไม่ค่อยได้ใช้เพราะมันเรียบง่ายและระดับต่ำที่สุดตั้งแต่ออกจากเมืองหลวงเมื่อสามปีก่อนศัตรูที่เจอล้วนแข็งแกร่งกว่าเขาทั้งนั้นทำให้เขาต้องฝืนตัวเองใช้เพลงกระบี่ชั้นสูงที่มีพลังพอจะต่อกรกับศัตรู
อย่างไรก็ตามหากพูดถึงกระบวนท่าที่เขาเชี่ยวชาญมากที่สุดก็ต้องเป็นกระบวนท่าเริ่มต้นนี่แหละตั้งแต่เด็กเขาล้วนฝึกกระบี่นี้เป็นท่าแรกและก็ฝึกมันซ้ำไปซ้ำมาเปรียบเสมือนกระบี่นี้คือประตูสู่มรรคาของเขาการแทงกระบี่ออกไปเพียงหนึ่งครั้งแต่เป็นรากฐานของเพลงกระบี่ตระกูลเสวียนทั้งหมด
โฮก!
หมาป่าทองแดงคำรามออกมาดีดตัวพุ่งเข้าหาเสวียนเทียนชิงด้วยความเร็วกรงเล็บของหมาป่าทองแดงง้างตวัดออกมาคราวนี้ดูแหลมคมกว่าเดิมหลายเท่า ปลายกระบี่พุ่งปะทะเกิดเสียงเสียดสีปรากฏประกายไฟดั่งโลหะกระทบกันการแทงครั้งนี้ถูกกรงเล็บที่เปี่ยมพละกำลังมหาศาลหยุดไว้ก่อนที่หมาป่าทองแดงจะอ้าปากเผยคมเขี้ยวพุ่งกัดมายังลำคอของเขา
ทว่าในช่วงเวลานี้เสวียนเทียนชิงกลับยิ้มเยาะออกมาสายตาของเขามองไปยังหมาป่าตรงหน้าอย่างหยอกล้อ กระบี่ถูกกรงเล็กกระแทกให้ตวัดขึ้นไปด้านบนพลันถูกเสวียนเทียนชิงบังคับข้อมือกระชากกลับมาคมกระบี่สะท้อนแสงคมกริบผ่าลงมาทำให้หมาป่าทองแดงรับรู้ถึงอันตรายผงกหัวกลับไปใช้คมเขี้ยวหยุดกระบี่เอาไว้
แรงกัดของหมาป่าทองแดงนั้นทรงพลังมาถึงอย่างไรก็เป็นพละกำลังของสัตว์อสูรระดับสี่ทว่าตอนที่มันกัดกระบี่เอาไว้เสวียนเทียนชิงก็บิดข้อมือเปลี่ยนจากท่าฟันผ่ามาเป็นการเฉือนใบกระบี่ถูกแรงของเขาลากผ่านคมเขี้ยวลงมาเฉือนปากของหมาป่าทองแดงจนเลือดสาดกรีดร้องโหยหวน
อย่างไรก้ตามกระบี่ที่หนึ่งไม่จบลงเพียงเท่านั้นอาศัยจังหวะที่หมาป่าทองแดงชะงักไปนั้นกระบี่ของเสวียนเทียนชิงที่ถูกลากเฉือนลงมาก็อาศัยแรงเหวี่ยงไปด้านข้างก่อนจะตวัดกลับมาฟันตัดเข้ากลางลำตัวของหมาป่าทองแดงแม้ขนของมันจะแข็งแกร่งจนต้านการโจมตีของพวกหุบเขาเพลิงดำได้แต่ไม่ใช่กับกระบี่ของเสวียนเทียนชิงตั้งแต่บรรลุปรมาจารย์ขั้นสามมาพลังของเขาก็ปะทะกับปรมาจารย์ขั้นห้าได้อย่างสบายๆแล้ว
ฉับ!
เลือดสาดซัดลำตัวหมาป่าทองแดงถูกตัดออกเป็นสองท่อนท่าแรกของกระบี่ตระกูลเสวียนก็คือ แทงฝ่าตัดเฉือนไม่มีชื่อเรียกที่ลึกล้ำอะไรเป็นแค่การฝึกใช้พื้นฐานของกระบี่ให้ได้อย่างชำนาญนี่คือสิ่งที่เสวียนเทียนชิงเชี่ยวชาญที่สุดและฝึกฝนมานานหลายปีอาศัยกับพละกำลังของเขาในตอนนี้ก็สามารถจัดการสัตว์อสูรระดับสี่ได้อย่างง่ายดายแล้ว!
“ไม่เลวๆแค่พลังกายเนื้อข้าก็สามารถจัดการสัตว์อสูรระดับสี่ได้แล้ว ว่าแต่สัตว์อสูรระดับหนึ่งขึ้นไปจะมีแก่นโลหิตอยู่สินะอ้อ แล้วศพของสัตว์อสูรระดับสี่ทิ้งไว้เฉยๆก็ออกจะน่าเสียดายเกินไปหน่อย”
ระหว่างพูดกับตัวเองอยู่นั้นเสวียนเทียนชิงลงมือได้รวดเร็วนักเขาใช้กระบี่แทงเข้าไปกลางหน้าผากของหมาป่าทองแดงเฉือนคว้านหาอยู่ครู่หนึ่งก็สะกิดเอาแก่นโลหิตออกมาพวกสัตว์ร้ายที่วิวัฒน์กลายมาเป็นสัตว์อสูรได้ก็เพราะแก่โลหิตนี่แหละเจ้าสิ่งนี้เป็นของมีค่าจะทิ้งไปไม่ได้เด็ดขาด เขาออกจากบ้านคราวนี้ไม่ได้อู้ฟู่เหมือนครั้งก่อนแล้วเจดีย์พิสุทธิ์ก็ถูกเก็บคืนกลับไปส่วนพวกของที่’หยิบยืม’ชาวบ้านมาก็ถูกบิดายึดกลับส่งคืนเจ้าของไปทั้งหมดดังนั้นตอนนี้นอกจากของจำเป็นส่วนหนึ่งแล้วเรียกได้ว่าคุณชายอย่างเขายากจนค้นแค้นนักดูเหมือนสามปีที่ผ่านมาเขาจะทำตัวเป็นลูกล้างผลาญมากเกินไปคราวนี้แม้แต่ผู้อาวุโสในตระกูลก็ไม่กล้าเข้าข้างเขาแล้ว
เสวียนเทียนชิงเก็ยศพหมาป่าทองแดงไว้ในแหวนมิติอย่างอารมณ์ดีก่อนจะใช้ปราณแท้ทำความสะอาดชุดแล้วเดินจากไปทิ้งให้ศิษย์จากหออักษรจิ่วที่กำลังจะกระโจนลงมาช่วยเขาร่างกายแข็งค้างอ้าปากกว้างอย่างตกตะลึง!