เทพสงครามหวนจุติ

    วิกฤตตำหนักอัคคี (10)

    ตอนที่ 28


    วิกฤตตำหนักอัคคี (10)




    แปลงลักษณ์ปีศาจมายา


    หนึ่งในอาคมต้องห้าม ทั้งยังเป็นศาสตร์มืดที่กระทั่งในแวดวงผู้ใช้อาคมศาสตร์มืดด้วยกันเองยังมองว่าเป็นเรื่องราวต้องห้ามที่ไม่สมควรกระทำ เพราะการใช้แปลงลักษณ์ปีศาจมายา จะทำให้ร่างของผู้ใช้ กลับกลายเป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ ดูคล้ายราวกับปีศาจร้ายจากห้วงอเวจี แม้ศักยภาพจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่ก็มีข้อแลกเปลี่ยนที่ยากจะยอมรับ ซึ่งก็คือ...


    ผู้ใช้ จำต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนั้นไปตลอดกาล…


    ดังนั้น เฉินฟ่าน ที่ตัดสินใจใช้ แปลกลักษณ์ปีศาจมายาขึ้นมาแล้ว นั่นหมายความว่า ชั่วชีวิตนี้ มันไม่อาจกลับคืนสู่สภาพมนุษย์ที่สมบูรณ์อีกตลอดกาล


    แน่นอนว่ามันทราบ หากมันไม่อาจไม่กระทำ เพราะลำพังพลังดั้งเดิมของมัน ยังไม่อาจเอาชัยต่อเสวี่ยเอ๋อร์ได้ เพื่อความอยู่รอด มันจึงไม่ลังเลที่จะกลายสภาพตัวเองไปตลอดกาล


    “ โฮกกกกก…” เฉินฟ่านคำรามออกมาเป็นเสียงของอสูรกายที่ดังกังวาน


    ศีรษะที่ยังคงเป็นมนุษย์ปรากฏแผ่นเกล็ดผุดขึ้นอย่างประปราย นัยน์ตาสีเหลืองอำพันจับจ้องมองเสวี่ยเอ๋อร์ราวกับมองกระต่ายตัวน้อย มันฉีกรอยยิ้มที่ริมฝีปากกว้างขึ้นผิดปกติ มองเห็นสองเขี้ยวโง้งคมกริบ ลิ้นยาวแดงชาดที่แลบออก ปรากฏเห็นว่าที่ปลายลิ้นแยกออกเป็นสองแฉกอย่างชัดเจน


    ครึ่งร่างท่อนบนเปลือยเปล่ายังคงมองคล้ายกับมนุษย์ แม้ผิวหนังบางส่วนจะปรากฏมีแผ่นเกล็ดสีน้ำตาลงอกออกมา หากยังมีสองแขน ที่ทั้งข้างขวายังคงกำไว้ด้วยกระบี่สีเหลืองอำพัน


    ระดับพลังของมันยามนี้ มิได้คงอยู่ปราณบาดาลขั้นสิบอีกต่อไปแล้ว หากเป็นปราณปฐพีช่วงต้น


    กระทั่งเสวี่ยเอ๋อร์ที่สัมผัสได้ถึงระดับพลังที่เพิ่มขึ้นมาของมันก็ยังรู้สึกตระหนก นางจับจ้องมองมันด้วยสายตาที่สั่นสะท้าน ใบหน้าซีดเผือด กระทั่ง เส้นขนยังลุกตั้งชี้ชัน


    นางมิได้หวาดกลัวต่อระดับพลังของมัน หากนางรังเกลียดท่อนล่างของมันที่เป็นงู เพราะนางก็เป็นสตรีผู้หนึ่งที่เกลียดกลัวงูยิ่ง จนตอนนี้ ที่ถึงแม้อันตรายจะมุ่งมาจนถึงเบื้องหน้า หากนางยังคงไม่รู้ตัว...


