อภินิหารมารฟ้า

    ตอนที่ 10 ถูกล้อม

    สายลมเย็นโชยผ่านเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นเต็มใบหน้าของเทียนฟาง แสงจันทร์ดูคล้ายจะหม่นสลัวไม่ต่างจากใจของเขา


    โจรทั้งยี่สิบชีวิตแม้ตอนนี้จะหายไปหนึ่งแต่ในสายตาของเทียนฟางในยามนี้ มันช่างดูน่ากลัวยิ่งนัก มือของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ เสียงหัวใจของเขาดังออกมาชัดเจนเพียงความรู้สึกเดียวในตอนนี้คือความกลัว ความกลัวที่จะต้องตาย!


    "ข้าต้องขอชื่นชมเจ้าที่ถึงขนาดหนีรอดพวกเราไปได้ถึงสองครั้งสองครา ในคราแรกพวกเราต่างคิดถอดใจที่จะไล่ตามตัวเจ้า แต่ใครจะคาดคิดว่าจู่ๆ กลิ่นของเม็ดยาจากวังโอสถจะฟุ้งกระจายขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าเดาไม่ผิดเจ้าคงใช้มันไปแล้วกระมัง" ทิวรั่วซานเอ่ยขึ้น สีหน้าท่าทางที่ยิ้มแย้มปลอดโปร่งนั้นมาจากความสบายใจที่เหยื่อของเขาได้เข้ามาติดกับตามที่เขาต้องการ


    "แต่ถึงกระนั้น แม้ว่าพวกเราจะพบเจ้าอีกครั้งแต่ก็ไม่อาจไล่ตามได้สำเร็จเหตุใดกันที่ทำให้เจ้าย้อนกลับมา? เจ้าคงไม่คิดว่าอาศัยพลังลมปราณระดับก่อกายาขั้นที่ 3 จะสามารถเอาชนะพวกเราได้ทุกคนหรอกนะ...จงอย่าได้ดูถูกโลกใบนี้ให้มันมากนัก" ทิวรั่วซานยังคงพูดออกมาไม่หยุดดูคล้ายวันนี้จะเป็นวันที่เขามีความสุขที่สุดอีกวันหนึ่ง


    เทียนฟางสงบลมหายใจ เขากำกระบี่โลหิตไว้มั่น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดเขาจึงรู้สึกสงบทุกครั้งที่ได้จับกระบี่เล่มนี้ความรู้สึกตื่นตระหนกและหวาดกลัวก่อนหน้านี้ล้วนแล้วแต่อันตธานไปจนหมดสิ้น มีเพียงความรู้สึกสงบเยือกเย็นสุขุมเท่านั้นที่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมในทุกๆ ขณะ


    "ข้ารู้ดีว่าสิ่งที่ข้ากำลังทำคือสิ่งใดและสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ" เทียนฟางตะโกนก่อนจะพุ่งไปยังด้านตรงข้ามกับทิวรั่วซาน เขาความรู้สึกได้ว่าคนคนนี้เป็นคนที่อันตรายที่สุด เขาต้องมีและหนีออกไปให้เร็วที่สุด หนีออกไปให้ไกลที่สุด


    เทียนฟางตวัดกระบี่ใส่โจรที่ขวางทางอยู่ พอสบช่องเขาก็รีบพุ่งทะยานออกไป


    "คิดง่ายเกินไปหรือเปล่านะเด็กน้อย" ทิวรั่วซานขยับก่อนจะปรากฏ อยู่ตรงหน้าของเทียนฟางในพริบตา เทียนฟางตกตะลึงเป็นอย่างมาก ความเร็วขนาดนี้หากคิดสังหารเขาใช่ง่ายดายดังพลิกฝ่ามือแล้ว


    แต่มีหรือที่เทียนฟางจะยอมตายโดยง่ายดายเมื่อรู้ว่าตนสู้ทิวรั่วซานไม่ได้ เทียนฟางจึงหันไปหาโจรด้านหลังอย่างกระทันหัน เพลงกระบี่ถูกกรีดกราย เงากระบี่กระจายไปด้วยรอบ ปกคลุมทั่วร่างของเทียนฟาง ทันใดนั้นเองเทียนฟางพลันใช้ออกด้วยท่าตัดโลหิต


    ตุบ!!


    โจรคนหนึ่งจะล้มลงไป หนึ่งชีวิตได้ดับลง


    "ล้อมมันไว้และฆ่ามันซะ" ทิวรั่วซานตะโกนสั่งโจรคนอื่นๆ ก่อนที่พวกมันจะระดมเพลงหมัด ฝ่ามือ ลูกเตะ ดาบและกระบี่ถูกโถมเข้าใส่เทียนฟางอย่างไม่หยุดหย่อน


    เทียนฟางตวัดกระบี่ตอบกลับก่อนจะฟาดฟันกระบี่ไปโดนโจรอีกคนหนึ่ง โจรถูกฟันจนแน่นิ่งลงไป ฉวะ!!! หัวของโจรอีกคนหลุดกระเด็นออกจากร่างแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ดูคล้าย ทิวรั่วซานยังคงไม่ได้สนใจใยดีต่อชีวิตเหล่านั้นมากนัก


    สิ่งที่ทิวรั่วซานสนใจในตอนนี้กลับเป็นเพลงกระบี่ที่เทียนฟางใช้ออกเสียมากกว่า นอกจากมันจะรวดเร็วหมดจดยังแฝงไว้ด้วยความอำมหิตอย่างน่าประหลาดใจ อีกอย่างเขายังดูคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก เขารู้สึกว่าเขาเคยเห็นเพลงกระบี่เช่นนี้มาก่อนหากแต่ยังคงจดจำไม่ได้ว่าเป็นผู้ใดที่เขาพบเห็น


    เทียนฟางยืนโซเซไปมาเนื่องจากเขาใช้พละกำลังไปมหาศาลแม้เขาจะมีพลังมากกว่าเมื่อเทียบกับคนเหล่านี้ แต่นี่เป็นการต่อสู้เพียงลำพัง อีกทั้งศัตรูยังมีมากกว่ายี่สิบคนทำให้เขาพลาดท่าอยู่หลายครั้ง บาดแผลน้อยใหญ่ปรากฏอยู่ทั่วร่าง


    ตอนนี้พละกำลังของเขาแทบจะสูญสิ้นไปกับการต่อสู้ที่ผ่านมา เขาทำได้เพียงต่อสู้และตวัดกระบี่ไปตามสัญชาตญาณเท่านั้นเขารู้ดีว่าเมื่อใดที่เขาหยุดกวัดแก่วงกระบี่โลหิตเล่มนี้นั่นหมายถึงเพียงสิ่งเดียว 'ความตาย'