    ที่มุ่งมา เป็นคลื่นพลังทรงกลมสีดำทะมึน ในคลื่นพลังมองเห็นเป็นอักขระอาคมยิบย่อยรวมตัวกันเป็นก้อนกลม


    เป็นเคล็ดวิชา คลื่นอาคม หนึ่งในกระบวนท่าจู่โจมอันเรียบง่ายที่ผู้ฝึกอาคมมักใช้กัน พลังจู่โจมนั้นไม่มาก หากที่ประมาทไม่ได้ คือสถานะอาการผิดแปลกที่แฝงมากับลูกพลัง


    คลื่นอาคมพุ่งตรงมาแล้ว รวดเร็วยิ่ง หากเสวี่ยเอ๋อร์ยังคงอยู่ในอาการตื่นตระหนก นางยังคล้ายกับว่ามองไม่เห็นคลื่นอาคมที่พุ่งเข้ามาแต่อย่างใด กระทั่งที่นางรู้สึกตัวอีกที ก็เป็นในตอนที่ ภาพ ในครรลองสายตาเบื้องหน้า กลับกลายเป็นสีดำทะมึนเพราะคลื่นอาคมลูกนั้น หากในชั่วขณะเดียวกัน นางก็พลันรู้สึกว่า ร่าง ถูกท่อนแขนหนาแกร่งกอดรัด ก่อนที่ภาพสีดำเบื้องหน้าจะพลันหายไป…


    เมื่อรู้ตัวอีกที กลับกลายเป็นว่านางได้ไปปรากฏขึ้นในอีกตำแหน่ง มองเห็นคลื่นอาคมสีดำพุ่งชนผนัง มองเห็นอักขระอาคมที่แตกกระจายหายไปอย่างไร้เสียง ยามนี้นางได้สติแล้ว จึงสัมผัสได้ถึงแผ่นอกหนาที่นาบอยู่บนแผ่นหลัง ทั้งท่อนแขนหนาแกร่งที่กอดรัดช่วงเอวคอดกิ่วของนางไว้อย่างแนบแน่น ก่อนที่นางจะได้ยินถ้อยคำประโยคหนึ่งกล่าวขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่สุขุมนุ่มลึก ลม จากคำกล่าว พ่นใส่ใบหูของนางจนเส้นขนที่ต้นคอลุกตั้งชี้ชัน


    “ ใจลอยไปถึงที่ใดแล้ว”


    ผู้กล่าวย่อมเป็นหานเฟิง เป็นเมื่อตอนที่เฉินฟ่านใช้แปลงลักษณ์ปีศาจมายา อาคมพันธนาการบนร่างของมันก็คล้ายว่าจะถูกผลกระทบ จนท้ายที่สุดก็สูญสลายหายไป มัน เมื่อเป็นอิสระก็มิทันได้กล่าวสิ่งใด เพราะเสวี่ยเอ๋อร์ที่เบื้องหน้ากลับยืนเหม่อลอยแน่นิ่ง คล้ายไม่เห็นคลื่นอาคมสีดำทะมึนที่พุ่งตรงเข้ามา มันจึงพุ่งเข้าไปคว้านางไว้ ก่อนจะร่ายใช้ดาราวาบวับหลบหนีไปอีกทาง


    เสวี่ยเอ๋อร์ที่ได้ยินเสียงกล่าวของมันก็ผินหน้ามองไป หางตาเหลือบเห็นสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือความเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ในแววตาที่มองมายังนางนั้น คล้ายจะกล่าวเป็นคำว่า ขอโทษ นางจึงพลันชะงักงันไป ก่อนจะรีบกล่าวออกไปอย่างรวดเร็ว


    “ คุณชายหลี่ ท่านปล่อยข้าได้แล้วกระมัง”


    หานเฟิงที่ได้ยินคำ ก็คลายวงแขนออก หากสายตาที่จ้องมองนางยังคงมีความรู้สึกผิดที่อยากจะกล่าวอธิบายออกมา เพราะมันทราบแน่แก่ใจว่า นางจดจำเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมาได้อย่างแน่นอน ดังนั้น มันจึงยิ่งสำนึกเสียใจต่อสิ่งที่เคยกระทำไว้ต่อนาง มันจึงเปิดริมฝีปากขึ้น เพื่อที่จะกล่าวบางสิ่งที่อัดแน่นอยู่ในใจออกมา


    “ ข้า...”


    ทว่า มันกลับกล่าวได้เพียงนั้นก็พลันต้องหยุดลง เพราะเสวี่ยเอ๋อร์กล่าวแทรกขึ้นมาโดยไม่สนใจที่จะฟังคำกล่าวของมันแม้แต่น้อย


    “ ไว้ค่อยว่ากล่าวกันภายหลัง” น้ำเสียงของนางยังคงสงบนิ่ง สายตาจับจ้องแต่เพียงเฉินฟ่านที่ครึ่งล่างกลายเป็นงู


    หานเฟิงพยักหน้ารับ ก่อนจะหันมองจับจ้องเฉินฟ่านเขม็ง ในใจของมันก็เคียดแค้นชิงชังเฉินฟ่านยิ่งเช่นกัน หากไม่ทันได้กล่าวพูดหรือทำสิ่งใด ก็เห็นเฉินฟ่านเปิดปากออก ก่อนที่คลื่นอาคมสีดำจะถูกยิงออกมาอีกครา


    คลื่นอาคมพุ่งมาอย่างรวดเร็ว ไร้แรงกดดันจากระลอกพลังอันใด หากทั้งสองไม่คิดฝืนต้าน เพราะบางสิ่งบางอย่าง ที่แฝงมายังหน้ากลัวกว่าระลอกพลัง


    หานเฟิง และ เสวี่ยเอ๋อร์ แยกออกเป็นสองทาง


    “ ตูมมมม...” 


    หากครานี้คลื่นอาคม กลับระเบิดออกมาเป็นเปลวเพลิงลุกโชดช่วง ที่แท้ สิ่งที่แฝงมากลับเป็นปราณอัคคีขุมหนึ่ง ต้องกล่าวว่า ลูกเล่นของผู้ใช้อาคมก็เป็นเช่นนี้ แม้ไม่ได้ฝึกฝนลมปราณมาตามสายธาตุ หากยังสามารถใช้พลังแห่งอักขระอาคม บิดเบือนลมปราณที่ควบกลั่นให้สามารถแปรเปลี่ยนเป็นลมปราณสายธาตุต่างๆได้


    เสวี่ยเอ๋อร์หมุนตัวหลบออกมา นาง เมื่อตั้งหลักได้ก็สูดลมหายใจเข้าลึก นางเรียกเอาผลึกน้ำแข็งสีฟ้าสดใสขึ้นมาเริงระบำอยู่รอบกาย กระบี่ในมือแผ่เป็นกลิ่นอายสังหารเย็นเยียบ ก่อนจะเห็นนางวาดกระบี่ออกไปคราหนึ่ง เกล็ดหิมะโดยรอบแตกกระจาย กลายเป็นสะเก็ดน้ำแข็งแหลมคม ก่อนที่สายลมอันหนาวเหน็บจะม้วนหอบเอาสะเก็ดน้ำแข็ง พุ่งฝ่าความว่างเปล่าเข้าใส่เฉินฟ่าน กลายเป็นพายุสะเก็ดน้ำแข็งอันหนาวเหน็บและคมกริบ


    เสียงของสายลมจากพายุสะเก็ดน้ำแข็งพัดหวีดหวิว ฉีกกระชากชั้นบรรยากาศ อุณหภูมิลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว สะเก็ดน้ำแข็งปลิวว่อน ชมดูคล้ายกลีบบุปผชาติสีขาวบริสุทธิ์ หานเฟิงที่เห็นเช่นนั้น ก็ผุดนามหนึ่งของเคล็ดวิชาขึ้นมาในทันใด


    พายุเกล็ดบุปผาเหมันต์…


    ยังคงเป็นเคล็ดวิชาจากแดนขั้วเหมันต์


    พายุเกล็ดน้ำแข็งถาโถมเข้าใส่เฉินฟ่าน เกล็ดน้ำแข็งคมกริบแผ่สำนึกฆ่าฟันเย็นเยียบ พุ่งบาดไปตามเรือนกายของเฉินฟ่าน เรียกเอาหยาดโลหิตแดงฉานไหลซึมออกมา


    ทุกสิ่งอย่างเกิดขึ้นเร็วยิ่ง กว่าที่เฉินฟ่านจะลงมือโต้ตอบป้องกัน ก็ปรากฏบาดแผลน้อยใหญ่เกลื่อนกล่นไปทั่วทั้งเรือนร่างแล้ว


    “ โฮกกกก..” เสียงคำรามราวอสูรกายดังก้องออกมาจากปากของเฉินฟ่าน หากเพียงแค่พลังปราณที่ปล่อยออกมาพร้อมกับเสียงคำราม ก็สามารถบททำลายเกล็ดน้ำแข็งจนป่นละเอียดเป็นธุลี ทว่า เสียงคำรามต้องพลันหยุดชะงักลง เมื่อเปลวอัคคีระเบิดขึ้นที่ใบหน้าของมัน


    “ ตูมมม”


    เป็นวงเสี้ยวอัคคีของหานเฟิง มันจับจังหวะลอบจู่โจมประสานงานกับเสวี่ยเอ๋อร์ได้อย่างงดงาม แม้เคล็ดวิชาของทั้งสองจะเป็นธาตุพลังที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว แต่ช่วงจังหวะการลงมือของหานเฟิงนับว่าไร้ที่ติ มันสามารถสอดแทรกการโจมตีแหวกฝ่าช่องว่างของกระแสพลังได้อย่างแยบคาย


    เฉินฟ่าน ที่อยู่ๆก็ถูกการโจมตีขัดขวางก่อกวน ก็รู้สึกขุ่นเคืองยิ่ง แรงระเบิดจากวงเสี้ยวอัคคีของหานเฟิงยามนี้ทำได้เพียงแค่ให้มันรู้สึกรำคาญเท่านั้น ระดับพลังของทั้งสองตอนนี้ต่างกันมากเกินไป เฉินฟ่านที่ยกระดับพลังขึ้นจากแปลงลักษณ์ปีศาจมายาได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตปราณปฐพีไปแล้ว แม้จะเป็นเพียงปฐพีช่วงต้น หากความห่างชั้นยังคงมาก ที่ต่อให้มีผู้ฝึกตนระดับปราณบาดาลขั้นสิบสองคนร่วมมือกัน ก็ยังยากที่จะต่อสู้เอาชัย แล้วจะนับประสาอันใดกับหานเฟิง ที่ระดับพลังเพียงแค่ปราณบาดาลขั้นสอง อัคคีของมันก็หาได้ร้อนแรงพอที่จะทำให้เฉินฟ่านระคายผิวแม้แต่น้อย


    “ หานเฟิง เมื่อครู่ที่เจ้าโอบกอดน้องสาวข้า ข้ายังไม่ได้คิดบัญชี” เฉินฟ่านกล่าวขึ้นด้วยเสียงแหบพร่าที่ราวกับเสียขู่ของอสรพิษ มันที่หลงรักน้องสาวของตัวเอง แม้แต่จะจับสัมผัสก็ยังไม่เคยมาก่อน แต่เมื่อครู่ กับเป็นคนที่มันเคียดแค้นชิงชัง ที่ได้โอบกอดนางอย่างแนบชิดต่อหน้าต่อตาของมัน แล้วจะไม่ให้มันรู้สึกอิจฉา แล้วจะไม่ให้มันรู้สึกเคียดแค้นได้อย่างไร


    “ น้องสาว?...” หานเฟิงย่นคิ้วมองมัน “ สารรูปเจ้าเช่นนี้ กระทั่งบิดาก็ไม่รับเป็นลูกแล้ว”


    “ โฮกกกก..” เฉินฟ่านคำรามอย่างเดือดดาล เป็นหานเฟิงกล่าวแทงใจดำของมัน


    มัน ที่ก่อนนี้ไม่ยอมใช้แปลงลักษณ์ปีศาจมายา ก็เพราะว่าทราบรู้ถึงข้อแลกเปลี่ยนที่จะพลิกผันเส้นทางชีวิตของตนไปตลอดกาล ซึ่งตัวมันที่เลือกกระทำเช่นนี้ ลึกๆก็ยังนึกเสียใจอยู่ร่ำไป แต่ยิ่งมาถูกตอกย้ำโดยคนที่ตนไม่คิดจะอยู่ร่วมฟ้าด้วยแล้ว ก็ยิ่งพาให้ขุ่นเคือง โกรธแค้นทบเท่าเป็นทวี


    สิ้นเสียงคำราม ร่างอันเหยียดยาวของเฉินฟ่านก็พุ่งฝ่าความว่างเปล่ามาด้วยความเร็วสูง ต้องบอกว่าห้องปิดตายมิได้กว้างมากนัก ระยะทางเพียงสั้นๆจึงถูกเฉินฟ่านย่นเข้ามาในเวลาเพียงแค่อึดใจ


    “ ตูมมมม” 


    เสียงดังขึ้นคราหนึ่งจากจุดที่หานเฟิงคงอยู่ เป็นเฉินฟ่านกระแทกร่างลงไป จนพื้นศิลาอันแข็งแกร่งยังสั่นสะเทือน ก่อนที่มันจะสัมผัสได้ว่า ใต้ร่างของมันล้วนว่างเปล่า ก่อนที่สัมผัสวิญญาณของมันจับสัมผัสได้ถึงหานเฟิงที่อยู่ไกลห่างออกไป 


    เมื่อครู่ ย่อมเป็นหานเฟิงใช้ดาราวาบวับหลบหนีออกมา


    “ หานเฟิง ไอ้ตัวบัดซบ อย่าได้คิดหนี...” มันเหลียวหน้ามองไปทางหานเฟิงพร้อมตะโกนขึ้นอย่างขุ่นแค้น ก่อนจะเลื้อยเข้าใส่อย่างรวดเร็ว


    ซึ่งหานเฟิงก็ไม่คิดจะอยู่เฉยรอให้เฉินฟ่านมาหา มันถีบเท้าทะยานวิ่งออกไป แต่สถานที่เล็กแคบ ไร้ทิศทางให้หลบหนี ทั้งเฉินฟ่านก็รวดเร็วยิ่ง หลังจากที่มันกลายเป็นครึ่งงู ก็ทำให้ระดับพลังของมันเพิ่มสูงขึ้นในทุกทาง ทั้งระดับพลังที่เพิ่มขึ้น ทั้งขีดความสามารถทางกายที่เพิ่มพูน ทั้งปฏิกิริยาการโต้ตอบที่รวดเร็ว เพียงพริบตา เฉินฟ่านจึงไล่หลังตามติดหานเฟิงได้อย่างทันท่วงที


    กระบี่สีเหลืองอำพันในมือของเฉินฟ่านยกง้างขึ้น ลมปราณแปรเปลี่ยนเป็นสายลมหมุนวนรอบคมกระบี่ ทั้งในสายลมยังแฝงไว้ด้วยอักขระอาคมที่ไม่อาจหยั่งทราบ พริบตาต่อมา กระบี่ก็วาดออก สายลมพัดพาอักขระสีดำพุ่งฝ่าความว่างเปล่าเข้าใส่แผ่นหลังของหานเฟิงอย่างรวดเร็ว


    เป็นเคล็ด วายุอาคม


    สัมผัสวิญญาณของหานเฟิงย่อมรับรู้ได้ถึงกระแสพลังที่มุ่งตรงมา มันไม่รอช้า หยั่งเท้าบิดกายหมุนครึ่งรอบ ก่อนร่ายใช้อัคคีดาวหางพุ่งหลบฉากไปอย่างรวดเร็ว


    วายุอาคมจู่โจมพลาด เฉินฟ่านเองก็ไม่ชักช้า บิดกายหมุนตามหานเฟิงไปอย่างทันท่วงที แต่พอหันหน้าไป ภาพ ในครรลองเบื้องหน้าของมัน กลับเป็นภาพของบุปผาน้ำแข็งสีฟ้าสดใสขนาดเท่ากำปั้นนับสิบ บุปผาน้ำแข็งลอยลิ่วตรงเข้าหาตัวมัน 


    หลบ? ไม่ทันแล้ว…


    บุปผาน้ำแข็งพุ่งกระแทกร่างของมันจนบังเกิดเป็นเสียงดัง “ เปรี๊ยะ...” ขึ้นต่อเนื่อง


    พริบตาต่อมา เรือนกายช่วงบนของเฉินฟ่านก็ถูกผลึกน้ำแข็งสีฟ้าปกคลุมจนกลายเป็นปฏิมากรรมน้ำแข็งไป


    ห่างออกไปจากทิศทางที่บุปผาน้ำแข็งพุ่งมา เห็นเป็นเสวี่ยเอ๋อร์ที่กำลังยืนเปิดปากพ่นลมหายใจ ใบหน้าของนาง แสดงอาการอ่อนล้าออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


    หานเฟิง ที่หลุดรอดจากการไล่ตามก็หยั่งเท้ายืนมั่น เหลือบมองไปทางเสวี่ยวเอ๋อร์ กลับเห็นว่า นางได้ปิดตาลงแล้ว นางย่อมมิได้กำลังหลับ หากเป็นรั้งรวมสมาธิ ผนึกจิตลงไปในเคล็ดวิชาที่นางกำลังร่ายใช้ต่อมา


    เพราะนางทราบ ว่าเพียงแค่บุปผาน้ำแข็งสิบดอก ย่อมไม่อาจสับสังหารเฉินฟ่านให้ตกตาย


    กระบี่สีขาวในมือของนางยกตั้ง ลมปราณกระเพื่อมพัด แผ่ออกเป็นคลื่นเหมันต์ที่เย็นเยียบ ก่อนที่มวลความเย็นจะควบแน่น หลอมรวมจกลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีฟ้าสดใส จากนั้นจึงค่อยเห็นว่า ผลึกน้ำแข็งยืดขยายออก แตกแยกออกจากกัน จนแลดูคล้ายกิ่งก้านสาขาของพฤกษาต้นหนึ่ง


    หานเฟิงที่เห็นเช่นนั้น ก็ปรากฏนามของเคล็ดวิชาหนึ่งขึ้นมาในห้วงความคิดอีกครา


    พฤกษาน้ำแข็งโลกันตร์…


    ยังคงเป็นเคล็ดวิชาจากแดนขั้วเหมันต์ หากหานเฟิงที่ชมมอง ยังอดไม่ได้ที่จะต้องพยักหน้าอย่างยอมรับ ต่อขีดความสามารถของเส้นลมปราณหยินพิสุทธิ์ ที่นางถือครอง 


    แม้เคล็ดพฤกษน้ำแข็งโลกันตร์ จะมิใช่วิชาที่ยากจะเรียนรู้ แต่ยังคงไม่ใช่ระดับพลังของนางในตอนนี้ ที่จะสามารถเรียกใช้ออกมา


    หานเฟิงที่พอเห็นว่านางเตรียมลงมือเป็นการใหญ่แล้ว ก็ไม่คิดปล่อยให้นางต้องต่อสู้อยู่แต่ถ่ายเดียว มันจึงกระชับดาบมั่น ควบแน่นลมปราณอันร้อนลวก แผ่พุ่งเข้าใส่จนคมดาบแดงฉาน บรรยากาศรอบกลายเป็นร้อนระอุขึ้นมา ไอบรรยากาศวูบไหวราวกับภาพมายา


    เป็นอัคคีกำปนาท


    ด้วยระดับพลังของมันที่ต่ำกว่าเฉินฟ่าน เคล็ดวิชาโดยส่วนมากของมัน จึงไม่อาจฝ่าทะลุผ่านชั้นผิวหนังของเฉินฟ่านไปได้ แต่อัคคีกำปนาทยังเป็นข้อยกเว้น ความรุนแรงของเคล็ดวิชานี้ จะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในการรวมรั้งลมปราณ ยิ่งนาน พลังปราณที่ปะทุออกมายิ่งรุนแรง อาจบางที ที่ถ้าหากมันมีเวลาและปริมาณลมปราณที่มากพอ อัคคีกำปนาท ยังใช้ออกได้รุนแรงกว่า บงกชแดงทำลายล้างอีก


    หากเพียงแค่ชั่วครู่ต่อมา เสียง “ แคร่กกก!!!!..” จากน้ำแข็งที่แตกร้าวก็ดังขึ้นเสียดหู


    เป็นผลึกน้ำแข็งที่เกาะอยู่บนร่างของเฉินฟ่าน ก่อนที่เสียงคำรามอันเกรี้ยวกราดของมันจะดังขึ้นตามมา


    “ โฮกกกก…” 


    น้ำแข็งแตกกระจาย เฉินฟ่านที่เป็นอิสระคำรามลั่น หากมิทันที่มันจะได้ขยับตัวทำอันใด ภาพ ในครรลองสายตาเบื้องหน้า ก็พลันปรากฏพฤกษาน้ำแข็งต้นมหึมาที่กำลังงอกเงย


    กิ่งก้านใบที่เป็นน้ำแข็ง เติบโตแผ่ขยายจนแน่นขนัด ทั้งกลิ่นอายที่แผ่กำจายออกมา ยังเต็มไปด้วยสำนึกฆ่าฟันที่เย็นเยียบ แรงกดดันของพลังที่มหาศาลแผ่ออกมา และทั้งหมดต่างมุ่งตรงไปที่เฉินฟ่านแต่เพียงผู้เดียว


    เฉินฟ่านพลันตระหนักได้ถึงวิกฤต มันจึงโบกวาดสองมือ เรียกเอาม่านปราการโปร่งใสที่อัดแน่นไปด้วยอักขระอาคมสีดำทะมึนขึ้นมา


    เพียงชั่วครู่ เมื่อพฤกษาน้ำแข็งเติบโตจนขีดสุด กิ่งก้านใบที่เป็นสีฟ้าสดใสก็เปร่งประกายส่องสว่างเจิดจ้า พลังความเย็นที่หนาแน่นขุมหนึ่ง แผ่พุ่งกดดันอัดกระแทกใส่ม่านปราการของเฉินฟ่านจนสั่นสะเทือน 


    เฉินฟ่านเร่งเร้าลมปราณในร่างเข้าต่อต้าน ยิ่งมา ม่านปราการยิ่งสั่นสะท้าน สองตาของมันก็ยิ่งทวีความตื่นตระหนก มันกลับไม่คาดคิด ว่าตนที่ก้าวเข้ามาในขอบเขตปราณปฐพี จะเพียงถูกคนผู้หนึ่ง ที่อยู่ในขั้นสูงสุดของขอบเขตปราณบาดาลกดดันจนสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เรียกว่าความหวาดกลัว


    เสียง “ แคร่กกก!!!..” ดังเสียดหู เป็นโล่ปราการที่ปรากกฏร่องรอยการแตกร้าว รอยแยกลุกลามดุจใยแมงมุม ที่ยิ่งมา ยิ่งแผ่ขยายไปทั่วม่านปราการ ทั้งยิ่งมา พฤกษาน้ำแข็งยิ่งเปล่งแสงเจิดจ้า รีดเค้นพลังออกมาจนถึงขีดสุดเช่นกัน


    กระทั่งที่เสียง “ เพล้งงงง!!!” ดังขึ้นมา จึงเห็นเป็นโล่ปราการอักขระ และพฤกษาน้ำแข็งที่ต่างก็แตกกระจาย


    เฉินฟ่านกระอักโลหิตคำโต นัยน์ตาสั่นสะท้านอย่างไม่เชื่อ มันที่ระดับพลังสูงถึงขั้นนี้ หากยังถูกเสวี่ยเอ๋อร์ทำร้ายจนบาดเจ็บ


    ทว่า ทางฝั่งเสวี่ยเอ๋อร์ก็หาได้ดีไปกว่ากัน ลมปราณถูกใช้ออกไปจนสิ้น จนตอนนี้ นางแทบจะไร้เรี่ยวแรงให้หยัดยืน จึงต้องฝืนเรียกเอาเม็ดยาขึ้นมากลืนกิน


    หากในพริบตานั้น เสียง “ บรึ้มมมม…” พร้อมกับเปลวอัคคีที่ลุกท่วมปรากฏขึ้นตรงจุดที่เฉินฟ่านคงอยู่ ก่อนจะเห็นว่าเงาร่างหนึ่งดีดทะยานออกมา


    เป็นหานเฟิง มันมาหยัดยืนอยู่ข้างกายของเสวี่ยเอ๋อร์ หากมิได้มองดูนาง สองตาเพียงจับจ้องเปลวอัคคีที่ลุกท่วมอย่างแน่วนิ่ง แม้จะทราบว่า การจู่โจมนี้ไม่อาจทำให้เฉินฟ่านบาดเจ็บสาหัส แต่มันยังคงคาดหวัง ว่าทางที่ดี ให้เฉินฟ่านตกตายจากการจู่โจมครั้งนี้ไปเสียเลย


    แต่ความหวังก็คือความหวัง ความจริงมักไม่เป็นเช่นที่หวังเสมอ


    “ โฮกกกก…”


    เสียงคำรามที่ดังออกมาเกรี้ยวกราดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ พลังปราณที่แฝงมากับเสียงคำรามฉีกกระชากเปลวเพลิงจนมอดดับ จากนั้นจึงมองเห็นร่างของเฉินฟ่าน ท่อนบนที่เป็นมนุษย์ที่บัดนี้โชกชุ่มไปด้วยหยาดโลหิต เส้นผมมอดไหม้ชี้ฟู ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นพยาบาท


    “ พวกเจ้า…” เฉินฟ่านกัดฟันกล่าวเสียงสะท้าน ประกายตาสาดประกายคลุ้มคลั่ง จากนั้นมันจึงเปิดปากตะโกนกร้าว


    “ ตายๆกันไปให้หมด”


    ที่มาพร้อมกับเสียงตะโกนคือลมปราณที่ปะทุขึ้นอย่างคลุ้มคลั่ง หากที่มากไปกว่านั้น กลิ่นอายของโลหิต…


    “ แก่นโลหิต!!!…” 


    หานเฟิงกล่าวอย่างเคร่งเครียด เมื่อเหลียวหน้ามองดูเสวี่ยเอ๋อร์ ก็เห็นว่านางเองก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยเช่นกัน


    “ เราควรรีบหนี…” นี่จึงเป็นสิ่งที่หานเฟิงพอจะขบคิดออกในตอนนี้


    ทว่า ถ้อยคำตอบรับอันเฉียบขาดของเสวี่ยเอ๋อร์กลับเป็นคำว่า...


    “ ไม่…”

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามหวนจุติ ที่คุณอ่าน

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    58.22M 2245